ตอนที่ 27 มัจจุราชในร่างเด็กหนุ่ม
ณ ประตูทิศตะวันตกของเมือง เมฆครามมีผู้ฝึกสอนของพรรคป้อมอัคคีเฝ้าอยู่ 3 คน ทั้ง 3 กำลังนั่งดื่มสุรากันด้วยความเบื่อหน่าย
"เฮ้อออ..ข้าละไม่เข้าใจผู้าุโซูจ้าวจริงๆเหตุใดต้องให้พวกเรามาค่อยเฝ้าที่ประตูแห่งนี้ด้วย อย่างไรซะเ้าเล้งซานมันก็หนีออกจากเมืองไปไหนต่อไหนแล้ว"
หนึ่งในผู้ฝึกสอนพรรคป้อมอัคคีนามว่าจงไห่ บ่นแก่สหายร่วมพรรคที่ต้องทนรับหน้าที่น่าเบื่อเช่นนี้ ผู้ฝึกสอนอีก 2 คนได้แก่ ง่วนเหลียงและจ้างอี้เกียง ทั้งสองก็พลางส่ายหน้าเล็กน้อย
"มันถูกหมายหัวจากพรรคป้อมอัคคีของเราหากมันยังกล้ากลับมาที่เมืองก็นับว่าโง่งมเต็มที" ง่วนเหลียงกล่าว
"เห็นว่าผู้าุโซูจ้าวถึงขั้นส่งผู้ฝึกสอน 10 คนไปค้นหามันที่แดนใต้ของทวีปเต่าทมิฬด้วยซ้ำไปพวกเรายังนับว่าสบายกว่าพวกนั้นหลายขุมนัก กลับดีซะอีกที่ได้มีโอกาสมานั่งดื่มสุรายามราตรีเช่นนี้ ฮ่าๆ"
จ้างอี้เกียงกล่าวพลางหัวเราะร่าเนื่องด้วยมันเมาได้ที่แล้ว
"ว่าแต่เ้าเป่าหุ่ยจาง มันไปหาสุราถึงที่ใดกัน ข้าว่ามันหายไปร่วมครึ่งชั่วยามแล้วมิใช่ว่ามันมัวไปเถลไถล อยู่แถวหอนางโลมหรอกรึ "
จงไห่เริ่มบ่นเพราะสุราที่ขาด่ เริ่มหันมองซ้าย มองขวา
ตุ๊บบ!!
มีเสียงคล้ายบางสิ่งร่วงจากที่สูงลงสู่พื้นพลันเรียกความสนใจของทั้งสามคน สายตาพุ่งไปมองยังต้นตอของเสียงนั้นม่านตาของทั้งสามเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้าทันที!!
"นะ..นะ..นั่นมันร่างของเป่าหุ่ยจาง ใช่หรือไม่!!"
จงไห่กล่าวอย่างตื่นตะลึงมันมิได้ตื่นตะลึงที่เป่าหุ่ยจางร่วงลงมา แต่สิ่งที่ทำให้พวกมันทั้งสามคนถึงกับสั่นเทานั้นคือร่างของเป่าหุ่ยจาง ไร้ศีรษะ!! คล้ายถูกตัดออกไปและโยนร่างที่ไร้ิญญามาในจุดที่พวกมันอยู่
"ผู้ใดกันถึงกล้าสังหารคนของพรรคป้อมอัคคีเช่นนี้!!"
จ้างอี้เกียงร้องะโไปทั่วพลางหมุนตัวมองไปรอบทิศ ตัวมันนั่นสร่างเมาทันทีที่เห็นร่างของสหายตนที่ถูกตัดศีรษะออกไปเช่นนี้
และทันใดนั้นพวกมันทั้งสามคนก็เหลือบไปเห็นแสงสีฟ้าจากทิศทางนึง พวกมันทั้ง สามหรี่ตามอง จนกระทั่งแสงสีฟ้านั้นค่อยๆเคลื่อนตัวมาหาพวกมันอย่างช้าๆ และพอเข้ามาในระยะสายตาภาพนั้นก็ชัดเจนขึ้นอย่างยิ่ง เป็ผู้เยาว์ผู้หนึ่ง ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้ารอบกายมือด้านขวาถือของสิ่งหนึ่ง จนสุดท้ายชัดเจนว่าสิ่งที่มันถืออยู่ คือศีรษะของเป่าหุ้ยจาง!!
"โอ๊วววววผู้ฝึกสอนพรรคป้อมอัคคีอันยิ่งใหญ่ ไฉนพวกท่านสั่นเทาเยี่ยงนั้นเล่า"เล้งซานแสยะยิ้ม และปล่อยจิตสังหารอันท่วมท้นออกมา
"จะ..เ้าคือเล้งซาน!!"
ง่วนเหลียงกล่าวด้วยเสียงสั่นเทามันย่อมจำเล้งซานได้ดี เพราะมันเป็ 1 ใน 6 ผู้ฝึกสอนที่มาพร้อมซูจ้าวในวันนั้นอีกสองคนเมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบโคจรพลังเตรียมรับมือทันทีพอได้สติทั้งสามจึงตรวจสอบพลังของเล้งซานกลับว่ามีเพียงชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 3ทั้งสามจึงถอนหายใจเล็กน้อยเพราะมั่นใจกว่าเก้าส่วนว่าที่เป่าหุ้ยจางเสียท่าเพราะกับดักที่เล้งซานวางไว้เป็แน่!!
"เ้าลูกสุนัข!!ข้าไม่รู้ว่าเ้าวางกับดักอันใดจึงได้สังหารเป่าหุ้ยจางได้แต่การที่เ้าออกมาปะทะโดยตรงเช่นนี้ นับว่าโง่งมกว่าที่คาดไปมาก"
จงไห่กล่าวพร้อมชี้หน้าเล้งซาน
เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย
"เ้าสวะนี้มันไม่ได้ติดกับดักอันใดแต่ที่มันมีสภาพเช่นนี้ เพราะมันชี้หน้าข้าเช่นนี้นี่แหละ!!"
เล้งซานกล่าวจากนั้นร่างของมันก็เลือนลาง และหายไปจากสายตาของทั้งสามคน
พริบตาเดียวที่ทั้งสามกำลังตกตะลึงกับร่างที่หายไปของเล้งซานมันปรากฏตัวที่ด้านหลังของจงไห่ มือมัจจุราชปล่อยออกจากศีรษะของเป่าหุ้ยจางมาจับคว้าที่ต้นคอของจงไห่และยกขึ้น
"อึ๊กกก"
เสียงที่ดูอึดอัดออกมาจากลำคอของจงไห่เบาๆเล้งซานแสยะยิ้มพลางปลดปล่อย เพลิงสีฟ้าออกจากมือที่จับต้นคอของจงไห่ด้วยปราณอัคคีแห่งัที่ทรงพลังแม้ว่าจงไห่จะมีปราณอัคคีที่สามารถต่อต้านความร้อนจากปราณอัคคีได้สูงแต่ก็มิอาจทนต่อความร้อนที่ทรงพลังของปราณอัคคีแห่งัได้
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!"
เสียงร้องที่โหยหวนของจงไห่ดังขึ้นโดยทันทีร่างกายของมันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวอัคคีสีฟ้า จากนั้นลุกไหม้อย่างรวดเร็วเสื้อผ้าของจงไห่ไหม้จนไม่เหลือ ร่างกายของมันกลายเป็สีดำจากการถูกเผา อีกไม่เกิน5 ลมหายใจมันคงตายอย่างแน่นอนแต่ทันใดนั้นเอง
เล้งซานดึงลมปราณอัคคีกลับก่อนที่จงไห่จะหมดลมหายใจเล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อย พลางใช้มือซ้ายลูบคางตัวเองเบาๆ
"อืม...ผู้ใช้ปราณอัคคีจะทนได้ราวๆ20 ลมหายใจหรือนี่ ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว"
จากนั้นเล้งซานโคจรพลังไว้ที่มือซ้ายและเสียบเข้าที่กลางแผ่นหลัง ของจงไห่อย่างโเี้พร้อมกับจับขว้าเอาก้อนเืขนาดเท่ากำปั้น กระแทกฝ่ามือจนทะลุออกมากจากกลางหน้าอกของจงไห่ก้อนเืนี้หาใช่สิ่งอื่นใด มันคือ หัวใจของจงไห่!!
จงไห่ ร่างสั่นสะท้านม่านตาเบิกกว้างและค่อนเลื่อนลอยขึ้น้า ไร้ซึ่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียวสิ้นชีพในทันที
เล้งซานแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวพลางขย่ำมือซ้ายบีบขยี้ก้อนเืนี้แตกเป็เสี่ยงๆ เศษก้อนเืกระจัดกระจายเต็มไปหมดจากนั้นเล้งซานยกขาซ้ายขึ้นและเหยียบย่ำไปที่ศีรษะของเป่าหุ้ยจางจนแตกออกแหลกละเอียดราวกับเหยียบย่ำไปบนผลไม้
นับเป็ภาพที่เหี้ยมโหดและน่าสยดสยองถึงที่สุด!!
ง้วนเหลียงและจางอี้เอียงขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย กายนั้นสั่นสะท้านราวกับพบเจอปีศาจมัจจุราชจากขุมนรกทุกรูขุมขนในร่างล้วนหลั่งเหงือออกมาจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม ผมทุกเส้นของพวกมันลุกชันสิ่งที่พวกมันเห็นนั้นยากที่จะเชื่อความทั้งหมดนี่เกิดจากเด็กหนุ่มผู้เยาว์เพียงคนเดียวที่อายุแค่15 ปี!!
ทั้งสองหันมามองหน้ากันจากนั้น......วิ่ง!!
ระดับอาจารย์ฝึกสอนของพรรคป้อมอัคคีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองเมฆครามผู้มีชั้นลมปราณสีน้ำเงิน 2 คนวิ่งหนีผู้เยาว์ชั้นลมปราณสีครามขั้นต้น!!
ไม่ว่าจะถูกประนามหยามเหยียดซักปานใดพวกนั้นก็มิอาจรวบรวมความกล้ามาเผชิญหน้ากับมัจจุราช ในร่างเด็กหนุ่มผู้นี้ได้สิ่งเดียวที่มันทั้งคู่คิดคือใช้ทุกอย่างที่มีทะยานออกจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด!!
แต่เมื่อมันขยับไปได้เพียง3 ก้าวร่างมัจจุราชนี้กลับโผล่มาปรากฏต่อหน้ามันในบัดดลด้วยร่างที่ชุ่มไปด้วยเืของสหายมัน แสยะยิ้มตรงหน้าพร้อมจิตสังหารที่พรั่งพลูออกมาจนน่ากลัว
"ผู้าุโทั้งสองจะรีบไปที่ใดหรือ มิใช่ว่าพวกท่านรอข้าอยู่หรอกรึ ข้าก็มาแล้วนี่ไงเหตุใดกลับวิ่งหนีข้าเช่นนี้เล่า?"
น้ำเสียงที่สุภาพนี้ช่างแตกต่างการกระทำก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
"พะ..พวกเรามิได้มีความแค้นอันใดต่อกันขอเ้าจงเมตตาปล่อยพวกเราไปเถิด พวกเราเพียงแค่ทำตามคำสั่งผู้าุโซูเท่านั้นข้าสาบานว่าเื่ในวันนี้พวกเราจะมิแพร่งพรายออกไปแม้แต่ครึ่งคำ"
ง้วนเหลียงกล่าวด้วยเสียงสั่นเทาพร้อมนั่งคุกเข่าลงทันที ผิดกับจางอี้เกียงที่เมื่อเล้งซานโผล่มาขวางหน้ามันกลับเปลี่ยนทางและพุ่งไปอีกด้านทันทีโดยมิยอมหยุดชะงักแม้แต่น้อย
เล้งซานยืนมือไขว่หลังก้มมองง้วนเหลียงที่นั่งคุกเข่าเล็กน้อยและพุ่งตามจางอี้เกียงไปในทิศทางเดียวกัน จางอี้เกียงหน้าซีดลงทันทีมันเห็นว่าอย่างไรซะคงหนีจากท่าทางที่รวดเร็วปานภูติพรายของเล้งซานไม่ทันเป็แน่จึงหันหลังกลับมาโคจรพลังสิบส่วนซัดฝ่ามือสวนกลับในทันทีโดนหวังยืมแรงเล้งซานที่ทะยานเข้ามาเพิ่มพลังฝ่ามือนี้
"ฝ่ามืออัคคีแผดเผา!!"
เล้งซานคาดเดาการกระทำนี้ไว้แล้วมันเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือเล็กน้อย จากนั้นโคจรปราณอัคคีแห่งัห่อหุ้มแขนขวาบางๆแต่เปล่งประกายไปด้วยความคมกริบเล้งซานวาดแขนออกกว้างและฟันฉับไปที่แขนจางอี้เกียงอย่างรวดเร็วสันฝ่ามือของเล้งซานตอนนี้แทบมิต่างอันใดกับดาบชั้นเลิศที่คมและแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าแขนขวาที่ยื่นออกมาปล่อยท่าฝ่ามือของจางอี้เกียงถูกตัดขาดในครั้งเดียว!!
ฟึ๊บบบบบบบบ!!
จากนั้นเล้งซานวาดแขนพร้อมหมุนตัวอีกครึ่งรอบและใช้สันฝ่ามือฟันฉับไปที่ขาขวาของจางอี้เกียงแน่นอนว่าขาข้างนั้นขาดออกจากร่างในทันที!!
อ๊ากกกกกกกกก!!เ้าเด็กบัดซบ!!"
เพียงพริบตาเดียวเล้งซาน ตัดแขนและขาของจางอี้เกียงได้อย่างง่ายดาย