หลังจากกินกันจนอิ่มพุงกางไปข้างรักจังนั่งกระดกชาเขียวเย็นปิดท้ายพร้อมยกมือตบท้องอย่างชอบอกชอบใจทำตาโตลืมตัวว่ามาเดทกับใคร
“ทานเก่งนะครับ” หลุยเทียนเปาเอียงหน้ามองเธอที่หันมาสบตาพอดี
“เอ่อ ยังอยู่หรือคะ ว้ายลืมเลยค่ะ ถ่ายใหม่ไหมคะ” รักจังยิ้มแหยๆ ยกมือเกาหัวหันมองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นทีมงานสักคน
“ถ้าถ่ายใหม่ทานไหวหรือครับ”
“ไม่เหลือมากกว่า”
“ถ้างั้นไปต่อกันที่ถนนขนมกันไหมครับนี่ก็มืดแล้วด้วยคุณจะได้คุ้มในการเดทครั้งนี้”
“รีบไปเลยค่ะ” รักจังก้าวลงจากเก้าอี้ทันทีเดินไปด้านนอกรอเขาก่อนยกมือเท้าเอวนิ่งคิดกับสิ่งที่ทำลงไปอย่างลืมตัว “นี่ฉันทำอะไรอยู่เนี้ย”
“ไปกันครับ เสร็จแล้ว” ยังไม่ทันได้ตั้งสติตั้งตัวได้นานหลุยเทียนเปาก็เดินออกมายืนอยู่ข้างๆ ทำรักจังสะดุ้งโหยงยกมือปิดหน้าอกหันหน้ามองเขาจนต้องรวบรวมสติยิ้มแห้งๆ ตอบกลับ
“ค่ะ ค่ะ ไปกันค่ะ พร้อมแล้ว”
“เชิญครับ” หลุยเทียนเปาผายมือเชิญเธอไปขึ้นรถอีกครั้งและเปิดประตูให้เธอดูแลเอาใจใส่อย่างดี
ในระหว่างที่รถติดอยู่บนถนนใน่หัวค่ำรักจังนั่งนิ่งลูบท้องยังคงกวาดสายตามองหากล้องทั่วรถแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบรวมทั้งทีมงานด้วย
“คุณจะทำอะไรเป็พิเศษไหมครับ” คำถามของหลุยเทียนเปาเอ่ยถามขึ้นแบบลอยๆ
“คะ ค่ะ ทำอะไรคะ” รักจังขมวดคิ้วตั้งสติอีกรอบ
“ก็อย่างเช่น้าให้ทำอะไรอีกไหมหรือ้าอะไรจากริเวอร์อีกบ้าง ผมจะทำให้”
“จริงหรือคะ!” รักจังร้องเสียงหลงอย่างดีใจหันมามองหน้าหลุยเทียนเปาตาเป็ประกายจนเขาใชะงักทำให้เธอต้องปรับท่าทีอย่างลืมตัว “แหม แค่มาเดทกับเปาเปาก็มีความสุขแล้วละคะ แค่จับมือก็พอค่ะ”
“แค่นั้นหรือครับ” หลุยเทียนเปาเลิกคิ้วถามย้ำอีกครั้งทำให้รักจังเริ่มลังเลใจในการตอบสิ่งที่อยากได้
“ค่ะ แค่นั้น” เธอเม้มปากระงับความ้าที่แท้จริงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแหยๆ ที่ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก
“ได้ครับ” หลุยเทียนเปารับคำด้วยรอยยิ้มก่อนเลี้ยวรถวนเข้าหาที่จอด แสงไฟส่องสว่างต้อนรับคู่รักหลายคู่มาเที่ยวชมเดินกินตลอดสายถนนแห่งนี้ อาหารมากมายยั่วน้ำลายรักจัง หลังจากที่เธอลงจากรถมองหาเป้าหมายพร้อมฉีกยิ้มเ้าเล่ห์มองซ้ายมองขวาไม่สนใจอะไรนอกจากกลิ่นหอมลอยเตะจมูกจนรู้สึกว่ามีมือมากุมมือตนเธอจึงรีบหันขวับอย่างใ
“ลุยกันเลย” หลุยเทียนเปาส่งยิ้มบางๆ ให้รักจังที่ก้มลงมองมือของเขาจับมือเธออย่างใก่อนถูกดึงให้เดินตามเข้าไปด้านในราวกับเป็คู่รักเหมือนคู่อื่นๆ ที่มากันเป็คู่ๆ
“เอ่อ ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมคะ” รักจังรั้งมือหลุยเทียนเปาไว้ทำให้เขาหยุดทันทีแล้วพยักหน้ารับ
“ครับ” รับคำพร้อมปล่อยมือออกให้เธอเดินไปห้องน้ำแล้วยืนก้มหน้าเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบผ้าปิดปากมาสวมพรางตนรอเธอก่อนเหลือบเห็นถังหูลู่ผลไม้หลากหลายเคลือบเกล็ดน้ำตาล
รักจังยืนมองกระจกหน้าอ่างล้างมือก่อนยกมือตบแก้มตัวเองเบาๆ แล้วแบมือออกดูด้วยความนิ่งนึกคิดััที่เขาส่งให้เธอ
“เหวย ไม่เอาน่าจักจี้ตายเลย ฉันเป็แฟนคลับ ฉันต้องมีความสุข จับมือต้องเขิน ฉันต้องเขิน อืม ฉันต้องเขิน มา พลังธาตุทั้งสี่จงมา” รักจังยกมือชูเรียกพลังของเธอจนหญิงที่เดินเข้ามามองอย่างงุนงง เธอรีบหุบแขนเดินออกไปพร้อมพลังที่เต็มเปี่ยมเดินมาอยู่ด้านหน้ากวาดสายตามองหาคนที่มาด้วยอย่างแปลกใจเมื่อไม่เห็นเขารออยู่
“ชิมนี้อร่อย” เสียงสุขุมนุ่มนวลเอ่ยขึ้นทางด้านหลังทำให้รักจังหันกลับมามอง ถังหูลู่ยื่นจ่อมาที่หน้าเธออย่างตรงจังหวะ “ชิมสิอร่อยอย่าบอกใครเลย”
“จริงหรือเปล่า” รักจังขมวดคิ้วจับไม้ก่อนถูกตบมือลงทำเธอสะดุ้งเบิกตาโตมองชิ้นผลไม้มาจ่อที่ปาก
“อ้ามมม” หลุยเทียนเปาอ้าปากมองเธอด้วยรอยยิ้ม
“อ้ำ” รักจังงับชิ้นผลไม้เข้าปากก่อนยกมือปิดปากเคี้ยวลิ้มรสเหลือกตาไปมาแล้วหรี่ตามองหลุยเทียนเปาที่ยืนยิ้มรอดูท่าทีของเธอ
“เป็ไงบ้าง”
“อืม ขอหมดเลยแล้วกัน” รักจังยิ้มแป้นคว้าไม้ถังหูลู่แต่กลับถูกหลุยเทียนเปาแกล้งชูขึ้นเหนือหัวไม่ให้เอื้อมถึง “อะ อย่าแกล้งกันสิ ขอไม้หนึ่ง”
“อร่อยจริงหรือเปล่า ขอชิมหน่อย” หลุยเทียนเปาอ้าปากงับชิ้นผลไม้เคี้ยวลิ้มรสหวานอร่อยตามคำบอกเล่า รักจังเบิกตาด้วยความลุ้น
“เป็ไงคะ อร่อยใช่ไหม ฉันบอกแล้ว”
“อร่อยจริงๆ มาแบ่งกันนะครับ” หลุยเทียนเปายื่นถังหูลู่ให้รักจังรับไว้ด้วยรอยยิ้มก่อนเดินจับมือกันไปซื้อของกินตามเส้นทางถนนอย่างลืมตัวว่าทำอะไรกันอยู่จนกระทั่งมีคู่ชายเดินสวนรักจังไปถึงกับหยุดกึกต่างฝ่ายต่างหันด้วยความตะลึงใ
“องศา โชกุน!” รักจังชี้นิ้วทักสองหนุ่มที่เดินถือของกินคู่กันอย่างใ
“ก็ใช่ไงทักซะคนมองหมดแล้ว” องศาเลิกคิ้วมองหน้ารักจังก่อนเลื่อนสายตาไปมองคนข้างๆ เธอด้วยความอึ้งหนักกว่าเจอเพื่อนตนเอง
“มาเดทเหรอ ที่นี่เป็ถนนออกเดทอยู่แล้วงั้นเราไม่กวนดีกว่า” โชกุนตัดบทอย่างรวบรัดจับไหล่องศาดันออกไป รักจังมองตามก่อนยกมือเกาหัวแล้วเบิกตาโตหันขวับมาสบตากับหลุยเทียนเปา
“เอ่อ จริงดิฉันอัดรายการอยู่ ลืมสนิทเลย” รักจังยิ้มแหยๆ ยกมือตบหน้าผากตัวเองเพื่อเรียกสติ
“จริงๆ แล้ว..” หลุยเทียนเปาหยุดนิ่งมองหน้ารักจังช้าๆ
กรี๊ดดดดด เปาเปา
จู่ๆ เสียงที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เสียงผู้หญิงรอบทิศดังระงมเข้ามาทำให้รักจังสะดุ้งเฮือกใและยิ่งใมากกว่าเดิมเมื่อหลุยเทียนเปาคว้ามือเธอวิ่งหนีไปพร้อมกัน
“แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบดังลดศีรษะจากชายหนุ่มที่พาหญิงสาวมาหลบในซอกแคบต้องเบียดกันเข้าโดยหันหน้าเข้าหากันจนตัวติด รักจังยกมือปิดปากหลับตาแน่นเหงื่อแตกพลั่ก
“ขอโทษนะ” เสียงกระซิบทำเธอลืมตาขึ้นทันทีขนแขนลุกซู่ซ่าไปทั้งกายผงะมองหน้าเขาที่ชะงักสบตาเธอในระยะที่หายใจรดกัน รักจังรีบเลื่อนสายตาลดลงหลับตาแน่นเม้มปากยกมือปิดอกค่อยๆ หายใจหรี่ตามองเขาที่ขยับตัวดูลาดเลาด้านนอกก่อนหันกลับมาสบตากับรักจังอีกครั้ง
“รอแบบนี้สักพักแล้วกันถ้าออกไปคงวุ่นวายแน่ ไม่คิดว่าเื่มันจะออกมาเป็แบบนี้ ขอโทษนะครับ ทำเดทของคุณพังหมดเลย” สีหน้าจริงจังรู้สึกผิดของเขาสะกดรักจังให้นิ่งค้างลอบกลืนน้ำลายลงคอมองริมฝีปากที่เรียวบางอมชมพู รักจังกะพริบตาถี่พยายามตั้งสติกลับมาแล้วยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไปด้วยเสียงแ่เบา
“มะ ไม่ ไม่เป็ไรค่ะ คนดังก็ต้องเป็แบบนี้ คุณคงเหนื่อยน่าดู ไหนจะต้องหนีพวกที่จะเข้ามาขโมยกางเกงใน อุบ” รักจังรีบเลื่อนมือสอดขึ้นมาปิดปากเกือบระงับไว้ไม่ทันแต่ก็ไม่ทันจริงๆ
“ใช่ มันเหนื่อยมากแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเซฟตัวเองให้ดีที่สุด ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่ได้อยากจะโด่งดังอะไรขนาดนี้ บางครั้งการเป็คนธรรมดายังดีเสียกว่า” หลุยเทียนเปาเอาหลังพิงชิดผนังเพื่อเว้นช่องที่มีน้อยนิดถอยห่างจากเธอแต่ก็ติดกันอยู่ดี
“คุณคิดแบบนี้จริงๆ หรือเปล่า ฉันว่าตอนนี้คงไม่มีกล้อง”
“มันไม่มีกล้องมาตั้งนานแล้ว”
“หาาาา อะไรนะ!” รักจังเบิกตาโตอ้าปากค้างร้องเสียงหลงจนดังลั่นทำให้หลุยเทียนเปาต้องยกมือขึ้นมาปิดปากเธอแล้วจุ๊ปากเอียงหน้ามองไปด้านนอกที่มีคนเดินผ่านไปมาอย่างชุลมุนวุ่นวาย รักจังงับปากเอามือปิดปากตัวเองเพื่อลดมือเขาลง