อุกอาจแต่ไม่ขาดสติ
ความจอแจของการจราจร แดดร้อนๆ ในยามสายมากระทั่งถึงเที่ยง และการเดินตระเวนไปหาลูกค้า มาั้แ่สิบโมงแล้วนั้น เรียกร้องให้ร่างกายอยากได้อะไรเย็นๆ ดื่มทันที และอยากมีมุมสงบเงียบหรือที่ที่มีผู้คนน้อยๆ นั่นทำให้ปัถพีบอกพนกรตอนอยู่ในลิฟต์
ว่าจะแวะร้านที่ผู้บริหารส่วนใหญ่มักไปนั่ง แทนที่จะตรงขึ้นออฟฟิศแล้วโทรสั่งให้ยกขึ้นไปเสิร์ฟเหมือนเคยเป็มา เที่ยงครึ่งแล้วเมื่อเขากับผู้ช่วยก้าวเข้าไปในร้าน มีโต๊ะว่างแค่หนึ่งอยู่แถวหน้าประตู
เป็ทำเลที่ไม่ค่อยมีใครสน และเขาก็ไม่มีสิทธิ์เลือก เลยไปทรุดกายลงนั่ง ขณะเด็กเสิร์ฟกำลังให้บริการคนอื่นอยู่ เขากวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ด้วยรู้ดีว่าต้องได้เห็นใครอยู่ในร้าน
ไม่ผิดคาดนัก เ้าของเรือนร่างผอมบางกับกระโปรงแสนสั้น นั่งหันหลังให้เขาอยู่ตรงโต๊ะมุมหน้าต่าง มีสุนทรีย์นั่งข้างๆ ที่ผิดคาดก็คือ มีชายที่เรียกได้ว่าตั้งตัวเป็ศัตรูคู่แข่ง คอยแย่งชิงตำแหน่งใหญ่กับเขามาช้านาน กำลังนั่งจ้องมองน้องต่างสายเืของเขาอยู่
แถมยังทำราวกับว่าตั้งอกตั้งใจฟังเื่อะไรสักอย่าง ที่สุนทรีย์กำลังเปิดปากเล่าไปควบคู่กับการกินไป ไม่รู้ว่าศัตรูคู่แข่งคอยแย่งชิงตำแหน่งของเขามาร่วมโต๊ะด้วยได้ยังไง เพิ่งจะมาวันนี้ หรือมาหลายวันแล้ว แต่บอกได้คำเดียวว่าเขาไม่ชอบเอามากๆ ต่อให้เป็คนที่พ่ออุปการะมาสักแค่ไหน
แต่เขาก็ไม่เคยไว้ใจปารณในทุกๆ เื่ ด้วยเห็นแววตา ท่าที หรือแม้แต่ทัศนคติมาแล้ว บอกได้คำเดียวว่า มันไม่สะอาด หรือบริสุทธิ์เหมือนเขา และเดาได้ไม่ยากว่า ถ้ามีโอกาสงามๆ หรือสบช่องเมื่อไหร่ อีกฝ่ายจะรีบถีบตัวเองให้มายืนรวมอยู่กับคนในตระกูลบุญเลิศหล้าอย่างแน่นอน
อะไรจะตามมาหลังจากนั้น เขาเองก็ไม่กล้าคิด แต่ที่เชื่อแน่ๆ ก็คือ ปารณคงไม่ได้รักและหวังดีกับคนในตระกูลบุญเลิศหล้าเต็มร้อยเหมือนเขาแน่ และไม่มีทางทำงานแบบมอบกายถวายชีวิตให้เหมือนเขาเช่นกัน แน่นอนว่าเขาจะไม่มีวัน เปิดโอกาสให้ปารณใช้คุณหนูเล็กของบ้านมาเป็สะพานเด็ดขาด
จริงอยู่ว่าปารณอาจจะไม่ถึงขนาดคิดร้ายกับคนในตระกูลบุญเลิศหล้า แต่ถ้าจะให้เขาคิดว่าปารณจะหวังดีและรักษาผลประโยชน์ให้ทุกกระเบียดนิ้ว แบบไม่ตักตวงเข้าพกเข้าห่อตัวเองนั้น
เขาก็เชื่อไม่ได้เต็มร้อย เพราะปารณเป็คนไม่รู้จักพอ ้าจะก้าวไปหาความยิ่งใหญ่แบบไม่จบสิ้น แถมยังพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้สิ่งที่้ามาแบบไม่สนใจใครอีกต่างหาก
ไม่แน่ใจว่าพ่อจะรู้จุดบกพร่องของปารณบ้างไหม เขาเองก็ไม่กล้าเปิดปากคุยหรือแสดงความไม่พอใจออกมาให้พ่อเห็นแบบตรงๆ แต่เชื่อว่าพ่อรู้ว่าใครเป็ยังไง จะพูดหรือไม่นั้นเป็อีกเื่
ต่อให้ดูปารณไม่ออกตอนเป็เด็ก แต่ตอนโตมานี้และได้มาทำงานอยู่ใกล้ๆ นี้ คนมีประสบการณ์ชีวิตมายาวนานอย่างพ่อต้องรู้ต้องเห็นแน่
เขาแอบถอนหายใจเบาๆ ให้กับความหละหลวมของตัวเองที่มีต่อน้องสาวต่างสายเื โดยเฉพาะ่หลังจากที่เขากระทำการ ‘อุกอาจและขาดสติ’ แล้วนั้น เขาก็ไม่อยากจะทำอะไรให้เ้าของใบหน้าง้อง้ำเวลามองเขาต้องระคายใจอีก หรือจะเรียกได้ว่า ยังไม่อยากใส่เชื้อลงกองไฟ ให้ความโกรธและเกลียดที่น้องมีให้เพิ่มมากกว่าเดิมนั่นเอง
แต่เมื่อมีชายที่เขาไม่ชอบหน้า และมั่นใจว่ามันคงไม่ได้มาดีเข้าไปข้องเกี่ยวกับน้อง เห็นทีจะต้องละทิ้งความหละหลวมและละเลย แล้วลืมเลือนเื่ไม่อยากเติมเชื้อไฟใส่ให้น้องเข้าให้แล้ว
เพราะน้องยังอ่อนต่อโลกมาก หากเทียบกับคนเหลี่ยมจัดอย่างปารณ ต่อให้จะไม่ได้มุ่งร้ายหรือทำลายถึงชีวิต แต่เขาก็ไม่ควรจะไว้ใจไม่ใช่หรือ
“คุณดินจะให้ผมสรุปรายงานให้ ก่อนจะไปฟาร์มหรือเปล่าครับ”
ความคิดของเขาหยุดชะงักเมื่อนพกรเอ่ยถามขึ้น แล้วเด็กก็เดินถือเมนูมาหาพอดี เขาจึงสั่งของที่อยากกิน แล้วคุยเื่งานไปด้วยระหว่างรอ
พออิ่มและเป็เวลาไล่เลี่ยกับคนอยู่อีกโต๊ะเดินออกจากร้านไป โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเขาเลยด้วยซ้ำ เขาได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วรีบตรงเข้าห้องทำงานที่รออยู่แทบจะล้นโต๊ะ
ไม่มีเลขาส่วนตัวนั่งอยู่ในนั้น เข้าใจว่าน่าจะอยู่ในห้องน้ำ เลยรีบเรียกสุนทรีย์มาถามให้ได้ความกระจ่างใจ แล้วจากคำบอกเล่านั้น ก็ได้ความว่า ปารณไปร่วมกินมื้อเที่ยงด้วยได้ราวห้าวันแล้ว
“ไม่รู้ไปตอนไหนค่ะคุณดิน พอสุนกับนุ้ยเดินไป ก็เห็นคุณปารณนั่งคุยอยู่กับคุณน้องดาวก่อนแล้วทุกวันค่ะ”
สุนทรีย์ออกไปแล้ว ส่วนเขายังคงนั่งครุ่นคิดอยู่ และเดาได้ดีว่า วันไหนที่คนหน้างอๆ เดินออกจากออฟฟิศไปก่อนเวลาเที่ยง วันนั้นก็น่าจะมีปารณตามติดไปด้วยแน่ มันไม่ปกติแล้วถ้าเป็แบบนี้ และเขาก็จะไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอน
ความคิดของเขาหยุดกึกลง เมื่อมีคนหน้างอง้ำเดินเข้าห้องมา เขารีบก้มหน้าลงไปหางาน ราวกับไม่มีเื่ต้องให้วิตกกังวลหรือขบคิด แต่นั่งอยู่ได้ไม่นานก็ต้องลุก เมื่อชัยยุทธ์เรียกไปถามเื่งาน แล้วก็กลับมานั่งต่อได้ไม่นาน ก็ต้องลุกไปประชุมอีก นี่เป็วิถีชีวิตคนอย่างเขา จะหาเวลาว่างยากยิ่ง
“คุณน้องดาวครับ เย็นนี้ช่วยส่งรายงานที่ผมให้ทำหลายวันแล้วด้วยนะครับ”
ก่อนออกจากห้อง เขาไม่วายกำชับ เพื่อหยั่งเชิงว่า นี่จะเป็เชื้อไฟที่เพิ่มให้เ้าของใบหน้างอง้ำนโกรธเกลียดเขาขึ้นอีกมากน้อยแค่ไหน
“จะส่งก็ต่อเมื่อทำเสร็จค่ะ ห้ามเร่ง เดี๋ยวงานออกมาไม่ดีจะมาว่าอีก”
คนถูกสั่งส่วนกลับทันที แถมยังเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาท้าทายอีกต่างหาก และนั่นก็ทำให้เขาเกิดอาการหมั่นไส้ไม่น้อย จนต้องก้าวไปหาโต๊ะเล็กๆ
“ผมไม่ได้เร่ง แต่เห็นว่ามันควรจะเสร็จนานแล้ว ถึงได้ถาม”
เขาเอ่ยเสียงเรียบทว่าหนักแน่น ท่วงท่าในครั้งนี้ก็บอกคนนั่งอยู่เก้าอี้ ว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แล้ว และนั่นทำให้คนนั่งถึงกับลุกขึ้น พร้อมกับส่งสีหน้า แววตา และท่าทางท้าทายเขาอย่างไม่เคยมีมาก่อนด้วยซ้ำ
“นี่ไม่ใช่คำถาม มันเป็คำสั่ง แล้วน้องดาวก็ไม่ชอบให้ใครมาสั่งด้วย บอกแล้วไงว่าเสร็จเมื่อไหร่จะส่งเอง”
หญิงสาวเดินมาเผชิญหน้ากับเขาด้วยสายตาเอาเื่ นั่นทำให้เขาต้องถอยห่างออกไปอีกหนึ่งก้าว ทำเอาสาวผู้้าจะท้าทาย พึงพอใจในอาการเกรง หรือกลัว หรือไม่กล้าเข้าใกล้ของเขาเป็ที่สุด จนยิ้มคล้ายเยาะออกมา
“ไม่อยากถูกใครสั่ง คุณน้องดาวก็ควรจะกลับไปนั่งไปนอนเล่นที่บ้าน เป็เพื่อนคุณยายกับคุณแม่จะดีกว่ามั้ยครับ ถ้าตกลงผมจะได้โทรบอกตอนนี้เลย”
พอทิ้งะเิลูกมหึมาไว้แล้ว ก็เดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีถือชัยชนะเอาไว้ในมือ รู้ดีว่า ต่อให้จะป่วนเขาแค่ไหน แต่คนป่วนก็ไม่มีทางจะกลับไปนั่งๆ นอนๆ แล้วรอให้ผู้ชายสักคนมาทาบทามเป็แน่ และคนที่ถูกอ่านจนทะลุปรุโปร่งนั้น ก็จ้องมองเ้าของร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างไปด้วยใบหน้าง้ำงอ เมื่อพบว่ายกนี้ตัวเองเหมือนจะแพ้ราบคาบ
“แน่จริงก็อย่าหนีสิ”
ปากนั้นก็ว่าตามหลังอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ แม้จะรู้ว่าเขาไม่มีทางได้ยิน ในเมื่อออกจากห้องไปแล้ว จากนั้นก็ได้แต่นั่งหน้างอง้ำด้วยความอารมณ์เสีย แถมยังบอกกับตัวเองว่า ยกต่อไปจะไม่มีทางแพ้อีกเป็อันขาด
เช้าวันต่อมา นอกจากจะมีกระเป๋าสะพายอยู่บนบ่าแล้ว จอมป่วนก็หิ้วกระเป๋าผ้าใบย่อม พากระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋เข้ามาในออฟฟิศหน้าตาเฉยได้แบบไม่ยากเย็นนัก ปัถพีนั่งกินมื้อเช้าอยู่ตามปกติเลยไม่ได้มอง แต่เห็นจากหางตาแล้วว่า กำลังถูกท้าทายอย่างจงใจ
เพราะชายผ้าที่หุ้มท่อนล่างของน้องต่างสายเืไว้นั้น มันบอกชัดๆ ไปในตัวแล้ว เขาได้แต่ถอนหายใจน้อยๆ แล้วจัดการกับอาหารต่อ โดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรสักคำ เพราะคงจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ ในเมื่อเขาไม่มีกระโปรงตัวใหม่ที่ชายยาวกว่านั้นเอาไว้ให้เปลี่ยน
“เชิญประชุมครับคุณน้องดาว”
ทว่าเื่งานเขาก็บอกกับตัวเอง ว่าจะไม่ปล่อยอีกต่อไป เลยเอ่ยเสียงราบเรียบ ขณะเลขากับผู้ช่วยต่างก็หันไปมองคนถูกเรียกเป็ตาเดียวกัน ในใจก็ลุ้นระทึกไปด้วย ว่าเช้านี้คุณดินจะกำราบคุณหนูขาวีนได้หรือไม่ และด้วยวิธีไหน หลังจากปล่อยปละละเลยมาเป็อาทิตย์แล้ว
“งานก็เร่งให้ส่ง ประชุมก็สั่งให้เข้า ตกลงจะให้ทำอะไรกันบ้างคะ”
คนไม่มีทีท่าว่าจะลุกมาตามคำเรียก ทำเป็วุ่นอยู่กับรายงานหน้าจอ ปากก็ตอบแบบไม่หันมาหาคนที่ได้ชื่อว่าเป็เ้านายด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าวันนี้เขาจะไม่ใช้ไม่อ่อนอีกต่อไปแล้ว
“เดี๋ยวผมจะโทรไปถามคุณยายให้ก็แล้วกันนะครับ ว่าตกลงแล้วควรจะให้คุณน้องดาวทำอะไรดี เอาแบบนั้นมั้ยครับ”
คนถูกท้าทายหันขวับมาหาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง บอกว่าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ทว่าคนท้าทายกลับไม่แคร์ เด็กดื้อแบบนี้ ต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาดเข้าให้แล้ว
“ถ้าโอเค ผมจะได้รีบโทรไปหาท่าน แต่ถ้าไม่ ก็ช่วยวางรายงานก่อน แล้วมาประชุมกับพวกเรา การจะเป็ผู้บริหารที่ดีได้ จะต้องรู้จักจัดเรียงลำดับงานให้ถูกต้อง ว่าอันไหนควรทำก่อนหรือทำทีหลัง คุณน้องดาวทำงานกับผมมาหลายเดือนแล้วนี่ครับ ทำไมจะต้อง...”
“ไปก็ได้! ไม่ต้องร่ายยาวเป็พ่อแก่ขนาดนี้หรอก น่ารำคาญ!”
ยังไม่ทันที่คนพี่จะร่ายให้จบด้วยซ้ำ คนเป็น้องต่างสายเืก็ร้องขัดขึ้น แล้วลุกเดินพาหน้างอๆ กับกระโปรงสั้นจู๋ตรงมาหา ทำท่าว่าจะนั่งลงกับเก้าอี้
“ไปเอาผ้ามาด้วยครับ”
แต่ถูกคนพี่ชี้นิ้วให้กลับไปเอาผ้าพันคอพาดอยู่เก้าอี้ก่อน ทำเอาสองลูกน้องต่างพากันยิ้มด้วยความขำ เมื่อเช้านี้เห็นการเอาจริงของเ้านายขึ้นมา
“ไม่”
และแม้ตอนแรกนั้นดุจดาริกาทำท่าจะยอม แล้วกลับไปทำตามคำสั่งสักแค่ไหน แต่พอได้เห็นสองลูกน้องของเขายิ้มเท่านั้น ความรู้สึกที่ว่าตัวเองพ่ายแพ้ในยกนี้อีกแล้วก็ผุดขึ้นมา เลยรีบตอบเสียงแข็ง แล้วทิ้งตัวลงไปหาเก้าอี้อย่างคนไม่สบอารมณ์ด้วย
“เฮ้อ!!!”
ปัถพีเหนื่อยที่จะปั้นหน้าดุๆ และใช้ถ้อยคำแรงๆ เลยลุกไปคว้าผ้ามาส่งให้แทน เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่สนใจผ้าในมือด้วยซ้ำ เลยจัดการคลี่ออกแล้วคลุมโคนขาขาวยาวเรียว ชายกระโปรงร่นขึ้นจนเห็นขอบกางเกงขาสั้นสีดำโผล่ออกมาให้เสียเอง เพราะไม่อยากเสียเวลา ด้วยวันนี้คิวงานมีมากมาย ไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับเด็กดื้อ
สิ้นสุดการประชุมย่อย ก็ต้องเข้าประชุมใหญ่ พอเสร็จก็ออกไปกินมื้อเที่ยงกับลูกค้ารายใหญ่ และเขาไม่ลืมที่จะสั่งสุนทรีย์กับนุ้ย ให้คอยตามติดคุณหนูเล็กของบ้านไปกินข้าวที่ร้านด้วย
เพราะเดาได้ไม่ยาก ว่าจะต้องมีปารณไปร่วมโต๊ะด้วยอย่างแน่นอน และมันก็จริงดังนั้น เมื่อสุนทรีย์ส่งไลน์บอก ตอนเขานั่งคุยกับลูกค้าอยู่ในร้านอาหารหรูหราห่างจากออฟฟิศไปไม่น้อย
เสร็จจากลูกค้ารายใหญ่ ก็ต้องไปหาอีกราย และอีกราย กว่าจะกลับเข้าออฟฟิศได้ ก็เลยเวลาเลิกงานมาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว ทั้งชั้นจึงเงียบเชียบ มี
เพียงเลขาของผู้บริหารบางคนนั่งทำงานอยู่ บางคนกำลังรวบเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เป็ระเบียบ เพื่อเตรียมกลับบ้าน สุนทรีย์ก็เช่นกันเมื่อเขาเดินมาถึงหน้าห้อง
“วันเกิดเ้าตัวยุ่งค่ะ สุนเลยจะรีบกลับก่อน เดี๋ยวจะงอนค่ะ”
แม้สุนทรีย์จะบอกว่ารีบ แต่เขาก็ยังอดปลื้มใจไม่หาย เพราะเลยเวลางานมาแล้วหลายนาทีแล้ว เขาเองไม่คิดจะรั้งเอาไว้ ด้วยรู้สึกผิดไม่น้อยที่ใช้งานเลขาเกินเวลามาโดยตลอด
“งั้นผมฝากพี่สุนช่วยซื้อของขวัญให้หลานด้วยนะครับ ฝากขอโทษด้วยที่น้าดินไปร่วมงานไม่ได้”
เขาควักธนบัตรสีเทาส่งให้สุนทรีย์สองใบด้วยท่าทีรู้สึกผิด ที่ดันลืมวันเกิดลูกคนเล็กของสุนทรีย์ ซึ่งเขามีโอกาสได้เห็นได้คุยหลายครั้งนับั้แ่ทำงานด้วยกันมา ส่วนเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไปร่วมงานไม่ได้นั้น เขาไม่จำเป็ต้องบอก เพราะสุนทรีย์รู้ดีที่สุด
“ขอบคุณแทนหลานด้วยค่ะ สุนเรียงแฟ้มงานไว้บนโต๊ะให้แล้วนะคะ ให้นุ้ยจัดน้ำกับน้ำผลไม้ไปไว้ให้แล้วด้วยค่ะ คุณดินจะให้สั่งมื้อเย็นด้วยเลยมั้ยคะ สุนจะได้แวะร้านดูว่ามีอะไรน่ากิน แล้วจะสั่งให้เขาเอาขึ้นมาให้”
“ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็ไรดีกว่า ไว้ผมจัดการเอง พี่สุนรีบกลับเถอะครับ”
เขาผละจากโต๊ะของสุนทรีย์เพื่อตรงเข้าห้อง แต่ก็ไม่วายหันไปมองนพกรที่เพิ่งแยกจากเขาตรงหน้าลิฟต์ เพื่อหอบงานกลับไปทำต่อที่บ้าน เพราะมีธุระสำคัญต้องไปทำเหมือนกัน ไม่งั้นนพกรก็คงจะกลับราวๆ ทุ่มหรือสองทุ่มเหมือนเช่นเคย
“ค่ะ” สุนทรีย์ยิ้มรับคำของเ้านายแล้วก้มเก็บเอกสารต่อ
“เอ่อ! แล้ว...”
ส่วนคนเป็เ้านายนั้น ยืนอยู่ตรงประตูที่เปิดอ้าเอาไว้ แล้วมองเข้าไปยังโต๊ะที่ว่างเปล่าของเลขาส่วนตัว ก่อนจะหันมาหาสุนทรีย์เป็เชิงถาม
“น่าจะไปเข้าห้องน้ำนะคะ สุนเห็นหิ้วกระเป๋าผ้าไป แต่คงยังไม่กลับหรอกค่ะ เพราะกระเป๋าสะพายยังอยู่”
เลขาตอบไป มือก็เก็บของไป คนเป็เ้านายไม่ได้ว่าอะไร นอกจากเข้าห้องแล้วตรงไปหาโต๊ะ มีเอกสารเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย เพื่อรอให้เขาตรวจตราก่อนจะจรดปลายปากกาอนุมัติเหมือนทุกวัน
นานราวสิบนาที ประตูห้องถึงเปิดออกและแบบไม่เคาะด้วยซ้ำ เขาจำต้องเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เข้ามา แล้วดวงตาคู่คมกริบ ก็จ้องเขม็งไปยังเรียวขาขาวยาวงามของน้องต่างสายเื ที่โผล่พ้นกระโปรงจีบรอบสีขาวทั้งบานทั้งสั้นด้วยท่าทีฉงน
ด้วยชุดที่น้องใส่ไม่ใช่ชุดเดียวกับที่เขาเห็นก่อนออกไปข้างนอก แต่เป็ชุดเล่นเทนนิสแบบครบ รองเท้าผ้าใบ เสื้อกล้าม สายคล้องแขน สายคาดผม
ทุกอย่างเป็สีขาวเข้าชุดกันั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใดๆ สำหรับเขาสักเท่าไหร่ แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า น้องจะไปเล่นกับใคร และที่ไหนมากกว่า
“คุณน้องดาวจะไปไหนครับ”
เขาตัดใจถามด้วยน้ำเสียงนุ่มสุดเท่าที่จะพยายามทำได้ หลังจากเห็นการแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้แล้ว ส่วนคนเป็น้องที่เดินเอากระเป๋าไปวางไว้บนโต๊ะนั้น ก็มองไปหาพี่ด้วยสายตาขุ่นเคืองไม่น้อย
“ชุดนี้คงไม่ใช่ไปว่ายน้ำหรอกมั้งคะ เห็นชัดๆ ว่าเป็ชุดตีเทนนิส แล้วยังจะมาถามอีก”
เลยตอบด้วยประโยคที่คนฟังเห็นว่ากวนประสาทไม่น้อย และมันก็ทำให้เขาต้องทิ้งปากกาลงบนแฟ้ม แล้วลุกเดินตรงไปหา พร้อมกับยืนกอดอกจ้องมองเรียวขาขาวกวาดขึ้นไปจนถึงศีรษะ
“จะไปเล่นกับใคร และที่ไหนครับ”
“นี่มันเื่ส่วนตัว น้องดาวไม่จำเป็ต้องบอก แล้วพี่ดินก็ไม่มีสิทธิ์จะถามด้วย”
“คุณน้องดาวบอกคุณพ่อหรือยังครับ ว่าจะไปเล่นเทนนิส”
ด้วยจำได้ดีเมื่อตอนสายๆ เห็นพ่อบอกว่าเหนื่อยอยากกลับบ้านเร็วหน่อย และถ้าเดาไม่ผิดป่านนี้พ่อน่าจะกลับ หรือกำลังจะกลับ นั่นแปลว่าคนตรงหน้าจะไม่ได้ไปพร้อมกัน
“บอกแล้ว คุณพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้ซักไซ้ซอกแซกเหมือนคนบางคนด้วย”
“คุณน้องดาวบอกคุณพ่อหรือเปล่าล่ะครับ ว่าจะไปเล่นกับใคร”
“คุณพ่อรู้แล้วว่าจะไปเล่นกับคุณปารณ แล้วคุณพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย พอใจหรือยังคะ น้องดาวไปได้หรือยังคะ”
“ยังครับ จนกว่าผมจะแน่ใจก่อน ว่าคุณพ่อรู้ว่าคุณน้องดาวไปกับนายปารณจริงๆ”
“ถ้าไม่เชื่อ ก็เชิญโทรไปถามเลย”
แม้รู้ว่าตัวเองเกือบจะจนแต้มให้คนตรงหน้าแล้ว แต่ก็ยังไม่วายท้าทาย ด้วยคาดเดาว่าเขาจะวางมือแล้วเดินกลับไปนั่งทำงานต่อ
“ไม่ต้องท้าเลยครับ”
ทว่าเขากลับทำในสิ่งที่หญิงสาวต้องหน้าเจื่อนลง เมื่อมือถือในกระเป๋ากางเกง ถูกล้วงออกมากดไปหาคนเป็พ่อ เพื่อให้แน่ใจในคำตอบ แม้จะรู้และเกือบจะมั่นใจแล้วว่าน้องยกเมฆ พอพ่อรับสายเขาก็ส่งน้ำเสียงนุ่มหูไปหาทันที
“คุณพ่ออยู่ไหนครับตอนนี้”
“อยู่หน้าร้าน”
คนเป็พ่อก็ตอบเสียงนุ่ม พร้อมบอกชื่อร้านอาหารจีนเ้าประจำที่เขาคุ้นหูและคุ้นลิ้นกับรสชาติเป็อย่างดี
“แม่เราสั่งหอยเป๋าฮื้อน้ำแดงกับเป็ดปักกิ่งไว้ วันนี้มีแขกประจำมากินข้าวที่บ้านอีกแล้ว เล่นเทนนิสเสร็จแล้ว ก็รีบพาน้องกลับบ้านนะ ว่าแต่นึกยังไงล่ะถึงได้ลากน้องไปออกกำลังกายด้วย แต่พ่อว่าดีนะ”
คนฟังไม่ต้องถามด้วยซ้ำ ก็รู้แล้วว่าถูกเอาชื่อไปอ้าง เลยปรายตามองคนต้นเื่เขม็ง เป็เชิงบอกให้รู้ว่า คราวนี้เขาไม่ยอมอ่อนข้อให้แน่ ส่วนคนถูกมองนั้นก็เหมือนจะรู้ว่าเจอดีเข้าแล้ว เลยก้าวขาจะเดินไปหาประตู แต่กลับมีร่างสูงใหญ่รีบไปขวางไว้ ทั้งที่ยังมีมือถือแนบหูฟังพ่อบอกต่อ
“วันหยุดนี้ดินมาค้างที่บ้านเลยสิ อาทิตย์หน้าก็จะไปขลุกอยู่ฟาร์มตั้งหลายวัน พ่อจะได้คุยงานไปด้วย หรือดินมีนัดที่ไหน”
“เอ่อ! ไม่มีครับคุณพ่อ”
“โอเค! งั้นก็รีบๆ พาน้องกลับก็แล้วกันนะ เห็นแม่ว่าจะตั้งโต๊ะช้าหน่อยจะได้รอเราด้วย”
“ครับ งั้นแค่นี้นะครับคุณพ่อ แล้วเจอกันครับ”
“หลีกทางนะพี่ดิน น้องดาวรีบ ป่านนี้คุณปารณรอแล้ว”
ทันทีที่พี่ต่างสายเืวางสายไป น้องสาวต่างสายเืก็ส่งเสียงแข็งมาหา ใบหน้านั้นก็ดุดันเอาเื่ ราวกับอยากจะใช้มันกลบเกลื่อนความผิดยังไงยังงั้น
“ก็ช่างมันสิ! ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณน้องดาวไปใกล้มันเป็อันขาด รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เราจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ คุณพ่อสั่งให้รีบๆ”
“ไม่! บอกแล้วไงว่าจะไปออกกำลังกาย” คนตัวเล็กขึ้นเสียงใส่อย่างคนไม่ยอมแพ้
“บอกแล้วไงว่าไม่ให้ไป”
คนตัวใหญ่ก็เสียงดังใส่ไม่แพ้กัน และนั่นก็ช่างเสมือนเอาเชื้อเติมใส่ไฟกองน้อยๆ ให้ลุกฮือขึ้นมาได้ดียิ่ง
“นี่มันเื่ส่วนตัว พี่ดินไม่มีสิทธิ์มาสั่งนะ”
ไฟกองน้อยเลยตอบกลับเสียงดังในระดับเกือบเท่ากัน สายตานั้นก็เอาเื่อย่างคนไม่คิดจะยอมแพ้อีกแล้ว สองเท้าที่มีผ้าใบราคาแพงก็ก้าวตรงมาหา
นั่นทำให้คนใส่เชื้อไฟต้องเผลอถอยห่างอย่างอัตโนมัติ ราวกับได้โปรแกรมเอาไว้ในหัวแล้ว ว่าจะไม่เข้าใกล้คนตรงหน้ามากเกินความจำเป็ยังไงยังงั้น
ทำให้ไฟกองน้อยๆ พึงพอใจในท่าทีถอยห่างของเขาเป็ที่สุด เพราะมันเหมือนตัวเองกำชัยชนะเอาไว้ในมือได้ทุกครั้ง ที่ยืนเผชิญหน้ากับเขา แล้วเดินเข้าไปด้วยท่าทีเอาเื่แบบนี้
จะว่าไปเหตุการณ์ในบ่ายวันนั้น ก็ไม่ได้ให้โทษเสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยๆ ก็ทำให้คนตัวใหญ่เท่าตึก กลัวมดตะนอยได้เช่นกัน
“ผมไม่ได้สั่ง แค่จะไม่ยอมให้คุณน้องดาวไปด้วยการใส่สั้นๆ แบบนี้แน่”
พอตั้งหลักได้ คนเกรงกลัวระยะห่างระหว่างน้องต่างสายเื ก็ส่งเสียงหนักๆ ออกมา ให้รู้ว่าจะไม่ยอมเช่นกัน
“จะไป! ใครจะทำไม ถ้าขืนยังมาขวางไว้อีก เค้าจะบอกคุณพ่อ บอกคุณแม่และบอกคุณยาย ว่าตัวเองทำอะไรกับเค้าไว้”
ทว่าคนเป็น้องต่างสายเืก็ท้าทายด้วยการจ้องมองหน้าเขา แล้วก้าวเข้ามาจนตัวเกือบจะชิดกัน ถ้าเขาไม่รีบถอยออกไปก่อน และนั่นทำเอาคนก้าวรุดหน้า พึงพอใจจนส่งยิ้มเย้ยหยันมาหาอย่างไม่ปิดบัง
ประโยคนี้ทำเอาปัถพีเกิดอาการเกร็งไม่น้อย แต่ก็ไม่ยอมถอยหนีไปไหน นั่นทำให้คนตรงหน้ายกสองมือบางขึ้น แล้วผลักอกเขาอย่างแรง จนเขาเซไปสองสามก้าว เพียงเท่านั้นเขาก็พ้นทางของเธอแล้ว
“โธ่เอ๊ย! นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็รักตัวกลัวตายนี่เอง ไม่แมนจริงนี่นา ทำอะไรไว้แล้วไม่กล้ารับผิดชอบ ป๊อดซะไม่มี ชิ!”
คำพูด สีหน้าและท่าทางของน้องต่างสายเืนั้น แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ว่าดูถูกดูแคลนเหลือกำลัง และนั่นเป็อะไรที่คนอย่างปัถพีไม่อยากจะปล่อยผ่าน
จึงสั่งให้อุ้งมือหนารีบคว้าแขนเล็กเรียว ของคนที่กำลังจะเดินไปหาประตูเอาไว้ แล้วดึงเพียงนิดเดียว ทว่าร่างเล็กๆ และเรี่ยวแรงน้อย ก็ปลิวมาหาแผงอกอุ่นเรียบร้อยแล้ว
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
??“???“???“? Promotion Valentine's Day จ้า??“???“???“?
shorturl.at/guGZ8 <= ในรอยรักร้าว 389 เหลือ 259บ.
shorturl.at/bhFGM <= อาญาซาตาน 490 เหลือ 199บ.
shorturl.at/fiJU0 <= วิมานสอยดาว 467 เหลือ 199บ.
shorturl.at/imJKT <= ร้อยดาวฯ 460 เหลือ 199บ.
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
