เมื่อเวินจื่อเอ๋อร์กระอักเื ชาวบ้านต่างก็ทนดูไม่ได้ จึงรีบช่วยกันหามเวินจื่อเอ๋อร์กลับเข้าไปในห้อง
เมื่อเห็นว่าบ้านหญ้าคาที่พวกเวินจื่อถงอาศัยอยู่นั้นทรุดโทรมจนแทบจะพังแหล่ไม่พังแหล่ ชาวบ้านต่างก็รู้สึกสงสารและเวทนาพี่น้องตระกูลเวิน จึงเอ่ยปลอบโยนเวินจื่อชีและเวินจื่อถงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เด็กดี อย่าเสียใจไปเลยนะ พ่อกับแม่ของพวกเ้าไม่ได้จากไปไหน ท่านทั้งสองยังคงอยู่เคียงข้างพวกเ้าเสมอ"
"ใช่แล้ว! พวกเ้าต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี อย่าให้ความตั้งใจของพ่อแม่ต้องสูญเปล่า"
"วันหน้าหาก้าความช่วยเหลืออะไรก็บอกเถอะ พวกเราช่วยอะไรได้จะช่วยอย่างเต็มที่แน่นอน"
"แผลของเวินจื่อเอ๋อร์ดูท่าจะไม่เบา พวกเ้า... เฮ้อ..."
แม้ชาวบ้านจะมีน้ำใจ แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็มีเพียงเื่เล็กน้อยเท่านี้
หากจะให้ควักเงินออกมาช่วยรักษาเวินจื่อเอ๋อร์ล่ะก็คงเป็ไปไม่ได้ เพราะทุกครัวเรือนต่างก็มีชีวิตที่ขัดสน
เวินจื่อถงเช็ดน้ำตาพลางกล่าวขอบคุณชาวบ้านอย่างว่าง่าย
เสียงของเ้าก้อนแป้งน้อยนั้นทั้งนุ่มนวลและน่ารัก ฟังแล้วทำให้ผู้คนรู้สึกเบิกบานใจ
หลังจากส่งชาวบ้านทุกคนกลับไปแล้ว เวินจื่อถงไม่กล้าชักช้า รีบบอกให้เวินจื่อชีไปรินน้ำอุ่นมาให้เวินจื่อเอ๋อร์
ส่วนนางอาศัย่ที่เวินจื่อชีไปรินน้ำ รีบป้อนน้ำวิเศษสองหยดที่เหลือเข้าปากของเวินจื่อเอ๋อร์ จากนั้นจึงตรวจชีพจรของเขาอีกครั้ง
ในตอนนี้ ชีพจรของเวินจื่อเอ๋อร์แข็งแรงและมีพลังมากกว่าก่อนหน้านี้มาก เืลมเริ่มไหลเวียนฟื้นตัว แม้จะยังคงอ่อนแออยู่ แต่หากได้ทานยาที่นางเก็บกลับมาควบคู่ไปด้วย ก็น่าจะไม่มีอันตรายร้ายแรง
เมื่อรู้ว่าเวินจื่อเอ๋อร์จะไม่เป็อะไร เวินจื่อถงจึงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก และนั่งลงข้างเตียงของเวินจื่อเอ๋อร์อย่างอ่อนแรง
นางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่อีกจริง ๆ
หากเมื่อครู่นางไม่ได้ใช้ไหวพริบ นึกถึงเื่สองเื่ที่เคยเขียนไว้ในหนังสือเพื่อนำมาข่มขู่จางชุยหลานและเวินเฉวียนได้พอดี เกรงว่าคงจะยุ่งยากไม่น้อย
เพราะมีชาวบ้านจ้องมองอยู่มากมาย นางไม่อยากให้ใครรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของตนเอง
เพราะว่า... หากมีคนรู้ว่านางสามารถใช้เพลงหมัดเดียวซัดพวกเขาให้กระเด็นได้ แล้วจะอ้อน ทำตัวน่ารัก หรือแกล้งอ่อนแอได้อย่างไร?
มนุษย์โดยธรรมชาติย่อมชอบปกป้องผู้ที่อ่อนแอ ในเมื่อมีเส้นทางที่ง่ายกว่า เหตุใดต้องลำบากลงมือเองด้วยเล่า?
ที่สำคัญที่สุดคือ ร่างกายของนางบอบบางยิ่งนัก! หากไม่ต้องลงมือได้ก็อย่าลงมือเลยดีกว่า!
เวินจื่อถงหมอบอยู่ข้างเตียงของเวินจื่อเอ๋อร์ไป ๆ มา ๆ ก็เริ่มรู้สึกง่วงงุน
ก่อนจะหลับไป เวินจื่อถงยังคงบ่นพึมพำในใจอย่างเลือนลางถึงร่างกายที่อ่อนแอราวกับลมพัดปลิวนี้ ช่างไม่ทนต่อการต่อสู้เอาเสียเลย
หลังจากเวินจื่อถงหลับไปได้ไม่นาน เวินจื่อเอ๋อร์ก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยนอนหลับอยู่ข้างกาย ภายใต้ขนตายาวนั้นมีรอยคล้ำจาง ๆ เห็นได้ชัดว่าเหนื่อยล้าถึงขีดสุด
แววตาของเวินจื่อเอ๋อร์ฉายความสงสาร เขาฝืนร่างกายอุ้มเวินจื่อถงขึ้นมาบนเตียงของตน และห่มผ้าห่มผืนบางที่เก่าคร่ำคร่าให้นางอย่างระมัดระวัง
ขณะนั้นเวินจื่อชีเพิ่งรินน้ำเข้ามา เมื่อเห็นว่าเวินจื่อเอ๋อร์ฟื้นแล้วก็ดีใจจนอยากจะะโเรียก แต่กลับเห็นเวินจื่อเอ๋อร์ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก
เวินจื่อชีเห็นดังนั้นจึงรีบหุบปาก แล้วก้าวเร็ว ๆ มาข้างกายเวินจื่อเอ๋อร์ มองไปที่เวินจื่อถงแล้วกระซิบว่า
"พี่รอง ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที ท่านไม่รู้หรอกว่าเมื่อครู่พวกอาสะใภ้รองกลับมาหาเื่อีก หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อเข้าสิงร่างถงเป่าแล้วไล่พวกเขาไป ข้ากับถงเป่าคงถูกนางปีศาจใจโฉดนั่นจับไปขายแล้ว!"
เวินจื่อเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ฝืนความเ็ปเอ่ยว่า
"ที่ว่าท่านพ่อเข้าสิงร่างถงเป่าหมายความว่าอย่างไร? เ้าเล่ารายละเอียดมาให้ชัดเจน"
เวินจื่อชีพยักหน้า รีบเล่าเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ และไม่ลืมที่จะด่าทอคนบ้านรองด้วยความโกรธแค้น
แต่เวินจื่อเอ๋อร์เป็คนเฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง พอได้ฟังคำพูดของเวินจื่อชี มีหรือจะไม่รู้ว่าถงเป่าแกล้งทำ?
เวินจื่อเอ๋อร์ทั้งรู้สึกภูมิใจและสงสารนางในเวลาเดียวกัน
น้องสาวที่ร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เด็กของเขา หลังจากผ่านความเป็ความตายมา กลับไม่ได้แตกสลาย แต่กลับเข้มแข็งและฉลาดหลักแหลมยิ่งขึ้น
เวินจื่อเอ๋อร์ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเวินจื่อถงยังเล็ก ความสามารถในการปรับตัวย่อมมีสูงอยู่แล้ว
ทว่า เื่ในครั้งนี้ทำให้เวินจื่อเอ๋อร์ตระหนักได้ทันทีว่า เมื่อพ่อแม่ไม่อยู่ หากพวกพี่ชายอย่างพวกเขาไม่เข้มแข็งพอ ถงเป่าและคนอื่น ๆ ก็จะยังคงถูกรังแกต่อไป
เด็กสาวที่พวกเขาเฝ้าทะนุถนอม เหตุใดต้องยอมให้ผู้คนเหยียบย่ำถึงเพียงนี้?
ในเมื่อบ้านรองไม่อยากอยู่อย่างสงบสุข ก็อย่าหาว่าเขาไม่เกรงใจ!
"เสี่ยวชี เ้าช่วยพี่รองทำเื่หนึ่งสิ"
เมื่อเวินจื่อถงตื่นขึ้นมา นางรู้สึกว่าในผ้าห่มอบอุ่นเป็พิเศษ อบอุ่นกว่าตอนที่นางนอนเมื่อวานมาก นางหันศีรษะไป ก็พบว่าเวินจื่อเอ๋อร์กำลังมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน
"ถงเป่าตื่นแล้วหรือ? หลับสบายไหม? ร่างกายยังมีตรงไหนไม่สบายหรือไม่?"
เวินจื่อถงนึกขึ้นได้ว่าตนเองเผลอหลับไปข้างเตียงของเวินจื่อเอ๋อร์ ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด นางเกาหลังศีรษะอย่างเขินอายแล้วกล่าวว่า
"พี่รอง ข้าขอโทษเ้าค่ะ ถงเป่าเผลอหลับไปโดยไม่ระวัง"
การที่อายุยังน้อยนี่เป็จุดอ่อนจริง ๆ นึกจะหลับก็หลับ แถมยังมาหลับบนเตียงของเวินจื่อเอ๋อร์อีก
เวินจื่อเอ๋อร์คือใครกัน?
หนึ่งในเจ็ดตัวร้ายผู้ยิ่งใหญ่ในนิยายต้นฉบับเชียวนะ!
ในนิยายบรรยายว่าเวินจื่อเอ๋อร์ภายนอกดูสง่างามดุจดวงจันทร์ อ่อนโยนดุจสายน้ำ แต่แท้จริงแล้วเ้าเล่ห์และโเี้ ยามเผชิญหน้ากับศัตรูทางการเมืองไม่เคยปรานี!
และอัครมหาเสนาบดีที่อายุน้อยที่สุดในอนาคตท่านนี้ ยังมีนิสัยเสียอีกอย่างคือ รักความสะอาดจนถึงขั้นคลั่ง!
ไม่ว่าจะเป็ใคร อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องของของเขาแม้แต่นิดเดียว!
หากกล้าแตะของของเขา เช่นนั้นก็เสียใจด้วย มือของคนผู้นั้นคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
เวินจื่อเอ๋อร์มองน้องสาวด้วยความขบขัน เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าในหัวเล็ก ๆ นั่นกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเอื้อมมือไปลูบผมที่นุ่มฟูเบา ๆ และกล่าวด้วยอารมณ์ที่ดีว่า
"ร่างกายของถงเป่าไม่แข็งแรง นอนให้มากเป็เื่ดี"
เวินจื่อถงได้ยินว่าพี่รองไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง ก็อดไม่ได้ที่จะกะพริบตา ดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำถามด้วยความสงสัยว่า
"พี่รองไม่โกรธถงเป่าหรือเ้าคะ?"
"หืม?"
"ถงเป่าใช้ผ้าห่มของพี่รองด้วยนะเ้าคะ! แถมอาจจะแตะต้องหมอน เสื้อผ้า และเตียงของพี่รองด้วย..."
เวินจื่อถงยื่นมือน้อย ๆ ที่สั้นและอวบอิ่มออกมา นับนิ้วทีละนิ้วราวกับกำลังไล่เรียงความผิดของตนเอง จากนั้นจึงมองไปที่เวินจื่อเอ๋อร์แล้วถามอีกครั้งว่า
"พี่รอง ท่านไม่รักความสะอาดแล้วหรือเ้าคะ?"
เวินจื่อเอ๋อร์อึ้งไปครู่ใหญ่ กว่าจะเข้าใจความหมายของน้องสาว ที่แท้นางคิดว่าเขาเป็คนรักความสะอาดจึงกลัวว่าเขาจะโกรธงั้นหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เวินจื่อเอ๋อร์ก็ยิ้มบาง ๆ ใบหน้าของเด็กหนุ่มนั้นหล่อเหลา แม้จะยังไม่โตเต็มที่ แต่ระหว่างคิ้วก็เริ่มฉายแววสง่างาม จินตนาการได้เลยว่าในอนาคตจะทำให้ผู้คนหลงใหลเพียงใด
ความจริงแล้ว พี่น้องตระกูลเวินทุกคนล้วนมีรูปโฉมที่โดดเด่น เพราะบิดาของพวกเขา เวินต้าหลาง มีรูปลักษณ์หล่อเหลาจนเป็ที่พึงใจของมารดา จึงได้แต่งเข้าบ้านตระกูลฉิน หากหน้าตาไม่ดีพอ มารดาคงไม่ชายตามองเด็กหนุ่มยากจนจากชนบทผู้นี้แน่
คิดมาถึงตรงนี้ เวินจื่อถงแอบบ่นในใจว่า มารดาของนางคงเป็พวกบ้าคนหล่อสินะ?
"ขอเพียงเป็ถงเป่า พี่รองก็ไม่โกรธ"
ในขณะนั้นเอง เวินจื่อชีได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวภายในห้อง จึงผลักประตูเข้ามา ใบหน้าเยาว์วัยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดแล้วกล่าวว่า
"พี่รอง พี่สามหายไปทั้งคืนยังไม่กลับมาเลย เขา... จะเกิดเื่อะไรขึ้นหรือเปล่าขอรับ?"