การสนทนาระหว่างทั้งสองเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง
สุวิมลเป็ฝ่ายเตือนเขาเป็คนแรก
“ตั้ม… หนูอายุน้อยกว่าพี่มากนะ แทบจะเป็ลูกชายพี่ได้เลย หนูไม่คิดว่าการคุยกับผู้หญิงอายุขนาดพี่จะดีหรอก”
ข้อความนั้นถูกส่งไปพร้อมกับความรู้สึกผสมปนเประหว่างความห่วงใยและความพยายามผลักไส
แต่ตั้มตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและหนักแน่นกว่าที่เธอคาด
“ผมไม่สนเื่อายุครับ ผมอยากรู้จักพี่จริงๆ อยากคบหาในแบบที่ผู้ชายคนหนึ่ง
อยากคบหาผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้าพี่ไม่สะดวกใจ ผมจะไม่กดดัน แต่ผมขอโอกาสได้มั้ยครับ”
สุวิมลอ่านข้อความนั้นแล้วนั่งนิ่งอยู่กับที่นาน prosto เธอควรจะบล็อกเขา
ควรจะตัดบทให้จบั้แ่ตอนนี้ แต่นิ้วของเธอกลับไม่ยอมกดปุ่มนั้น
แทนที่จะบล็อก เธอกลับยอมรับคำขอเพิ่มเพื่อนใน LINE
แล้วไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ยอมให้เบอร์โทรส่วนตัวที่ตลอดหลายปีมานี้เธอไม่เคยยกให้ชายคนไหนง่ายๆ
สามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคืนตั้มจะส่งข้อความมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เล่าเื่เรียนในมหาวิทยาลัย
บ่นเื่อาหารหอพัก และค่อยๆ เปิดใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขาชมเธออย่างจริงใจโดยไม่หยาบคาย
บอกว่าชอบน้ำเสียงเวลาเธอพิมพ์
ชอบที่เธอดูอบอุ่นและมีเสน่ห์ในแบบผู้ใหญ่ สุวิมลใจอ่อนลงทีละนิด
ใจหนึ่งอยากจะตัดขาดเพราะรู้ดีว่าช่องว่างของอายุมันใหญ่เกินไป
อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่หน้าจอสว่างขึ้นด้วยชื่อของหนุ่มน้อยคนนี้
เธอยังคงปฏิเสธการนัดเจอหน้าอย่างแข็งขัน
“ยังไม่พร้อม” เธอตอบทุกครั้งที่ตั้มเอ่ยถึงเื่การพบกัน
“คุยแบบนี้ก็ดีแล้วนะ”
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
ข้อความจากตั้มหายไปอย่างกะทันหัน
เช้าวันนั้น สุวิมลเปิดแชทแล้วยังไม่เห็นข้อความใหม่ บ่ายผ่านไป เย็นผ่านไป ค่ำลง ยังเงียบกริบ
เธอเริ่มกระสับกระส่าย นั่งถือโทรศัพท์มองหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความกังวลค่อยๆ กลายเป็ความกลัว
“เขาอาจจะเบื่อแล้ว…”
“หรืออาจจะเจอผู้หญิงคนอื่น…”
“หรือไม่สบาย?”
ความคิดหลังสุดทำให้เธอทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอกดปุ่มโทรออกเป็ครั้งแรกในรอบสามเดือน
สายดังนานหลายครั้งก่อนจะมีเสียงแหบๆ รับสาย
“ฮัลโหล…” เสียงของตั้มอ่อนแรงและแหบพร่า
“ตั้ม? เป็อะไรไป ทำไมไม่ทักมาหลายวัน” สุวิมลพูดเสียงเคร่งเครียดโดยไม่รู้ตัว
“พี่สุ… ผมท้องเสียครับ นอนซมอยู่ที่หอั้แ่เมื่อวาน ไม่อยากรบกวนพ่อ เลยกินยาแล้วก็นอนอย่างเดียว”
เสียงอ่อนแอของเขาทำให้หัวใจสุวิมลกระตุกวูบ ความกังวลท่วมท้นจนเธอพูดออกไปโดยไม่ทันได้คิด
“อยู่หอไหน บอกที่อยู่มาเดี๋ยวนี้ พี่จะไปหา”
อีกฝั่งของสายโทรศัพท์เงียบไปชั่วขณะ ตั้มใจนลืมความอ่อนแอของร่างกาย
“พี่… จะมาจริงๆ เหรอครับ?”
“จริง” สุวิมลตอบสั้นๆ แต่เด็ดขาด “บอกที่อยู่มา”
ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา รถของสุวิมลจอดอยู่หน้ารอพักนักศึกษาเก่าๆ
เธอเดินขึ้นบันไดด้วยหัวใจที่เต้นรัวผิดปกติ มือที่ถือถุงยาและโจ๊กยังอุ่นๆ สั่นเล็กน้อย
เมื่อประตูห้องเปิดออก…
ตั้มยืนอยู่ตรงนั้นด้วยร่างซูบซีด ผมยุ่ง ใบหน้าซีดเผือดจากอาการท้องเสีย
แต่ดวงตาที่มองเธอยังคงสว่างด้วยความประหลาดใจและความดีใจ
สุวิมลยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เวลาเหมือนหยุดชะงัก
เธอมองใบหน้าของหนุ่มน้อยคนนี้เป็ครั้งแรกด้วยตาเปล่า ไม่ใช่ผ่านหน้าจอโทรศัพท์
และในวินาทีนั้น หัวใจของแม่ที่เคยทิ้งลูกไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ก็เต้นผิดจังหวะโดยที่เธอยังไม่รู้สาเหตุ
ทั้งสองคนยังไม่รู้เลยว่า…
การพบกันครั้งแรกในวันนี้ คือการพบกันระหว่างแม่กับลูกชายที่จากกันมายาวนาน
และทุกอย่างหลังจากนี้อาจจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
ตั้มเดินลงมาที่หน้าประตูหอพักด้วยร่างที่ยังซูบซีดจากอาการท้องเสีย
ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย แต่ดวงตากลับสว่างผิดปกติเมื่อเห็นรถของสุวิมลจอดอยู่ไม่ไกล
หอพักแห่งนี้เป็หอที่มหาวิทยาลัยจัดสรรให้นักศึกษาโดยเฉพาะ
คนภายนอกไม่สามารถขึ้นไปชั้นบนได้ง่ายๆ ยกเว้นผู้ปกครอง ตั้มจึงไม่มีทางเลือกอื่น
เขาก้าวไปหา รปภ. ที่นั่งเฝ้าประตูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ครับผม… คุณป้ามาเยี่ยมครับ”
สุวิมลที่เดินเข้ามาใกล้พอดีได้ยินคำนั้น เธอเข้าใจทันทีและรับมุกอย่างเป็ธรรมชาติ
ยิ้มบางๆ ให้ยามแล้วพูดเสียงนุ่มนวล
“มาเยี่ยมหลานหน่อยจ้ะ เขาไม่สบาย”
ยามพยักหน้ารับโดยไม่สงสัยมากนัก ตั้มจึงพาสุวิมลเดินเข้าไปในตัวอาคาร แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นของเขา
ระหว่างที่เดินตามหลังตั้มขึ้นไปตามทางเดินยาว สุวิมลใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของหนุ่มน้อยอย่างเงียบๆ
จากด้านหลัง ไหล่ที่กว้างขึ้นตามวัย แผ่นหลังตรง เอวเรียว และสะโพกที่ยังดูอ่อนเยาว์
แต่ก็แฝงด้วยความแข็งแรงของหนุ่มน้อยวัยมหาวิทยาลัย
แม้จะเพิ่งป่วยและพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงนิสัยที่เธอพอจะเดาได้
จากน้ำเสียงและการคุยกันมาสามเดือนว่าเขาน่าจะยัง…
ใช้มือช่วยตัวเองอยู่บ่อยๆ แต่ร่างกายโดยรวมยังดูสมบูรณ์ดีกว่าที่คิด
เธอแปลกใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจใดๆ ออกมา
เมื่อถึงหน้าห้อง ตั้มเปิดประตูด้วยกุญแจแล้วหลีกทางให้เธอเข้าไปก่อน
ห้องพักส่วนตัวขนาดไม่ใหญ่มาก แต่สะอาดและเป็ระเบียบอย่างน่าประหลาด
เตียงจัดเรียบร้อย หนังสือกองไว้เป็หมวดหมู่ เสื้อผ้าถูกเก็บเข้าตู้หมด
ไม่มีกลิ่นอับหรือความยุ่งเหยิงแบบที่เธอเคยเห็นในห้องพักหนุ่มๆทั่วไป
ตั้มดูเหมือนจะเตรียมตัวต้อนรับเธอมาเป็อย่างดี แม้จะป่วยอยู่ก็ตาม
“นั่งก่อนนะครับพี่” ตั้มพูดเสียงเบา แล้วยื่นเก้าอี้ให้นาง
สุวิมลวางถุงยาและโจ๊กที่เธอซื้อมาไว้บนโต๊ะเล็กๆ แล้วนั่งลง ขณะที่เธอหันไปจัดของ
ตั้มที่ยืนอยู่ด้านหลังใช้โอกาสนี้แอบมองเรือนร่างของเธออย่างไม่วางตา
จากมุมนี้ เขาเห็นเส้นสายของหลังที่ยังตึงสวย เอวที่คอดลงเล็กน้อย
ก่อนจะโค้งออกเป็สะโพกที่อวบอิ่มแน่น ชุดเดรสเรียบๆ ที่เธอสวมอยู่ไม่ได้รัดรูปมากนัก
แต่ก็พอจะเผยให้เห็นทรงอกที่ใหญ่และหนักแน่น รวมถึงต้นขาที่ดูนุ่มนวลเมื่อเธอเคลื่อนไหว
ภาพนั้นซ้อนทับกับภาพผู้หญิงในหนังสือการ์ตูนโป๊ที่เขาเคยเสพติดจนขึ้นใจโดยไม่รู้ตัว
ตั้มรู้สึกถึงความร้อนที่ไหลลงไปที่ท้องน้อย แล้วจินตนาการสั้นๆ ก็แล่นเข้ามาในหัว…
ภาพของสุวิมลที่ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ปกคลุม ผิวขาวเนียนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าเขา
ทันใดนั้นสุวิมลก็หันมามองจับได้พอดี เธอเบะปากเล็กน้อย แล้วยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่ต้องแอบมองขนาดนั้นก็ได้นะ”
เธอพูดเสียงช้าๆ แต่ชัดเจน
“มองตรงๆ ก็ได้”
ตั้มตัวแข็งไปชั่ววินาที ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว
สุวิมลเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาทอดมองเขาอย่างรู้ทัน แล้วยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เปิดทางอย่างจงใจ
“เธอจีบพี่ไม่ใช่เหรอ… อีกอย่าง”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ
“พี่ไม่ใช่แม่เธอสักหน่อย”
คำพูดนั้นลอยอยู่ในอากาศระหว่างทั้งสอง เบาบางแต่เต็มไปด้วยความหมาย
ตั้มกลืนน้ำลายอย่างเงียบๆ หัวใจเต้นรัวจนได้ยินเสียงในหู
ส่วนสุวิมลเองก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นแปลกๆ ที่ผุดขึ้นมาในอกโดยที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก
การพบกันครั้งแรกในห้องพักแคบๆ แห่งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง