ชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 29 จากลา (ตอนแรก)

            หลิวเปียวถูกพาตัวเข้ามาในห้องตัดสินคดี    

            หลิวเวยเห็นบุตรชายคนโตเนื้อตัวอาบเลือด น้ำในตาก็พลันหลั่งไหลเรี่ยวแรงในกายเหือดหาย เป็นลมล้มพับทันทีเฉินปั๋วขมวดคิ้วพลางเหลือบมองเจิ้งก่วงอี้ แม้เขาจะไม่ชอบตระกูลร่ำรวยที่ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ก็ตามทว่าการที่นายอำเภอซานหยางทำเช่นนี้ มันไม่โหดเหี้ยมและใจร้ายเกินไปหน่อยหรือ

             

             

            “เจ้าคือหลิวเปียวจากอำเภอไท่อันใช่หรือไม่?”

             

             

            “...เป็นผู้น้อยเองขอรับ”หลิวเปียวนอนอยู่บนเปลหาม เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

             

             

            เฉินปั๋วอ่านบันทึกการไต่สวนของนายอำเภอซานหยาง “เอาล่ะข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าขี่ม้าเหยียบหมิงเฉียวชาวนาที่อยู่อำเภอเดียวกันกับเจ้าใช่หรือไม่?”

             

             

            หลิวเปียวถูกโบยหลายครั้งเจ็บปวดรวดร้าวตั้งแต่เนื้อหนังลงไปถึงกระดูก จึงยอมรับสารภาพแต่โดยดี“เป็นข้าเองขอรับ”

             

             

            “เจ้ากับพรรคพวกทำลายบ้านเรือนชาวบ้านทั้งยี่สิบเอ็ดหลังใช่หรือไม่?”

             

             

             “ขอรับ”

             

             

            “เจ้าทำเพราะต้องการแก้แค้นหมิงหยวนสหายร่วมสำนักศึกษาใช่หรือไม่?”

             

             

            “ขอรับ”

             

             

            เฉินปั๋วเอาหัวใจไว้ในท้อง [1] เหลือบมองเจ้าหน้าที่อาลักษณ์ที่กำลังเขียนบันทึกคำรับสารภาพหลิวเวยที่เริ่มรู้สึกตัวและฝ่าคงเจ้าอาวาสวัดก่วงจี้หมายจะเอ่ยแย้งแต่พอเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเฉินปั๋วก็พลันไม่กล้าขยับปาก

             

             

            “เจ้าทำลายบ้านเรือนชาวบ้านเป็นเหตุให้พวกเขาต้องขายบุตรชายบุตรสาว จนเด็กต้องตายด้วยน้ำมือคนอื่นและเจ้าคือต้นเหตุของเรื่องเลวร้ายทั้งหมด เจ้ายอมรับหรือไม่?”

             

             

            “ยอมรับขอรับทั้งหมดเป็นความผิดของผู้น้อยที่สติฟั่นเฟือนทำเรื่องชั่วช้าท่านนายอำเภอจะลงโทษทัณฑ์ประการใดก็แล้วแต่ท่านจะเห็นสมควรเลยขอรับ”หลิวเปียวพร่ำเพ้อราวกับคนละเมอ ถามอย่างไรก็ตอบอย่างนั้น ยอมรับแต่โดยดี

             

             

            “เช่นนั้นก็ดี…”

             

             

            “ฝู่จวิน”จู่ๆ เจิ้งก่วงอี้ นายอำเภอซานหยางก็ยืนขึ้น“ท่านยังไม่ได้ถามถึงผู้สมรู้ร่วมคิดเลย”

             

             

            “นายอำเภอซานหยาง”เฉินปั๋วพูดด้วยใบหน้าเรียบตึง “ที่นี่คือที่ว่าการเมืองหรือที่ว่าการอำเภอ? คดีนี้อยู่ในความดูแลของข้าหรือนายอำเภอซานหยาง?”

             

             

            นายอำเภอซานหยางรีบกล่าวขออภัย “ผู้ตัดสินคดีย่อมเป็นท่าน แต่...”

             

             

            “หมิงหยวนผู้เป็นโจทก์ฟ้องร้องหลิวเปียวเพียงคนเดียวฉะนั้นเขาจึงเป็นคนเดียวที่ถูกไต่สวน หรือท่านต้องการสอนข้าตัดสินคดี?”

             

             

            “ผู้น้อยไม่บังอาจ”

             

             

            “ถึงท่านกล้าสอนข้าก็ไม่กล้าพาดพิงคนอื่นตามอำเภอใจอย่างท่านหรอก”

             

             

            เฉินปั๋วพูดเหน็บแนมนายอำเภอซานหยาง ทว่าสายตากลับมองไปทางหลิวเวยหลิวเวยใจเต้นไม่เป็นส่ำ ใจหนึ่งก็เป็นห่วง อีกใจหนึ่งก็โล่งอกในเวลาเดียวกันเมื่อเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าบุตรชายที่เหลือของเขา รวมถึงนายน้อยตระกูลสวี่นั้น รอดจากคดีนี้แล้วหลิวเวยก้มหน้าหลับตาข่มอารมณ์สักพัก ก่อนจะยกจอกชาขึ้นมาจิบ

             

            สรุปคดีได้ครึ่งทางแล้ว หลิวเวยจึงต้องทำใจยอมรับผลเฉินปั๋วเรียกตัวศิษย์จากสำนักศึกษาตระกูลหมิงและชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับหมิงหยวนที่มาเป็นพยานออกมาไต่ถาม

             

             

            เนื่องจากหมิงหลานก็อยู่ที่นี่ด้วยเหล่าลูกหลานตระกูลหมิงจึงรู้หน้าที่ตน และไม่มีผู้ใดโง่เขลาเบาปัญญา จนดูไม่ออกว่าจากสถานการณ์ในยามนี้ควรจะตอบอย่างไรพวกเขาจึงเล่าเหตุการณ์ความบาดหมางระหว่างหลิวเปียวและหมิงหยวนในวันนั้นอย่างละเอียดยิบไม่มีขาดตกบกพร่องสักประโยคแถมยังใส่สีตีไข่ให้หลิวเปียวดูโหดเหี้ยมและร้ายกาจยิ่งขึ้นหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลังพลัดตกลงน้ำ หลิวเปียวก็ขู่จะแก้แค้นหมิงหยวน

             

             

            “เอาล่ะทุกคำให้การล้วนถูกบันทึกไว้หมดแล้ว” เฉินปั๋วพยักหน้า “พวกเจ้ากลับไปได้”

             

             

            นอกจากนี้เขายังเรียกตัวจางอู่และพ่อค้าในตลาดที่เห็นเขาทุบตีเด็กๆมาไต่ถามด้วย คดีนี้มีโจทก์และจำเลยชัดเจน ทั้งยังมีพยานและหลักฐานสำคัญครบถ้วนมีเจ้าเมืองอย่างเฉินปั๋วเป็นผู้ตัดสินคดี ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของจางอู่

             

             

            “ใต้เท้าเข้าใจผิดแล้ว!เด็กพวกนั้นข้าซื้อขาดไม่ใช่เช่า ในเมื่อเด็กอยู่ในมือข้าก็ย่อมเป็นของข้าข้าจะทำอย่างไรกับพวกมันก็ได้! ? เขาจะฟ้องข้าได้อย่างไร!”

             

             

             “เจ้าจะทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือหากเจ้าอยากฆ่าก็จะฆ่าอย่างนั้นหรือ?”

             

             

             “ไม่ใช่อย่างนั้น!”

             


             เฉินปั๋วโมโหจนเลือดขึ้นหน้า จนขมับเริ่มปวดตุบๆ “นายอำเภอซานหยางท่านช่วยสั่งสอนเขาที!”

             

             

             “ขอรับ”นายอำเภอซานหยางเอ่ยเสียงเหี้ยม “ใต้หล้าเป็นของกษัตริย์มิใช่หรือผืนดินที่นาเป็นของขุนนางมากยศมิใช่หรือ ทั้งใต้หล้ามีปวงประชามากเหลือคณานับล้วนแล้วแต่เป็นราษฎรของฝ่าบาท จะปล่อยให้เจ้าฆ่าแกงตามอำเภอใจได้อย่างไร! ใบซื้อขายทาสหนึ่งแผ่นเป็นเพียงสัญญาซื้อขายแรงงานมิใช่สัญญาซื้อขายชีวิต บุตรเกิดจากบิดา แม้เป็นบิดาก็มิอาจเข่นฆ่าบุตรได้ตามใจส่วนคนชั่วช้าค้ามนุษย์อย่างเจ้ายิ่งไม่มีสิทธิ์!”

             

             

             จางอู่ฟังคำพูดซับซ้อนพวกนี้ไม่เข้าใจ จึงมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่ามันยิ่งทำให้นายอำเภอซานหยางโมโห “ข้าหมายความว่าแม้เจ้าจะซื้อตัวเด็กไปแล้วแต่เจ้าก็มีสิทธิ์เพียงใช้แรงงานพวกเขาเท่านั้น มิใช่จะฆ่าแกงอย่างไรก็ได้!”

             

             

             “แต่……”

             

             

             “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น”เฉินปั๋วยกไม้ปลุกสติกระแทกลงบนโต๊ะเจ้าหน้าที่ยืนเรียงรายซ้ายขวาส่งเสียงประสานว่า “เวยอู่” [2] ผู้คนในห้องโถงต่างปิดปากให้สนิทไม่มีผู้ใดกล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก

             

             

             อันที่จริงคำกล่าวหานี้ก็ไม่สมเหตุสมผลนักในยุคสมัยที่คนรวยตระกูลใหญ่กดขี่ขมเหงบ่าวในจวนได้ตามใจชอบถูกเจ้านายลงโทษโบยจนตายก็มีไม่น้อย มีคนจำนวนมากตายด้วยน้ำมือพ่อค้าทาสแต่ก็ไม่เคยเห็นผู้ใดถูกฟ้องร้องด้วยข้อหานี้จางอู่เพียงโชคร้ายที่บังเอิญเข้าไปพัวพันกับคดีใหญ่

     

     

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

             

            เชิงอรรถ

             

             

            [1] เอาหัวใจไว้ในท้อง(把心放在肚子里) หมายถึงโล่งใจที่เรื่องคลี่คลาย สบายใจที่แก้ปัญหาได้

             

             

            [2] เว่ยอู่(威武) หมายถึงอำนาจยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม เป็นคำโห่ร้องของเจ้าหน้าที่ผู้ยืนถือไม้พลองในศาลเพื่อเตือนให้ผู้คนที่มาขึ้นศาลอยู่ในความสงบอีกทั้งยังเป็นการข่มขวัญผู้กระทำผิดให้หวาดกลัว ไม่กล้าโกหกและยอมรับสารภาพตามความจริง

    คล้ายกับเรื่องชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663