7 ชั่วโมงที่แล้ว…
เต้าหู้แยกตัวจากกลุ่มเพื่อนที่เพิ่งออกมาจากโรงหนังในห้างฯด้วยกัน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถเมล์ไม่ปรับอากาศสายประจำที่ตัวเองนั้นใช้เดินทางกลับบ้าน ซึ่งวันนี้โชคดีหน่อยที่ผู้โดยสารบนรถยังไม่เนืองแน่นมากเท่าไหร่นัก เขาจึงได้นั่งเก้าอี้ติดกับริมหน้าต่างตรงมุมที่ตัวเองนั้นปราถนาอยากจะนั่งมากที่สุด
“ชิดในหน่อยค่ะพี่!!! ชิดในหน่อยนะคะ!!!”
“หลังว่างค่ะพี่!!! หลังว่างค่า!!!”
ท่ามกลางความวุ่นวายและแออัดบนรถเมล์ไม่ปรับอากาศคันนี้ กอปรกับกลิ่นเหม็นจากท่อไอเสียรถยนต์และแรงสั่นะเืขณะที่รถนั้นกำลังเคลื่อนที่ ได้กล่อมให้เต้าหู้ที่กำลังมองทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่างอยู่นั้นเกิดอาการอ่อนเพลียและผล็อยหลับไปในที่สุด…
ฟืบบบบบบ!!!!!
แคว๊กกกก~ แคว๊กกกก~
แคว๊กกกก~ แคว๊กกกก~
เสียงหวีดแหลมชวนขนหัวลุกของฝูงนกนับร้อยตัวที่บินว่อนนอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน และสีเงินยวงขาวนวลจากแสงดวงจันทร์ที่สาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างของรถเมล์เข้ามา ได้ปลุกให้เต้าหู้ที่นั่งหลับคอพับอยู่นั้นเริ่มรู้สึกตัว ก่อนที่ร่างบางนั้นจะกรีดร้องด้วยความใอย่างสุดขีด
“เฮ้ยยยยยยยย!!!!”
เต้าหู้รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที หลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองนั้นอยู่บนรถเมล์ที่จอดนิ่งสนิทอยู่เพียงคนเดียว
ท่ามกลางความมืดที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ.. ท่ามกลางความเงียบสงัดวังเวงที่โอบล้อมอยู่รอบกาย.. ทำให้เต้าหู้นั้นได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่มันเต้นแรงราวกับจะกระเด็นออกมาจากนอกหน้าอกตอนนี้ให้ได้
เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองนั้นกำลังอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เต้าหู้เลยรีบควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายหลังออกมาเพื่อโทรหาคนที่บ้านให้มารับทันที แต่โทรศัพท์นั้นกลับเปิดไม่ติดคล้ายกับแบตเตอรี่ได้หมดไป ทั้งๆที่ตอนขึ้นรถเมล์เขายังเห็นมันเหลือพลังงานที่ใช้ได้เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์อยู่เลย และแม้เต้าหู้จะพยายามเปิดเครื่องอยู่นานแค่ไหนแต่ก็ยังคงเปิดไม่ติดอยู่ดี จนเขาต้องยอมแพ้แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าไปตามเดิมอย่างสิ้นหวัง..
“มีใครอยู่มั้ยคร้าบบบบ~ ใครก็ได้ช่วยหู้ที!! ฮืออออ~ พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหู้ด้วยยยย~”
เต้าหู้ะโจนสุดเสียงที่สั่นเครือพร้อมกับยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาแห่งความกลัวออกไปด้วย.. ร่างบางค่อยๆขยับตัวลงไปนั่งกองกับพื้นที่เย็นเฉียบบนรถเมลล์ก่อนจะเริ่มกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยนออกมาอีกรอบ
“ฮือออ~ พี่ปาโก๋ช่วยหู้ด้วยยย~ ฮือออออ~”
.
.
.
“ท่านมอร์นาโรสขอร้าบ~ ข้าว่าท่านใส่เอฟเฟ็กต์สยดสยองมากเกินไปหรือเปล่าขอรับ.. นี่คือเหตุการณ์เริ่มต้นที่นำพามนุษย์ผู้นั้นได้เข้าพบกับเทพีผู้งดงามอย่างท่านนะขอรับ.. ไม่ใช่การนำพาให้เขานั้นได้พบเจอกับหมอผีเฮี้ยนบนรถเมล์หลอนซักกะหน่อย.. ท่านทำแบบนี้.. ใครเขาจะกล้าก้าวขาลงมาจากรถกันหล่ะขอรับ ท่านมอร์นาโรส.. ”
“งั้นเ้าก็เอานกแสกออกจากระบบไปสักตัวสองตัวสิมอร์โรซีเบิร์ด!!”
“เอ่อ… ข้าน้อยขอแนะนำให้ท่านเอานกเ่าั้ออกไปจากระบบให้หมดทุกตัวเลยดีกว่านะขอรับ.. ถ้าท่านยังไม่อยากทำมนุษย์ตัวกะจ้อยร่อยคนนั้นหัวใจวายตายก่อนวัยอันควรไปเสียก่อน..”
“จิ๊!! เ้านี่มันช่างเื่มากน่ารำคานเสียจริงๆ!!!”
สิ้นเสียงที่ดังก้องของเทพีมอร์นาโรสกับนกเทพรับใช้นั้นจบลงไป.. เหล่านกที่เคยบินร้องเสียงหวีดแหลมชวนขนลุกเ่าั้ก็เงียบหายกันไปตาม..
“ฮึก...” เต้าหู้ผู้ที่ไม่ได้ยินเสียงคุยกันของเทพีและบริวารก่อนหน้านั้น แต่ััได้ถึงความน่ากลัวที่ลดน้อยลงของบรรยากาศรอบข้างแล้ว จึงสูดน้ำมูกขึ้นจนสุดก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองโดยรอบด้วยสายตาหวาดกลัวอีกครั้งอย่างช้าๆ
แสงจากดวงจันทร์นั้นเริ่มสาดแสงสว่างลงมามากขึ้น.. ทำให้เต้าหู้มองเห็นทุกอย่างรอบตัวได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องแอบขนหัวลุกว่าเงาตะคุ่มตามซอยมืดแห่งนี้กำลังมีอะไรบางอย่างซ่อนตัวอยู่หรือเปล่า
และลมเย็นะเืที่เคยพัดผ่านผิวกายจนขนลุุกซู่ก่อนหน้านั้นก็ได้พลันจางหายไปด้วย ตอนนี้สิ่งเดียวที่ยังคงทำให้เต้าหู้รู้สึกว่ารอบตัวนั้นน่ากลัวอยู่ก็คือความเงียบสงัดวังเวงเพียงเท่านั้น
ร่างบางสูดอากาศหายใจเข้าไปลึกจนสุดปอดก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ แล้วรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ยันตัวเองลุกขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะก้าวเท้าเดินลงมาจากรถเมล์โหวงเหวงคันนี้ด้วยความระแวดระวัง
ตึกตัก~ ตึกตัก~
กึก!!
ร่างเล็กที่ก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้นบนถนนคอนกรีตนั้นได้ยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนเขาจะกระชับกระเป๋าบนบ่าแล้วเริ่มออกตัวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับกวาดสายตาไปมองตึกแถวทั้งสองข้างทางนี้ไปด้วยความหวาดระแวง
เต้าหู้ไม่เคยพบเห็นซอยลับที่เปลี่ยวและตึกแถวที่ทาสีดำตลอดแนวแบบนี้มาก่อนเลย.. เขาแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ััอยู่ตอนนี้คือความฝันหรือตัวเองนั้นหลับลึกจนลงจากรถเมล์คันนี้ไม่ทันกันแน่
แต่ถ้าเป็อย่างหลัง… รถเมล์ที่วิ่งให้บริการจนสิ้นสุดเวลาแล้ว มันก็ควรจะไปจอดอยู่ที่อู่สิ.. จะมาจอดอยู่ในซอยลึกลับน่ากลัวแบบนี้ได้ยังไงกัน..
ภายในซอยเล็กๆแห่งนี้มีถนนแสนจะคับแคบที่รถสามารถวิ่งเข้าออกได้เพียงเลนเดียวนั้น ไร้ซึ่งแสงไฟส่องสว่างจากเสาไฟข้างทาง และไร้ซึ่งแสงไฟส่องสว่างจากตึกแถวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตลอดแนวของทั้งสองฝั่ง
เต้าหู้ที่เดินกอดอกตัวเองแน่นพร้อมกับห่อไหล่ไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ในตอนนี้ แถมไม่รู้ตัวอีกด้วยว่าตัวเองนั้นกำลังจะมุ่งหน้าเดินไปสิ้นสุดที่ตรงไหน เขารู้สึกเหมือนกำลังโดนควบคุมจากอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น.. และมีสิ่งแปลกๆบางอย่างนั้นกำลังบังคับให้เขาต้องก้าวเดินฉับๆไปข้างหน้าราวกับมีจุดหมายปลายทางที่พึงจะไปยังไงยังงั้น..
กึก!!!
เต้าหู้ชะงักฝีเท้าอีกรอบอยู่ที่หน้าตึกแถวหกชั้นริมถนนที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดซอยเปลี่ยวนี้เพียงตึกเดียว ก่อนเขาจะแหงนหน้าขึ้นไปมองป้ายไม้เก่าๆที่เขียนด้วยหมึกสีฟ้าครามที่ติดอยู่บนบานประตูไม้ด้วยความสงสัยใคร่รู้
‘เชิญด้านใน.. เพื่อพบกับท่านเทพีมอร์นาโรสขอร้าบ~’ …พร้อมกับมีลูกศรชี้ให้เข้าไปทางด้านในของตึก
‘เทพีมอร์นาโรสอย่างงั้นหรอ… ท่านคือใครกันนะ.. เต้าหู้ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย.. หรือท่านจะเป็ร่างทรง!!’
และไม่ทันที่เต้าหู้จะได้ยืนสงสัยนานไปกว่านี้.. แสงไฟสลัวสีส้มที่เพิ่งเหมือนเปิดสวิตช์ไฟก็ได้ลอดผ่านช่องประตูและหน้าต่างของตึกนี้ออกมา พร้อมกับเสียงจอแจคุยกันของคนกลุ่มนึงด้านในนั้นดังขึ้น ทำให้เต้าหู้นั้นเริ่มใจชื้นและมีหวังขึ้นมาว่าอย่างน้อยตัวเองก็ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางบรรยากาศที่โพล้เพล้น่ากลัวแบบนี้
ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!!
“สวัสดีฮ่ะ~ ผมขอเข้าไปข้างในหน่อยได้ไหมฮ่ะ พอดีผมเผลอหลับอยู่บนรถเมลล์แล้วหาทางกลับบ้านไม่ได้ฮ่ะ..”
…เงียบกริบ…
ปังงงง!!!!
แม้จะไร้ซึ่งเสียงตอบกลับของผู้คนด้านใน แต่เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ประตูทั้งสองบานก็ได้เปิดแง้มออกจากกันอย่างแรงจนเต้าหู้ถึงกับผงะใรีบเดินถอยหลังกรูดออกห่างจากหน้าประตูไปหลายก้าว
ผู้คนที่เคยพูดคุยกันก่อนหน้านั้นก็ได้หายตัวไปกันจนหมดแล้ว ที่ชั้นล่างแห่งนี้จึงมีเหลือเพียงโต๊ะไม้เก่าๆหลายตัวที่ตั้งอยู่ แถมมีหยักไย่เกาะเต็มไปหมดไม่ต่างอะไรกับด้านนอกตึกเลยสักนิด
เต้าหู้พยายามยื่นคอเข้าไปส่องหาว่าใครเป็คนเปิดประตูออกให้ตัวเองด้วยความระแวดระวังสงสัย พร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะออกตัววิ่งหนีบางอย่างที่อยู่หลังบานประตูนั้นไปด้วย
‘หายไปไหนกันหมดแล้วหล่ะ…’
“ท่านเป็มนุษย์เพศชาย.. แต่ทำไมใบหน้านั้นช่างสวยหวานราวกับเทพีผู้งดงามของข้าได้เช่นนี้กันนะ..”
มอร์โรซีเบิร์ดที่บินมาจากทางด้านหลัง ได้เกาะเท้าแหลมคมอยู่บนไหล่บางของเต้าหู้ พร้อมกับเอียงคอสงสัยและแสยะยิ้มหวานทักทายให้เต้าหู้ไปด้วย
ตึกตัก~ ตึกตัก~
ตึกตัก~
เต้าหู้ค่อยๆหันไปมองดวงตาสีเหลืองทองของมอร์โรซีเบิร์ดอย่างช้าๆ.. ก่อนที่จังหวะสบสายตาระยะประชิดของทั้งคนและนกเทพนั้น จะทำให้เต้าหู้ขวัญหนีดีฝ่อกระเจิดกระเจิงะโออกมาเสียงดังลั่นซอยด้วยน้ำเสียงแปดหลอด จนมอร์โรซีเบิร์ดนั้นรีบป้องปีกขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างของตัวเองเอาไว้แทบไม่ทัน
“อ้ากกกกกกกกก!! นกผีตาหลอกกกกกก!!!! พี่วินไพร์ช่วยหู้ด้วยยยยยย อ้ากกกกกกกกก!!”
เต้าหู้ที่ใจนถึงขีดสุดรีบเอามือปัดมอร์โรซีเบิร์ดออกให้พ้นไปจากตัวจนมือเป็พัลวัน ก่อนจะออกตัววิ่งไปแบบเท้าติดเทอร์โบเข้าไปภายในตึกแถวข้างหน้าอย่างไวแบบไม่คิดชีวิต
“ฮ่ะๆๆๆ~ มนุษย์หน้าหวานคนนี้นั้นช่างน่ารักน่าแกล้งอีกซะจริงๆ ฮ่ะๆๆๆ~ ”
“ช่วยด้วยยยยยยฮ๊าาาา ที่นี่มีนกผีตาหลอกกกกกกก!!!”
โครมมมม!!!
“โอ๊ยยย!!!” เต้าหู้ที่วิ่งเอามือปัดผ้าม่านกั้นผ่านเข้ามาในห้องชั้นล่างสุดของตึกนี้ ได้สะดุดเข้ากับขาตัวเองก่อนที่หัวจะพุ่งไปข้างหน้าแล้วทิ่มลงกับพรมนุ่มบนพื้นของห้องเข้าอย่างจัง
“ฮ่ะๆๆๆ~ ดูเหมือนท่านจะยังไม่สนิทกับขาของตัวเองเท่าไหร่นะขอร้าบ~ ท่านเต้าหู้… ฮ่ะๆๆๆ~”
มอร์โรซีเบิร์ดที่บินตามหลังเข้ามาพบกับภาพที่เต้าหู้กำลังหน้าคะมำพอดีเลยหัวเราะก้องกังวานออกมาดังลั่น ส่วนเทพีมอร์นาโรสนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วกรอกตามองบนเพดานพร้อมกับตบหน้าผากแสนงดงามของตัวเองนั้นไปหนึ่งฉาดด้วยความเหนื่อยใจ
‘แค่วิ่งอยู่บนพื้นธรรมดาเ้ามนุษย์หน้าโง่นี่มันยังสะดุดล้มเล้ย มันจะไปผจญภัยในความฝันรอดหรือเปล่านะ เฮ้อ..’
เทพีมอร์นาโรสดีดนิ้วดัง เป๊าะ! ทีนึง.. ก่อนที่ร่างบางของเต้าหู้จะลอยละลิ่วขึ้นมาจากพื้นจนเ้าตัวนั้นเบิกตาโพรงและกำลังจะแหกปากกรีดร้องด้วยความใอีกรอบ แต่ก็โดนเทพีดีดนิ้วขึ้นอีกทีนึงเป็การปิดระบบเสียงของเต้าหู้อัตโนมัติไปเสียก่อน ตอนนี้เต้าหู้เลยได้แค่ลอยดีดแข้งดีดขาพยายามจะดิ้นลงพื้นอยู่กลางอากาศ และอ้าปากพะงาบๆเพื่อพยายามบอกให้เทพีนั้นปล่อยตัวเองลงสู่พื้นไปด้วย
“เ้าหยุดแหกปากกรีดร้องให้ข้านั้นหนวกหูสักทีเถอะ! มนุษย์ผู้นี้มันช่างน่ารำคานมากเสียจริงๆ!”
เทพีมอร์นาโรสตวัดนิ้วชี้ไปทีนึง เพื่อปล่อยตัวเต้าหู้ให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้สีชมพูที่อยู่ตรงข้ามกับตัวเอง โดยมีโต๊ะยาวสีชมพูขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ที่ช่วยคั่นระหว่างมนุษย์โลกขี้โวยวายและเทพีผู้บูดบึ้งเอาไว้อยู่
มอร์โรซีเบิร์ดบินมาเกาะอยู่บนโต๊ะพร้อมกับแสยะยิ้มหวานให้เต้าหู้อีกรอบ.. ซึ่งนกเทพคิดว่าตัวเองนั้นกำลังแสดงรอยยิ้มที่เป็มิตรกับมนุษย์ผู้น่ารักคนนี้ออกไป แต่สำหรับสิ่งที่เต้าหู้ได้เห็นนั้นมันกลับไม่ใช่ความเป็พันธมิตรกันเลยสักนิด เพราะมันคือรอยยิ้มที่สยดสยองราวกับเขานั้นโดนโจ๊กเกอร์ในร่างนกั์ตัวนี้ยิ้มให้อยู่ก็ไม่ปาน
และนี่เป็อีกครั้ง..ที่เต้าหู้อ้าปากกรีดร้องเสียงดัง(แต่ไร้ซึ่งเสียงเปล่งออกมา) พร้อมกับพยายามดิ้นขลุกขลักจะวิ่งหนีแต่ก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้เพราะโดนเทพีผู้งดงามตรงหน้านั้นควบคุมเอาไว้อยู่
เทพีมอร์นาโรสนั่งมองหน้าเต้าหู้พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายอีกรอบ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้มอร์โรซีเบิร์ดนั้นแนะนำตัวเองให้กับมนุษย์หน้าโง่ตรงหน้านั้นรู้จักแทน ส่วนตัวเองนั้นก็นั่งเอามือเท้าคางแสดง สีหน้าบูดบึ้งและมองเต้าหู้ด้วยหางตาคมกริบอยู่
“ท่านเต้าหู้ขอรับ ข้าชื่อว่ามอร์โรซีเบิร์ด เป็นกเทพผู้ช่วยของเทพีผู้งดงามท่านนี้ขอรับ.. ส่วนที่นั่งอยู่ตรงหน้าท่านตอนนี้ก็คือ.. เทพีมอร์นาโรส... ซึ่งท่านมอร์นาโรสนั้นเป็เทพีที่เติมเต็มความฝันนะขอร้าบ~”
มอร์โรซีเบิร์ดแนะนำตัวเองและเทพีที่ตนรับใช้ด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะสยายปีกพองโชว์ขนสวยทุกเส้นพร้อมกับแสยะยิ้มหวานแล้วหัวเราะเพี้ยนๆออกมาอีกครั้งไปด้วย
ควาวนี้เต้าหู้ยอมพยักหน้ารับทราบช้าๆอย่างช่วยไม่ได้.. แม้เขาจะไม่เข้าใจกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ในตอนนี้สักเท่าไหร่ แต่คนตัวเล็กก็ต้องแกล้งทำเป็เข้าใจเอาไว้ก่อนเพื่อความอยู่รอด เพราะเขาได้เห็นมากับเนื้อตาและััมากับกายหยาบของตัวเองแล้วว่าเทพีที่อยู่เบื้องหน้าตัวเองนั้น มีพลังทรงอำนาจที่น่ากลัวและน่าเกรงขามมากมายขนาดไหน
เทพีมอร์นาโรสยืดตัวขึ้นไปนั่งเต็มความสูงสง่างามพรางกอดอกแล้วพูดกับเต้าหู้ไปด้วย
“เ้าอยากเข้าไปในความฝันของตัวเองและเพื่อนๆของเ้าไหม...”
เต้าหู้รีบพยักหน้าหงึกๆตอบรับกลับไปโดยไม่ได้หยุดคิดเลยสักวินาทีเดียว.. ก็เขากลัวจนรู้สึกว่าฉี่ของตัวเองนั้นกำลังจะเล็ดออกมาอยู่แล้ว.. จะให้กล้าต่อต้านเทพีผู้น่ากลัวและนกเทพที่หัวเราะเพี้ยนๆตรงนี้ไปได้ไงกัน..
“แต่ข้าไม่ได้บังคับให้เ้าเข้าร่วมนะ จงรับรู้ไว้ว่าถึงเ้าจะไม่เข้าร่วมข้าก็จะปล่อยตัวเ้าไปอยู่ดี.. ข้าจะถามเ้าอีกเป็ครั้งสุดท้าย.. เ้าอยากเข้าไปในความฝันของตัวเองและเพื่อนๆไหม...”
‘เข้าไปในความฝันของตัวเองและเพื่อนๆอย่างงั้นหรอ..’
ภาพใบหน้าสุดหล่อของ วินเซนต์ ลอยชัดขึ้นมาในห้วงความคิดของเต้าหู้ ในขณะที่เ้าตัวนั้นกำลังจินตนาการไปถึงความฝันที่ตัวเองนั้นได้มีความสุขกับเพื่อนของพี่ชายออกไปไกลแสนไกล ก่อนเต้าหู้นั้นจะเริ่มเผยรอยยิ้มออกมา..
เต้าหู้สบตาคู่สวยคมกริบของเทพีมอร์นาโรสก่อนจะพยักหน้ารัวไปด้วยอย่างไว พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างส่งไปด้วย
“ท่านมอร์นาโรสขอร้าบ~ ข้าว่าถ้าท่านเต้าหู้นั้นยิ้มสวยจนแก้มบุ๋มออกมาให้เราได้ขนาดนี้แล้ว.. คงน่าจะหายกลัวพวกเราแล้วหล่ะขอรับ ท่านช่วยปล่อยให้ท่านเต้าหู้พูดมีเสียงออกมาได้เถิดนะขอรับ ข้าเห็นแล้วก็รู้สึกอึดอัดแทน..”
เทพีมอร์นาโรสที่แม้จะปราดตามองมอร์โรซีเบิร์ดด้วยสายตาแสนหงุดหงิดรำคานใจ แต่ก็ยอมทำตามที่นกบริวารของตัวเองนั้นได้ร้องขอ โดยการยอมปลดล็อคคำสั่งควบคุมเสียงของตัวเองจากเต้าหู้ออกไปให้ทันที
“เอ่อ..สะ..สวัสดีฮ่ะ~”เต้าหู้ยกมือทักทาย พร้อมกับยิ้มเก้ๆเกร็งๆส่งไปให้เทพีและนกเทพไปอีกครั้ง
มอร์โรซีเบิร์ดแสยะยิ้มทักทายมนุษย์คนโปรดของตน ส่วนเทพีแค่มองด้วยหางตาไม่สบอารมณ์เช่นเคย แล้วดีดนิ้วตัวเองอีกทีนึง ก่อนที่จะมีหน้าจอสีชมพูปรากฏขึ้นมาอยู่กลางอากาศ..
นิ้วเรียวยาวของเทพีผู้เลอโฉมได้เลื่อนหน้าจอแล้วแตะปุ่มนั้นทีปุ่มนี้ทีไปมาสักพัก ก่อนจะเปลี่ยนโหมดสลับหน้าจอแล้วปัดส่งไปให้เต้าหู้ที่นั่งมองอยู่ได้ดูภาพประกอบพร้อมกับเริ่มอธิบายไปด้วย
.
.
.
หลังจากที่เทพีมอร์นาโรสได้อธิบายทุกอย่างกับเต้าหู้ไปเสร็จสรรพเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ปลายนิ้วชี้เรียวยาวของเทพีก็ได้ตวัดชี้กลางอากาศอีกครั้ง เพื่อเรียกของบางสิ่งบางอย่างจากด้านหลังให้ลอยขึ้นมาแล้ววางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าของเต้าหู้แทน
และมันคือ.. ‘ชุดจิ้มจุ่มหม้อดินเผา พร้อมกับใบโหระพาั์และน้ำซุปเข้มข้นสูตรพิเศษ’
เต้าหู้ที่กำลังหอบชุดหม้อจิ้มจุ่มดินเผาอยู่หน้าตึกสีดำ.. ได้แต่มองไปรอบๆด้วยความประหลาดใจ แสงแดด.. พระอาทิตย์.. ทั่วทั้งบริเวณในตอนนี้ปกคลุมไปด้วยแสงแดดที่แสนจะอบอุ่นในอรุณรุ่งเช้าของวันใหม่
เต้าหู้หันหลังกลับไปมองมอร์โรซีเบิร์ดที่เกาะอยู่กรอบหน้าต่างของชั้นสองอีกครั้ง…
“ข้าขอให้ท่านโชคดีมีชีวิตรอดกลับมานะขอร้าบ ท่านเต้าหู้.. ฮ่ะๆๆๆๆ~”
..............................................................................................................................................................................................
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยนะค๊า~