ลุงคมสันต์รับคำก่อนจะหันไปแบกเอากระสอบงูเหลือมและไม้ยาวอันนั้นเดินออกไปทางโรงจอดรถ แฮ็มกะแป็งและอาเธอร์เดินตามอยู่ห่าง ๆ หน้าซีดเผือดกันทั้งคู่ พวกเขามองเห็นลุงคมสันต์โยนกระสอบงูไว้ข้างในโรงรถก่อนปิดประตูล็อคไว้ จากนั้น ลุงคมสันต์ก็หยิบเอากุญแจไปเปิดประตูที่ห้องกิจกรรม
อาเธอร์ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น ยืนเกาะแขนแฮ็มกะแป็งแน่น หากแต่ว่าในใจนึกจินตนาการว่าตัวเองเป็ซูเปอร์ฮีโร่ในการ์ตูนมังงะญี่ปุ่นสักเื่ ฮีโร่จับงูั์แกว่ง ๆ เหมือนท่าขว้างจักร แล้วเหวี่ยงเ้างูอนาคอนด้าั์เขวี้ยงไปนอกโลก อาเธอร์มักจะฝันเห็นตัวเองใส่เสื้อคลุมสีเขียว ใส่ชุดเท่ห์สีเทาอ่อน บินไปบินมาฟ้า แหมมันโคตรฟินเลย
ทว่าในชีวิตจริง อาเธอร์ได้แต่ยืนขาสั่นพั่บ ๆ มือเย็นเฉียบ มองหน้าแฮ็มกะแป็งแล้วพูดตะกุกตะกักว่า “เรา...กกกลลัววว....งงง..อู..”
อาเธอร์ยังพูดไม่จบว่า “เรากลัวงู” แฮ็มกะแป็งก็ตอบว่า
เราก็กลัวเหมือนกันอาเธอร์ งูตัวใหญ่มาก”
แฮ็มกะแป็งพูดจบแล้วก็พาอาเธอร์เดินตามลุงคมสันต์ไปที่ห้องกิจกรรม
ลุงคมสันต์ไขกุญแจห้องกิจกรรมเสร็จก็เดินกลับไป บุ๋นเห็นแฮ็มกะแป็งและอาเธอร์หน้าตาตื่นปากซีด จึงรีบลุกขึ้นจากม้านั่งหินอ่อน แล้วถามขึ้นมาทันทีว่า
“เกิดอะไรขึ้น? ใอะไรกันมาวะ?”
แฮ็มกะแป็งตอบว่า “เมื่อกี้ตอนไปตามลุงคมที่ห้องนักการ ไปเจองูตัวใหญ่มหึ น่ากลัวมาก”
อาเธอร์พยายามจะเล่าต่อ “สีเหลืออองงง ยยยดดดำ...อี๋ย์...ลา...ย..งู”
“ฮ้า งูหรือ? งูอะไร? ตัวใหญ่แค่ไหน?” บุ๋นถามด้วยความตื่นเต้น
แฮ็มกะแป็งกลืนน้ำลายก่อนตอบ “ตัวยาวประมาณ 2-3 เมตรได้มั้ง แล้วก็ตัวบึ้กใหญ่มาก ขนาดเสาที่โรงเกษตรเลย”
แฮ็มกะแป็งพูดถึงแปลงเกษตรใกล้โรงจอดรถ ที่โรงเรียนสร้างไว้สำหรับการศึกษาเกษตรกรรม
อาเธอร์กางแขนทั้งสองออกแสดงความยาวของงูประกอบกับคำอธิบายของแฮ็มกะแป็ง
“เอ๋ออ ใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือวะ โคตรน่ากลัวเลย แล้วมันไปไหนแล้วล่ะ?” บุ๋นถามด้วยความตื่นเต้น
“ลุงคมจับใส่ถุงกระสอบไปทิ้งแล้ว” แฮ็มกะแป็งบอก
“แหมถ้าเราไปด้วย จะจับให้ดูเลย งูตัวใหญ่แบบนี้จับง่าย” ทั้ง ๆ ที่กลัวงูเหมือนกัน บุ๋นก็ยังอุตส่าห์อยากโม้อีก
แฮ็มกะแป็งว่า “จับได้ง่าย ๆ ที่ไหนล่ะ น่ากลัวจะตาย แค่เห็นก็มือไม้อ่อนแล้ว ถามอาเธอร์ดูสิ”
“แค่งูเท่านั้น มึงมันไม่รู้อะไร กูนี่แหละเคลียร์ปัญหาได้ทุกเื่”
“มึงไม่สร้างปัญหา กูก็ว่ามึงสุดแล้วล่ะ ไม่ต้องไปเคลียร์ปัญหาทุกเื่หรอก” แฮ็มกะแป็งหยอกกลับแล้วสั่นหัว
“กูนี่นะสร้างปัญหา? แหมดูถูกไปแล้ว นี่นี่ พวกเราดู โครงการอัจฉริยะโปรเจ็คใหม่” แล้วบุ๋นก็เอาภาพวาดผังโครงสร้างที่วาดขึ้นเองหยาบๆ ให้พวกเพื่อนๆ ดู “นี่ไง โครงการโซล่าเซลหุ่นยนต์รดน้ำแปลงเกษตร”
“เป็ยังไงวะโครงการนี้? ลองว่ามาให้ฟังซิ”
แฮ็มกะแป็งดูแผนผังที่บุ๋นวาดขึ้นด้วยความสนใจ บุ๋นมักมีความคิดใหม่ ๆ ให้พวกเพื่อน ๆ รู้สึกทึ่งเสมอ ถึงแม้ว่าจะโม้ได้ทุกเื่ แต่ก็เก่งจริงอยู่หลายเื่เหมือนกัน
แฮ็มกะแป็งเปิดประตูห้องกิจกรรมออก แล้วนำเพื่อนอีกสองคนเข้าไปในห้อง ทั้งสามคนช่วยกันเปิดหน้าต่าง ก่อนจะนั่งลงรวมกันที่โต๊ะกิจกรรมกลางห้อง บุ๋นหยิบโครงงานที่ร่างค้างไว้ออกมาวางให้เพื่อนดูบนโต๊ะ พร้อมเริ่มการบรรยาย
“พูดถึงโครงการแปลงเกษตรของพี่หวันน่ะ มีปัญหาเื่ไม่มีใครรดน้ำให้ในวันหยุดใช่ไหมล่ะ?”
“ก็ลุงคมกับอาจารย์วิชชาช่วยรดให้อยู่ไง” แฮ็มกะแป็งบอก พอพูดเสร็จก็นึกขึ้นมาได้ว่าไม่สมควรทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเพราะโครงการของพวกเรา
“ก็นั่นแหละ ก็มึงบอกไม่อยากไปรบกวนอาจารย์ไง แล้วก็ทำให้ลุงคมหน้าบูดลงทุกวันที่เราคิดจะทำกิจกรรมอะไรเพิ่ม มึงว่าไหมล่ะ? ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร อาจารย์วิชชากับลุงคมต้องมาซวยรับงานแทนพวกเราทุกที”
อาเธอร์พยักหน้า ยิ้มแฮ่ะ ๆ แต่พูดตามคนอื่นไม่ทัน ได้แต่ฟังเขาพูดไปเรื่อย ๆ ในใจก็แวบไปคิดถึงเ้างูเหลือมสีเหลืองลายน้ำตาลไหม้เมื่อสักครู่นี้
“มีแต่โครงการที่กูคิดนี่แหละที่ไม่สร้างความเดือดร้อน มีแต่ช่วยแก้ปัญหา” บุ๋นวกเข้าชมตัวเองจนได้
“เออ มึงเก่ง ไหนลองขยายความซิว่า ไอ้หุ่นยนต์โซล่าเซลรดน้ำนี่มันเป็ยังไง?”
“พวกมึงดูนี่ เห็นแผงข้างบนนี่ไหม เป็แผ่นรับแสงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งจะส่งพลังงานไปปั่นน้ำเข้าท่อ เราจะทำท่อให้ลาดเท น้ำจะได้ไหลลงไปเอง ท่อจะต่อยาวไปทั้งแปลงเกษตร ท่อน้ำจะเจาะรูเป็่ ๆ ให้น้ำไหลเข้ามารดแปลงผัก”
“เออ ไอเดียเจ๋งดีนี่หว่า แล้วทำไมต้องใช้แสงดวงอาทิตย์ ก็มีมอเตอร์ปั่นน้ำอยู่แล้วนี่?” แฮ็งกะแป็งถามขึ้น
“แหม มึงก็ไม่ค่อยฉลาด มา...กูจะบอกให้ หนึ่งนะ การใช้พลังงานสุริยะ ประหยัดไฟฟ้าให้โรงเรียน” บุ๋นตอบอย่างคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง
แฮ็มกะแป็งนึกคำนวณ “แล้วต้องไปเสียเงินสร้างแผงอะไรนี่เลย ต้องลงทุนเท่าไรวะ? แพงกว่าค่าไฟอีก”
บุ๋นสั่นหัวช้า ๆ “นี่ไง ที่กูบอกว่ามึงไม่ค่อยฉลาดก็อย่างนี้แหละ การทำแผงสุริยะน่ะ ลงทุนครั้งเดียว แต่ได้ผลระยะยาว แล้วสำคัญอยู่ที่ข้อสอง ปัญหาอยู่ที่เราก็ไม่อยากรบกวนอาจารย์วิชชากับลุงคมในวันหยุดใช่ไหม พลังงานแสงสุริยะมันก็บอกอยู่แล้วว่ามันจะมีพลังงานก็ต่อเมื่อมีแสงสุริยะ”
แฮ็มกะแป็งฟังบุ๋นแจกแจงไอเดียอย่างตั้งใจ “แล้วยังไงต่อนะ?”
บุ๋นยืดอกขึ้น “ที่ตั้งแปลงเกษตรน่ะ แดดส่องตอนเช้า พอแดดส่อง น้ำก็ไหลมาแล้วรดไปที่แปลงผักเอง ไม่ต้องใช้คน พวกมึงดูสิ อย่าว่าแต่วันหยุดไม่ต้องรดเองเลย วันธรรมดาก็ไม่ต้องรด เพราะแสงแดดมีทุกวัน”
“เออ เจ๋งว่ะ เจ๋ง เจ๋ง”
แฮ็มกะแป็งดีใจมาก จับคอบุ๋นเขย่าเบา ๆ ด้วยความประทับใจ รู้สึกทึ่งในความสามารถเชิงวิทยาศาสตร์และพาณิชย์ของบุ๋นมาก พลางนึกในใจว่า
“ไอ้บุ๋นนี่มันเด็กอัจฉริยะหรือเปล่าวะ? อายุก็น้อยกว่า เก่งกว่าเราตั้งเท่าไรนี่?”