จุ๋มกับชัยสบตากันครู่เดียว จุ๋มก็เดินออกไปจากบ้านของป้าแก้ว "จุ๋ม" ชัยเรียกชื่อเธอแล้วรีบเดินตามออกไป "จุ๋ม อย่าเพิ่งไป" เขาเดินไปคว้าแขนเธอไว้แต่เธอสะบัดออก เขาคว้าอีกครั้งแล้วดึงเธอเข้ามากอด เธอพยายามจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขน "ฟังผมก่อน คุณพจน์โทรติดต่อผมและเล่าให้ผมฟังเื่ของคุณ แต่พอผมติดต่อไปหาคุณพจน์อีกทีกลับติดต่อไม่ได้อีก ต่อมาก็ได้ข่าวว่าคุณพจน์ถูกลอบยิงเสียชีวิต ผมบอกถึงเหตุที่ไม่ได้รับสายคุณกับคุณพจน์ไปแล้ว คุณพจน์ก็รับปากว่าจะบอกให้คุณรู้ แต่ก็เงียบหายไป สามเดือนต่อมาผมก็ได้ยินข่าวว่าคุณพจน์เสียชีวิตไปกว่าสองเดือนแล้ว" ชัยพูดและกอดเธอไว้แน่นเธอก็น้ำตาไหลออกมา เธอก็ยังพยายามจะผลักดันเขาออกแต่ไม่เป็ผล "ปล่อยค่ะ ปล่อยจุ๋มเดี๋ยวนี้" ... "ไม่ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหายไปจากชีวิตผมอีก" ชัยพูดและยังกอดเธอไว้แน่นเหมือนเดิม น้ำตาเขาที่คลอเบ้าอยู่เริ่มล้นและไหลออกมา "คุณหายไปก่อน จุ๋มโทรหาหลายครั้งคุณก็ไม่เคยรับสายเลยสักครั้ง แล้ววันนี้จะกลับมามันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อจุ๋มลืมคุณไปแล้ว ปล่อยจุ๋มไปเถอะอย่ายุ่งกับชีวิตจุ๋มอีกเลย" เธอบอกเสียงแข็งมือก็ยังผลักเขาออก "ตอนนั้นผมเข้าฝึกคอมมานโด โดนยึดมือถือและห้ามโทรติดต่อภายนอก ไม่ว่ากรณีใดๆจนกว่าจะฝึกเสร็จ พอผมฝึกเสร็จก็เห็นเบอร์ของคุณโทรมาสามสิบกว่าสาย ผมรีบโทรกลับแต่เบอร์นั้นยกเลิกใช้บริการไปแล้ว ผมพยายามตามหาคุณไปทั่วทุกๆที่ ที่คุณเคยไปผมไปมาหมด แต่ผมไม่เจอแม้แต่เงาคุณผมทรมานใจที่สุด ั้แ่วันนั้นจนถึงวันนี้ผมไม่เคยเลยที่จะไม่คิดถึงคุณ" เขาพูดอย่างไม่ติดขัดแม้แต่คำเดียว เธอก็ผ่อนแรงการผลักดันลงคราวนี้เธอร้องไห้เสียงดังออกมา ฮือ ๆ ๆ คนในบ้านเดินตามออกมายืนดู ได้ยินทุกถ้อยคำที่ทั้งสองคุยกัน ขุนยืนยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาทั้งสองคน "ทางที่ดีควรจะปรับความเข้าใจกันนะครับคุณจุ๋ม อย่าให้เหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด มาขวางกั้นความรักที่มีต่อกันเลยจะดีกว่า เพราะอาจจะหมดโอกาสปรับความเข้าใจต่อกัน ถ้าวันหนึ่งต้องจากกันชั่วนิรันดร์" ขุนพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน เขาเดินเข้าไปนั่งคุยกับป้าแก้ว เื่ที่จะเอาสองแม่ลูกมาฝากไว้ชั่วคราว ป้าแก้วก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ให้ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างลูกหลาน
ขุนเรียกชัยไปคุยกันสองคน "อีกสามวันนายอำนวยก็จะเปิดบ่อนลอยน้ำแล้ว มึงเตรียมตัวพร้อมหรือยังวะ" ขุนถามก่อน "บัตรที่มึงให้กูมาสองใบ กูไปกับอาจ่าอย่างแน่นอน" ชัยตอบตามที่วางแผนไว้กับจ่าแช่ม "แต่มึงต้องพกเงินสดไปด้วยสามล้าน ตรงนี้แหละที่กูถามว่าพร้อมมั้ย" ... "เื่เงินพร้อมว่ะ อ่าจ่าจะเป็ผู้ติดตามเดินหิ้วเวิงินตามหลังกู" ขุนพยักหน้าแล้วถามต่อ แล้วไอ้พรานอะไรนั่น มึงคิดว่ามันเป็ยังไงวะ แต่กูรู้สึกคุ้นเคยกับมันเหมือนเคยเจอกันมาก่อน อีกอย่างท่าทางมันเหมือนไอ้รินเพื่อนกูที่ถูกยิง แล้วมันก็หายตัวจากไปเฉยๆ" ขุนบอกเพื่อน "กูก็ไม่รู้จักมันหรอก เจ๊วิภาแกบอกว่าผัวเก่าแก แต่แกถูกบังคับให้แต่งงานกับเฮียเล้ง เฮียเล้งเข้าโรงพยาบาลโดนพวกนายอำนวยตามเล่นงาน มันก็เข้าไปช่วยแล้วเฮียเม้งก็บอกข้มูลมันมา มันก็มาบอกกูกับคุณวิภาอีกที ตอนนี้กูรู้ที่เก็บกระดาษทำแบงค์ปลอมแล้ว จากคำที่มันบอก" ชัยร่ายยาว "แล้วมึงไปดูหรือยัง ว่ามีกระดาษอยู่จริงหรือเปล่า" ขุนซัก "มีอยู่จริงเกือบเต็มโกดัง กูกำลังจะเผาพอดีพวกมันเข้าไปในโกดังหลายคน กูก็เลยชิ่งหลบออกมาก่อน แล้วก็พาเจ๊กับลูกแกมาที่นี่แหละ" ทั้งสองคุยกันเข้าใจดีแล้วก็พากันเดินกลับไปบ้านป้าแก้ว กินข้าวกินปลากันเสร็จชัยขุนและพรานก็แยกย้ายกันกลับ ผู้หญิงก็อยู่บ้านป้าแก้วตามคำแนะนำของขุนและชัย
โกดังย่านปทุมธานี ขุนกับชัยกำลังเดินลัดป่าละเมาะไปยืนอยู่ข้างโกดัง ในมือถือแกลลอนน้ำมันขนาดห้าลิตรคนละแกลลอน ขุนยื่นแกลลอนให้ชัยือแล้วทำการสะเดาะกุญแจเข้าไปในโกดัง "ทำไมกระดาษเหลือไม่ถึงครึ่งวะ สงสัยพวกมันมาขนออกไปแน่ๆ" ชัยบอกเมื่อกระดาษหายไปเกินครึ่ง "มีแค่ไหนก็เผาแค่นั้นแหละว่ะ" ขุนพูดจบก็เปิดฝาแกลลอนราดน้ำมันไล่ไปจนหมดแกลลลอน ชัยก็ไม่รอช้าเช่นกันรีบราดอีกด้านจนหมดแล้วจุดไฟเผา จุดไฟเสร็จก็ไม่ได้รอดูผลงานทั้งคู่วิ่งออกกลับไปทางเดิน แล้วขับบิ๊กไบค์หายไปกับความมืด
พรานเข้าไปเอากุญแจห้องชุมเรือในบ้านของนายอำนาจที่ซื้อไว้ เขาแวะร้านเหล้าที่เคยมานั่งประจำ เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้ทำศัลยกรรมใบหน้า ถ้าเป็สมันนั้นเด็กๆก็จะรู้จักเขาดีในนามว่าริน แต่วันนี้เด็กพวกนั้นไม่รู้จักเขาเสียแล้วเพราะหน้าตาเปลี่ยนไป เขาก็เดินไปนั่งโต๊ะเดิมที่เคยมานั่งประจำ "รับอะไรดีครับพี่" พรานสั่งเบียร์และกับแกล้มสองอย่าง พนักงานเสิร์ฟรินเบียร์ให้แล้วก็ไปเสิร์ฟโต๊ะอื่นต่อ "คนของคุณอำนวยหาตัวคุณปรางเจอหรือยังวะ" ... "ยังไม่เจอทั้งแม่และลูกเลยครับ สารวัตร" เสียงคนคุยกันโต๊ะข้างๆทำให้พรานได้ยินค่อนข้างถนัดและชัดเจน "งั้นเอ็งบอกกับลูกน้องทุกคน ให้ช่วยกันระดมตามหาให้เจอ ถ้าเจอแล้วไม่ต้องแจ้งคุณอำนวย ให้พาตัวไปบ้านพักอั้วทั้งแม่และลูกเลยนะ" เป็คำสั่งของหัวหน้าสั่งลูกน้องคนสนิท "สารวัตรจะกักตัวไว้ทำไมครับ ทั้งแม่ทั้งลูก" ... "เอ็งนี่ถามโง่จริง ก็เก็บเอาไว้บำเรอกามสิวะ คนแม่แม้จะเกือบสี่สิบแต่ก็ยังน่าฟัด ส่วนคนลูกเพิ่งยี่สิบทั้งผิวพรรณหน้าตา และหุ่นเธอช่างน่านาบเสียจริงๆพูดแล้วมีอารมณ์ว่ะ" พรานนั่งฟังอย่างเงียบๆแล้วกระดกเบียร์เข้าปาก ""นายครับ ท่านสั่งให้ดทรหา" มีเสียงอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาบอก สารวัตรคนนั้นลุกขึ้นเดินออกไปผ่านหน้าโต๊ะที่พรานนั่งอยู่ ไอ้สารวัตรไชยยันต์ พรานพูดในใจ เรียกเด็กให้มาเช็คบิลจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็ออกไปจากร้าน เขาขับรถเก๋งมุ่งหน้าไปยังบ้านเช่าที่นายอำนาจพักอยู่
เสียงโทรเข้ามาขุนก็กดรับ "กูเองริน กระดาษที่หายไปจากโกดัง กูคิดว่ามันคงย้ายไปเก็บไว้ที่บ้านสองชั้นแถวรามอินทรา กม.4 หลังร้านเหล้า" พรานพูดจบขุนก็สวนมาทันที "มึงรู้ได้ไงว่ากูตามเื่กระดาษ รู้ได้ไงว่ามันขนย้ายไปไหน" ขุนถามด้วยความสงสัย "ร้านเหล้า นารีสีอำพัน แค่นี้แหละ" พรานวางสายโดยไม่ได้ตอบคำถามที่ถามมา ขุนพยายามกดโทรกลับแต่พรานเปลี่ยนซิมไปก่อนแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเป็โทรหาชัยแทน ทั้งสองก็นัดเจอกันที่ร้านเหล้านารีสีอำพันตามที่พรานบอก ส่วนพรานก็เข้าไปหานายอำนาจ "กุญแจดอกที่ว่า ใช่ดอกนี่หรือเปล่าผมเห็นแค่ดอกเดียวนี่แหละ" พรานควักกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกงส่งให้นายอำนาจดู นายอำนาจรับไปดูแล้วพยักหน้า "ใช่ดอกนี้แหละ" ชัยมองหน้านายอำนวยอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถาม "คุณอยากไปพักอยู่กับลูกเมียคุณหรือไม่" นายอำนาจเงยหน้า "อยากสิ แต่กลัวจะเป็เป้าสายตา เวลาเกิดการผิดพลาดอะไรขึ้นมา" พรานจุดบุหรี่สูบพ่นควันออก "ผมสังเกตุเห็นคนแปลกหน้ามาด้อมๆมองๆแถวนี้ และหน้าห้องก็เห็นก้นบุหรี่หลายมวน ผมคิดว่าคุณคงจะไม่ปลอดภัยถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อไป" พรานบอกไปตามที่สังเกตุเห็น "ชั้นก็ได้ยินนะ เมื่อวานมีคนมายืนคุยกันหน้าบ้านสองสามคน แต่ฟังไม่ถนัดว่าคุยอะไรกันชั้นก็เลยอยู่อย่างเงียบที่สุด แล้วนายคิดว่าจะให้ชั้นย้ายไปวันไหน" นายอำนาจถาม "ตอนนี้เลย" พรานขับรถพานายอำนาจออกไปจอดหลังบ้านที่ปรางและแม่พักอยู่ "คุณคอยอยู่ในรถก่อน เดี๋ยวผมมา" พรานไขกุญแจหลังบ้านเข้าไปสักพักก็พาสองแม่ลูกออกมาขึ้นรถ พอทั้งสามเจอกันก็กอดกันด้วยความดีใจ "ไปกันเถอะครับอยู่ตรงนี้นานนักไม่ดี" ปรางนั่งเบาะหน้าคู่กับพราน นายอำนาจกับเมียนั่งเบาะหลัง พรานขับรถพาทั้งสามไปทางอำเภอสามโคกปทุมธานี รถเลี้ยวเข้าไปในแปลงผักที่พ่อของพรานเคยซื้อไว้ ปัจจุบันพรานยกให้ลูกน้องคนสนิทของพ่อเขาเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ พรานจอดรถหน้าบ้านที่ปลูกอยู่เลยแปลงผัก เข้าไปอีกเกือบสองร้อยเมตร "นี่อาต้อยกับอาน้อย คนสนิทของพ่อผม" พรานแนะนำสองผัวเมียให้รู้จัก "คุณอำนาจ คุณวรรณ" เสียงของนายต้อยทักด้วยความใ "อ้าวต้อย นึกว่าใครที่ไหนเสียอีก" นายอำนาจทักทายตอบ "พวกคุณรู้จักกันหรือครับ" พรานถาม "รู้สิ ก็ต้อยเขาเป็คนขับรถให้คุณประมวล ตอนคุณประมวลตายต้อยก็โกรธพยายามจะตาไปยิงคุณไพฑูรย์ ชั้นก็เลยห้ามไว้เพราะไม่อยากให้เข้าไปตายฟรี" นายอำนาจตอบ "นายไพฑูรย์ ทำไมไม่เห็นอาต้อยเคยบอกผมเลยล่ะครับ" พรานถามต่อ "คุณประมวลพ่อของคุณพราน สั่งไว้ว่าไม่ให้บอกนี่ครับ เขาสั่งไว้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ห้ามบอกเบาะแสอะไรกับคุณเด็ดขาด ผมก็รับปากไม่กล้าบอกครับ ถึงจะถามตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะบอก ถ้าคุณอยากรู้ก็ลองถามคุณอำนาจเอาเถอะ" นายต้อยยังคงยืนกรานที่จะไม่บอก เพราะไม่อยากผิดคำพูดกับเ้านายเก่า แต่ถามนายอำนาจบอกหรือเล่าอะไรให้ฟัง ก็ถือว่าไม่ได้ผิดคำพูดแต่อย่างใด "เอาเถอะพราน ถ้านายอยากรู้อะไรชั้นจะบอกเท่าที่ชั้นรู้ แต่ต้องหลังจากที่นายกลับมาจากเรือสำราญอย่างปลอดภัยก่อน" พรานรู้สึกขัดใจพอสมควรแต่ก็ต้องทำตามคำที่เคยรับปากไว้ ว่าจะเอาทองแท่งไปวางบนโต๊ะในห้องรับแขก "คุณจะไปเรือสำราญที่พัทยาหรือคะ" ปรางถามพรานก็พยักหน้า "งั้นปรางขอไปด้วยได้ไหมคะ จะไปเอาของที่บ้านเพื่อนด้วยเป็ของสำคัญมากค่ะ" พรานหันไปมองหน้าคุณวรรณและนายอำนาจ เหมือนจะขอความเห็นแต่ก็ไม่ได้อะไรตอบกลับ "ผมว่าไปวันอื่นดีกว่ามังครับ เพราะคราวนี้ค่อนข้างอันตราย" พรานปฏิเสธ "แค่ไปส่งปรางที่บ้านเพื่อนก็พอค่ะ แล้วปรางจะรออยู่ที่นั่นรอจนกว่าคุณจะไปรับ" เธอบอกเหมือนยังไงก็จะไปด้วยให้ได้ "ก็ได้ครับ ผมจะไปวันนี้เลยคุณพร้อมหรือเปล่าล่ะ" เธอพยักหน้า "อาต้อยรบกวนเื่อาหารการกินด้วยนะครับ ไม่จำเป็อย่าออกไปข้างนอกกัน ถ้า้าอะไรเพิ่มเติมอาต้อยขับรถไปส่งแล้วให้อาน้อยลงไปซื้อ" นายต้อยรับปากแล้วพานายอำนาจกับคุณวรรณไปพักในห้องที่เตรียมไว้ให้" พรานก็ขับรถไปพัทยากับปรางสองคน "คุณก็เหมือนกัน ถ้าไม่จำเป็ก็อยากออกจากบ้านไปไหนเด็ดขาด เดี๋ยวเพื่อนคุณจะเดือดร้อนไปด้วย" เขาบอกเตือนเธอด้วยความหวังดี "กำหนดการในเรือวันไหนคะ" เธอถาม "อีกสองสามวันนี่แหละครับ" เขาตอบสั้นๆ "งั้นก็พักที่บ้านเพื่อนปรางก่อนก็ได้ค่ะ ไม่มีใครอยู่หรอกปรางซื้อต่อเพื่อนไว้นานแล้วแต่ยังไม่ได้โอน" เธอบอกเขา "คุณซื้อไว้ พวกนายอำนวยก็รู้น่ะสิ" พรานหันไปถามเธอ "ไม่มีใครรู้หรอกค่ะ และเพื่อนปรางคนนี้ก็ไม่มีใครรู้จักด้วย ตอนนี้นางไปทำสวนทุเรียนที่จันทบุรี แต่ก็ไปหลายปีแล้วหล่ะ" พรานพยักหน้าขับรถต่อไปโดยไม่ได้คุยอะไรกันอีก พอไปถึงบ้านที่ปรางซื้อต่อจากเพื่อน ทั้งคู่ก็เข้าไปในบ้านบนพื้นมีฝุ่นเกาะบางๆ เพราะไม่ได้อยู่นานไม่มีคนทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ก็คลุมพลาสติกไว้ เตียงนอนชั้นสองก็คลุมพลาสติกไว้เช่นกัน ปรางโทรตามคนรับจ้างทำความสะอาด พวกเขาพากันมาเกือบสิบคน ช่วยกันอย่างรวดเร็วไม่นานก็เสร็จ ปรางควักให้คนละพันแล้วแถมให้ค่าหมูกระทะไปอีกสามพัน คนรับจ้างทำความสะอาดก็ยิ้มกริ่ม ทำไม่ถึงสองชั่วโมงได้ค่าแรงหนึ่งพันใครๆก็ชอบ ปรางหยิบเหล้าในตู้โชว์มานั่งกินกับพราน ตรงโต๊ะรับแขกชั้นล่าง พรานปิดม่านมิดเปิดเฉพาะด้านที่มองเห็นทะเล เขาไม่เคยไว้ใจสิ่งรอบข้างอยุ่แล้ว และกลัวมีคนที่รู้จักปรางเห็นแล้วไปบอกนายอำนวยเพื่อรับรางวัล ทั้งสองกินกันไปคุยกันอย่างถูกคอ พอเืฉีดก็มีความรู้สึกที่ตรงกัน มันเป็เื่ธรรมดาของชายหญิงที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง อีกทั้งยังมีเหล้าเป็เครื่องกระตุ้นอีกด้วยแล้ว ทุกอย่างก็เป็ไปตามครรลองของมัน เขาสองคนก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ สุดท้ายก็จบด้วยการร่วมเรียงเคียงหมอนอย่างดูดดื่ม
ขุนขับรถเบนซ์ของจุ๋มเลี้ยวเข้าจอดที่จอดรถของโรงแรมหรู แต่เขาไม่ได้มาคนเดียวมีจุ๋มและกระแต่นักข่าวสาวมาด้วย ทั้งสามลงจากรถเดินเข้าไปในโรงแรมพร้อมกัน เปิดห้องสองห้องราคาสุดแพงมองเห็นวิวทะเล ทั้งสามขึ้นลิฟท์ไปยังห้องพักชั้นบนสุด พนักงานโรงแรมส่งถึงห้องใครห้องมันแล้วก็กลับไป ขุนก็โทรให้สองสาวเข้ามารวมอยู่ด้วยกันในห้องเดียว สองสาวต้องทำตามเพราะได้ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่า ถ้าขอตามมาจะต้องทำตามที่ขุนบอกทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ขุนกดโทรหารินครั้งนี้ติดต่อได้รินก็รับสายอีกด้วย "ตกลงมึงไม่ลงไปในเรื่อใช่หรือเปล่า งั้นมึงจัดการตามที่กูบอกให้ทีนะ เรียบร้อยยังไงก็โทรบอกกันด้วยล่ะ" ขุนขอให้รินช่วยบางอย่างก่อนวางหู แล้วชวนสองสาวลงไปหาอะไรกินกันตามสเต็ปที่จัดไว้แล้ว
ชัยกับจ่าแช่มก็มารถคนละคัน จ่าแช่มมารถเก๋งของแม่ชัย ส่นชัยขับบิ๊กไบค์มาคนเดียว เข้าเช็คอินในรีสอร์ทเล็กๆที่ไม่หรู้เท่ากับเกรดเอทั่วไป เข้าพักแล้วชัยก็ออกไปดูเส้นทางเผื่อหนีแทบทุกซอย และเลยไปดูเรือสำราญ ที่พวกเขาจะต้องเข้าไปในอีกสองคืนข้างหน้า เขายกกล้องส่องดูเรือเพื่อสำรวจคร่าวๆ ความจริงถ้าพวกเขาจะบุกไปโป้งปิดบัญชีนายอำนวยเลยก็ไม่ยาก แต่ภารกิจคือต้องสาวให้ถึงพวกนักการเมือง และข้าราชการที่อยู่เื้ัให้ได้ ต้องมีพยานและหลักฐานอย่างดิ้นไม่หลุด เป็เหตุที่ทำให้นายอำนวย ยังเดินลอยชายไปไหนมาไหนได้สบายจนทุกวันนี้
เวลาสองทุ่มกว่าๆ นักธุรกิจระดับกลางและระดับสูงทั้งหลายก็พากันลงเรือ รวมทั้งข้าราชการระดับผู้ใหญ่หลายคนที่ลงเรือไปด้วย พนักงานเรือก็สแกนตรวจอาวุธทุกคนและกระเป๋าทุกใบ ไม่มีใครสามารถนำอาวุธเข้าไปในเรือได้สักคน วัตถุที่เป็เหล็ก สแตนเลส ทองแดงทองเหลืองหรืออลูมิเนียม ก็ไม่สามารถผ่านเครื่องตรวจไปได้ มีเพียงกุญแจรถหรือรีโมทรถเท่านั้น ที่ทางเรือจะอนุโลมให้เอาเข้าไปได้ พรานติดหนวดปลอมเดินต่อแถ้วเข้าไปเพื่อรอการสแกน คนที่เดินนำหน้าสแกนแล้วเสียงดัง ตรวจเจอเป็กุญแจทองเหลือง พรานเลยควักกุญแจรถออกแล้วตรวจก็ผ่าน ทั้งที่ในกระเป๋ากางเกงมีทองคำแท่ง และกุญแจห้องประชุมที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ขุนก็พาสองสาวเดินเข้าไปในเรืออย่างไม่มีอะไรติดขัด ชัยก็เดินมาพร้อมกับชายสูงอายุผมสองสี มีหนวดยาวหิ้วกระเป๋าเดินตามมาด้วยอีกคน มีีทั้งชายและหญิงเดินทยอยลงเรือไปร่วมๆพันคน เมื่อลงเรือไปหมดแล้วเรือก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปในทะเล
"สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน บัดนี้ทางเรือสำราญของเรายินดีมาก ที่ทุกท่านให้เกียรติเข้ามาร่วมสนุกกัน และทางเรือจะขอเปิดทำการละเล่นที่จัดเตรียมไว้ ณ.บัดนี้ ขอบคุณมากครับ" เสียงโฆษกประจำเรือประกาศเปิดให้นักเล่นทุกคนเลือกเล่นกันตามใจชอบ เรือแล่นออกไปได้สักพัก "คุณจุ๋ม คุณอำนวยให้มาเชิญคุณเข้าไปหาหน่อยครับ" ไอ้ลม ลุยลาย มันพูดกับจุ๋มอย่างสุภาพที่สุดที่มันเคยพูดมาในชีวิต "ฝากบอกคุณอำนวยด้วยค่ะ ว่าไม่สะดวก" เธอตอบกลับไปอย่างสุภาพ "จะสะดวกหรือไม่ก็ต้องไป เพราะคุณอำนวยสั่งมาแล้วว่า คืนนี้คุณจะต้องไปอยู่คุยเป็เพื่อนเขา" จุ๋มส่ายหน้า "ไปหาคนอื่นเถอะค่ะ" พูดจบเธอก็กอดแขนขุนเหมือนเป็แฟนกัน ไอ้ลมไม่พอใจอย่างแรงที่เธอขัดใจเ้านายมัน มันก็คว้าข้อมือเธอดึงอย่างแรงจนเธอเซไปตามแรงที่มันดึง ขุนเตรียมตัวไว้แล้วดึงเธอกลับมา แล้วเตะอย่างแรงเข้าชายโครงมัน พลั่ก มันรีบปล่อยมือทันที ปึ้ก หมัดสวิงเข้าลิ้นปี่มันทำท่าเหมือนจะจุก ขุนก็ะโถีบสองตีนเข้าหน้าออกมาเต็มๆ อั้ก โครมมมมม มันเ๙ถอนหลังกรูดตามแรงที่ะโถีบ ไปกระแทกโต๊ะที่วางของล้ม แล้วตัวมันก็หงายท้องลงกลางฝูงชนที่กำลังเพิ่งจะเริ่มเล่นพนัน ไอ้ลมชักปืนออกมา "หยุดเดี๋ยวนี้" เสียงนายอำนวยตวาดดังขึ้น ไอ้ลมไม่กล้าเหนี่ยวไกปืนได้แต่ถือจ้องไว้แบบนั้น "มีเื่อะไรกัน ที่นี่มีแต่คนระดับสูงทั้งนั้นทำไมถึงมีกุ๊ยหลงเข้ามาได้" นายอำนวยยังคงถามเสียงดัง ขุนมองนายอำนวยแล้วะโตอบไปว่า "ใช่ ปล่อยพวกกุ๊ยแบบนี้เข้ามาได้ยังไง ผมยืนคุยกับแฟนอยู่ดีๆ มันก็มาบอกว่าเ้านายมัน้าตัวแฟนผมมาก แล้วมันก็คว้าข้อมือดึงไป มันบอกว่าเ้านายมันชื่ออำนวย แล้วไอ้คนที่ชื่ออำนวยนี่มันเป็กุ๊ยระดับไหนกัน ผมก็อยากรู้จักเหมือนกันว่า หน้าตามันเป็ยังไงไอ้คนที่ชื่อว่าอำนวยเนี่ย หดหัวอยู่ตรงไหนโผล่หน้ามาให้หน่อยสิ" ชัยที่ยืนอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ก็อดขำคำที่ขุนพูดไม่ได้ "ผมนี่แหละอำนวย ผมไม่เคยสั่งใครให้ไปทำแบบนั้น ผมว่าอาจจะมีการเข้าใจอะไรผิดแน่ๆครับ" นายอำนวยออกตัวทันที เพราะลูกค้าที่ลงเรือมาแต่ละคน ระดับเศรษฐีทั้งนั้นที่พวกนายอำนวย จะต้องพึ่งพาเื่การซื้อทองด้วยแบงก์ปลอมในวันหน้า จะทำให้เสียลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ "ช่วยบอกหน่อยว่าไอ้ลูกหมาตัวนี้ใช่ลูกน้องคุณหรือไม่ ถ้าไม่ใช่การรักษาความปลอดภัยของพวกคุณ มันกระจอกระดับไหน ถึงปล่อยให้คนพกปืนเข้ามาในงานนี้ได้" เสียงคนในเรือก็เออออเห็นด้วยกับคำที่ขุนพูด "มันไม่ใช่ลูกน้องผม มันคงเป็เด็กเรือที่รับเข้ามาใหม่ พวกการ์ดเอาตัวมันไปขังไว้ก่อน ขึ้นฝั่งแล้วค่อยจัดการส่งให้ตำรวจ" นายอำนวยะโบอกลูกน้องลั่น "คุณทำแบบนั้นก็แสดงว่าคุณพวกเดียวกันกับมันน่ะสิ" ชัยะโออกไปบ้าง "ผมบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่ลูกน้องผม จะเป็พวกเดียวกันได้ยังไง" นายอำนวยะโตอบเสียงดัง "ถ้าอย่างนั้น คุณต้องเอามันไปมัดไว้ในที่ๆทุกคนมองเห็น เดี๋ยวผมมันให้" ชัยะโกลับไปทุกคนในเรือเห็นด้วย นายอำนวยหมดคำที่จะพูดมองไอ้ลมตาเขียวปั้ด การ์ดจะพาไอ้ลมออกไปมัดข้างนอก "ไม่ต้องเอาออกไปหรอก มัดมันไว้ข้างนอกเดี๋ยวมันจะเป็หวัดลมมันแรง เอามันมัดไว้ในนี้แหละทุกคนจะได้สบายใจ ไปหาเชือกมาให้ก็พอ" ชัยบอกพวกการ์ดด้วยเสียงอันดัง การ์ดมองไปทางเข้านายของมัน นายอำนวยไม่รู้จะอ้างอะไรได้ก็พยักหน้า ชัยจัดการให้มันยืนมัดโยงแขนมันขึ้นใกล้ๆกับนายอำนวย ที่นั่งอยู่กับพวกนักธุรกิจอีกสี่ห้าคน ไอ้ลมมันอับอายแทบจะมุดเรือหนี แต่มันก็ต้องยืนหลบตาผู้คนที่มองมาทางมัน การความอับอายที่สุดในชีวิตของมันั้แ่เกิดมา มันมองขุนกับชัยด้วยความเคียดแค้น แค้นที่สุดในชีวิตมันสัญญากับตัวเองว่าจะยิงสองคนทิ้ง ให้ตายเหมือนหมาข้างถนนให้ได้
พรานฉวยโอกาศตอนที่ขุนมีเื่กับไอ้ลม หลบไปหาห้องประชุมตามแปลนเรือที่นายอำนาจเขียนให้ เขากดรหัสแล้วเสียบกุญแจเปิดเข้าไปในห้อง เอาทองคำแท่งวางไว้กลางโต๊ะหนึ่งแท่ง แล้วเดินออกไปอีกทางตามที่นายอำนาจบอกมาทั้งหมด กดรหัสอีกรหัสเพื่อเปิดประตูเดินออกไป แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงักทันที เมื่อมีคนสองถือปืนเล็งมาทางเขาพร้อมเหนี่ยวไก คนที่ยืนใกล้สุดห่างประมาณเกือบสามเมตร ไอ้ชาติ มหาชัย ยืนอยู่หลังไอ้คนนั้นอีกที ไอ้คนที่อยู่ใกล้สุดง้างนกขึ้น กริ๊ก..!!??
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 17
.