ออกมาเพื่อรัก [yaoi]

    Ep.03 เพื่อนบ้านคนใหม่

    “คุณเข้ามาในบ้านผมได้ยังไงน่ะ!!”“ผมมากกว่าที่ต้องเป็นคนถาม..คุณเข้ามาในบ้านผมได้ยังไง?” สิ้นเสียงคนแปลกหน้าวาดถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกใจ..น นี่เขาไม่ได้ตาฝาดหรืออะไรหรอกใช่ไหม?คนๆนี้คือคนที่เดินสวนกันตรงสะพาน!“หรือว่าคุณตามผมมา?” ร่างสูงเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยพลางกอดอกมองวาดนิ่ง“เดี๋ยว! ผมเปล่าตามคุณมาซะหน่อย..แล้วเรื่องบ้านคุณหมายความว่าไง”“ก็นี่คือบ้านของผม ผมพูดอะไรผิด”“ห้ะ?” วาดขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจนัก เมื่อจู่ๆก็โดนใครก็ไม่รู้มาโมเมว่าบ้านเขาคือบ้านของตัวเองน่ะ! จะบ้าเหรอ..เขาอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วนะ“นี่คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า? บ้านนี้คือบ้านของผม”“บ้านคุณ? เหอะ ตลก..อย่ามาพูดมั่วๆ นี่มันจะเป็นบ้านคุณได้ไงก็เนี่ยกุญแจบ้านผมไขมันเข้ามากับมือ” ว่าแล้วร่างสูงก็ยกกุญแจบ้านขึ้นมาให้คนตรงหน้าดู ทันทีที่วาดเห็นก็ถึงกับตกใจอีกรอบ..บ้า คนตรงหน้าจะไปมีกุญแจบ้านเขาได้ไง?“น้ั้นมันกุญแจบ้านผมนิ! คุณไปเอามันมาจากไหน หรือว่า..คุณจะเป็นโจร! ช่วยดะ..” แต่ก่อนจะได้ตะโกนขอความช่วยเหลือร่างสูงก็พุ่งเข้ามาปิดปากวาดเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว“จะบ้ารึไง กุญแจก็ต้องเป็นของผมสิก็นี่มันบ้านผม ผมจะไม่มีกุญแจบ้านตัวเองได้ไงเพี้ยนรึเปล่า” ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มใส่ ทำเอาวาดที่โดนปิดปากอยู่ดิ้นไปมา“ไอ่ไอ้เอี้ยนเอ้ยยย!”งับ!“โอ้ย!” วาดงับเข้าที่มือของร่างสูงจนเขาเผลอดึงมือกลับด้วยความเจ็บ นั่นทำให้ร่างบางยิ้มออกมาทันที“หึ! ผมไม่ได้เพี้ยน แล้วบ้านหลังนี้ก็เป็นของผม คุณนั่นแหละอย่ามาพูดมั่วๆ!”“ผมขอเตือนอีกรอบ..คุณอย่ามาพูดส่งเดช รีบออกไปจากบ้านผมซะแล้วผมจะถือว่าไม่ได้ยินอะไรบ้าๆจากคุณทั้งนั้น” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดเมื่อร่างบางตรงหน้าไม่ยอมเข้าใจสักทีว่านี่มันบ้านของเขา“คุณนั่นแหละที่ต้องออกไม่ใช่ผม” วาดยังคงเถียงกลับไปอย่างไม่ยอม“ผมว่าเราคงพูดกันไม่รู้แล้วล่ะ..ไม่ออกใช่ไหมไอ้สิบแปดมงกุฎ”หมับ!ร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าพูดออกมาอย่างสุดจะทนก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปล็อกแขนวาดไว้อย่างรวดเร็ว! ถึงเขาจะรู้สึกถูกชะตากับคนๆนี้แต่เขาก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัย“เฮ้ย! คุณจะทำอะไร!” วาดตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็โดนชาตเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด“เจ็บนะเว้ย! ...ปล่อย บอกให้ปล่อยไง!”“ไม่ ผมจะไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะบอกความจริงมาว่าคุณเข้ามาในบ้านผมเพื่ออะไร” ร่างสูงกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นพร้อมพูดออกไปข้างใบหูของคนตรงหน้าเขา“โอ๊ย..คุณจะบ้ารึไง! มีตาก็หัดดูรอบๆบ้างดิวะ! มีแต่ภาพกับของใช้ของผมทั้งนั้นแล้วมันจะเป็นบ้านคุณได้ไง!” วาดตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความโมโหพร้อมกับดิ้นไปด้วย“ยังไม่รู้เรื่องใช่ไหม...” แต่ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคร่างสูงก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไปทันทีพลางมองไปรอบตัว..ถึงฟอนิเจอร์หลายๆอย่างจะดูเหมือนเป็นบ้านของเขาแต่มันก็มีบางจุดที่ไม่คุ้นเอาซะเลย เช่น กรอบรูปที่ไม่ใช่รูปของเขาแต่เป็นรูปของคนตัวเล็กว่ากับใครสักคนที่เดาว่าน่าจะเป็นพ่อแม่“อึก!” จู่ๆความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาจนทำให้เขาเผลอปล่อยตัววาดให้เป็นอิสระ“เหอะ! เพ้อเจ้ออะไรเชื่อยังละฮะ”“เงียบ!” ร่างสูงเผลอตะคอกออกมาเสียงดังพลางหันไปมองรอบตัวอีกครั้งเพื่อความมั่นใจให้ตัวเองว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป “นี่มันอะไรวะเนี่ย?”“เอาละ..ในเมื่อเข้าใจแล้วกรุณาออกจากบ้านผมไปด้วยครับ” วาดพูดอย่างผู้ชนะก่อนจะผายมือให้ชายหนุ่มแปลกหหน้าออกจากบ้านตัวเองไปซะ“ไม่ ยังไงผมก็มั่นใจว่านี่คือบ้านของผม ถึงมันจะดู..สกปรกไปหน่อยก็ตาม” วาดถึงกับคิ้วกระตุกทันทีเมื่อคนตรงหน้าพูดมาได้ว่าบ้านเขาสกปรก...มันสกปรกที่ไหนกัน! ก็แค่ของเยอะกว่าปกติเท่านั้นเอง!“ปากเหรอนั่นน่ะ..”“แต่ว่า..ถ้านี่ไม่ใช่บ้านผม แล้วทำไมผมถึงรู้สึกว่านี่มันคือบ้านของผม” แล้ววาดจะไปตรัสรู้ด้วยไหม มาก็มาเองจะให้เขาพูดไง“คุณเข้าผิดหลังรึเปล่า? มันอาจจะมีหลังอื่นอีกก็ได้นะ”“ผิดหลังเหรอ อืมม...หรือว่าจะผิดจริงๆวะ?” ว่าแล้วเจ้าตัวก็วิ่งออกไปนอกบ้านทันที ทำเอาวาดที่ยืนอยู่ถึงกับสะดุ้งก่อนจะรีบตามออกไป“นี่คุณ!”ร่างสูงวิ่งไปที่หน้าบ้านพลางหยุดยืนนิ่ง เขากวาดตามองเลขที่บ้านสลับกับตัวบ้านไปมาด้วยความฉงน เลขที่บ้านก็ถูก ลักษณะบ้านก็ถูก แต่ทำไมถึงไม่ใช่ของเขาละ แถมกุญแจบ้านเขาก็มีอีก..ซ่าาวาดที่วิ่งตามออกมายืนกางร่มมองคนตากฝนอยู่อย่างไม่เข้าใจนัก“บ้านเลขที่คุณ 71/23 ใช่ไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ“อา ใช่”“นั่นก็บ้านเลขที่ผมเหมือนกัน”“ห้ะ?”เปรี้ยง!และยังไม่ทันจะได้ถามต่อเสียงฟ้าฝ่าก็ดังลั่นขึ้นมาซะก่อน เล่นเอาคนที่ไม่ชอบเสียงดังๆผวาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้“เฮือก! นี่คุณ!..เข้ามาในร่มก่อน เดี๋ยวก็ได้โดนฟ้าผ่าตายหรอก ไม่เห็นรึไงว่าฝนมันตกอยู่น่ะ” วาดตะโกนฝ่าฝนออกไปและหวังว่าอีกคนคงได้ยินนะ“เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ ผมไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านหรอกนะ!” พูดจบเจ้าตัวก็รีบวิ่งกลับเข้าบ้านไปทันทีปล่อยให้ชายหนุ่มแปลกหน้าเดินตากฝนตามมาทีหลัง เพราะเสียงฟ้าผ่าเมื่อกี้มันทำให้วาดลืมไปหมดเลยว่าจะเอาร่มมาให้อีกคนนึงน่ะและทันทีที่ร่างสูงเดินเข้าบ้านมาวาดก็โยนผ้าขนหนูให้“คุณเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ..ผมยังไม่อยากเห็นคนตายในบ้านหรอกนะ” ร่างสูงรับผ้าขนหนูมาด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป และนั่นมันก็ทำให้วาดถึงกับเอ๊ะใจ..เขายังไม่ได้บอกสักหน่อยว่าห้องน้ำอยู่ไหน แต่ทำไมคนสูงกว่าถึงได้ปัง!“ปิดเบาๆก็ได้มั้ง กลัวประตูไม่พังรึไง!” วาดพูดขึ้นมาเสียงดังแล้วก็ถอนหายใจออกมา ระหว่างรอเขาก็เดินไปเก็บของที่ห้องนั่งเล่นเอาสมุดกับกระดาษที่มันเปียกเอามาวางเรียงไว้ให้มันแห้ง แล้วก็เอาของกินไปแช่ตู้เย็นไว้พอจัดเสร็จเสียงประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นมา“นี่คุณ เสื้อผ้าผมเปียกหมดแล้วมีอะไรให้ผมใส่บ้างรึเปล่า?” เสียงจากห้องน้ำดังขึ้นมานั่นทำให้วาดพึ่งนึกขึ้นได้“รอแปบนึง” ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบวิ่งขึ้นไปหาเสื้อผ้าที่อีกคนน่าจะใส่ได้มาให้ทันที เป็นเสื้อผ้าของไอ่ปันที่มันเอามาทิ้งไว้เผื่อเวลามานอนจะได้ไม่ต้องหอบเสื้อผ้ามาด้วย..ตัวพอๆกันคงใส่ได้แหละพอยื่นให้คนที่อยู่หลังประตูห้องน้ำเสร็จรอสักพักเจ้าตัวก็เดินออกมา ในสภาพที่ค่อนข้าง เอ่อ..“น นี่คุณ! ทำไมไม่ใส่เสื้อ!?”“ก็ผมร้อน”“แต่นี่มันบ้านผม มารยาทนิดนึงไหม!” วาดมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆในการกระทำ คนแปลกหน้าเดินออกจากห้องน้ำมาอย่างสบายอารมณ์พลางใช้ผ้าขนหนูที่เขาให้เช็ดผมไปด้วยทำไมเขาทำตัวเหมือนว่าบ้านนี้เป็นของตัวเองยังงั้นละ!“เฮ้อ นี่คุณ..ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน”“อา คุยสิ” สิ้นเสียงนั่นวาดก็กึ่งลากกึ่งจูงคนสูงกว่ามาที่ห้องนั่งเล่นทันที “ไม่ต้องลากก็ได้มั้ง ผมเดินเองได้น่า”วาดยืนกอดอกมองคนที่นั่งอยู่นิ่ง..เขาว่าเรื่องนี้มันมีอะไรแปลกๆอยู่“คุณเป็นใครครับ?” สิ้นประโยคคำถามนั่นคนที่นั่งอยู่ถึงกับกับช็อตไปชั่วขณะ“ผม...ไม่รู้” พอได้คำตอบกลับมาร่างบางก็ขมวดคิ้วแน่น คนอะไรไม่รู้จักตัวเองฟ่ะ!?“ทำไมไม่รู้ นั่นตัวคุณเองนะ”“ก็ผมไม่รู้ จะให้ทำไงวะ” ชายหนุ่มตอบกลับมาด้วยความฉุนนิดๆ ก็คนมันไม่รู้จะให้บอกยังไงวะถามจริง“โอเค..งั้นคุณจำชื่อตัวเองได้ไหม แล้วมาที่นี่ได้ไง”“ไม่รู้..รู้แค่ว่าที่นี่คือบ้านผม” วาดถึงกับส่ายหน้าด้วยความปวดหัว จะถามกี่รอบๆคนตรงหน้าก็วนกลับมาว่าที่นี่คือบ้านของเขา...แล้วอย่างนี้จะให้เขาทำยังไงต่อไปเล่า!!แต่ เดี๋ยวนะ..เหมือนพึ่งนึกขึ้นได้วาดเดินไปหยิบสมุดที่เคยวาดรูปพระเอกนิยายเอาไว้ขึ้นมาดูก่อนจะยกมาเทียบกับคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟา...สัดส่วนเค้าโครงทุกอย่างบนใบหน้าเหมือนกับในรูปเป้ะๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหนมันก็ใช่ไปหมดเลย“นี่มันบ้าไปแล้ว..”“ผมไม่ได้บ้านะคุณ”“ผมไม่ได้ว่าคุณสักหน่อย!”“อ้อเหรอ” ชายหนุ่มตอบกลับไปแบบไม่ใส่ใจมากนักก่อนจะหันมามองว่าคนตรงหน้าดูอะไรอยู่ถึงได้มองหน้าเขาแปลกๆแบบนั้น“คุณดูอะไร” พูดจบเจ้าตัวก็พุ่งพรวดเข้ามาใกล้ เล่นเอาซะวาดตกใจจนเผลอปล่อยสมุดตกพื้น“นี่คุณ! ใครบอกให้จู่ๆก็เข้ามาฮะ!” วาดบ่นออกมาแต่ร่างสูงก็ไม่ได้สนใจมากนักแล้วก็ก้มลงเก็บสมุดนั่นขึ้นมาดู..และพอเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในสมุดคืออะไรชายหนุ่มก็ถึงกับนิ่งไปด้วยความสับสนระคนตกใจ“อึก!” แล้วจู่ๆความเจ็บก็แล่นแปรบเข้าสมองมาทำเอาชายหนุ่มทรุดลงไปกับพื้นทันที!“เฮ้ย! คุณเป็นอะไร!?”“ผ ผมไม่เป็นไร” ร่างสูงพูดก่อนจะลุกขึ้นมา แต่ก็ไม่วายรู้สึกจี๊ดในสมองเป็นระยะๆ วาดมองคนตัวสูงกว่าด้วยความไม่สบายใจมากนัก..มันมีอะไรหลายอย่างที่แปลกเกินไป เกินไปชนิดที่ว่าเขาไม่กล้าคิดอะไรบ้าๆขึ้นมาเลย“งั้นคุณพักก่อนเดี๋ยวผมมา ขอไปคุยโทรศัพท์แปบ” ว่าแล้ววาดก็พาตัวเองออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วต่อสายหาเพื่อนตัวเองทันที(“โหลๆ มีไร”)“ปัน มึงคิดว่าถ้าวันนึงตัวการ์ตูนที่กูเคยวาดหลุดออกมามันจะเป็นยังไงว่ะ”(“อันนี้พล็อตนิยายมึงเหรอ เข้าท่านะ”) พอได้ยินปลายสายตอบกลับมาวาดถึงกับขมวดคิ้วแน่น..“คือมึง...มันไม่ใช่พล็อต กูจะพูดยังไงดีว่ะถ้าเกิดสมมุติว่าแม่งหลุดออกมาจริงๆอะ มาที่โลกเราเลย”(“มึงจะวาดการ์ตูนเรื่องใหม่เหรอ”)“ไอ่ปันนนน!!”(“ไรว่ะ?”) เหมือนปลายสายเองก็งงๆ..ถ้าจะโทรมาถามเรื่องแค่นี้ค่อยเอาไปคุยกันที่มอพรุ่งนี้ก็ได้นี่หว่า“มันไม่ใช่พล็อต! กูไม่ได้จะวาดการ์ตูนเรื่องใหม่! แต่ที่กูหมายถึงคือพระเอกนิยายของกูหลุดออกมาจากนิยายจริงๆ!”(“หา? มันจะเป็นไปได้ไงว่ะ”) ว่าแล้วปลายสายก็หัวเราะกลับมา“ใช่ มันจะเป็นไปได้ยังไงว่ะ..”“นี่”เฮือก!วาดสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังในระยะที่ใกล้มากซะจนเผลอถอยไปชนด้วยความตกใจ!“ตกใจหมดมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง!”“...” ร่างสูงไม่ตอบแต่กลับจ้องคนตัวเล็กกว่านิ่ง ทำเอาวาดถึงกับเลิ่กลั่กไปหมดก่อนจะเอ่ยถามออกไปเสียงเบาว่า“น นี่คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่..”“ตั้งแต่แรก” วาดหลบตาคนตรงหน้าทันที ไอ่สิ่งที่พูดออกไปคือเขาแค่คิดเล่นๆและคาดว่ามันคงไม่จริงหรอกมั้ง ชีวิตจริงมันคงไม่แฟนซีเหมือนการ์ตูนที่วาดนักหรอก..ดีไม่ดีคนตรงหน้าอาจจะคิดว่าเขาบ้าไปแล้วก็ได้“ที่คุณพูดว่าพระเอกนิยายหลุดออกมา มันหมายความว่าไง?”“เปล่า! นั่นมันพล็อตนิยายของผมน่ะ”“โกหก เมื่อกี้คุณยังบอกเพื่อนคุณอยู่เลยว่ามันไม่ใช่พล็อต” พูดจบชายหนุ่มก็จ้องวาดนิ่งที่แฝงไปด้วยความกดดัน นั่นมันทำให้วาดอยู่ไม่สุขเลยทีเดียว“ผมก็คิดไปเรื่อย..เป็นนักวาดการ์ตูนแฟนซีมันก็ต้องคิดอะไรเว่อร์ๆบ้างอะไรบ้างอะ”“ถ้าคิดอย่างที่พูดทำไมต้องหลบตา...ตกลงผมเป็นใครกันแน่” วาดหันกลับมามองคนพูดด้วยความรู้สึกที่ตีกันไปหมด ตอนนี้ในสมองเขาคิดร้อยแปดพันเรื่องมาก“...โอเค มันฟังดูอาจจะเหลือเชื่อนะ แต่ผมก็อดคิดไม่ได้จริงๆ”“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเดินสวนกันที่สะพาน ผมโคตรแปลกใจเลยที่เจอคนหน้าตาเหมือนตัวละครที่ผมสร้างขึ้น” วาดว่าแล้วก็พลันนึกถึงเรื่องที่พึ่งเกิดไปเมื่อตอนเย็น“แล้วจู่ๆคุณก็มาโพล่ที่บ้านแล้วบอกผมว่าที่นี่คือบ้านของคุณ...ปกติแล้วเนี่ยผมจะเอาสถานที่ที่คุ้นเคยไปใส่ลงในเรื่องมันจะทำให้ง่ายเวลาบรรยาย ซึ่งเรื่องที่ผมกำลังแต่งอยู่ผมก็เอาบ้านหลังนี้เป็นบ้านของพระเอกของเรื่อง” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะให้คนตรงหน้าพูดต่อ“ผมาเอ๊ะใจเพราะเรื่องห้องน้ำนี่แหละ คือผมยังไม่ได้บอกคุณเลยว่าอยู่ตรงไหนแต่คุณก็เดินดุ่มๆไปคนเดียวแล้วอะ”“ผมอาจจะเคยอยู่ที่นี่ก็ได้” พอชายหนุ่มพูดจบทำเอาวาดนิ่งไปเลย...เออวะ หรือจะเป็นอย่างนั้นว่ะ?“งั้นแปบ ผมขอโทรถามก่อน” ว่าแล้วคนตัวเล็กกว่าก็ต่อสายหาผู้เป็นที่รักยิ่งทันที รอสายไม่นานนักอีกฝ่ายก็กดรับ “แม่”(“หืม? คิดไงโทรมากันละเนี่ย”)“พอดีมีเรื่องจะถามอะ”(“ถามเรื่องอะไรจ๊ะ”)“เรื่องบ้านอะ บ้านนี้เคยมีคนอยู่ก่อนหน้าวาดไหม?” พอได้ถามออกไปใจคนถือโทรศัพท์ก็เต้นตุ่มๆต่อมๆ หวังว่าจะได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ..(“ไม่นะ แม่ซื้อตอนที่เขายังไม่สร้างเลย”)เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางหัว ตอนนี้ทุกอย่างแทบจะหยุดนิ่งไป ก่อนที่วาดจะรู้สึกได้ถึงแรงสะกิดที่แขน“นี่ เป็นอะไรของคุณ?”(“อยู่กับใครอะ เพื่อนเหรอ”)“เปล่าแม่! เอ่อ คือผมดูหนังอยู่..งั้นแค่นี้ก่อนนะ รักแม่นะครับ” พูดจบวาดก็กดวางทันที..หรือมันจะจริงอย่างที่คิดวะ แต่มันก็เหลือเชื่อเกินไปอีกอะโอ้ยยยไม่อยากคิดแล้ว ปวดหัว!“สรุปยังไง?” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบพลางกอดอกมองหน้าวาดนิ่ง“เฮ้อ ในเมื่อคุณจำอะไรไม่ได้ ข้อสันนิษฐานแรกของผมคือ..คุณคือตัวละครในนิยายของผมที่หลุดออกมา” พูดเองก็ไม่อยากจะเชื่อเอง แต่มันก็เป็นไปแล้ว“...” ชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไป นั่นเลยทำให้วาดต้องพูดขึ้นต่อ“ถึงมันจะเหลือเชื่อแต่ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ..คุณโอเคใช่ไหม?”“ถ้าบอกว่าไม่โอเคคงไม่ได้งั้นสิ”“ใช่ เพราะผมก็ไม่รู้วิธีที่จะทำให้คุณกลับเข้าไปในนิยายเหมือนกัน” สิ้นเสียงวาดก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างทั้งสองคน...ความรู้สึกชายหนุ่มตอนนี้คือทั้งงงทั้งสับสนไปหมดนี่เขาหลุดออกมาจากนิยายจริงๆน่ะเหรอ“เรน”“อะไร” ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนพูดด้วยความสงสัย“ก็ชื่อคุณไง คุณไม่มีชื่อผมเลยตั้งให้ว่าเรนที่แปลว่าฝนอะ ก็เห็นมาพร้อมฝนนี่นา”“..เฉยชะมัด” สิ้นเสียง ‘เรน’ วาดถึงกับคิ้วกระตุกทันที“ไม่พอใจก็มาตั้งเองซะเส้!”“หึ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมาเล็กน้อยกับอาการของคนตรงหน้า“เหอะ..งั้นผมจะให้คุณอยู่ที่นี่ไปก่อน จนกว่าจะหาทางกลับได้ ตกลงไหม?” วาดมองคนสูงกว่าอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่จะให้ปล่อยทิ้งให้คนๆนี้ไปตายเอาข้างนอกก็คงไม่ดีสักเท่าไหร่หรอกมั้ง“โอเค ตกลง : ) ”