ตอนที่25
เยี่ยมเรือนหวังเหว่ย
ไป๋เหอไม่ได้หยุดแค่นี้เขารีบตามหาคนชื่อหวังเหว่ยทันทีพอสอบถามชาวบ้านก็ได้รู้ว่าบ้านของเขาอยู่ทางทิศใต้ห่างออกไปจากหมู่บ้านพอสมควร ชายหนุ่มจึงเดินทางไปยังที่แห่งนั้นกับซวงเอ๋อร์
ตลอดทางที่เดินไปก็มีเื่มากมายให้คิดตลอดหลายเื่ที่ไม่เข้าใจที่แน่ๆคือต้องหาทางออกจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็การดีที่สุดด้วยพลังในตอนนี้ยังมีไม่มากพอไม่รู้ว่าจะต้องเจอยอดฝีมืออีกกี่คนหากไม่เลือกที่จะหลบหนีก็อาจจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ก็เป็ได้
“พี่ไป๋เหอเราจะไปหาคนผู้นี้ทำไมกัน” นางเงยหน้าขึ้นกล่าวถามออกไปยังคงไม่เข้าใจเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและวันนี้ที่พี่ชายพาไปหาใครคนหนึ่ง
“เมื่อคืนเ้าคงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่”
“ข้ารู้แล้วเ้าค่ะเพราะอะไรพี่จึงไม่ให้ข้าออกไปช่วยรู้ไหมเมื่อคืนนี้ข้าเป็ห่วงพี่มากแค่ไหนกลัวว่าจะได้รับอันตราย” ใบหน้าของนางมีความน้อยใจและก็เป็ห่วงผ่านสีหน้าที่เศร้าสร้อย
“ขอโทษก็เพราะมันอันตรายเกินไปข้าจึงไม่อยากให้เ้าออกมาเสี่ยงกับข้าถึงไม่มีคนผู้นั้นเข้ามาช่วยเหลือข้าคิดว่าข้าสามารถกำจัดชาย 2 คนนั้น” พลางเอามือลูบหัวของนางเบาๆแล้วเลื่อนลงมาััที่แก้มของนางอย่างห่วงใย เขามองนางด้วยความตื้นตันใจราวกับว่าตอนนี้นางเป็สิ่งสำคัญที่เขาควรจะใส่ใจดูแลให้มากๆ
“อย่าบอกนะว่าคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคือหวังเหว่ย”เด็กน้อยคิดตามและก็กล่าวออกมาอย่างเข้าใจได้ในทันที
“ใช่แล้วเ้าฉลาดมาก เขาได้ส่งคนมาช่วยข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมข้าถึงโดนลอบโจมตีทั้งที่คิดว่าไม่มีศัตรูที่ไหนนอกจากตระกูลหลี่แต่คงไม่ใช่ตระกูลหลี่เพราะมีสัญญาการสงบศึกอยู่คงไม่อาจจะลงมือเช่นนี้ได้แล้วจะเป็ใครกันที่้าฆ่าข้าเ้าช่วยลองคิดสิ”
ซวงเอ๋อร์เป็เด็กฉลาดเขาเชื่อว่านางจะให้คำตอบได้เขากำลังคิดถึงใครบางคนไม่รู้ว่านางจะคิดเหมือนกันไหมหากเป็คำตอบเดียวกันมันก็มีโอกาสที่จะเป็เขาคนนั้นไปได้
“ข้าคิดว่าในหมู่บ้านนี้คงมีคนที่ไม่ชอบหน้าพี่อยู่แน่ไม่งั้นพวกเขาไม่ลงมือโเี้เช่นนี้แต่จะเป็ใครไปนั้นข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจที่แน่ๆ เขา้าอะไรนอกจากการคิดฆ่าพี่ไป๋เหอ”
“พวกเขาคิดจะมาแย่งป้ายหยกเป็ป้ายที่เป็สิ่งยืนยันตัวตนเข้าเรียนสำนักเมฆา์พวกเขา้าสิ่งนั้น” ชายหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าเป็กังวลเพราะนั่นเป็สิ่งสำคัญมากสำหรับเขาหากต้องตกอยู่ในมือคนอื่นเขาก็ไม่รู้ว่าจะได้เข้าไปเรียนในที่แห่งนั้นหรือไม่
“อย่างนั้นคน้าก็เพียงอยากได้ป้ายเพื่อเข้าศึกษาที่สำนักเมฆา์ ข้าเคยอ่านตำราเจอมาว่าสำนักเมฆานั้นเป็ที่โด่งดังและก็เข้ายากพอสมควรแต่หากได้เข้าไปเป็ศิษย์แล้วจะมีทรัพยากรอยู่ในนั้นมากมายให้เรากอบโกยเรียนรู้กลับออกมาจะกลายเป็คนที่มีความสามารถจนคนที่ได้ยินต่างนึกกลัวหากบอกว่าเป็ศิษย์จากสำนักเมฆา์ ประโยชน์มากมายขนาดนี้คนก็้าแย่งชิงเป็ธรรมดาหรือว่าจะเป็จางิ่เพราะเขาก็้าป้ายหยกนี้เช่นกัน” นางคาดเดาไว้เพราะความ้าของจางิ่นั้นแรงกล้าพอจะทำเื่แย่งชิงเช่นนี้ได้
“เ้าคิดแบบเดียวกับข้าเหรอข้าก็คาดเดาเช่นนั้นเหมือนกันแต่ยังไม่แน่ชัดเท่าไหร่ เราก็ระมัดระวังเื่นี้กันนะระวังตัวไว้จะเป็การดีที่สุดเราไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็ศัตรูบ้างหลบหนีจากที่นี่ให้ไวที่สุด พอจบเื่คนที่พี่จะพาไปพบเราจะออกเดินทางทันที”
“เ้าค่ะข้าทราบแล้ว”
ทั้งสองเดินตรงไปยังกระท่อมหลังหนึ่งซึ่งไม่ใหญ่มากนักพอจะสามารถอาศัยอยู่กันสองคนได้ เมื่อเดินมาถึงหน้ากระท่อมก็มีชายสองคนเดินออกมาพอดี คนหนึ่งนั่งรถเข็นส่วนอีกคนกำลังเดิน
ไป๋เหอคุ้นเคยกับคนที่ยืนแต่กลับอีกคนเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาว่าคนที่นั่งรถเข็นนั้นคงจะเป็หวังเหว่ยแน่นอนก็ไม่มีใครอื่นแล้วเพราะคนที่ยืนคือคนที่ช่วยเหลือเขาเมื่อคืนนี้
“ข้าหวังเหว่ยยินดีต้อนรับพวกเ้าทั้งสองคนเชิญนั่งเถอะ” ชายหนุ่มที่นั่งรถเข็นเอามือประสานกันค้อมศีรษะลงคำนับแขกผู้มาเยือน เขารู้ดีว่าชายตรงหน้าเป็ใคร การที่เขามาที่นี่คงมีเหตุผลอยากถามอะไรบางอย่างจากตัวเขาแน่
“เ้ารู้จักข้าได้อย่างไรแล้วเหตุใดถึงส่งคนไปช่วยข้า” เมื่อได้อยู่ต่อหน้าชายหนุ่มก็เอ่ยถามทันทีเื่ที่ตัวเองสงสัยและก็อยากจะรู้ว่าใครเป็คนบงการในเื่นี้
“ข้าชื่อหวังเหว่ยเป็น้องชายของจางิ่แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่พี่ของข้าแล้ว การทำร้ายข้าในครั้งนั้นเกินกว่าที่จะให้อภัยและนับเขาเป็พี่ชาย” พอนึกถึงอดีตชายที่นั่งรถเข็นก็มีใบหน้าเคียดแค้นคนที่ลงมือกับเขาอย่างโเี้เกินมนุษย์ทั้งที่เป็สายเืเดียวกันยังกล้าทำกันได้คนผู้นั้นมันไม่ใช่คนสำหรับเขาอีกต่อไป
“เื่ของเ้ากับพี่ชายข้าก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ข้าอยากจะถามเ้าว่าเหตุใดถึงช่วยข้าและรู้เหรอว่าศัตรูข้าคือใครที่ลอบทำร้าย” ไป๋เหอคิดว่าเื่สองพี่น้องไม่เกี่ยวกับเขาสิ่งสำคัญที่เขาอยากรู้ก็เพียงสองเหตุผลใครบงการกับเขาคิดช่วยทำไมกัน้าอะไรอย่างนั้นเหรอ
“ข้าย่อมรู้เพราะข้าคือคนในหมู่บ้านแห่งนี้ เอาละเดี๋ยวเราค่อยคุยกันเชิญพวกเ้าทั้งสองนั่งก่อนเถอะเผื่อเื่ที่เราจะสนทนาอาจจะยืดยาว”
คนที่ยืนอยู่เอาน้ำชาที่กำลังอุ่นๆ เทให้แก่แขกทั้งสองและกลับไปยืนอยู่ด้านหลังตามเดิม
“ขอบคุณสำหรับน้ำชาของเ้าช่างเป็ชาที่กลิ่นหอมเสียเหลือเกิน”ไป๋เหอนั่งอยู่กลิ่นของน้ำชาโชยเข้าจมูกเขาผู้ซึ่งไม่เคยดื่มชาที่มีกลิ่นหอมเช่นนี้มาก่อน เห็นคนตรงหน้ายกดื่มจึงไม่รอช้าดื่มมันเช่นกันถึงกับยิ้มออกมาเมื่อมันลงคอรสชาติช่างดีเหลือเกินชายหนุ่มคิดในใจ
เมื่อรสชาติชาเป็ที่พอใจของคนตรงหน้า ชายเ้าของเรือนถึงกับยิ้มออกมา“ถ้าหากเ้าชื่นชอบข้ามีอีกเยอะเดี๋ยวจะห่อให้เ้าเอาไปกินตอนเดินทาง”
“ดูเหมือนว่าเ้าจะรู้ว่าข้าจะไปไหนไปทำอะไรเ้าไม่กลัวว่าข้าจะคิดว่าเ้าเป็ศัตรูเหรอช่างรอบรู้เื่ข้าเสียจริง ๆ” คนตรงหน้าช่างรู้เื่ของเขามากทำให้ไป๋เหอไม่แน่ใจแล้วว่าเขามาดีหรือมาร้าย หากคิดจะปองร้ายชาที่ดื่มไปเมื่อครู่ก็คงจะไม่รอดแต่เมื่อกี้เขาก็ดูแล้วว่าคนตรงหน้าดื่มได้จึงดื่มตาม
“ข้าไม่โกรธหากจะกล่าวเช่นนั้น”เ้าของเรือนพอได้ฟังถึงกับหัวเราะออกมา เขาช่างเป็คนตรงไปตรงมาเสียจริง ๆคนเช่นนี้ถ้าหากได้เป็สหายก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนหักหลัง
ไป๋เหอพิจารณาชายตรงหน้าดูก็รู้ไม่มีวรยุทธแถมขาพิการอีก มันเกิดอะไรขึ้นกับเขาอย่างนั้นเหรอทำไมถึงเป็เช่นนี้ไปได้แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขากำลังจ้องอยู่ไม่พ้นสายตาจับจ้องของเ้าของเรือน
“ที่เ้าจ้องมองสำรวจข้าก็คงสงสัยสินะว่าทำไมตัวข้าถึงไม่มีพลังหรือแม้กระทั่งพิการเช่นนี้”หวังเหว่ยมองสายตาและคาดเดาความคิดของไป๋เหอออกแต่กลับไม่โกรธที่เขาทำเช่นนี้
“ขอโทษทีข้าย่อมสงสัยเป็ธรรมดา”ดูจะเป็การเสียมารยาทต่อเ้าของเรือนที่จ้องมองเช่นนั้นไป๋เหอก็รีบกล่าวขอโทษทันทีเขาไม่ได้มีเจตนาคิดไม่ดี
“ข้าไม่ถือโทษโกรธเ้าหรอกเ้าเป็คนต่างถิ่นย่อมไม่รู้ที่มาที่ไป” ชายหนุ่มกล่าวยิ้ม ๆ เป็ธรรมดาที่เขาจะถูกมองเช่นนี้ไม่เคยโกรธคนมองมีแต่เกลียดคนที่มันกระทำมากกว่า
“แล้วเ้าอยากจะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่ ถ้าหากเป็การไม่รบกวนก็เล่าให้ข้าฟังได้นะเผื่อข้าจะได้รู้ที่ไปที่มา” ไหน ๆก็มาถึงขั้นนี้แล้วการจะรู้ความบาดหมางของทั้งสองคนว่าเกิดอะไรขึ้นก็ดีเหมือนกันเขาจะได้พิจารณาว่าใครกันแน่ที่เป็ศัตรูของเขาจริงๆ
“ก็ได้ข้าจะเล่าให้ฟังเมื่อหลายปีก่อนข้าก็เป็คนที่พลังวรยุทธอยู่ในชั้นก่อเกิดระดับ 4ส่วนจางิ่นั้นอยู่ระดับ 5ในการประลองยอดฝีมือในหมู่บ้านรอบชนะเลิศข้าได้ประมือกับจางิ่เพื่อชิงว่าใครจะได้ที่1ข้าในความเป็จริงต้องชนะจางิ่แล้วแต่ด้วยแกมโกงของจางิ่เขาได้ใช้ยาบางอย่างทำให้พลังที่อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่5 ะโเป็ขั้นที่ 7ทันทีนอกจากพลังที่เพิ่มขึ้นแล้วเขายังทำลายการบ่มเพาะพลังของข้าแล้วยังทำให้ขาข้าไม่สามารถเดินได้ตลอดชีวิต จิตใจเขาช่างโเี้มากในตอนนั้นข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะสามารถทำร้ายผู้เป็น้องชายของเขาได้เพียงเพราะ้าที่1 เพื่อที่จะมีคนยกย่อง”
พอเขากล่าวมาถึงตรงนี้ใบหน้าที่เรียบนิ่งก็ดูมีความโกรธแค้น ไป๋เหอที่มองดูก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงโกรธแค้นจางิ่ได้ขนาดนี้และมองดูว่าร่างกายของชายตรงหน้าเขาพอจะช่วยเหลือได้หรือไม่ จู่ ๆพลันภาพสมุนไพรพร้อมกับวิธีรักษาก็ปรากฏขึ้นในความคิด
‘วิชาต่อกระดูกอย่างนั้นเหรอ แสดงว่าเขาสามารถที่จะรักษาชายตรงหน้าให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง’
“ว่าแต่เ้าอยากจะกลับมาเดินได้อีกครั้งหรือไม่”
พอคำกล่าวนี้หลุดออกจากปากไป๋เหอหวังเหว่ยก็มีใบหน้าใมองคนตรงหน้าไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะฟังผิดหรือคนตรงหน้าจะกล่าวเล่นๆ
“มันมีวิธีรักษาอย่างนั้นเหรอ” หวังเหว่ยถามออกไปอย่างมีความหวัง
“มีเหรอไม่มีไม่รู้ ข้าแค่ถามว่าเ้าอยากกลับมาเดินได้หรือไม่”
“มันต้องแน่นอนอยู่แล้วที่ข้าอยากจะกลับมาเดินได้จงบอกข้ามาเถอะว่าต้องทำเช่นไร ท่านแม่ข้าเชิญอาจารย์มาก็มากมายแต่ไม่มีใครสามารถรักษาให้หายได้ถ้าเ้ามีวิธีจงบอกข้ามาเถิด”
“ข้าจะรักษาเ้าเอง”เขากล่าวยิ้ม ๆชายตรงหน้าการจะรักษาให้กลับมาเดินได้ไม่ใช่เื่ยากเย็นสำหรับเขาผู้อ่านตำราของท่านพ่อที่ทิ้งไว้มาแล้ว
“เ้าจะรักษาข้าเ้ารู้วิธีอย่างนั้นเหรอ”หวังเหว่ยไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าจะสามารถรักษาเขาได้ทั้งที่เขาก็ถอดใจไปนานแล้ว ชายหนุ่มมีใบหน้าตื่นตะลึงจ้องมองสำรวจว่าคนตรงหน้ามีวิธีอะไรหากสามารถรักษาขาของเขาได้คนผู้นี้เขาจะต้องตอบแทนอย่างสาสม
“นี่ไง”
ชายหนุ่มชี้นิ้วขึ้นพลันไฟสีเขียวก็ปรากฏขึ้นนั่นทำให้ชายทั้งสองคนถึงกับตื่นตะลึงไม่อยากจะเชื่อว่าไป๋เหอจะมีอีกสถานะหนึ่งที่หาตัวจับยากมาก
“นี่มันอะไรกัน!! เ้าเป็นักเล่นแร่แปรธาตุระดับ3 ด้วยอย่างนั้นเหรอ เท่าที่ข้ารู้มันไม่ได้หาได้ง่ายขนาดนั้นคนที่จะเป็นักเล่นแร่แปรธาตุข้าเสาะหาคนมามากมายแต่ก็ไม่เคยมีใครที่จะผ่านมาแถวนี้ให้มารักษาและอีกอย่างใช่ว่าจะเป็นักเล่นแร่แปรธาตุแล้วสามารถรักษาข้าได้ทุกคนขาข้าเป็เช่นนี้ถือว่าหนักหนาเอาอยู่คนที่จะสามารถรักษาขาข้าได้นั้นย่อมที่จะเป็นักเล่นแร่แปรธาตุระดับ4 ขึ้นไปแต่เ้าอยู่แค่ระดับ 3 เ้าจะรักษาข้าได้ยังไง”
แม้คราแรกจะใที่ไป๋เหอเป็นักเล่นแร่แปรธาตุแต่เมื่อคิดว่าคนที่จะรักษาเขาได้ต้องเป็ระดับ4 ความหวังของเขาก็พังทลายลงทันทีกลับมามีใบหน้าเรียบนิ่งอีกครั้ง
“ข้าสามารถรักษาขาเ้าให้เดินได้ก็พอ เ้าจะเชื่อข้าไหมหากไม่เชื่อเราก็ยุติการสนทนากันเื่นี้เถอะ”
หวังเหว่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งมองไป๋เหออย่างไม่แน่ใจนักเพราะเขาก็พึ่งรู้จักคนผู้นี้ ตอนนี้ก็ไม่สามารถมองเห็นพลังหมุนเวียนในร่างกายคนตรงหน้าได้ ด้วยพลังทั้งหมดเมื่อเสียไปก็กลายเป็คนไร้ประโยชน์ การที่เขาได้รู้จักคนตรงหน้านี้ก็เพราะว่าจางิ่ให้ความสนใจเป็พิเศษจึงอยากรู้วัตถุประสงค์การเข้าตีสนิทของจางิ่
“ข้าเชื่อเ้า” เมื่อไม่มีอะไรจะเสียแล้วหวังเหว่ยจึงฝากความหวังไว้กับไป๋เหอ หากสามารถรักษาได้อย่างที่พูดเขายินดีจะแลกหินสีฟ้าระดับ 1 มอบให้ มันอยู่กับเขาก็ไร้ประโยชน์เมื่อไม่สามารถดึงพลังมันออกมาใช้ได้