ตอนที่ 31 การกลับมาของเด็กหนุ่ม
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
การหายตัวไปของเฟิร์สกลายเป็เื่ใหญ่ที่นิวโฮปต้องจัดการ
จนในที่สุดนิวโฮปได้ลงประกาศออกไปแล้วว่าเด็กหนุ่มนั้นตายไปกับการลงเทรดในครั้งนี้แล้ว ทั้งนี้นิวโฮปยังมีคำสั่งกำชับให้ยึดถือในกฎว่าเวเนเตอร์ระดับต่ำไม่ควรลงเทรดในอบิสที่มีระดับสูงกว่าตน แม้ว่าจะมียอดฝีมือคอยคุ้มครองก็ตาม
เื่นี้เก่งกาจเป็ผู้ที่หนักใจมากที่สุด เพราะเขาไม่สามารถทำตามคำขอของปู่ได้
การจากไปของเฟิร์สนั้นทำให้พ่อของเขาและก้องเกียรติรู้สึกเสียใจเป็อย่างมาก
เฟิร์สแทบจะไม่รู้เลยว่าตนเองนั้นหายตัวไปเป็เวลาร้อยสิบห้าวันแล้ว
ซึ่งนับั้แ่ค้นหาเขาไม่เจอจนล่วงเลยไปเพียงหนึ่งอาทิตย์ นิวโฮปก็ได้ประกาศการตายของเขาออกมาแล้ว
เื่นี้เป็ข่าวดังไม่น้อยสำหรับภูมิภาคนี้
สำนักข่าวมากมายรายงานข่าวนี้จากการประกาศของนิวโฮป
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้เป็ที่น่าสนใจไม่ใช่การตายของเฟิร์ส แต่เป็การปรากฏของรังมอนสเตอร์
รังนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะพบเห็นได้ทั่วไป ยิ่งเป็พื้นที่ของนิวโฮปภาคหนึ่ง มันก็เป็เวลาที่มากกว่าห้าปีแล้วที่พวกเขาได้พบกับรังมอนสเตอร์
ตอนนี้อบิสที่ปรากฏรังมอนสเตอร์นั้นเต็มไปด้วยผู้คน นั่นเพราะพวกเขากำลังเก็บเกี่ยวสิ่งของที่อยู่ในรัง
อบิสแต่ละแห่งจะมีกำหนดเวลาในการปรากฏ ซึ่งส่วนใหญ่จงคงไว้เพียงแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น มันจะมีอบิสบางแห่งเท่านั้นที่สามารถอยู่ได้นับสิบๆ ปี
ภายในบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงชานเมือง
ชายวัยกลางคนกำลังถือรูปของลูกชายแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเศร้าสร้อย
ตอนนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมา
ชายคนนั้นเหลือบตามองไปตรงหน้าขอ ยิ่งเขามองมันเขาก็ยิ่งรู้สึกหมองหม่น
“คุณลุง ผมขอโทษ ผมไม่ควรบอกเฟิร์สให้ไปที่นั่นเลย”
นี่คือข้อความของก้องเกียรติผู้เป็เพื่อนของเฟิร์ส
คุณหมอสมคิดที่ยิ่งมองข้อความนี้เขาก็ยิ่งร้องไห้
“ให้เขายังหลับอยู่ที่นั่นยังดีซะกว่า” เขาเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง
ตอนนี้เขายังยอมรับไม่ได้ว่าลูกชายของเขาได้ตายไปแล้ว ทั้งๆ ที่พึ่งจะอยู่ด้วยกันเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
เหตุการณ์ในครั้งนี้มันเหมือนเขาได้สูญเสียครอบครัวเป็ครั้งที่สอง ความเ็ปนี้ยากที่จะพรรณนาออกมา
ร่างกายของเขาซูบผอมไปกว่าเดิมมาก แววตาที่เผยออกมายังคงมีความอาลัยอยู่ตลอดเวลา
..........
ผ่านมาสามเดือนกว่าแล้ว เหล่าเวเนเตอร์ทีมเก็บเกี่ยวกำลังทำงานอย่างแข็งขัน ขณะเดียวกันก็มีเวเนเตอร์สายต่อสู้คอยรักษาความปลอดภัยให้พวกเขา
แน่นอนว่าการสำรวจอบิสแห่งนี้จบไปนานแล้ว ่เวลานี้จึงเป็่เวลาเก็บเกี่ยวก่อนที่อบิสแห่งนี้จะหายไป
เวเนเตอร์นับร้อยกำลังทำงานในอบิสแห่งนั้นอย่างแข็งขัน
พวกเขาไม่หวาดกลัวในสถานที่ที่มีคนเคยตายเช่นนี้ เพราะการตายล้วนเป็เื่ที่ธรรมดาสำหรับเวเนเตอร์อยู่แล้ว
ความจริงแล้วนอกจากถ้ำที่กลุ่มของเก่งกาจเคยไปสำรวจ มันก็ยังมีสถานที่หลายแห่งที่มีแหล่งทรัพยากรที่โลก้า
ในวันหนึ่งนั้นเองก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้คนแตกตื่นขึ้น เมื่อจู่ๆ เด็กหนุ่มที่เป็ข่าวเมื่อหลายเดือนก่อนได้เดินออกมาจากถ้ำที่เป็เหมืองแร่สปีริต
ทีมเก็บเกี่ยวพบเขาในส่วนลึกเส้นทางหนึ่งของถ้ำ สภาพของเด็กหนุ่มที่เดินออกมาทำให้ทีมเก็บเกี่ยวใมาก เพราะร่างกายของเขานั้นผอมจนหนังแทบจะติดกระดูก สวมเสื้อผ้าหลวมโพล่งดูสกปรกมอมแมม จนพวกเขาเกือบคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือมอนสเตอร์
เด็กหนุ่มถูกช่วยเหลือออกมาทันที
ทว่าก็มีเื่ประหลาดเกิดขึ้น เมื่อคนที่พบเด็กหนุ่มแจ้งว่าแม้เด็กหนุ่มจะอยู่ในสภาพที่อดอยากจนผอมโซ แต่เขากลับไม่มีอากาศเหนื่อยอ่อนเพลียเลยแม้แต่น้อย
มิหนำซ้ำยังสามารถพูดคุยสื่อสารได้ปกติ แม้ว่าท่าทางของเขาจะดูเ็าอยู่บ้างก็ตาม
“ค่ะ ฉันทราบแล้ว ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” หญิงสาวดันแว่นตาขึ้นจากจมูกตอนเธอรับโทรศัพท์
“เกิดอะไรขึ้นหรอริน?” แฟนหนุ่มของเธอเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ที่ทำงานของฉันโทรมา บอกว่าพวกเขาพบเด็กที่หายตัวไปเมื่อหลายเดือนก่อนน่ะ” หญิงสาวเอ่ย
“ไม่ใช่ว่าเขาตายไปแล้วหรอกหรอ? เขาติดอยู่ในถ้ำที่อันตรายแบบนั้นตั้งสามเดือนกว่า มันเป็ไปได้ยังไงที่เขายังไม่ตาย? ต่อให้เป็ถ้ำธรรมดา ถ้าติดอยู่ข้างในนั้นนานขนาดนี้คงไม่มีใครรอดออกมา”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่ทำงานเรียกฉันให้ไปตรวจสอบตัวตนของเขา เพราะฉันเป็วอชเชอร์ที่อยู่ในเทรดนั้น”
แท้ที่จริงแล้วหญิงสาวคนนี้ก็คือวอชเชอร์ในตอนนั้น
เพราะเหตุการณ์ที่เด็กหนุ่มสามารถรอดชีวิตกลับมาได้นั้นสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน และมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับเขา
เนื่องจากหญิงสาวเป็คนของนิวโฮปที่เข้าร่วมเทรดด้วยในครั้งนั้น พวกเขาจึงให้เธอไปยืนยันว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือตัวจริง ไม่ใช่อะไรที่แปลกประหลาดออกไป
โลกนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย เื่ประหลาดนั้นเกิดขึ้นทุกวัน เพื่อความปลอดภัยของมนุษยชาติ พวกเขาจึงต้องรอบคอบกับทุกสิ่ง
ณ สำนักงานนิวโฮปเขตภาคเหนือ ประเทศไทย
เด็กหนุ่มถูกพามาที่นี่ เขาได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและได้รับการดูแลอย่างดี
ตอนนี้เขากำลังรับน้ำเกลือและสารอาหารทางสายอยู่ในห้องกระจกที่เหมือนกับห้องปลอดเชื้อ
พนักงานชายหญิงที่ผ่านไปมาต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับเขา
“เขาอยู่ที่นั่นได้ยังไงตั้งสามสี่เดือน ถ้ำนั้นคงไม่มีอะไรให้เขากินแน่ๆ เขาถึงผอมโซแบบนี้”
“ถึงเป็เวเนเตอร์ก็เถอะ ทำไมเขาถึงอดข้าวได้ถึงสามเดือนได้ เขาอยู่ได้ด้วยการกินน้ำย้อยในถ้ำหรอ?”
“นายก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ของที่อยู่มันกินซี้ซั้วได้ที่ไหน”
ตอนนี้มีแต่คนสงสัยว่าเขารอดชีวิตจากการไม่ทานอะไรเลยมาได้ยังไง ต่อให้รอดมาจากมอนสเตอร์ข้างในนั้นได้ แต่การอดอาหารเป็เวลานานขนาดนี้กลับเป็เื่ที่พวกเขาหาคำตอบไม่ได้เลย
สำหรับเื่นี้แท้จริงแล้วเฟิร์สเคยมีประสบการณ์จากอีกโลกหนึ่ง
ในอีกโลกหนึ่งนั้นเขาเคยบ่มเพาะระบบเซียน ร่างกายสามารถดึงเอาพลังปราณเซียนที่บ่มเพาะมากระตุ้นเซลของร่างกายให้ทำงานได้ จึงทำให้เหล่าเซียนมีสภาพเหมือนอิ่มทิพย์ สูดไอดิน ดมกลิ่นฟ้า ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้
ในกรณีนี้เฟิร์สที่ไม่มีทางเลือกเขาจึงใช้พลังสปีริตในร่างมาหลอมแปรเป็พลังงานเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่เนื่องจากพลังสปีริตนั้นไม่มีพลังชีวิตเหมือนพลังปราณเซียน คุณสมบัติที่ไม่เหมือนกันจึงไม่สามารถทำอย่างการบ่มเพาะเซียนได้
ความจริงแล้วั้แ่แรกๆ เฟิร์สเองก็เคยคิดที่จะบ่มเพาะระบบเซียน เพราะเขาสามารถใช้เคล็ดวิชาดาวเคลื่อนดาราคล้อยหลอมแปรพลังสปีริตให้กลายเป็ปราณเซียนได้ แต่เขากลับกลัวว่าตอนเองจะอยู่ในจุดที่ต้องตัดผ่านิญญาอีกครั้ง
เฟิร์สไม่้าที่จะไปยังโลกอื่นที่ไม่รู้จักอีกแล้ว
เขา้าอยู่กับครอบครัว จึงเลือกที่จะบ่มเพาะระบบสปีริต แทนที่จะเป็ระบบเซียนที่เขาคุ้นเคย
“สวัสดี เฟิร์สวัน”
หญิงสาวผู้สวมแว่นเอ่ยหลังจากเธอเปิดประตูเข้ามาในห้อง
เฟิร์สพยักหน้าเล็กน้อย ท่าทีของเขานั้นเหมือนดังเริ่มแรก ยังคงเ็าและสงบนิ่งมาั้แ่ต้นจนจบ
“วอชเชอร์”
“ใช่ค่ะ ฉันเอง” หญิงสาวยิ้มและเอ่ยต่อ “ฉันดีใจนะคะที่คุณยังปลอดภัย”
“ผมสามารถออกจากที่นี่ได้เมื่อไหร่?” เฟิร์สเอ่ยออกไปตามตรง ความจริงแล้วเขา้าตรงกลับบ้านเลย แต่เขาก็เข้าใจว่าโลกนี้นั้นมีขั้นตอนที่ควรทำ เขาเองก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะฝ่าฝืนกฎเกณฑ์เหล่านี้
“ทางเราได้แจ้งคุณพ่อของคุณให้ทราบเื่นี้แล้ว เขาจะมารับคุณเร็วๆ นี้ แต่ในระหว่างนี้ทางเรา้าให้คุณอธิบายบางอย่างจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาค่ะ” วอชเชอร์สาวเริ่มทำหน้าที่ของเธอ
เฟิร์สพยักหน้าตอบรับอย่างไม่มีอิดออด เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหาจึงปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างโดยดี