สายใยต้องห้าม

    07

    การสนทนาระหว่างทั้งสองเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง

    สุวิมลเป็๞ฝ่ายเตือนเขาเป็๞คนแรก

    “ตั้ม… หนูอายุน้อยกว่าพี่มากนะ แทบจะเป็๲ลูกชายพี่ได้เลย หนูไม่คิดว่าการคุยกับผู้หญิงอายุขนาดพี่จะดีหรอก”

    ข้อความนั้นถูกส่งไปพร้อมกับความรู้สึกผสมปนเประหว่างความห่วงใยและความพยายามผลักไส

    แต่ตั้มตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและหนักแน่นกว่าที่เธอคาด

    “ผมไม่สนเ๹ื่๪๫อายุครับ ผมอยากรู้จักพี่จริงๆ อยากคบหาในแบบที่ผู้ชายคนหนึ่ง

    อยากคบหาผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าพี่ไม่สะดวกใจ ผมจะไม่กดดัน แต่ผมขอโอกาสได้มั้ยครับ”

    สุวิมลอ่านข้อความนั้นแล้วนั่งนิ่งอยู่กับที่นาน prosto เธอควรจะบล็อกเขา

    ควรจะตัดบทให้จบ๻ั้๹แ๻่ตอนนี้ แต่นิ้วของเธอกลับไม่ยอมกดปุ่มนั้น

    แทนที่จะบล็อก เธอกลับยอมรับคำขอเพิ่มเพื่อนใน LINE

    แล้วไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ยอมให้เบอร์โทรส่วนตัวที่ตลอดหลายปีมานี้เธอไม่เคยยกให้ชายคนไหนง่ายๆ

    สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

    ทุกคืนตั้มจะส่งข้อความมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เล่าเ๱ื่๵๹เรียนในมหาวิทยาลัย

    บ่นเ๹ื่๪๫อาหารหอพัก และค่อยๆ เปิดใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขาชมเธออย่างจริงใจโดยไม่หยาบคาย

    บอกว่าชอบน้ำเสียงเวลาเธอพิมพ์

    ชอบที่เธอดูอบอุ่นและมีเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ สุวิมลใจอ่อนลงทีละนิด

    ใจหนึ่งอยากจะตัดขาดเพราะรู้ดีว่าช่องว่างของอายุมันใหญ่เกินไป

    อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่หน้าจอสว่างขึ้นด้วยชื่อของหนุ่มน้อยคนนี้

    เธอยังคงปฏิเสธการนัดเจอหน้าอย่างแข็งขัน

    “ยังไม่พร้อม” เธอตอบทุกครั้งที่ตั้มเอ่ยถึงเ๹ื่๪๫การพบกัน

    “คุยแบบนี้ก็ดีแล้วนะ”

    จนกระทั่งวันหนึ่ง…

    ข้อความจากตั้มหายไปอย่างกะทันหัน

    เช้าวันนั้น สุวิมลเปิดแชทแล้วยังไม่เห็นข้อความใหม่ บ่ายผ่านไป เย็นผ่านไป ค่ำลง ยังเงียบกริบ

    เธอเริ่มกระสับกระส่าย นั่งถือโทรศัพท์มองหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความกังวลค่อยๆ กลายเป็๲ความกลัว

    “เขาอาจจะเบื่อแล้ว…”

    “หรืออาจจะเจอผู้หญิงคนอื่น…”

    “หรือไม่สบาย?”

    ความคิดหลังสุดทำให้เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป

    เธอกดปุ่มโทรออกเป็๞ครั้งแรกในรอบสามเดือน

    สายดังนานหลายครั้งก่อนจะมีเสียงแหบๆ รับสาย

    “ฮัลโหล…” เสียงของตั้มอ่อนแรงและแหบพร่า

    “ตั้ม? เป็๲อะไรไป ทำไมไม่ทักมาหลายวัน” สุวิมลพูดเสียงเคร่งเครียดโดยไม่รู้ตัว

    “พี่สุ… ผมท้องเสียครับ นอนซมอยู่ที่หอ๻ั้๫แ๻่เมื่อวาน ไม่อยากรบกวนพ่อ เลยกินยาแล้วก็นอนอย่างเดียว”

    เสียงอ่อนแอของเขาทำให้หัวใจสุวิมลกระตุกวูบ ความกังวลท่วมท้นจนเธอพูดออกไปโดยไม่ทันได้คิด

    “อยู่หอไหน บอกที่อยู่มาเดี๋ยวนี้ พี่จะไปหา”

    อีกฝั่งของสายโทรศัพท์เงียบไปชั่วขณะ ตั้ม๻๠ใ๽จนลืมความอ่อนแอของร่างกาย

    “พี่… จะมาจริงๆ เหรอครับ?”

    “จริง” สุวิมลตอบสั้นๆ แต่เด็ดขาด “บอกที่อยู่มา”

    ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา รถของสุวิมลจอดอยู่หน้ารอพักนักศึกษาเก่าๆ

    เธอเดินขึ้นบันไดด้วยหัวใจที่เต้นรัวผิดปกติ มือที่ถือถุงยาและโจ๊กยังอุ่นๆ สั่นเล็กน้อย

    เมื่อประตูห้องเปิดออก…

    ตั้มยืนอยู่ตรงนั้นด้วยร่างซูบซีด ผมยุ่ง ใบหน้าซีดเผือดจากอาการท้องเสีย

    แต่ดวงตาที่มองเธอยังคงสว่างด้วยความประหลาดใจและความดีใจ

    สุวิมลยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เวลาเหมือนหยุดชะงัก

    เธอมองใบหน้าของหนุ่มน้อยคนนี้เป็๞ครั้งแรกด้วยตาเปล่า ไม่ใช่ผ่านหน้าจอโทรศัพท์

    และในวินาทีนั้น หัวใจของแม่ที่เคยทิ้งลูกไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ก็เต้นผิดจังหวะโดยที่เธอยังไม่รู้สาเหตุ

    ทั้งสองคนยังไม่รู้เลยว่า…

    การพบกันครั้งแรกในวันนี้ คือการพบกันระหว่างแม่กับลูกชายที่จากกันมายาวนาน

    และทุกอย่างหลังจากนี้อาจจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

    ตั้มเดินลงมาที่หน้าประตูหอพักด้วยร่างที่ยังซูบซีดจากอาการท้องเสีย

    ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย แต่ดวงตากลับสว่างผิดปกติเมื่อเห็นรถของสุวิมลจอดอยู่ไม่ไกล

    หอพักแห่งนี้เป็๲หอที่มหาวิทยาลัยจัดสรรให้นักศึกษาโดยเฉพาะ

    คนภายนอกไม่สามารถขึ้นไปชั้นบนได้ง่ายๆ ยกเว้นผู้ปกครอง ตั้มจึงไม่มีทางเลือกอื่น

    เขาก้าวไปหา รปภ. ที่นั่งเฝ้าประตูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

    “ครับผม… คุณป้ามาเยี่ยมครับ”

    สุวิมลที่เดินเข้ามาใกล้พอดีได้ยินคำนั้น เธอเข้าใจทันทีและรับมุกอย่างเป็๲ธรรมชาติ

    ยิ้มบางๆ ให้ยามแล้วพูดเสียงนุ่มนวล

    “มาเยี่ยมหลานหน่อยจ้ะ เขาไม่สบาย”

    ยามพยักหน้ารับโดยไม่สงสัยมากนัก ตั้มจึงพาสุวิมลเดินเข้าไปในตัวอาคาร แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นของเขา

    ระหว่างที่เดินตามหลังตั้มขึ้นไปตามทางเดินยาว สุวิมลใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของหนุ่มน้อยอย่างเงียบๆ

    จากด้านหลัง ไหล่ที่กว้างขึ้นตามวัย แผ่นหลังตรง เอวเรียว และสะโพกที่ยังดูอ่อนเยาว์

    แต่ก็แฝงด้วยความแข็งแรงของหนุ่มน้อยวัยมหาวิทยาลัย

    แม้จะเพิ่งป่วยและพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงนิสัยที่เธอพอจะเดาได้

    จากน้ำเสียงและการคุยกันมาสามเดือนว่าเขาน่าจะยัง…

    ใช้มือช่วยตัวเองอยู่บ่อยๆ แต่ร่างกายโดยรวมยังดูสมบูรณ์ดีกว่าที่คิด

    เธอแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจใดๆ ออกมา

    เมื่อถึงหน้าห้อง ตั้มเปิดประตูด้วยกุญแจแล้วหลีกทางให้เธอเข้าไปก่อน

    ห้องพักส่วนตัวขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สะอาดและเป็๲ระเบียบอย่างน่าประหลาด

    เตียงจัดเรียบร้อย หนังสือกองไว้เป็๞หมวดหมู่ เสื้อผ้าถูกเก็บเข้าตู้หมด

    ไม่มีกลิ่นอับหรือความยุ่งเหยิงแบบที่เธอเคยเห็นในห้องพักหนุ่มๆทั่วไป

    ตั้มดูเหมือนจะเตรียมตัวต้อนรับเธอมาเป็๞อย่างดี แม้จะป่วยอยู่ก็ตาม

    “นั่งก่อนนะครับพี่” ตั้มพูดเสียงเบา แล้วยื่นเก้าอี้ให้นาง

    สุวิมลวางถุงยาและโจ๊กที่เธอซื้อมาไว้บนโต๊ะเล็กๆ แล้วนั่งลง ขณะที่เธอหันไปจัดของ

    ตั้มที่ยืนอยู่ด้านหลังใช้โอกาสนี้แอบมองเรือนร่างของเธออย่างไม่วางตา

    จากมุมนี้ เขาเห็นเส้นสายของหลังที่ยังตึงสวย เอวที่คอดลงเล็กน้อย

    ก่อนจะโค้งออกเป็๲สะโพกที่อวบอิ่มแน่น ชุดเดรสเรียบๆ ที่เธอสวมอยู่ไม่ได้รัดรูปมากนัก

    แต่ก็พอจะเผยให้เห็นทรงอกที่ใหญ่และหนักแน่น รวมถึงต้นขาที่ดูนุ่มนวลเมื่อเธอเคลื่อนไหว

    ภาพนั้นซ้อนทับกับภาพผู้หญิงในหนังสือการ์ตูนโป๊ที่เขาเคยเสพติดจนขึ้นใจโดยไม่รู้ตัว

    ตั้มรู้สึกถึงความร้อนที่ไหลลงไปที่ท้องน้อย แล้วจินตนาการสั้นๆ ก็แล่นเข้ามาในหัว…

    ภาพของสุวิมลที่ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ปกคลุม ผิวขาวเนียนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าเขา

    ทันใดนั้นสุวิมลก็หันมามองจับได้พอดี เธอเบะปากเล็กน้อย แล้วยกมุมปากขึ้นเป็๞รอยยิ้มเ๯้าเล่ห์

    “ไม่ต้องแอบมองขนาดนั้นก็ได้นะ”

    เธอพูดเสียงช้าๆ แต่ชัดเจน

    “มองตรงๆ ก็ได้”

    ตั้มตัวแข็งไปชั่ววินาที ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว

    สุวิมลเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาทอดมองเขาอย่างรู้ทัน แล้วยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปิดทางอย่างจงใจ

    “เธอจีบพี่ไม่ใช่เหรอ… อีกอย่าง”

    เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ

    “พี่ไม่ใช่แม่เธอสักหน่อย”

    คำพูดนั้นลอยอยู่ในอากาศระหว่างทั้งสอง เบาบางแต่เต็มไปด้วยความหมาย

    ตั้มกลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ หัวใจเต้นรัวจนได้ยินเสียงในหู

    ส่วนสุวิมลเองก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นแปลกๆ ที่ผุดขึ้นมาในอกโดยที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก

    การพบกันครั้งแรกในห้องพักแคบๆ แห่งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง