อ้อเื่นั้น คืออย่างนี้เพคะ ในวันนั้นอยู่ในงานเลี้ยงมันออกจะมืดไปเสียหน่อย หม่อมฉันเลยมิค่อยเห็นความหล่อของพระองค์ แลเสียงดนตรียังดังกึกก้องทำให้มิทราบว่าแท้จริงแล้วพระองค์นั้นมีน้ำเสียงที่ทรงไพเราะยิ่ง จึงได้เสนอเ้านางน้อยให้ หากหม่อมฉันรู้แต่แรกว่าพระองค์นั้นหล่อเหลาเพียงนี้ คงจะเสนอตัวเองไปแล้ว" นางเอ่ยตอบอย่างไม่จริงจังนัก
เกิดความเงียบชั่วขณะ ซูลี่เซียนชะงัก
นี่นางออกตัวแรงไปหรือไม่ คิดแล้วก็ค่อย ๆ ช้อนสายตาขึ้นมองเฟยหลงจิ้นสี่ เมื่อสบกับดวงตาัที่กำลังจ้องมองมาที่นางด้วยสายตายากจะคาดเดาแล้ว นางต้องรีบยิ้มฝืด ๆ แสร้งยกชาขึ้นดื่ม
"คาดว่าเ้าคงรู้ตัวกระมังว่าเมื่อกี้เ้าพูดอะไรออกมา"เสียงราบเรียบเอ่ยถามนาง ทำเอาซูลี่เซียนขนลุกไปทั้งตัว
น้ำเสียงเช่นนี้ นางคงจะออกตัวแรงเกินไปจริง ๆ
"ย่อมรู้ตัวเพคะ" นางเอ่ยตอบเสียงเบาพลางก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างไม่กล้าสบตา
"เ้าเป็ฉินหวางเฟย เป็ชายาพระราชทาน พูดจาเช่นนั้นได้หรือ!"
นางเลือกที่จะนั่งเงียบ เมื่อเห็นว่านางไม่คิดจะแก้ต่างเฟยหลงจิ้นสี่จึงเอ่ยพูดต่อ
"คำพูดของเ้าไม่ต่างจากหญิงนางโลมที่้าบุรุษ จวนราชครูช่างสั่งสอนบุตรได้ดียิ่ง! พูดหยามเกียรติตัวเองยังไม่พอยังส่งผลต่อสวามีของเ้าอีกด้วย รู้ตัวหรือไม่!!"
"ส่งผลเช่นไรกันเพคะ หม่อมฉันยังไม่ได้เอ่ยถึงฉินอ๋องเลยแม้แต่น้อย" นางรีบแย้งทันที
"เป็หญิงที่ออกเรือนแล้วแต่กลับมาเกี้ยวบุรุษอื่น เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็การหยามเกียรติสามีหรือ!!" เฟยหลงจิ้นสี่ตะคอกกลับ
หากนางเป็ชายาของคนอื่นข้าจะไม่ยุ่ง แต่นี่นางเป็ชายาของเจียวเจี๋ย สหายข้า!!
"มันจะมากไปแล้วนะ!!" นางเองก็ตะคอกกลับเช่นกัน พลางสบตากับเฟยหลงจิ้นสี่อย่างไม่เกรงกลัว
คิดว่าตัวเองตะคอกเป็คนเดียวรึไงกัน!
"มากยังไง ในเมื่อ..."
"ในเมื่อสามีของหม่อมฉันยังไม่เคยคิดที่จะให้เกียรติหม่อมฉัน แล้วเหตุฉะไหนหม่อมฉันต้องให้เกียรติเขาด้วยเล่า"
"เ้า…"
"หม่อมฉัน ซูลี่เซียน บุตรีท่านราชครูเพคะ" ไม่เปิดโอกาสให้เฟยหลงจิ้นสี่ได้โต้ตอบ นางรีบพูดต่อทันที
"ฝ่าารู้หรือไม่ว่าหม่อมฉันต้องโดนท่านอ๋องหยามเกียรติมาแล้วกี่ครั้ง พบกันครั้งแรกท่านอ๋องสั่งโบยสาวใช้ของหม่อมฉันจนตาย หม่อมฉันสู้อุตส่าห์มิคิดเคียดแค้นเฝ้ารอท่านอ๋องไปศึกถึงห้าปี พอท่านอ๋องกลับมาก็พยายามจะทูลขอถอนหมั้นหม่อมฉัน พอทูลขอถอนหมั้นไม่สำเร็จก็เปลี่ยนมาทำเป็เ็าใส่หม่อมฉัน วันแต่งงานท่านอ๋องก็สวมใส่อาภรสีขาวมาเข้าพิธี เท่านั้นยังไม่พอ ยังหักหน้าหม่อมฉันต่อหน้าแขกที่มาร่วมงานด้วยการหนีกลับตำหนักไปกลางคัน ฝ่าารู้หรือไม่ว่าหม่อมฉันต้องรู้สึกอับอายเพียงใด..." พูดถึงตรงนี้น้ำตานางก็ไหลลงมาอย่างเก็บไม่อยู่
นี่ไม่ใช่การแสดงของนาง หากแต่มันคือสิ่งที่มันอัดอั้นอยู่ภายในใจของซูลี่เซียน
"พอหม่อมฉันแต่งเข้าวังอ๋องก็หาได้รับความสุขไม่ สามีไม่แม้แต่จะมาเหยียบหน้าตำหนักด้วยซ้ำ หม่อมฉันที่เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายกลับต้องมุดหัวอยู่แต่ในตำหนัก ไม่มีแม้กระทั่งอำนาจจัดการสิ่งต่าง ๆ ภายในวัง..." นางเล่าระบายสิ่งที่อยู่ภายในใจของร่างนี้ออกมาทั้งน้ำตา
"หม่อมฉัน.."
"พอได้แล้ว" เฟยหลงจิ้นสี่เอ่ยห้ามนาง พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้นางซับน้ำตา
"ขอบพระทัยเพคะ" ซูลี่เซียนรับผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาเงียบ ๆ
ได้ระบายสิ่งที่อยู่ภายในใจของร่างนี้ออกไปแล้วรู้สึกโล่งชะมัด
เฟยหลงจิ้นสี่มองซูลี่เซียนด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าเดิม นางไม่ได้แสแสร้ง สิ่งที่นางพูดล้วนเป็ความจริง ทุกสิ่งที่นางพูดล้วนเป็นิสัยของเจียวเจี๋ยที่เมื่อไม่สนใจสิ่งใดแล้วก็จะทำเหมือนกับสิ่งนั้นเป็ของน่ารังเกียจ ไม่แม้แต่จะเฉียดใกล้ คิดแล้วก็รู้สึกสงสารนางยิ่ง