
คาร์ลเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียพิษภายในร่างกายของเขายังคงทำงานอยู่แขนขาของเขาอ่อนแรงลงไม่มีกำลังจะทำอะไรนอกจากนั่งกุมาแพิงกำแพงเท่านั้นแต่เขาก็ยังฝืนตอบคำถามของแคเรนที่นั่งรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“เพราะถ้าปล่อยข้าให้รอดชีวิตอาจกลายเป็ภัยคุกคามได้มากกว่าดอว์นครับ”
“แค่พลังมากกว่าเท่านั้นไม่ใช่หรือยังไงองค์ราชินีก็มีพลังมากกว่าแปดตระกูลรวมกันเสียอีก”
คาร์ลชั่งใจอยู่พักใหญ่ไม่แน่ใจว่าควรพูดหรือไม่แต่การเล่าให้แคเรนรับรู้ไว้อาจช่วยให้เธอยอมรับได้ง่ายขึ้น
“เพราะนอกจากจะรับพันธะไอรอนบอนด์จากราชวงศ์แอนเชสก้าได้แล้วข้าก็ยังสามารถรับพันธสัญญาทาสจากราชวงศ์มอนเฟอร์เลสแห่งอาณาจักรครอสวูดได้อีกด้วย”
“หมายความว่ายังไง”น้ำเสียงของแคเรนบ่งบอกว่าประหลาดใจ เธอรีบถามเขา “ข้าเคยอ่านเจอว่าพันธสัญญาทาสของราชวงศ์มอนเฟอร์เลสใช้ได้เฉพาะกับคนที่เป็เผ่าพันธุ์ดั้งเดิมในอาณาจักรครอสวูดเท่านั้นมิใช่หรือแล้วพันธสัญญาทาสนั่นก็ทำให้เกิดกองทัพะด้วย”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำได้จริงหรือไม่แต่คนที่บอกเื่นี้กับข้าก็คือท่านแรนดัล พาฟเนอร์”
“ก็หมายความว่ายังไม่มีหลักฐานว่าทำได้จริงถูกต้องมั้ย”
“แต่องค์ราชินีเชื่อว่าทำได้และมองเห็นข้าเป็ภัยคุกคามครับ”
แคเรนผงะถอยหลังลงนั่งกับพื้นข้างๆคาร์ลอย่างหมดแรง รู้สึกเหมือนมีแต่ปัญหาซ้อนทับเข้ามาไม่หยุดบรรยากาศในห้องขังตึงเครียดลง คาร์ลเห็นแคเรนไม่ยอมพูดอะไรเลยจึงเป็ฝ่ายเริ่มบทสนทนา
“ตอนนี้เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน”คาร์ลกล่าวพลางมองไปที่เข็มขัดของเขาแล้วจึงเรียกแคเรนเสียงแ่ “ท่านหญิงหยิบถุงผ้าที่เอวข้าไป”
แคเรนแก้เชือกถุงผ้าที่มัดติดกับเข็มขัดของคาร์ลก่อนจะเปิดถุงออกดูนอกจากเหรียญทองที่ใช้เป็เบี้ยซื้อของแล้วก็ยังมีขวดแก้วทรงกระบอกขนาดเท่านิ้วชี้ใส่รวมอยู่ด้วยคาร์ลกล่าวกับเธอ
“ขวดแก้วนั่นใส่ยาพิษที่ตระกูลดาทนอร์ธให้มาใช้เคลือบที่คมดาบเพื่อฆ่ากองทัพะได้”
แคเรนมองดูขวดแก้วใสบรรจุของเหลวสีแดงก่อนจะถามขึ้น“ยาพิษหรือ ทำจากอะไร”
“ยาพิษของตระกูลดาทนอร์ธไม่เคยเปิดเผยสูตรให้ใครรู้พวกเขาเรียกมันว่ายาคืนชีวิต”
“ถ้างั้นก็ใช้เป็ยารักษาได้น่ะสิ”
“กองทัพะมีร่างกายที่เหมือนศพเพราะตายไปแล้วแต่ทุกครั้งที่ถูกทำร้ายร่างกายจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในสภาพเหมือนตอนที่พึ่งตายใหม่ๆ ”
แคเรนนึกภาพตามก่อนจะเปิดจุกขวดเพื่อดมกลิ่นของมันดูกลิ่นของมันเหม็นคาวแต่เหมือนจะถูกกลบด้วยกลิ่นสมุนไพรฉุนจมูกเธอรีบเอาขวดออกห่างจากจมูกแล้วปิดฝาเหมือนเดิมก่อนจะกล่าวกับคาร์ล
“ข้าเคยเห็นศพของกองทัพะที่ถูกคมดาบอาบยาคืนชีวิตแทบไม่ต่างจากตอนที่พวกมันขยับเขยื้อนได้เลย ผิวสีซีดแต่มีรอยคล้ำเป็จ้ำเหมือนศพเพียงแต่พวกมันลุกขึ้นไม่ได้เท่านั้นเอง”
“ที่จริงอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจสมอง เส้นเืของพวกกองทัพะหยุดทำงานไปแล้ว พันธสัญญาทาสของราชวงศ์มอนเฟอร์เลสจึงควบคุมพวกเขาได้เหมือนหุ่นเชิดและช่วยซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้คงสภาพเดิมแต่ไม่ได้ทำให้อวัยวะเ่าั้ทำงานดังนั้นไม่ว่าได้รับความเสียหายแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเจ็บและไม่มีผลต่อชีวิต ต่างกับยาคืนชีวิตที่กระตุ้นการทำงานของอวัยวะสำคัญที่ว่าให้ทำงานอีกครั้งได้ชั่วคราวดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังได้รับยาคืนชีวิตจึงซ่อมแซมไม่ได้”
แคเรนทำหน้าเหยเกก่อนจะเตือนอีกฝ่าย“พันธสัญญาทาสของราชวงศ์มอนเฟอร์เลสนี่น่ากลัวพิลึกต่อให้รับได้เ้าก็คงไม่คิดจะรับหรอกใช่มั้ย ใครจะอยากเป็หุ่นศพเดินได้”
“ที่ข้าจะบอกก็คือยาคืนชีวิตใช้รักษาาแไม่ได้ครับ”
“จริงด้วยข้าถามค้างเอาไว้นี่นา”
แคเรนยิ้มแหยในขณะที่คาร์ลส่ายหน้าก่อนจะวนกลับเข้าเื่เดิม
“ท่านหญิงเคลือบยาคืนชีวิตไว้บนคมดาบสั้นของท่านและของข้าด้วยแล้วค่อยเดินดูรอบๆ ว่าสามารถทำลายอาคมที่มองไม่เห็นนี่ได้มั้ย”
“เข้าใจแล้วเ้านอนพักสักหน่อยเถอะ”
ั์ตาของคาร์ลมองเห็นภาพตรงหน้าเลือนรางมาได้สักพักแล้วเขาเริ่มคุมตัวเองให้มีสติได้ยากขึ้นภาพสุดท้ายที่เห็นก็คือแคเรนกำลังนั่งเคลือบยาคืนชีวิตไว้บนคมดาบก่อนที่ฉากสีดำจะแทรกเข้ามาทำให้เขาไม่รับรู้อะไรอีก
ไกอัสควบม้าให้ลากรถลงเขามาและออกเดินทางไม่หยุดผ่านเมืองโซน่าซึ่งเป็เป้าหมายในครั้งแรกเมืองโซน่าในยามเช้าตรู่คึกคักไปด้วยพ่อค้าที่มาจากต่างถิ่นมีของหายากแปลกตามากมายวางให้เห็นบนแผงขายของ แต่ไกอัสยังไม่มีเวลาสนใจจุดหมายเดียวในตอนนี้คือคฤหาสน์สตรองวอลล์
เมื่อรถม้าวิ่งผ่านประตูเมืองออกไปก็จะเข้าเขตพื้นที่ชายแดนตระกูลสตรองวอลล์เป็ผู้ดูแลกองทัพทางบกที่คอยปกป้องดินแดนทางทิศเหนือและทิศตะวันออกดังนั้นจึงมีการตั้งด่านตามแนวชายแดนโดยมีกองทัพลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืนตระกูลสตรองวอลล์เน้นลาดตระเวนทางเหนือ เพราะทางทิศตะวันออกมีตระกูลฮาฟก้าคอยช่วยดูแลอยู่
คฤหาสน์ของตระกูลสตรองวอลล์ตั้งอยู่ที่ชายแดนทางทิศเหนือซึ่งห่างจากกำแพงเมืองโซน่าไปราวสิบกิโลเมตรและอยู่ก่อนถึงโกดังท่าเรือที่เป็ด่านตรวจสอบเรือสินค้าและคนเข้าเมืองไกอัสควบม้าลากรถม้าเปล่ามาจอดยังหน้าประตูรั้วคฤหาสน์ของตระกูลสตรองวอลล์ก่อนจะะโลงจากหน้ารถแล้วถือป้ายแทนราชวงศ์เข้าไปหาทหารยามที่ยืนเฝ้าประตูรั้วอยู่
“ช่วยไปรายงานท่านเอเคอร์สตรองวอลล์ ว่าท่านหญิงแคเรนถูกลักพาตัวระหว่างเดินทางมาที่นี่”
ทหารยามเห็นป้ายแทนราชวงศ์ก็รีบคุกเข่าลงแล้วก้มหน้าตอบไกอัสเสียงดัง“เชิญท่านเข้าไปข้างในครับ”
ทหารยามลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินนำไกอัสเข้าไปในคฤหาสน์
คฤหาสน์ตระกูลสตรองวอลล์สร้างจากอิฐปูนสีขาวมุงหลังคาสีแดงภายในตกแต่งคล้ายคฤหาสน์ตระกูลอีสตันบูลเมื่อเดินตรงไปตามระเบียงทางเดินซึ่งขนาบข้างไปด้วยประตูก็จะเข้าสู่ประตูห้องใหญ่ที่สุดซึ่งเป็ห้องรับแขกของคฤหาสน์นั่นเอง
เอเคอร์สตรองวอลล์ เป็ชายวัยกลางคนร่างกำยำ ใบหน้ามีร่องรอยไหม้ของแดดผิวของเขาคล้ำและมีรอยแผลบางจุดแสดงถึงความน่าเกรงขามในฐานะจอมทัพในสนามรบผมสีบรอนด์น้ำตาลเส้นใหญ่และแห้งกร้าน เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงกลางติดกำแพงในสุดของห้องโดยมี ทากัส สตรองวอลล์ซึ่งเป็ลูกชายมีใบหน้าคล้ายกับเขาแต่อ่อนเยาว์กว่ามากนั่งอยู่ฝั่งขวาส่วนฝั่งซ้ายตรงข้ามกับทากัสเป็ที่นั่งของชายวัยกลางคนในชุดสุภาพซึ่งน่าจะเป็แขกของพวกเขา
สีหน้าของเอเคอร์บ่งบอกว่าไม่พอใจในความไร้มารยาทแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นป้ายแทนราชวงศ์และคนที่ถือป้ายก็คือไกอัสซึ่งนับตามศักดิ์แล้วตระกูลสตรองวอลล์อยู่ใต้บังคับบัญชาของตระกูลชาฟเวิร์น และโรลลัน ชาฟเวิร์นก็เป็พี่ชายแท้ๆ ของเอเคอร์อีกด้วย
“ขออภัยท่านอาด้วยที่ต้องใช้วิธีนี้เข้าพบข้ามีเื่ด่วนจริงๆ ครับ” ไกอัสกล่าวขึ้น“ท่านหญิงแคเรนที่ควรจะเดินทางมาที่นี่ตามคำสั่งขององค์ราชินีถูกลักพาตัวไประหว่างทางครับ”
“ว่าไงนะแล้วทำไมไม่รีบบอก”เอเคอร์เสียงดังด้วยความร้อนใจก่อนหันไปคุยกับชายวัยกลางคนที่เป็คนนอก“ท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้ามีเื่ด่วนต้องหารือ”
ชายวัยกลางคนโค้งคำนับให้ก่อนขอตัวเดินออกจากห้องไปเมื่อคล้อยหลังเขาไปแล้ว เอเคอร์จึงหันไปคุยกับไกอัส
“คนเมื่อกี้เป็คนส่งข่าวจากค่ายชายแดนตอนนี้ ชาร์ลส์กับดอว์น วอเตอร์พรูฟ กำลังจัดการกับกองทัพะกลุ่มใหญ่ที่บุกชายแดนอยู่เราสลับเวรกันเฝ้าน่ะ”
“สถานการณ์ชายแดนเป็ยังไงบ้าง”
“ไม่น่าห่วงหรอกฝ่ายเราได้เปรียบเื่ตั้งรับอยู่แล้ว ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเ้าไม่เคยผิดพลาดในหน้าที่ขนาดนี้”
“ท่านหญิงมีพ่อบ้านมาด้วยข้าก็เลยออกไปสำรวจพื้นที่เพื่อหาจุดค้างแรม แต่กลับมาอีกทีทั้งคู่ก็หายไปแล้วร่องรอยขาดหายไปบนเขาครับ”
“บนเขาหรือใกล้บึงน้ำตกหรือเปล่า”
“ท่านอาเคยพบเบาะแสอะไรงั้นหรือครับ”
“เคยมีรายงานว่าพบมือสังหารจากกองทัพะแถวนั้นบ่อยข้าเคยให้คนไปสืบอยู่ ห่างจากจุดนั้นไปทางตะวันออกเฉียงหนือสิบกิโลจะเข้าเขตชายแดนอาณาจักรครอสวูดข้าก็เลยส่งกองทัพเข้าไปแบบโจ่งแจ้งไม่ได้”
“ท่านช่วยชี้สถานที่ในแผนที่ได้หรือไม่ข้าจะไปช่วยท่านหญิงเอง”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้แจ้งตระกูลเซาธ์เทินเบิร์กให้เข้าไปสอดแนมดูก็เลยรู้ว่าพวกนั้นตั้งฐานลับใต้ดินเอาไว้บริเวณนั้น หลังเขาตรงนั้นเป็เหวสูงถ้าเป็พวกกองทัพะก็สามารถผ่านเข้าออกได้โดยไม่ต้องกลัวตกเหวตายและบริเวณนั้นมีต้นไม้ช่วยอำพรางเยอะก็เลยลักลอบเข้ามาได้ง่าย”
เอเคอร์อธิบายในขณะที่ทากัสกำลังกางแผนที่ลงบนโต๊ะตรงหน้าตัวเองเอเคอร์จึงลุกเดินจากเก้าอี้ไปที่โต๊ะของทากัสก่อนชี้นิ้วลงบนจุดหนึ่งในแผนที่ไกอัสรีบเดินเข้าไปดูด้วยกัน
“ตรงนี้คือฐานที่ว่าข้าจะให้ทากัสไปกับเ้าด้วย แต่คงส่งทหารของเราเข้าไปไม่ได้ถ้าเป็ปัญหาระหว่างประเทศขึ้นมาพวกทหารจะเดือดร้อนไปด้วย”
“เท่านี้ก็ช่วยได้มากแล้วครับขอบคุณท่านอา”