ปีศาจอาวุโสมองหน้ากันก่อนที่จะใช้พลังเวทย์ขอวตัวเองตรวจสอบดูรอบๆ พวกมันก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” ปีศาจอาวุโสเผ่าสี่แขนสงสัย
“ ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่สิ่งนี้แหละคือสิ่งผิดปกติ ” ปีศาจอาวุโสเผ่านากาพูดขึ้น
ปีศาจอาวุโสเผ่าแวมไพร์มองไปรอบๆก่อนที่จะใช้เวทย์โจมตีไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่ด้านล่าง
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว
แม้ว่านะเป็นเวทย์ที่เบาที่สุดของปีศาจอาวุโสแต่มันก็รุนแรงถึงขนาดสังหารพวกระดับAได้เลย
เพียงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นด้านหน้าของปีศาจทั้งหลายคือ ต้นไม้ต้นนั้นยังคงอยู่เหมือนเดิมราวกับเวทย์โจมตีของปีศาจอาวุโสเผ่าแวมไพร์ไม่สามารถทำอะไรได้
“ หรือว่าพวกเราตกอยู่ในเวทย์ลวงตา? ” ปีศาจอาวุโสเผ่าซัคคิวบัสพูดขึ้น เนื่องจากเผ่าพันธุ์ซัคคิวบัสเชี่ยวชาญในเวทย์ลวงตา ทำให้เธอสามารถคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว
“ เวทย์ลวงตางั้นหรอ? ” ปีศาจอาวุโสเผ่าออร์คพูดขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ ใช่ แต่ฉันไม่รู้ว่าพวกเราโดนเวทย์ลวงตากันตอนไหน? ” ปีศาจอาวุโสซัคคิวบัสมองดูรอบๆด้วยสีหน้าจริงจัง
ปีศาจอาวุโสตนอื่นๆก็มองดูรอบๆด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนกัน การตกอยู่ในเวทย์ลวงตานั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยมันอันตรายถึงชีวิตเลยด้วยซ้ำ
ทันในดั้น
เสียงกรีดร้องของปีศาจอาวุโสตนหนึ่งก็ดังขึ้น ปีศาจอาวุโสตนอื่นๆรีบมองไปยังต้นเสียงก็พบว่าปีศาจอาวุโสเซนทอร์ได้หายตัวไปแล้ว
“ บ้าเอ้ยเจ้าเฒ่าโทแรสหายไปไหนแล้ว ” ปีศาจอาวุโสเผ่าออร์คตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
เจ้าเฒ่าโทแรสคือชื่อที่ปีศาจอาวุโสทุกตนเรียกปีศาจอาวุโสเผ่าเซนทอร์
ปีศาจอาวุโสทุกตัวและแม่ทัพปีศาจเองก็รีบบินไปยังจุดที่ปีศาจอาวุโสเซนทอร์เคยอยู่ แต่เมื่อพวกมันมาถึงก็พบว่าพวกเขาไม่เจอกับปีศาจอาวุโสตัวอื่นแล้ว ราวกับว่าพวกมันได้หายตัวไปอย่างปริศนา
“ มีใครได้ยินเสียงของฉันไหม!! ” ปีศาจอาวุโสเผ่าซัคคิวบัสตะโกน
ไม่มีเสียงตอบรับ
เวลานี้พวกปีศาจทั้งหมดพากันแสดงสีหน้าตกใจและแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา พวกมันรีบใช้มหาเวทย์และโจมตีไปรอบๆเพื่อหวังที่จะทำลายค่ายกลลวงตาของไลท์
แต่น่าเสียดายที่พวกมันอยู่ภายในค่ายกลลวงตาแล้ว
สิ่งที่เกลกิรอสและซัมเมอร์เห็นก็คือ พวกปีศาจทั้งหมดยืนอยู่กับที่ตั้งแต่พวกมันเข้ามาในค่ายกลลวงตา
สิ่งที่พวกมันคุยกันหรือที่พวกมันเห็นคือภาพลวงตาทั้งสิ้น
จากนั้นทั้งสองก็เห็นไลท์ไปยืนอยู่ด้านหน้าของปีศาจอาวุโสเผ่าเซนทอร์ก่อนที่จะตัดหัวของมันและเก็บอุปกรณ์มิติของปีศาจอาวุโสเผ่าเซนทอร์
จากนั้นทั้งสองก็มองหน้ากันและเห็นสีหน้าและแววตาของความหวาดกลัว
“ นึกไม่ถึงเลยว่าค่ายกลวงตาของไลท์จะมีประสิทธิภาพแบบนี้ ” ซัมเมอร์พูดพร้อมกับกลืนน้ำลายไปด้วย
“ นั้นสิแม้แต่พวกปีศาจอาวุโสพวกนั้นก็ยังไม่สามารถแก้ภาพลวงตาของไลท์ได้ ” เกลกิรอสถอนหายใจ
“ ดูเหมือนว่าตอนนี้ไลท์นี้แหละคือคนที่สุดยอดที่สุดของเผ่ามนุษย์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง อายุ ความฉลาดและค่ายกลต่างๆที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน ด้วยสิ่งเหล่านี้จะทำให้ไลท์กลายเป็นสุดยอดนักผจญภัยแห่งยุคเลยทีเดียว ” ซัมเมอร์หัวเราะออกมา
“ ใช่ ฉันเองก็เห็นด้วยกับนายนะ ดูเหมือนว่าเผ่าปีศาจที่น่าหวาดกลัวและแข็งแกร่งจะกลายเป็นลูกแมวตัวน้อยๆเมื่ออยู่ต่อหน้าของไลท์ ” เกลกิรอสยิ้มออกมา
“ โชคดีแล้วล่ะที่พวกเราไม่ได้ไปมีปัญหากับไลท์ ไม่อย่างนั้นฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ” ซัมเมอร์ส่ายหน้าเบาๆ
“ ก็คงจะเหมือนกับพวกองค์กรมืดนั้นแหละ สุดท้ายแล้วพวกมันก็ถูกทำลายจนราบคาบ แม้ว่าจะมีบางส่วนที่หลุดรอดไปได้แต่มันก็ไม่ยังไม่สามารถที่จะสร้างปัญหาได้ในตอนนี้ ” เกลกิรอสพูดขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานไลท์ก็สังหารปีศาจอาวุโสและแม่ทัพปีศาจทั้งหมดที่อยู่ภายในค่ายกลลวงตา ยกเว้นก็เพียงแค่เนียร์ตัวเดียวที่ยังอยู่รอด
ไลท์มองดูรอบๆและก็พบว่าไม่มีใครเหลือแล้วเขาจึงสลายค่ายกลลวงตาทิ้งและทำลายค่ายกลทิ้งอย่างไม่ใยดี เพราะเขากลัวว่ามันอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นและทำให้ค่ายกลลวงตาทำงานขึ้นมาเอง
เมื่อไลท์ทำลายค่ายกลลวงตาแล้วเนียร์ก็กลับมามีสติอีกครั้ง
เนียร์กวาดสายตามองดูรอบๆมันก็ไม่เห็นปีศาจอาวุโสและแม่ทัพปีศาจแม้แต่ตัวเดียว
‘ เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่มีใครอยู่เลย? ’ เนียร์ครุ่นคิดก่อนที่มันจะฉุกคิดอะไรบางอย่างออกมา ทันใดนั้นสีหน้าของมันก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ ไม่ต้องไปหาแล้วล่ะพวกปีศาจตัวอื่นๆน่ะ ฉันฆ่าพวกมันไปหมดแล้วล่ะ ” ไลท์มาปรากฏตัวที่ด้านหลังของเนียร์พร้อมกับพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
เนียร์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว อะไรกันปีศาจอาวุโสนับสิบและแม่ทัพปีศาจอีกมากกว่าหกสิบเจ็ดสิบตัวก็ยังถูกสังหารภายในเวลาไม่นาน
“ แก.. ” เนียร์ไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ มันรู้สึกโชคดีมากแล้วที่เป็นสายสืบให้กับไลท์ ไม่อย่างนั้นมันคงถูกสังหารตายไปนานแล้ว
“ แกคงคิดในใจสินะว่าโชคดีแล้วที่ยอมเป็นสายให้กับฉัน ” ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆ
เนียร์ที่ได้ยินก็ได้แต่ยิ้มอย่างขมขืน ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะแข็งแกร่ง ฉลาดและมีไหวพริบอย่างมาก
“ แล้วแกจะทำอย่างไงกับฉัน? ” เนียร์ถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะตอนนี้ต่อให้ไม่มีมันแล้วเผ่าปีศาจก็คงไม่คิดที่จะบุกโจมตีเผ่าอื่นๆแล้วล่ะ เนื่องจากการมีอยู่ของไลท์ หรือก็คือตรายใดที่ไลท์ยังคงมีชีวิตอยู่เผ่าปีศาจก็จะไม่คิดที่จะโจมตีเผ่ามนุษย์
“ ปล่อยแกไป ” ไลท์พูดขึ้น
เนียร์ตกใจ
“ ปล่อยฉัน? ” เนียร์พูดขึ้น
“ ใช่ ฉันเป็นคนรักษาคำพูด ฉันจะปล่อยแกไป แต่ตราบใดที่พวกเผ่าปีศาจไม่คิดที่จะบุกโจมตีเผ่ามนุษย์แกก็จะมีชีวิตอย่างสงบสุข แต่ถ้าหากเมื่อไหร่ที่เผ่าปีศาจคิดที่จะบุกโจมตีเผ่ามนุษย์แกจะต้องบอกฉันทุกอย่างที่แกรู้ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” เนียร์พยักรับเบาๆและพูดต่อว่า “ แล้วฉันจะกลับไปบอกที่ค่ายอย่างไรว่าฉันหนีรอดมาได้ทั้งๆที่ปีศาจตัวอื่นๆตายหมด ”
“ นั้นคือเรื่องของแก ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมหายตัวไป
ไลท์มาโผล่ที่ด้านหลังของซัมเมอร์และเกลกิรอส
“ กลับกันเถอะครับ ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกปีศาจคงไม่กล้าที่จะส่งตัวคนระดับสูงมาอีกแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
เกลกิรอสและซัมเมอร์มองหน้ากันก่อนที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของไลท์
แต่ทว่าซัมเมอร์ก็ชี้ไปที่เนียร์และถามขึ้นว่า “ ทำไมนายถึงปล่อยปีศาจตัวนั้นไป? ”
“ ก็เจ้านั้นมันเป็นสายให้กับผม ทุกครั้งที่เผ่าปีศาจเคลื่อนไหวเจ้านั้นก็จะแจ้งให้ผมทราบก่อนทุกครั้ง ” ไลท์พูดขึ้น
ซัมเมอร์และเกลกิรอสมองไปที่เนียร์ที่ตอนนี้มันบินไปไกลแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ทั้งสองนึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่แม่ทัพปีศาจก็ยังถูกไลท์ทำให้กลายเป็นสายสืบได้
เกลกิรอสก็นึกถึงทักษะคำสาปของไลท์ที่เคยใช้กับเขา จากนั้นสีหน้าของเขาก็มองไปที่เนียร์พร้อมกับรู้สึกสงสารเจ้าแม่ทัพปีศาจตัวนั้นขึ้นมา
จากนั้นทั้งสามก็กลับไปที่ค่ายทหาร
หลังจากนั้นเกลกิรอสก็ทำการยืดพื้นที่ของเผ่าปีศาจไปอีกเล็กน้อยเพื่อกลายเป็นพื้นที่ของมนุษย์
ในขณะที่ไลท์กำลังนั่งพักอยู่ที่เต็นท์ของตัวเอง จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของไลท์ก็สั่นขึ้น
“ ว่ายังไงครับคนสวย? ” ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆ
“ ก็มีปัญหานิดหน่อยเลยอยากจะติดต่อมาหานาย ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“ ว่าแต่มีปัญหาอะไรหรอ? ” ไลท์ถามอย่างสงสัย
“ พอดีไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ พวกองค์กรมรณะที่เหลือรอดอยู่ได้รวมตัวกันบุกโจมตีเมืองรุ่งอรุณ ” เบเรียลพูดขึ้น
ไลท์ขมวดคิ้วแน่น
“ แล้วพวกเธอเป็นอย่างไรบ้าง? เมืองเสียหายหรือเปล่า ประชาชนเป็นอย่างไรบ้างบาดเจ็บล้มตายมากน้อยแค่ไหน? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ เมืองรุ่งอรุณไม่ได้เสียหายอะไร ประชากรก็มีบาดเจ็บล้มตายบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่ ส่วนพวกองค์กรมืดก็ถูกฉันแช่แข็งอยู่ ฉันจึงอยากถามนายว่าจะทำอย่างไรกับพวกคนเหล่านั้น จะให้ฆ่าทิ้งเลยหรือเก็บไว้ก่อน? ” เบเรียลถาม
“ ฆ่าพวกมันทิ้งไปเลยไม่ต้องสนใจพวกมันหรอก แล้วก็เก็บสมบัติของพวกมันมาให้หมดด้วย นำมันมาพัฒนาเมืองของเรา ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ว่าแต่ฝั่งนายเป็นอย่างไรบ้าง? ” เบเรียลถามด้วยความเป็นห่วง
“ ไม่มีปัญหา ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้กับเบเรียลฟัง
เมื่อเบเรียลได้ฟังเธอก็ตกใจและไม่อยากเชื่อเลยว่าไลท์จะสังหารปีศาจอาวุโสของเผ่าปีศาจที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSSไปถึงสิบตัวและเมื่อรวมกับราชาปีศาจอีกสามตัว ไม่ใช่ว่าไลท์สังหารปีศาจที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSSไปถึงสิบสามตัวแล้วงั้นหรอ
“ งั้นหรอ ถ้านายแข็งแกร่งขนาดนี้แล้วฉันก็วางใจแล้วล่ะ ” เบเรียลโล่งใจ
“ ฉันคิดว่าอีกไม่นานก็คงได้กลับไปที่เมืองแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
“ งั้นฉันจะรอนายกลับมาที่เมือง ” เบเรียลพูดจบเธอก็วางสายไป
พริบตาก็ผ่านไปสองวัน ข่าวที่ปีศาจอาวุโสของเผ่าปีศาจสิบตัวได้ตายลงก็ไปถึงเมืองหลวงของเผ่าปีศาจ
เมื่อข่าวนี้มาถึง จอมมารเดฟิรัสก็ไม่ลังเลที่จะเรียกกองทัพกลับมาป้องกันการโจมตีของเผ่าพันธุ์อื่นๆ
จอมมารเดฟิรัสสั่งให้ราชาปีศาจทั้งห้าตัวเฝ้าระวังตามชายแดนเพื่อไม่ให้มีเผ่าพันธุ์อื่นๆกล้าที่จะบุกโจมตีเมืองของเผ่าปีศาจ นอกจากนี้มันยังได้ส่งคนมามอบสมบัติให้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆเพื่อเป็นการขอโทษที่บุกโจมตี
ภายในเต็นท์ประชุมของค่ายทหารหลัก
ไลท์ เกลกิรอส ซัมเมอร์รวมไปถึงเสนาธิการและผู้พิทักษ์ได้นั่งปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไร จะยอมจับมือสงบศึกหรือจะบุกโจมตีต่อ
ไม่นานผลที่ออกมาก็คือพวกเขายอมสงบศึก อีกอย่างสมบัติที่จอมมารเดฟิรัสส่งมานั้นก็ล้ำค่าอย่างมาก อีกอย่างอีกไม่กี่ปีข้างหน้าโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ก็จะพังทลายแล้ว พวกเขาจึงอยากที่จะทุ่มเททรัพยากรในการจัดการบริหารพื้นที่ด้านนอกหอคอยแห่งนิรันดร์มากกว่า
เมื่อเผ่ามนุษย์สงบศึก เผ่าพันธุ์อื่นๆก็สงบศึกตาม
พวกเขาก็คิดแบบเดียวกับเผ่ามนุษย์ พวกเขาอยากที่จะทุ่มเทกำลังทั้งหมดในการหาทรัพยากรที่โลกภายนอก เนื่องจากมันเหลือเวลาอีกเพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้น
ไม่นานสำนักข่าวก็เขียนข่าวชัยชนะของเผ่ามนุษย์ให้ทั่วโลกได้ประจักษ์
ไม่ว่าจะเป็นการที่ไลท์สามารถสังหารราชาปีศาจอีกสองตัวพร้อมกับปีศาจอาวุโสอีกนับสิบตัว นอกจากนี้ยังสังหารแม่ทัพปีศาจไปเป็นจำนวนมาก และพวกเขาก็ยังยึดเมืองของพวกปีศาจได้อีกสี่เมือง ทำให้พื้นที่เขาเผ่ามนุษย์มีมากขึ้นกว่าเดิม
เกลกิรอสประกาศจัดงานเลี้ยงขนาดใหญเพื่อให้กองทัพมนุษย์เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะที่เกิดขึ้นและเป็นการขอบคุณทหารทุกคนที่เหนื่อยและเสียสละชีวิตอันสงบสุขมาต่อสู้กับเผ่าปีศาจ
งานเลี้ยงกินเวลาสามวันสามคืนก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับ โดยที่สภาจอมเวทย์ได้วางกำลังคนไว้ที่ชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้เผ่าปีศาจบุกยึดเมืองคืน
เวลานี้ที่ด้านนอกค่ายทหาร
ไลท์และยูเวสยืนอยู่บนท้องฟ้า เนื่องจากทั้งสองได้นัดต่อสู้กันหลังจากที่จบสงคราม
ห่างออกไปไม่ไกลจากทั้งสองคนก็เป็นกลุ่มคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ไม่ว่าจะเป็นมาร์เฟียส ยโนวาห์และคนอื่นๆ ทางด้านของสภาจอมเวทย์ ซัมเมอร์และกลุ่มนักผจญภัยระดับSS รวมไปถึงพวกไลก้าที่ตั้งใจดู
“ จะประลองแบบไหน? ” ไลท์ถามยูเวส
“ เอาเป็นประลองทักษะดาบก่อน จากนั้นค่อยประลองแบบการต่อสู้อย่างจริงจัง ” ยูเวสพูดขึ้น
ไลท์พยักหน้าก่อนที่เขาจะหยิบดาบสวรรค์คืนพิภพออกมา
ทางด้านยูเวสก็หยิบดาบสีเงินออกมา
“ ถ้าหากนายพร้อมก็เข้ามาเลย ” ไลท์พูดขึ้น
ยูเวสสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพุ่งตัวไปด้านหน้าทันที
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง
เสียงดาบปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่แค่การปะทะกันไม่กี่ครั้งทุกๆคนก็รู้แล้วว่ายูเวสนั้นเสียเปรียบ เพราะไม่กี่วินาทียูเวสก็มีบาดแผลตามร่างกายไปแล้วหลายแผล
ยูเวสตกใจและไม่คิดว่าทักษะดาบของไลท์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ เพราะเขางัดทักษะดาบอย่างเต็มที่แล้วก็ยังไม่สามารถต้านทานการโจมตีของไลท์ได้เลย
‘ ห่างชั้นกันมาก ’ ทุกๆคนที่ชมอยู่ก็คิดแบบเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ต้องยอมรับว่ายูเวสเองก็มีทักษะดาบที่แข็งแกร่งกว่าคนในรุ่นเดียวกันมาก
จะมีก็แต่พวกไลก้าที่รู้ว่าทักษะดาบของยูเวสเสมอกับเดซี่และเบเรียล แต่ยังเทียบชั้นกับไลท์ไม่ได้
ผ่านไปราวๆสิบห้านาทียูเวสก็ขอยอมแพ้ เพราะเขารู้ดีว่าต่อให้เขาทุ่มสุดตัวก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้
“ งั้นพวกเรามาต่อสู้กันแบบเต็มรูปแบบกันเถอะ แล้วก็นายรักษาแผลของนายให้หายดีก่อนแล้วกันพักหายเหนื่อยกันสักสักหน่อย ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะมองไปยังยูเวส
ยูเวสพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะบินไปหาคนของตัวเองพร้อมกับใช้เวทย์รักษาบาดแผลให้กับเขา
ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมงทั้งสองคนก็พร้อมที่จะสู้กันอีกครั้งแล้ว