เฮ้อ...ฮุ่ยเหมยได้แต่ถอนใจด้วยความกลัดกลุ้ม แล้วเดินอ้อมมาอีกด้านหนึ่งของบ้าน ด้านนี้ก็มีเนื้อที่ว่างอีกเยอะ เป็แบบนี้ทุกบ้านคือมีเนื้อที่ว่างแต่ทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำประโยชน์อะไร
ฮุ่ยเหมยยิ่งคิดยิ่งเครียด ว่าจะทำอย่างไรดี ถึงจะมีเงินไปซื้ออาหารในเมือง พอเดินมาถึงหน้าบ้านก็เจอกับพี่หยุ่นอี้
“พี่ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว” พี่หยุ่นอี้ขานรับน้องสาวแล้วถามว่าเธอไปไหนมา ฮุ่ยเหมยบอกว่ากำลังเดินดูรอบๆบ้าน
“พี่ใหญ่ พื้นที่รอบๆบ้านเราก็มีตั้งหลายหมู่ ทำไมเราไม่พากันปลูกผักกินกันเ้าคะ” พี่หยุ่นอี้ทำท่าทางงุนงง บอกว่าต้องปลูกอะไรด้วยเหรอ ฮุ่ยเหมยได้แต่มองบน พร้อมกับดันหลังพี่หยุ่นอี้ให้เดินเข้าไปในบ้าน ซึ่งตอนนี้ในบ้านมีเสี่ยวหยางนั่งกินผิงกัวอยู่อย่างสบายใจ
“พี่ใหญ่เราพากันเข้าเมืองกันเถอะ” ฮุ่ยเหม่ยเอ่ยขึ้นมา พี่หยุ่นอี้ทำหน้าหงอย บอกว่าตนเองไม่เคยเข้าไปในเมืองมาก่อน จะพาน้องๆ ไปได้อย่างไร ที่สำคัญครอบครัวเราไม่มีเงินเก็บเลยสักอีแปะเดียว
เพราะส่วนใหญ่เอาสัตว์ไปแลกอาหารอื่นมาไว้เป็ของกินแล้ว วันนี้พี่หยุ่นอี้ไปดูกับดักก็ดักไม่ได้สัตว์เลย
“เสี่ยวหยางผิงกัวกับพูเถาอร่อยไหม” เสี่ยวหยางตอบอย่างงงๆว่าอร่อยมาก ท่าทางสงสัยว่าทำไมพี่รองถึงถามเื่นี้ ทั้งที่กำลังพูดเื่เข้าเมืองอยู่แท้ๆ
“แล้วพี่ใหญ่ล่ะเ้าคะ ผิงกัวกับพูเถาอร่อยหรือไม่” พี่หยุ่นอี้มองหน้าน้องสาว แล้วก็ตอบว่าอร่อยมากเช่นกัน
“งั้นเมื่อไม่มีสัตว์ป่าที่จะเอาไปขาย เราเอาผิงกัวกับพูเถาไปขาย น่าจะขายได้นะเ้าคะ” เมื่อฮุ่ยเหมยพูดจบ พี่ชายน้องชายพากันคิดตาม เสี่ยวหยางตอบเสียงดัง ขายได้ๆ
แต่พี่หยุ่นอี้ยังทำสีหน้ายุ่งเหยิงอยู่ เขารู้สึกกังวลใจถ้าจะต้องพาน้องๆ เข้าเมือง เพราะเขาไม่เคยเข้าในเมืองมาก่อน
เขาไม่รู้ว่าในเมืองเป็อย่างไร พาน้องๆ ไปแล้วจะเกิดอันตรายหรือเปล่า
พี่หยุ่นอี้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในชีวิตนี้เขาจะเข้าไปในเมือง ตอนนี้เขาได้มองหน้าน้องสาวอย่างโง่งม
“พี่ใหญ่เ้าคะ ฟังข้านะ ตอนนี้ครอบครัวของเราเหลืออาหารนิดหน่อย กินได้แค่วันนี้เท่านั้น ล่าสัตว์ก็ไม่ได้แล้ว มีแค่ผิงกัวกับพูเถาที่เราพอจะเอาไปขายได้ จะเอาผลไม้แลกอาหารในหมู่บ้านก็คงไม่มีใครเอา เพราะทุกคนก็อดอยากเหมือนกัน เงินเราก็ไม่มีในมือ เราต้องทำทุกอย่างให้ได้เงินเราถึงจะมีชีวิตรอด และการเข้าไปในเมืองก็ไม่ได้น่ากลัว เพราะพวกเราจะไปด้วยกัน ไปดูว่าในเมืองเป็อย่างไร ไม่แน่เราอาจจะโชคดีก็ได้นะพี่ใหญ่” พี่หยุ่นอี้ได้แต่มองน้องสาวตาปริบๆ
“เอาอย่างนี้นะพี่ใหญ่ พี่ลองไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้านหลี่ ถามเขาว่าในเมืองเป็อย่างไร น่ากลัวหรือไม่ ตลาดในเมืองขายของยามใด เราจะได้เดินทางไปให้ทัน ถ้าหัวหน้าหมู่บ้านหลี่จะเข้าเมือง ถามเขามาด้วยว่าหากพวกเราจะขอขึ้นเกวียนไปในเมืองด้วยได้หรือไม่ แล้วพอขายของได้เราค่อยจ่ายค่าเกวียนให้เขา ท่านพูดอย่างที่ข้าบอกเลยนะเ้าคะ”
ฮุ่ยเหมยแนะนำพี่ชายเสร็จสรรพว่าต้องพูดอย่างไร จริงๆ พี่หยุ่นอี้เป็คนอบอุ่น ใจดี ซื่อตรง แต่เพราะไม่มีประสบการณ์ในการเข้าสังคม ทำให้เขาไม่มั่นใจในตัวเอง ต่อไปเธอต้องฝึกพี่หยุ่นอี้ให้กลายเป็ชายหนุ่ม ที่คล่องแคล่วและฉลาดเฉลียวให้ได้
พอพี่หยุ่นอี้เดินทางไปที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว ฮุ่ยเหมยก็พาเสี่ยวหยางแบกตะกร้าขึ้นหลัง เพื่อไปเก็บผลไม้บนูเา เมื่อใกล้ถึงจุดที่เคยพบต้นผิงกัวและพูเถา ฮุ่ยเหมยก็ชี้ให้เสี่ยวหยางดู
“เสี่ยวหยางนั่นไงต้นผิงกัวต้นนั้นเลย ที่พี่เก็บลูกมันไปวันก่อน ที่เ้าบอกว่าหวานอร่อยไง ใต้ต้นผิงกัวมีพูเถาอยู่ด้วยนะ เอาอย่างนี้ เ้าวางตะกร้าของเ้าไว้ แล้วเ้ากลับไปเอาตะกร้าจากที่บ้านมาอีก มีกี่ใบเอามาให้หมด เดี๋ยวพี่จะเก็บลูกของมันเอง แล้วเราค่อยรอขนกลับพร้อมพี่ใหญ่ ตอนพี่ใหญ่กลับมา”
เมื่อเสี่ยวหยางรับปากฮุ่ยเหมยแล้ว ก็รีบวางตะกร้าไว้ แล้ววิ่งกลับบ้านเพื่อไปเอาตะกร้ามาเพิ่ม