ตอนที่ 1
ลมอ่อยพัดโชยยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เสียงหริ่งเรไรยังคงร้องคลอกับเสียงลมผะแ่วี้ดหวิว แม้ดึกดื่นป่านนี้ยังคงมีร่างสง่างามในชุดเดรสสีขาวประดับด้วยลูกไม้ลายสวยสะดุดตา ตามผ้าเนื้อดีถึงแม้จะดูเก่าเก็บทว่าดูเหมาะไม่น้อยกับเ้าของผู้นี้ ผู้ที่ถูกจับเอาอะไรมาประดับก็สวยสนุกมือคนแต่งไปเสียหมด เขาคือหนุ่มน้อย 'กร' แห่งเรือนดอกไม้ผู้โดดเดี่ยว
เ้าของดวงตางดงามกะพริบเชื่องช้าคลับคล้ายคลับคลาจะหลับบนเข่าอ้อนแอ้นของตัวเอง แต่ยังฝืนทนรอคอยที่จะชมฝนดาวตกตามความปรารถนา สองนายบ่าวต่างคนต่างรอคอยเงียบ ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างมีความหวัง
“คุณหนู ป้าว่าเราเข้าข้างในกันก่อนดีกว่านะคะ”
“อีกเดี๋ยวจ้ะแม่นม”
“แต่คุณหนู...ป้าว่าน้ำค้างเริ่มลงหนักแล้วนะคะ ป้ากลัวว่าคุณหนูจะป่วยยิ่งใกล้...” จะถึงวันนั้นแล้วด้วย ป้าน้อยกุมมือนายน้อยของตัวเองพลางส่งสายตาเป็ห่วง
ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาตอนใกล้รอบฮีทคงแย่แน่ ๆ
ใบหน้าหวานประหนึ่งประติมากรรมชิ้นงามหาดูได้ยากหันกลับมาอ้อนแม่นมด้วยสายตาเว้าวอน ถึงเ้านายเธอจะเป็เพศชายแต่รูปร่างหน้าตากลับไม่ต่างจากเพศหญิงสักนิดเดียว อาจจะเพราะได้เครื่องหน้าออกหวานมาจากฝั่งมารดาอยู่มาก ทำให้มีความน่ารักจิ้มลิ้มและงดงามตามเพศกำเนิด
คุณหนูของเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เสียอย่างนั้น เป็หนึ่งในแผนการที่จะทำให้แม่นมอย่างเธอใจอ่อนทุกครั้งไป เพราะเ้าดวงตากลมโตขี้อ้อนคู่นั้นน่าสงสารยิ่งนัก ปากกระจับคู่สวยที่ชอบบึนขึ้นออดอ้อนจนเธอพูดต่อไม่ออก ทั้งน่ารักน่าทะนุถนอม น่าเอ็นดู น่าตามใจไปเสียหมดจริงเชียว
“แม่นมบอกกรเองว่าวันนี้่ตีหนึ่งจะมีฝนดาวตกนี่จ๊ะ กรก็ต้องรอดูเพราะกรอยากเห็นดาวตกนี่นา กรอยากขอพรกับคุณดวงดาวด้วย...กรคิดถึงคุณแม่ อยากฝากคุณดวงดาวไปบอกคุณแม่ว่ากรคิดถึงมาก มากที่สุดในโลกเลย”
“เอ่อ...”
คุณหนูของป้าอย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิคะ
“แม่นมไม่อยากให้กรขอพรเหรอจ๊ะ? หรือแม่นมโกหกกรหรือเปล่าน้า”
แววตาใสซื่อคู่นั้นร้ายกาจเสียจริง ร้ายขนาดที่ว่าทำให้คนแก่อย่างเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ลงคอ
คุณหนูของป้าร้ายนัก!
“คือคุณหนูขา...”
“แม่จ๋า...แม่นมโกหกกรด้วยล่ะจ้ะ!” ปากเล็กยิ้มอ่อนให้แม่นมเหมือนเด็กดื้อ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพร่ำฟ้องมารดาเป็เื่เป็ราว
“ไม่! ไม่ใช่ค่ะคุณหนู ป้าไม่เคยโกหกคุณหนูเลยนะคะ ป้าน่ะดูข่าวมาเขาว่าวันนี้จะมีฝนดาวตกจริง ๆ ค่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้มันจะตีสองแล้วดาวยังไม่ตกสักดวง ป้าเกรงว่า...อาจจะไม่มีฝนดาวตกแล้วน่ะค่ะ” เธอพูดตามความจริงด้วยเสียงที่อ่อนลง
เกือบร้องไห้อีกแล้วตอนคุณหนูพูดถึงแม่ได้เข้มแข็งแบบนั้น
วันนี้อาจจะไม่มีฝนดาวตกแล้วก็ได้ หรือมันอาจจะไปตกอีกซีกโลกหนึ่งที่ไกลแสนไกล เธอเป็ห่วงคุณหนูมากกว่า กลัวจะตากน้ำค้างจนเป็ไข้
ซึ่งมันไม่ใช่เื่ดีเพราะเธอไม่อยากให้คุณหนูป่วย
โอเมก้าเป็ที่รู้กันดีว่าร่างกายอ่อนแอ แต่คนตรงหน้าเธอไม่ใช่โอเมก้าธรรมดาซะทีเดียว แต่คุณหนูเป็อัลฟ่าโอเมก้าหรือจะเรียกได้ว่าพันธุ์ผสมลูกครึ่ง หาได้ยากมากในปัจจุบัน เกือบสี่สิบปีแล้วสำหรับข่าวการให้กำเนิดของอัลฟ่าโอเมก้าลูกครึ่งคนล่าสุด เป็สิ่งมหัศจรรย์ที่คนทั้งโลกต่างเฝ้ารอและจับตามอง เด็กน้อยดวงตาสองสีผู้น่าสงสาร คนที่ใครก็ไม่้านอกจากเบต้าแก่ ๆ อย่างเธอ
หรืออาจจะมีบางคน…
ป้าน้อยเลี้ยงดูคุณหนูกรมาสิบเก้าปี เธอรู้ทุกเื่เกี่ยวกับเ้านายเป็อย่างดี ด้วยเพราะเธอเป็คนใช้เก่าแก่ของตระกูลนี้และเธอยังเป็น้าของแม่คุณหนูที่เลี้ยงมาเองกับมือเช่นเดียวกัน ถึงแบบนั้นเธอก็ไม่คิดจะบอกเื่นี้ออกไป เพราะว่าไม่อยากให้หลานที่ตัวเองรักรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจรู้สถานะของตัวเองพาลให้เสียใจเปล่า ๆ กระนั้นก็ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างจะมาลงเอยแบบนี้
ป้าน้อยเสนอตัวรับใช้คุณหนูกรเองั้แ่เด็กน้อยลืมตาดูโลก ตัวตนโอเมก้าที่ได้รับมาจากฝั่งแม่ที่เป็เพียงคนรับใช้ต่ำต้อยในตระกูลธิวาดำรงค์กับคุณไกรภพเ้าของบ้านที่มีเชื้อสายอัลฟ่าชนชั้นสูงตระกูลเก่าแก่ ทั้งสองเกิดตกหลุมรักกันและแอบนัดเจอกันยามวิกาลบ่อยครั้งโดยไม่มีใครล่วงรู้
เนิ่นนานจนมาถึงวันที่ทุกอย่างถูกเปิดเผย เมียคนใช้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเ้านายอย่างไม่เจียมเนื้อเจียมตัวแอบลอบมีความสัมพันธ์ชู้สาวกันแรมปีจนเกิดตั้งครรภ์ หน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นทุกวันก่อเกิดความสงสัยแก่ทุกคนในบ้าน
ในตอนนั้นบรรยากาศท่ามกลางโต๊ะอาหารแสนอึดอัดไกรภพไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่ได้ยินจากคนใช้ส่วนตัวของภรรยาเท่าไหร่นัก ‘นังกุลมันแอบลักลอบมีอะไรกับคุณท่านจนตั้งท้อง เฟืองเห็นเองกับตาว่าคุณท่านแอบเข้าห้องนอนมันกลางดึกเกือบทุกคืนเลยค่ะคุณผู้หญิง…’ เธอไม่แน่ใจว่าที่คุณท่านนิ่งเฉยนั้นเพราะ้าเมินเฉยหรือกำลังคิดแผนการอะไรอยู่กันแน่ ราวกับคิดเอาไว้แล้วว่าสักวันจะต้องมีวันนี้ ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าทั้งสองคิดอะไรกันอยู่ถึงทำเื่แบบนี้ได้
ท่าทียอมรับโดยไม่ต้องสารภาพของสามีทำให้ภรรยาหลวงอย่างโฉมยงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟอาละวาดบ้านแตก แรงโทสะทำให้เธอเข้าไปทำร้ายสาวใช้ที่กำลังท้องโดยไม่ยั้งมือ อัลฟ่าชั่วช้ากับโอเมก้าสารเลวที่ได้หยามหน้าและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ ทุกคนเข้าห้ามกันไม่เท่าไหร่ก็โดนไล่กันกระเจิงเพียงกล่าวคำขู่ว่าจะไล่ออกและไม่ให้เงินเดือน โฉมยงประกาศกร้าวและไม่มีวันยินยอมให้สามีได้มีภรรยารองแบบบ้านอื่นอย่างเด็ดขาด
รังจะต่อปากต่อคำฟาดฟันกันจนได้ข้อยุติอย่างจำนน หนึ่งในตัวเลือกที่ภรรยาหลวงเสนอกับสามีแลกกับการให้คนใช้ต่ำต้อยยังสามารถอยู่ภายในรั้วบ้านหลังนี้ได้ คือทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับเื่นี้ทั้งหมดจะต้องอยู่ใต้อำนาจของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ไกรภพจะไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นในการปกครองคนในบ้านหลังนี้อีก
โฉมยงไม่มีวันยอมหย่าอยู่แล้ว เธอรู้ว่าจุดอ่อนของสามีคือลูกสาววัยสองขวบ เพียงขู่ว่าถ้าจะให้ย้ายออกไปเธอก็จะพาลูกไปด้วยและไม่ให้พบเจอกันอีก
โฉมยงส่งสาวใช้ที่กำลังตั้งครรภ์ไปอยู่เรือนดอกไม้เก่าหลังคฤหาสน์ เรือนไม้ขนาดเล็กที่คุณย่าของคุณหนูสั่งปลูกเอาไว้พักผ่อนกับสามีท่ามกลางขุนเขาที่โอบรอบและทุ่งดอกไม้รายล้อมสุดลูกหูลูกตา มันตั้งอยู่เข้าไปในป่าลึกรกชัฏแต่ยังคงอยู่ในพื้นที่ของตระกูลธิวาดำรงค์
การทำแบบนี้ไม่ต่างจากการถูกคุมขังแต่ทว่าโอเมก้าท้องแก่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ตนเองเป็คนเลือกเองั้แ่ต้น อีกทั้งการถูกทำพันธะแล้วยิ่งทำให้เธอไม่สามารถก้าวออกจากวงจรนี้ได้อย่างเต็มใจ
‘ที่แห่งนี้เป็ที่ที่สวยงามที่สุดในโลก’ ทั้งคุณหนูกรและกุลยาเคยกล่าวกับเธอเอาไว้แบบนั้น เด็กที่เกิดมาไร้อิสระภายในห้องแคบ ๆ ในบ้านหลังน้อยท่ามกลางป่าสน ภาพส่วนมากที่สามารถมองเห็นภายใต้ขีดจำกัดของสายตาคงหนีไม่พ้นต้นไม้และแนวูเา ไม่ต่างจากมารดาใน่เวลาก่อนสิ้นใจที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน
เรือนดอกไม้ตั้งห่างจากตัวคฤหาสน์พอสมควร กุลยาถูกกักขังให้อยู่แต่ในบ้านด้วยโซ่ตรวนจนคลอดลูกและจากไปในค่ำคืนที่เด็กน้อยลืมตาดูโลกโดยที่ไม่มีใครรับรู้หรือคอยช่วยเหลือได้ทัน เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความโล่งใจและฝากฝังความเ็ปไว้ให้หลายคนที่รับรู้ โดยเฉพาะเธอที่เป็ป้าแท้ ๆ แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลืออะไรหลานได้เพราะคำสั่งของคุณนายเ้าของบ้านถือเป็คำขาด
ถ้าเกิดว่าวันนั้นเธอไม่กลับมาเรือนใหญ่ตามคำสั่งและคอยอยู่ช่วยเหลือหลานทำคลอด แม่ของกรอาจจะยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ ั้แ่วันนั้นความรู้สึกผิดก็กัดกินหัวใจของเธอมาโดยตลอด มันเป็ปมติดอยู่ในใจทุกครั้งที่ได้มองหน้าเด็กคนนี้ ั้แ่นั้นมาเธอจึงตั้งใจเลี้ยงดูคุณหนูกรอย่างดีที่สุดเพื่อให้หลานของเธอนั้นไม่ต้องมีห่วง
ไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากรอยยิ้มครั้งสุดท้ายและกำไลข้อเท้าสีเงินที่ข้อเท้าเด็กทารก จนถึงตอนนี้มันยังคงอยู่บนตัวคุณหนูกร ถึงมันจะเก่าไปตามกาลเวลาแต่ขนาดที่ปรับได้ราวกับเธอสั่งทำมาให้คุณหนูใส่ได้ในทุก่วัย เปรียบเสมือนของขวัญชิ้นสุดท้ายที่มารดาจะมอบให้ลูกน้อย และของสิ่งนี้จะอยู่ติดตัวลูกตลอดไปต่อให้เธอไม่มีลมหายใจอยู่แล้วก็ตาม มันจะช่วยย้ำเตือนว่าแม่ยังคงอยู่กับลูกเสมอ
ของต่างหน้าที่กรหวงแหนมากที่สุด
ถึงตอนนี้ผู้เป็พ่อจะดูละเลยลูกชายคนนี้ไปบ้างแต่เมื่อครั้งกรยังเด็กนั้นคุณไกรภพก็ดูแลคุณหนูได้ดีในหลายเื่เท่าที่พ่อคนหนึ่งจะทำให้ได้ ไม่ว่าจะด้านอาหารการกินที่หลากหลาย ของอุปโภคบริโภคหรือแม้แต่คุณครูประถมที่ส่งมาแบบไม่ให้ภรรยาล่วงรู้ แต่ก็ไม่สามารถปิดเป็ความลับได้นานอยู่ดี พอคุณหญิงรู้เข้าทุกสิ่งทุกอย่างที่บิดาหามาประเคนให้ลูกนอกสมรสคนนี้ก็เป็อันต้องถูกยกเลิกกลางคันทั้งหมด นับแต่นั้นก็ไม่มีใครมาที่นี่อีกเลย
คุณหนูไม่ได้เรียนหนังสือแบบเด็กทั่วไปนับแต่นั้นเพราะถูกขังด้วยโซ่ทองให้อยู่แต่ในบ้าน เด็กคนนี้ไม่เคยได้ออกไปที่ไหนเลยนอกจากหน้าบ้านและชานระเบียงั้แ่ลืมตาดูโลก
ธิวาดำรงค์ไม่อยากให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเด็กคนนี้มีตัวตนอยู่บนโลก เป็เชื้อสายของธิวาดำรงค์อย่างแท้จริง เด็กที่เกิดจากมารดาโอเมก้าต่ำต้อย ลึก ๆ แล้วทุกคนในบ้านรู้ดีว่าคุณท่านรักใคร่และเอ็นดูคุณหนูกรมากแค่ไหนพอกับคุณหนูอัญชัน รักแม่ขนาดไหนคนเป็ลูกต้องได้รับความรักมากกว่านั้นเท่าทวีคูณ แต่ทำอะไรมากก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะคำว่าภรรยาในสมรสมันค้ำคอ ภรรยาที่เกิดจากการคลุมถุงชนกับตระกูลชั้นสูงด้วยกัน และเธอยังขึ้นชื่อเื่ความร้ายกาจ
การเพิกเฉยเื่ลูกชายโอเมก้าเป็ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับไกรภพ
แต่มันก็มีเื่ดีอยู่หนึ่งเื่คือคุณนายและครอบครัวไม่เคยมาเยือนที่นี่นอกจากคุณท่านที่แอบมาบ้างตอนคุณหนูเด็ก ๆ แล้วก็ไม่เคยได้มาอีกเลยนับั้แ่ล้มป่วย..
“ต้องมีสิจ๊ะ เดี๋ยวก็ตกแล้วล่ะจ้ะ แม่นมรออีกแป๊บนึงน้าา” เสียงใสลากยาวน่ารักอ้อนเธอ
ยอม…ป้ายอมคุณหนูแพ้คุณหนูทุกทางแล้วค่ะ
“ฮืม! ป้าต่อเวลาให้ก็ได้ค่ะ แต่ห้ามเกินตีสองครึ่งนะคะ ถ้าเกินปุ๊บคุณหนูต้องเข้านอนทันทีห้ามดื้ออีก เดี๋ยวป้าเข้าไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้คุณหนูก่อนดีกว่า” กรมองดูหญิงชราเดินเข้าบ้านไปหยิบของที่ว่า
“จ้ะ” เด็กดีใจยิ้มแฉ่ง
แม่นมจะทำอะไรก็ตามสบายเลย ขอแค่ให้เขาได้รอดูฝนดาวตกก็เพียงพอแล้ว เพราะคราวนี้ต้องไม่พลาดแบบปีที่แล้วอีก
ที่ง่วงจนหลับไปยันเช้าน่ะเสียดายมาก ๆ เลยล่ะ
เวลาล่วงเลยไปอีกร่วมชั่วโมงต่อมา ภายใต้หลังคาบ้านไม้เดี่ยวหลังเล็กเคลือบด้วยพุ่มไม้เลื้อยเขียวขจีแทบทั้งหลัง มีระเบียงยื่นออกมาบริเวณด้านข้างของบ้านเป็จุดที่เหมาะกับการชมวิวในมุมที่เห็นท้องฟ้ากว้างและทุ่งดอกเดซี่บนลาดเขาไกลโพ้น คนสองคนกำลังจดจ่อกับการรอคอยบางอย่างอย่างเงียบเชียบตั้งใจ
นั่น!
“แม่นมจ๊ะ! นั่นไงตรงนั้น ดาวตกแล้วจ้ะ!”
โอเมก้าลูกเสี้ยวที่นั่งพับเพียบอยู่บนโซฟาหนังเก่าแทบลุกพรวดด้วยความดีใจ สองมือผสานเข้าหากันทาบไว้บริเวณอกแล้วก้มหน้าหลับตาพริ้มอธิษฐานด้วยความตื่นเต้น
“ดาวตกจริง ๆ ด้วยค่ะ สวยมากเลยค่ะคุณหนู…ว้าว” เธอตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดีใจที่คุณหนูได้เห็นดาวตกตามที่หวังเสียที หญิงชราอุทานไม่หยุดพลางหันไปมองเ้านายด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันกลับไปมองดูท้องฟ้าดังเดิม
“แม่นมเงียบก่อนจ้ะ กรขออธิษฐานก่อนนะ”
“ได้ค่ะคุณหนู” เธอตอบอมยิ้มเอ็นดูเ้านาย
มัวแต่ดีใจจนพูดมากไปหน่อย
สายตาที่ผ่านโลกมามากจ้องมองเ้านายตัวเล็กในท่าพับเพียบขอพรจากดวงดาวเห็นแล้วอดเอ็นดูไม่ได้ น่ารักแบบนี้ใครได้พบเจอเข้าคงจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก หญิงชราพนมมือขึ้นบ้างอธิษฐานตามเช่นเดียวกัน
…กรขอฝากดวงดาวทุกดวงบอกแม่ว่ากรคิดถึงแม่มากๆ เลย กรขอให้แม่มีความสุขไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งไหนก็ตาม กรเองก็จะพยายามมีความสุขในทุกวันเหมือนกัน แม่คงเห็นแล้วใช่ไหมเพราะแม่มองอยู่ข้างบนนั้น…เพราะฉะนั้นแม่ไม่ต้องห่วงเลยนะจ๊ะ แม่นมดูแลกรได้ดีมากเลยจ้ะ…และอีกเื่ กรขอให้แม่นมอยู่กับกรไปนาน ๆ นานตราบเท่าที่จะนานได้ อยู่กับกรแบบนี้ตลอดไปเลยนะจ๊ะ ปีนี้กรขอเท่านี้แหละจ้ะคุณดวงดาว…
…ดิฉันขอให้คุณหนูมีความสุขในทุกวัน ขอให้ไม่มีคนคิดร้ายต่อคุณหนูของป้าและพบเจอแต่สิ่งดี ๆ ในอนาคตนับแต่นี้ ดิฉันขออธิษฐานต่อฟ้าเบื้องบน…ได้โปรดส่งคนมาช่วยพาคุณหนูออกไปจากกรงสีทองนี้สักทีเถอะค่ะ ดิฉันสงสารคุณหนูเหลือเกิน…