หลังจากที่เฟยหลงตัดสินใจเดินทางไปยังดินแดนนภาเพื่อหาศิษย์คนที่สอง แต่ในใจของเขาตอนนี้อยากจะทดสอบเทียนต้าและไป๋หลงเฟยหลงตัดสินใจอีกครั้งพาทั้งสองมายังดินแดนแห่งนี้เพื่อฝึกทักษะการต่อสู้
ความจริงแล้วดินแดนแห่งนี้คืออดีตดินแดนพระเ้าที่ถูกลืมเลือนโดยเมื่อแสนปีที่แล้ว เฟยหลงได้มาค้นพบอารยธรรมแห่งนี้ และแห่งนี้สถานที่ที่น่ากลัวมากที่สุดนั่นก็คือจิติญญาแห่งพระเ้าซึ่งความน่ากลัวของมันหาใช่ในการบ่มเพาะแต่เป็การโจมตีทางิญญาที่จะดึง เอาจิตที่ชั่วร้ายที่สุดอยู่ในก้นบึ้งจิตใจ ความคิดของคนคนนั้นก็จะรู้สึกสับสนและต้องต่อสู้กับจิติญญาของตนเองซึ่งเป็สิ่งที่ยากมากที่สุดของศัตรูที่จะเจอได้ในตลอดระยะเวลาทั้งชีวิต
สิ่งที่แข็งแกร่งมากที่สุดของทุกๆคนนั่นก็คือตนเอง การที่เรานั้นสามารถที่จะก้าวข้ามผ่านจิตใจของตนเองและ สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ ซึ่งนั่นก็แปลว่าเรานั้นได้อยู่เหนือการควบคุมของจิตใจตนเอง และสามารถเอาชนะจิตใจของตนเองได้แล้ว
เฟยหลงได้พาไป๋หลางกับเทียนต้าเดินทางมาเรื่อยๆ ภายใต้พระอาทิตย์ที่ส่องแสงลงมาทำให้ร่างกายของทั้งสองเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาบนใบหน้า การเดินทางอย่างไม่ลดละและหยุดพักของทั้ง 3 คนกินระยะเวลาไปมากกว่า 1 ปีกับอีก5เดือน จนในที่สุดทั้งสามก็เดินทางมาถึงประตูแห่งหนึ่งมีลักษณะสีดำทมิฬมีความเก่าแก่โบราณแผ่ขยายออกมา ตอนนี้ทั้งสองคนคือไป๋หลางกับเทียนต้ารู้สึกว่าจิตใจของตนเอง แล้วมีบางสิ่งบางอย่างเข้ามาก่อกวนทำให้รู้สึกปั่นป่วน จากนั้นไม่นานร่างของทั้งสองก็ฟุบหลับลงไปบนพื้นทรายที่ร้อนระอุเฟยหลงยิ้มจากนั้นเขาก็ใช้พลังปราณยกร่างของทั้ง 2 และเดินทางไปยังดินแดนนภาโดยทันทีซึ่งความจริงแล้วจิตของ ความชั่วร้ายที่อยู่ในใจถูกกระตุ้นจากพลังิญญาที่หนาแน่นและเข้มข้น
ซึ่งเทียนต้านั้นได้มาอยู่ในดินแดนที่ดูมืดมิด ไร้ซึ่งดวงตะวันและ และจันทรามีเพียงความมืด ที่คอยอยู่เป็เพื่อนก่อนเขาจากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงของชายหนุ่มที่มีลักษณะคล้ายกับเขาเป็อย่างมากเลยขึ้นมา
“มาแล้วงั้นรึเ้าจิตใจที่แสนดี”
มันเลยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่คล้ายกับเทียนต้าแต่ไร้ซึ้งความปราณีและความดีงามน
“เ้าคือใคร”
เทียนตาถามเสียงปริศนาตรงหน้าของเขาไปด้วยสีหน้าที่สงสัยและรู้สึกหวาดระแวง
“ข้าก็คือเ้าถึงเ้าก็คือข้า”
เสียงปริศนาได้ตอบกลับมา จากนั้นเทียนต้าจึงค่อยๆลุกขึ้นและเริ่มสำรวจความมืดมิดที่อยู่รอบกายของเขาแม้จะมองไม่เห็นแต่จิตััลงเขายังคงรู้ว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่ที่ใด เขาเดินไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะมี ของที่ขวางทางตรงหน้าเขาเลยสักอย่างเดียวยิ่งทำให้เขาสงสัย
“แล้วตกลงข้าอยู่ที่ได”
เทียนต้าเอ่ยถามอีกครั้งด้วยสีหน้าที่สงสัยและอยากจะรู้ความจริงที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้
“ส่วนที่เ้าอยู่นั่นก็คือจิติญญาเบื้องลึก ซึ่งเป็สถานที่ ที่ข้าหลับใหลมายาวนานแสนนาน”
เสียงปริศนา ได้ตอบกลับมาด้วยความเบื่อหน่าย
“แล้วทำเช่นไรถึงจะออกไปจากที่แห่งนี้ได้อย่างนั้นรึ”
เทียนต้าถามเสียงปริศนาไป
“ชนะข้าสิชนะตัวตนของข้า”
การต่อสู้กับจิติญญาของตนเองจะเริ่มขึ้น แม้ตอนนี้เทียต้าจะคาดเดาผลของการต่อสู่ได้อย่างแน่ชัดเนื่องจากว่าจิติญญาตามข้อมูลความรู้ที่อาจารย์ของเขานั้นให้มา คือจิติญญากับความคิด เป็สิ่งที่เชื่อมต่อกันหากร่างกายคิดอะไรก็ต้องแน่นอนจิติญญาก็ต้องรู้ต้องทราบและทำให้เกิดการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้นขึ้นแต่หากสามารถอยู่เหนือจิติญญาของตนเองได้ตามต่อสู้จะจบลงอย่างรวดเร็ว
“ได้สิข้าจะสู้กับเ้า”
เทียนต้าพูด หลังจากนั้นเขาก็คิดว่าที่แห่งนี้มันต้องเป็โลกมายานิมิตซึ่งใช้ความคิดและจิติญญามากกว่าแต่กำลังคิดสิ่งใดจิตใจแข็งพอสิ่งนั้นก็จะปรากฏ เทียนต้าเริ่มนึกคิดถึงศาสตราวุธของเขา หลังจากนั้นผ่านไปไม่กี่ลมหายใจก็มีสิ่งที่เรียกว่าคันธนูปรากฏขึ้นบนมือของเขา มันมีรูปร่างที่สวยสดงดงาม แต่เช่นเดียวกันที่ิญญามารชั่วร้ายของมันก็มีอยู่บนฝ่ามือนั้นก็คือธนูนั่นเอง
“อย่าคิดสิว่าเ้าจะมีเพียงแค่คนเดียวเราใช้จิติญญาและความคิดร่วมกันเ้าคิดอะไรข้าไม่คิดเช่นนั้น”
เสียงของจิตมารร้ายของเทียนต้าขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สะใจ
"เ้ามันก็เป็เพียงแค่มาชั่วร้ายที่อาศัยอยู่ในใจของข้าเ้าหาได้อยู่ในองค์ประกอบที่หลอมรวมกลายเป็ร่างกายข้าเ้ามันก็เป็เพียงแค่ ส่วนที่ข้าไม่้าก็เท่านั้น"
เทียนต้าพูดเชือดเฉือนจิตใจ ของมันมาเพื่อยั่วยุทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกรธ
"เ้าจะพูดมากเกินไปแล้วลงมือซะ"
ดูเหมือนว่าคำยั่วของเทียนต้าน่าจะได้ผลเพราะจิตมารของเขาเริ่มเกิดอาการคุ้มคลั่ง
เทียนต้าหยิบลูกดอกธนู หลังจากนั้นเขาได้ง้างคนศรอย่างสุดแรงและปล่อยแต่ลูกศรหาได้ตรงไปยังจิตมารของ แต่พุ่งขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเทียนต้าได้หยิบลูกศรชุดใหม่ขึ้นมาและยิงลงดินอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
"เหนี่ยวรั้งวิถีนำิญญาปลิดชีพ"
เทียนต้านเอ่ยขึ้นมาเบาๆวิชาอันนี้เป็วิชาที่เขาคิดค้นวิชาแรกหลังจากที่ได้แล้วฝึกกับเฟยหลง
“เป็เพียงแค่วิชา กระจอกๆทั่วไปก็เท่านั้นอย่าหาและเอามาเปรียบเทียบกับตัวตนอย่างข้า”
จิตมารของเทียนต้าได้เอ่ยขึ้นเหมือนกับว่าตัวเองเป็ดั่งเทพผู้แข็งแกร่ง ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็เป็ได้เพียงแค่ จิติญญาที่ชั่วร้ายที่อาศัยร่างของผู้อื่นอยู่
“เ้าคิดว่าเ้าคือใครกันิญญาเรร่อน หรือ เทพศักดิ์สิทธิ์กันแน่ แต่ข้าคิดว่าเ้าก็คงเป็ได้แค่ิญญาเร่ร่อนที่อาศัยร่างของผู้อื่นอยู่ก็เท่านั้น”
คำตอบของทีมต้านอำเภอพยุห์ความจริงจังและเก่าออกมายังไม่แยแสติดหมายของตนเองเลยแม้แต่ แต่น้อย
“ิญญาเร่ร่อนหากเ้าไม่มีข้า..”
ในขณะที่จิตมารของเทียนต้ากำลังจะพูดนั้นเทียนต้าก็สวนที่ไปว่า
"ข้าคิดว่าข้าคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และตอนคงได้หาศิษย์น้องดีๆสักคนจากนั้นก็สร้างสำนักไปพร้อมกับอาจารย์และท่านรองเ้าสำนัก"
เทียนต้าพูดพูดออกมาพร้อมทำสีหน้าดูมีความสุขและยิ้มเย้ยหยันให้กับจิตมาร
“หน๊อย…ข้าจะ่ชิงชีวิตของเ้านับแต่นี้ไป และเ้าจะหายไปชั่วกับชั่วกาลฮ่าๆๆ”
จิตมารพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเทียนต้า
"ความจริงแล้วข้านั้นมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งเช่นเดียวกันเ้าพระเรามีจิตเดียวกัน ข้าที่ชอบเคลิ้มกับคำพูดของผู้อื่น และมักจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างซึ่งมันก็เป็จุดเดียวที่อาจารย์ข้าพร่ำสอนอยู่เสมอแต่ก็ ไม่มีวันใดเลยที่สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปสู่สมองของข้าอย่างชัดจริง"
การเผลอจิต ไม่คิด ทำให้ตาย ผลสุดท้าย ก็หาย กลายเป็ศพ
และสุดท้าย ชื่อก็หาย และถูกลบ มิได้มี คนนอมนบ ตลอดกาล