> เฟิร์ส
หลังจากคุยเื่ไวรัสตัวใหม่วันนั้น ผ่านมาสองสัปดาห์เื่ก็ยังไม่จบง่าย ๆ โรคระบาดโหมกระหน่ำรุนแรง แพร่ลามจากประเทศหนึ่งไปยังประเทศหนึ่งไม่มีท่าทีสงบ ข่าวจากจีนซึ่งเป็ต้นธารการระบาดไม่สู้ดีนัก อาการติดเชื้อแสดงออกคล้ายหวัด มีไข้ ไอ น้ำมูก เชื้อสามารถลามไปยังปอดได้รวดเร็ว ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก
จอโน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงานแสดงภาพประชาชนจีนจำนวนมากเบียดเสียดหน้าโรงพยาบาล ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งนอนตามม้านั่งหน้าโรงพยาบาลรอคอยคิวตรวจรักษา บางเมืองถึงกับ lock down ปิดตายทั้งเมือง ห้ามคนเข้าออกจากที่พัก
ถนนหนทางคล้ายกับเมืองร้าง มีเพียงรถพยาบาลและรถทหารได้รับอนุญาตให้วิ่ง บางเมืองต้องเปิดโรงพยาบาลสนาม โดยสร้างอาคารขึ้นใหม่เพื่อแยกผู้ติดเชื้อจากชุมชน
แพทย์ พยาบาล และเ้าหน้าที่โหมทำงาน การรักษาทำได้เพียงเยียวยาตามอาการ เพราะยังไม่มียารักษาโดยเจาะจง ชุด PPE* ถูกนำมาสวมใส่เสมือนคราวเกิดโรคระบาดร้ายแรงอย่าง SARS* หรือไข้หวัดนก การทำงานที่เคร่งเครียด แข่งขันกับเวลา ถูกปลุกเร้าด้วยอารมณ์รุนแรงของผู้ป่วย
ยิ่งไม่รู้จักโรคยิ่งก่อความหวาดกลัว ข้อมูลไม่ชัดเจนยิ่งตื่นตระหนก ความหวาดกลัวทำให้ทุกคนดิ้นรนเอาตัวรอด
ผมเลื่อนภาพหน้าจอไปเรื่อย ๆ เกือบบ่ายโมงแล้วข้าวยังไม่ตกถึงท้องด้วยไม่รู้สึกหิว ไอ้อีกลับกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน เพราะบริษัทระดมนักวิจัย ทีมวิชาการ และผู้ประสานงานเข้าไปพูดคุยเกี่ยวกับการระบาด มันแจ้นบินไฟลท์เช้าสุดทั้ง ๆ ที่มีอาการป่วย ส่วนไอ้แรกกลับไปั้แ่หลายวันก่อน ไม่แน่ว่าสัปดาห์นี้จะกลับเข้าเมืองไหม
เสียงเคาะประตูเบา ๆ เรียกผมคืนจากความคิดฟุ้งซ่านกระจัดกระจาย ไอ้นอร์ทโผล่หน้าเข้ามาหลังได้รับอนุญาต ผมนึกได้ว่าวันนี้มันไม่มาวอแวผมให้เลี้ยงข้าว มันไม่มาเกาะแกะผมเลยด้วยซ้ำตลอดเช้า ซึ่งผิดวิสัยคนอย่างมันเอามาก ๆ
“อาจารย์เจษให้มาถามว่าพี่เฟิร์สพอจะไปช่วยที่ร้านยาบ่ายนี้ได้มั้ย คณบดีเรียกประชุมภาคคลินิก* กับภาคชุมชน* อ่า”
“อะได้ บ่ายนี้ไม่มีแล็บ”
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมกลับไปบอก” ท่าทางเซื่อง ๆ ดูไม่เข้ากับคนดีด ๆ อย่างไอ้นอร์ท มันตีหน้าเศร้า ตาลอย
“นอร์ท เป็ไรหรือเปล่าเรา ดูเหมือนิญญาออกจากร่างเลยว่ะ”
“นิดหน่อยพี่ แต่ก็ไม่เป็ไร คงไม่มีอะไรหรอก มันก็ไม่มีอะไรั้แ่แรกอยู่แล้วนี่นะ”
“อะไรของมึง นี่พูดกับกูหรือบ่นกับตัวเอง ฟังไม่รู้เื่สักอย่าง”
สรรพนามที่ใช้เปลี่ยนไปเหมือนเมื่อครั้งยังเป็นักศึกษา ครั้งเป็พี่รหัสน้องรหัส ผมระมัดระวังการใช้สรรพนามทุกครั้งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น พยายามเรียกมันว่าคุณบ้าง อย่างร้ายก็แค่เรา และแทนตัวเองว่าผมหรืออาจารย์
“กินข้าวยัง ละเมื่อคืนมึงบอกจะไปนอนที่ห้องกู พอไอ้แรกกลับด่วนมึงก็เลยหายหัวเลยงี้”
“ครับ”
“ครับอะไร เื่ไหน กูถามไปตั้งหลายอย่าง”
มันไม่ตอบคำถาม เดินนำหน้าไปร้านยาของคณะ
“อ้าว อาจารย์เป็หนึ่งมาพอดีเลย ดีใจมาก ๆ ค่ะที่ได้เจอ”
หญิงสาวผู้มากับฟ่างวันก่อนปรี่เข้ามาทัก ทั้ง ๆ ที่ผมไม่อยากเจอ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมพยายามทำให้คลื่นในใจผมสงบ เพียรเยียวยาตัวเองจากภาวะแตกสลาย
“ครับ มีอะไรให้ช่วยครับ”
“จะถามถึงฟ่างอะค่ะ อาจารย์ได้ติดต่อบ้างมั้ย คนเขาห่วงกันแทบจะทั้งบริษัทละมั้ง ปกติก็เล่นโซเชียลน้อยมากอยู่แล้ว มีแต่อีเมลกับไอจี ไอจีก็นานน้านลงที นี่บริษัทยังไม่รู้เลยว่าจะรับออกมาได้เมื่อไหร่”
“อะ ครับ ผมไม่ได้ติดต่อเขาเลยครับ เขาเป็เพื่อนสมัยมัธยม ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้น”
ผมไม่ชอบพูดโกหก จึงได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยครึ่งประโยคแรกก็ไม่ได้โกหกล่ะวะ
“อ้าว งั้นอาจารย์ก็ยังไม่รู้สิคะว่าไฟลท์ที่ฟ่างบินครั้งสุดท้ายคือไปจีน แล้วก็เกิดโรคระบาดพอดี ทั้งกัปตันและลูกเรือของเราทั้งหมดเลยติดอยู่โน่น”
ผมไม่แน่ใจว่าแสดงสีหน้าอย่างไร รู้ตัวอีกทีคือคุณผู้หญิงคนนี้จับมือเขย่า
“อาจารย์ อาจารย์คะ เป็ไรมั้ยคะ เงียบเลย อาจารย์ตามไอจีฟ่างหรือได้เมลคุยกันบ้างมั้ยคะ”
“อะ ไม่ครับ ผมไม่..”
“อย่าบอกนะคะว่าไม่มีไอจี คนตามฟ่างเยอะมากเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยลงรูปตัวเอง จริง ๆ ถ้าลงคงได้ยอดฟอลเพิ่มอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่อย่างว่าเนอะ เค้าถ่ายรูปสวย เห็นรับจ็อบถ่ายให้เว็บด้วยอะ แต่ไม่เห็นเคยขายรูปในไอจีเลย อาจารย์เอาโทรศัพท์มาสิคะ เดี๋ยวกดฟอลให้”
ผมเหมือนคนไม่มีสติ ใครบอกให้ทำอะไรก็ทำ เขาขอโทรศัพท์ก็ยื่นให้ เหมือนโดนมอมยาแล้วพาไปรูดทรัพย์อย่างนั้นแหละ
ff_nachol
ไม่มีรูปตัวเองจริงด้วย มีแต่รูปคล้าย ๆ กัน คือต้นไม้ริมสายน้ำ
Hangung_Seoul
Otaru_Hokkaido
Zhangjiajie_Hunan
Thames_London
La Seine_Dijon
LA River_US
Paramatta_Sydney
ผมเลื่อนผ่านมาอีกหลายรูป จนถึงรูปแรกที่เขาเอาลง
ไม่มีชื่อภาพ แต่ผมจำได้ดี
ต้นไม้และแม่น้ำสายนั้น
รูปเดียวกับที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ผมมาตลอด
และใช่ ของเขาด้วย
PPE* : Personal Protective Equipment อุปกรณ์ที่ใส่เพื่อป้องกันอันตรายจากการทำงาน ในที่นี้หมายถึง ชุดของบุคลากรทางการแพทย์ที่ใส่เพื่อป้องกันตัวเองจากน้ำมูก น้ำลาย เื หรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ ที่มาจากผู้ป่วยติดเชื้อ จะต้องสวมชุดสูทชิ้นเดียว หมวก ถุงมือ ถุงเท้า แว่นตา สวมมาสก์ที่สามารถป้องกันละอองเล็กมาก ๆ ได้และหน้ากาก หลังจากใส่แล้วต้องแน่ใจว่าไม่มีช่องว่าง หรือรูรั่วที่อาจทำให้เชื้อโรคขนาดเล็กเล็ดลอดเข้าไปได้ อาจต้องปิดทับตามรอยต่อต่าง ๆ ด้วยเทปอีกครั้ง
SARS* : Severe Acute Respiratory Syndrome โรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันและรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัส ผู้ป่วยมีอาการทางระบบหายใจกับทางเดินอาหาร ทำให้หายใจลำบากและท้องเสียอย่างรุนแรงร่วมด้วย ติดต่อจากคนสู่คน โดยการััน้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ที่ออกมาจากตัวผู้ติดเชื้อ
ภาคคลินิก* : ภาควิชาเภสัชกรรมคลินิก เป็ภาควิชาที่มีการเรียนการสอนเื่การใช้ยา และอาการข้างเคียงของยา โดยก่อนจะเรียนเื่ยา นักศึกษาต้องมีความรู้เื่การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพราะต้องนำความรู้เื่ยาไปรักษาความผิดปกติของระบบนั้น ๆ และป้องกันมิให้ยาทำลายระบบอื่น ๆ
ภาคชุมชน* : ภาควิชาเภสัชกรรมชุมชน เป็สาขาที่กว้างมาก ๆ เพราะมีการเรียนการสอนหลาย ๆ แขนง ทั้งเื่การบริหารจัดการระบบ ทำอย่างไรให้ยาไปถึงคนไข้อย่างปลอดภัย คนไข้ไม่ขาดยา รวมถึงแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้ยาแบบผิด ๆ อาทิ ใช้ยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อจนทำให้เชื้อโรคดื้อยา การซื้อยาอันตรายมากินเอง เชื่อมโยงไปจนถึงพฤติกรรมของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับยา ดังนั้นภาควิชานี้จึงอาศัยความรู้ด้านสังคมวิทยา กับมานุษยวิทยาค่อนข้างมาก
©©©