“ข้าอยากกินขนมดอกกุ้ยฮวาอยู่พอดี เ้าคีบส่งให้ข้าสักชิ้นก่อนจะดีกว่าเซียงเอ๋อร์ ข้าเอื้อมไปไม่ถึง”
หญิงสาวชี้มือไปที่ขนมดอกกุ้ยฮวา ใช้โอกาสที่ฟู่หนานซีและหรั่นเซียงหยูมองตามมือนางไป สับเปลี่ยนถ้วยชาของนางกับหรั่นเซียงหยูโดยใช้แขนเสื้อปกปิดเอาไว้อย่างแเี
ก่อนหน้านี้นางให้เสี่ยวถิงกับเสี่ยวลู่ไปขอยาถอนพิษยาสลบกับหลงหนิวบุตรชายสัปเหร่อเตรียมเอาไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าฟู่หนานซีเลือกใช้ยาชั้นดีกับนาง นางก็ไม่กล้าดื่มน้ำชาลงไปจนหมดถ้วยจึงคิดจะสับเปลี่ยนถ้วยชากับหรั่นเซียงหยูแทน
“ชอบก็กินเยอะๆ เลยนะอิงเอ๋อร์ ระวังติดคอด้วยเล่า” หรั่นเซียงหยูคีบขนมให้สหายของนางเพิ่ม ทั้งยังรินน้ำชาเติมไปในถ้วยของหลี่จื่ออิงโดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าถ้วยชาได้ถูกสับเปลี่ยนไปแล้ว
ฟู่หนานซีและหรั่นเซียงหยูคุยไปกินไป ตลอดเวลาดวงตาของพวกเขาก็แพรวพราวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามหลี่จื่ออิงจึงได้เริ่มหาทางออกให้ตัวเอง
“วันนี้ข้ามีธุระที่ต้องทำต่อ ข้าคิดว่าข้าจะขอตัวกลับก่อนพวกเ้าสนุกกันต่อเถิดนะ” นางอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ พอหรั่นเซียงหยูสลบไป ฟู่หนานซีก็จะรู้ทันทีว่าแผนการของพวกเขาถูกเปิดโปงแล้ว เสี่ยงเกินไปที่นางจะอยู่ต่อกับเขาเพียงลำพัง
ผิดคาด!! นางคิดว่าจะได้ยินคนทั้งคู่คัดค้านรั้งตัวนางให้อยู่ต่อ แต่พวกเขากลับก้มหน้านิ่งคล้ายว่าไม่ได้ยินคำกล่าวของนางเมื่อครู่
จู่ๆ นางก็ขนลุกซู่ เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนใบหน้า ร่างกายร้อนวูบวาบเหมือนมีกระแสความร้อนวิ่งวนไปทั่ว นางรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาจนลำคอแห้งผากจนต้องยกน้ำชาขึ้นมาดื่มไปอีกคำใหญ่
“แปลกจริงอยู่ดีๆ อากาศก็ร้อนอบอ้าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น” หญิงสาวบ่นและเริ่มจะตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หากยาถอนพิษของหลงหนิวต้านยาสลบที่รุนแรงของฟู่หนานซีไม่ไหว อย่างมากนางก็ควรมีอาการง่วงซึมหรือมึนงงเล็กน้อยเพราะนางดื่มชาจากถ้วยใบเดิมไปไม่ถึงครึ่งถ้วย
แต่เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้รู้สึกมึนงงเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามหัวใจของนางกลับเต้มเร็วขึ้น ร่างกายก็ร้อนผ่าวกระตือรือร้นผิดปกติ
นางรีบมองไปที่หรั่นเซียงหยู เวลานี้หญิงสาวหน้าแดงก่ำก็มีอาการเช่นเดียวกับนางไม่ผิดเพี้ยน แต่อีกฝ่ายได้รับพิษมากกว่านาง หรั่นเซียงหยูถึงกับหอบหายใจถี่กระชั้น ถลกแขนเสื้อขึ้นลูบเนื้อตัวไปมาอย่างน่าอาย!
์!! เหตุใดฟู่หนานซีจึงมีอาการเช่นเดียวกับพวกนางด้วยเล่า! นางเห็นชายหนุ่มกำลังปลดสายคาดเอวของเขาออกพร้อมกับคลายสาบเสื้อเปิดเผยให้เห็นแผงอกกำยำวับๆ แวมๆ
ที่แท้ฟู่หนานซีไม่ได้ใช้ยาสลบกับนาง แต่เป็ยาปลุกกำหนัด!! และเป็ไปได้ว่าเขาก็วางยาให้ตนเองด้วย หากมีการตรวจสอบภายหลังเขาจะได้ไม่ถูกสงสัย!!
หลี่จื่ออิงใช้เล็บจิกไปที่ต้นขาตนเองแรงๆ เป็การเรียกสติ เสียแรงที่มีโอกาสได้กลับมาเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตัวเองแต่นางกลับโง่เขลาเบาปัญญาปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างน่าเจ็บใจ! ยาถอนพิษยาสลบของหลงหนิวใช้แก้พิษยาปลุกกำหนัดไม่ได้!!
“ช่วย..” ริมฝีปากของหญิงสาวถูกฝ่ามือหนาของฟู่หนานซีพุ่งเข้ามาปิดเอาไว้ก่อนที่นางจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้ทัน
“อิงเอ๋อร์เ้าเป็อะไร เนื้อตัวเ้าร้อนผ่าวเลยทีเดียวให้ข้าช่วยเ้านะ”
หญิงสาวเบิกตาโตด้วยความหวาดกลัว สายตาของฟู่หนานซีที่จ้องมองนางอยู่ในเวลานี้ราวกับสุนัขป่าที่หิวโหยจนเจียนคลั่งพร้อมที่จะฉีกร่างนางเป็ชิ้นๆ ได้ในพริบตา
ร่างใหญ่ทั้งดึงทั้งดันหญิงสาวให้เข้าไปด้านหลังฉากกั้นห้อง นางจึงได้เห็นว่าบริเวณนี้มิใช่โต๊ะน้ำชาส่วนตัวแต่อย่างใด แต่เป็ฟูกนอนเล็กๆ ที่เตรียมไว้ให้แขกได้พักผ่อนชั่วคราวหากเมามาย
ฟู่หนานซีกดร่างของนางให้ล้มลงไปบนฟูกก่อนจะโถมตัวลงทาบทับหญิงสาวเอาไว้จนนางดิ้นรนต่อไปไม่ได้
“อย่า..” นางพยายามอ้าปากกรีดร้องอีกครั้งแต่ฟู่หนานซียังคงไม่ปล่อยมือจากปากนางและยิ่งกดแน่นขึ้นจนนางรู้สึกเ็ปที่ใบหน้า
หญิงสาวร้อนรนหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ แต่ก่อนที่ฟู่หนานซีจะทำอะไรมากไปกว่านี้ร่างของเขากลับถูกแรงของคนอีกผู้หนึ่งกระชากออกจากตัวนางไปอย่างกะทันหัน!
หรั่นเซียงหยูที่เนื้อตัวแดงก่ำ ตรงเข้ามากอดรัดฟู่หนานซีเอาไว้แน่นจากทางด้านหลัง เวลานี้เสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยจนมองเห็น่บ่าเปล่าเปลือยขาวสล้าง
ฟู่หนานซีหันขวับไปมองหรั่นเซียงหยูโดยพลัน ดวงตาที่มืดมัวเพราะแรงกำหนัดเปลี่ยนมาจ้องมองอาหารรสเลิศชิ้นใหม่ที่ตวัดเกาะเกี่ยวร่างกายของเขาเอาไว้มั่นอย่างกระหายหิว
“คุณชายฟู่ ข้าร้อนเหลือเกิน ช่วยข้าด้วย..” หรั่นเซียงหยูส่งเสียงครางกระเส่าซุกหน้าพรมจูบไปที่ลำคอของฟู่หนานซี
หลี่จื่ออิงไม่สนใจจะอยู่ชมฉากวาบหวิวที่น่าละอายของคนทั้งคู่แต่อย่างใด นางรีบเดินออกมาทางประตูหน้าห้องส่วนตัว ใช้สติที่เหลืออยู่พิจารณาสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
นางจะให้ใครเห็นเหตุการณ์ภายในห้องเวลานี้ไม่ได้เป็อันขาด ต่อให้เวลานี้ฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูจะกลายเป็คู่รักที่นัดมาพลอดรักกันมิใช่นาง แต่หากนางยังร่วมอยู่ในเหตุการณ์ก็คงไม่พ้นต้องถูกร่างแหเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย
หญิงสาวรีบปรับลมหายใจให้เรียบนิ่งก้าวเดินช้าๆ มาที่ประตู ความรุนแรงของพิษที่นางได้รับแม้จะเล็กน้อยก็ยังส่งผลให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านไม่หยุด
“คุณหนู้าอะไรหรือเ้าคะ ทำไมไม่เรียกพวกเรา” สาวใช้จากโรงน้ำชาแยกตัวออกไปยืนรวมกลุ่มกันอยู่ตรงโถงทางเดิน เมื่อเห็นหลี่จื่ออิงปรากฏตัวออกมานอกห้องก็รีบตรงเข้ามาหานาง
“อย่าเข้ามา!! ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าพวกเราไม่อยากถูกรบกวน!”
“แต่..” สาวใช้ทั้งสามคนหยุดชะงักสีหน้าลังเลใจ
หลี่จื่ออิงส่ายหน้าอย่างตื่นตระหนก สติของนางเริ่มพร่ามัวริมฝีปากสั่นระริกจากพิษยาที่แผลงฤทธิ์ออกมา แม้แต่การก้าวขาไปข้างหน้าของนางในเวลานี้ก็ยังเป็เื่ยากเย็น นางคิดไม่ออกว่าต้องทำอะไรต่อไป
“อิงเอ๋อร์”
เสียงทุ้มต่ำของหลินสวินดังขึ้นมาจากด้านหลังของสาวใช้ทั้งสามคน เรียกสติของหญิงสาวให้กลับมาได้ทันเวลา
“พี่สวิน” หญิงสาวน้ำตาคลอเมื่อได้ยินเสียงนั้น ความรู้สึกผ่อนคลายอันเต็มไปด้วยความหวังท่วมท้นในจิตใจ
หลินสวินคอยระวังอยู่แล้วว่าฟู่หนานซีจะคิดทำเื่ชั่วช้าอะไรขึ้นมาอีกครั้ง แต่เป็เพราะหน้าที่การงานจึงไม่อาจเฝ้าระวังภัยให้หลี่จื่ออิงได้ตลอดเวลา เขาสั่งจูเหิงบ่าวรับใช้ข้างกายให้คอยส่งข่าวของนางให้เขารับรู้หากมีอะไรผิดปกติ
วันนี้จูเหิงแอบติดตามหลี่จื่ออิงออกมา จนได้รู้ว่านางนัดพบกับฟู่หนานซีที่ในโรงน้ำชาเฮ่อิ จากนั้นก็รีบแยกตัวไปรายงานหลินสวินที่ค่ายทหาร เขาจึงรีบเดินทางมาดูนางที่นี่
ไม่คิดว่าจะได้เห็นน้องสาวตกอยู่ในสภาพเหงื่อไหลท่วมตัว ใบหน้าแดงจัดเนื้อตัวสั่นเทาราวกับเพิ่งจะหนีอะไรมา
“พี่สวินมาแล้วหรือเ้าคะ ข้ารอท่านนานแล้ว” หญิงสาวไม่มีเวลาคิดนาน นางกลั้นใจผลักประตูห้องส่วนตัวอีกห้องที่อยู่ใกล้ๆ พุ่งตัวเข้าไปด้านในโดยไม่คิดจะอธิบายสิ่งใดให้หลินสวินรับรู้
สาวใช้สามคนเบิกตากว้างแตกตื่น ไม่มีใครขึ้นมาบอกพวกนางเลยว่ามีแขกจะมาใช้ห้องส่วนตัวอีกห้อง แต่เมื่อเห็นหลินสวินที่ชะงักค้างอยู่ครู่หนึ่งก้าวตามหญิงสาวเข้าไปในห้องแต่โดยดี พวกนางก็รีบวิ่งลงไปที่ชั้นล่างเพื่อเตรียมน้ำชาและขนมสำหรับแขกที่มาใหม่
“เมื่อครู่ใช่คุณชายหลินหรือไม่ ข้าไม่ทันได้ทักทายเขา เขาก็พุ่งตัวขึ้นไปข้างบนแล้ว” หลงจู๊ร่างอ้วนยืนค้างอยู่บนขั้นบันได เมื่อเห็นสาวใช้สามคนสวนทางลงมาก็รีบซักถาม
“เป็คุณชายหลินเ้าค่ะ เขาไม่ได้เข้าไปในห้องของคุณชายฟู่ แต่เปิดห้องด้านข้างเข้าไปกับคุณหนูหลี่ พวกเราต้องรีบแล้วเ้าค่ะหลงจู๊”
หลงจู๊ขมวดคิ้วงุนงง เมื่อครู่เขามัวแต่ต้อนรับแขกอีกกลุ่มหนึ่ง เมื่อเห็นคุณชายหลินเข้ามาก็ยังคิดว่าเขามาเข้าร่วมกับคุณชายฟู่จึงไม่ได้รีบเร่งมาต้อนรับ ไม่คิดว่าพวกเขาจะไม่ได้มาด้วยกัน
“เปิดอีกห้องหนึ่ง ข้าก็มีรายได้เพิ่มขึ้นน่ะสิ ดีๆๆ พวกเ้ารีบไปเตรียมขนมเตรียมน้ำชาขึ้นไปเร็วเข้า”
บนห้องส่วนตัว้า หลินสวินคิดจะเดินกลับไปอีกห้องที่น้องสาวเพิ่งออกมา แต่เมื่อเห็นหลี่จื่ออิงนั่งขดตัวกอดเข่าเอาไว้แน่นอยู่มุมห้อง เขาก็รีบเปลี่ยนใจไปดูนางก่อน
“พี่สวิน ข้าถูกวางยา..ท่านอย่าเข้ามาใกล้ข้า”