รอยรัก

    บทที่ 10

    ทั้งสองบังคับม้าให้วิ่งเหยาะออกไปตามลู่ เมื่อห่างจากต้นไม้ที่พรรคพวกยืนรวมกันอยู่พอสมควรแล้ว ต่างก็หยุดม้าลง เฮเวทท์ก้าวออกไปข้างหน้า ยกมือขวาขึ้น แหวนทับทิมกระทบแสงแดดเป็นประกายพราว ซอมเมอร์วิลล์ก้าวกลับมายืนอยู่ในที่เดิม เฮเวทท์รออยู่จนม้าทั้งสองตัวสงบลง แต่ม้าของแมนนิ่งดูจะไม่ยอมสงบลงง่ายๆ เสียเลย“ดูเหมือนจะไม่มีแต่เราแล้วนะ” ออสบอร์นเอ่ยขึ้นเชิดคางมองไปทางผู้คนที่รวมตัวกันอยู่อีกฟากหนึ่งของลู่ ซึ่งมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก“นั่นสิ” วอลฝอร์ดหยิบกล่องผงขึ้นมาเปิดอีกครั้ง “ไม่ว่าเราจะทำอะไรมักมีคนคอยตามดู แล้วก็เลียนแบบอยู่เสมอถึงแม้อาทิตย์หน้าจะมีการแข่งม้าอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่สนุกเหมือนเที่ยวนี้หรอก ผมรับรองได้”“พร้อมหรือยังครับ? ” เฮเวทท์ร้องถามขึ้น“พร้อมแล้ว” ทุกคนช่วยกันร้องรับ“ดี” เฮเวทท์ลดมือลงทันทีม้าทั้งสองตัวโผนไปข้างหน้า ทุกสายตามองตามด้วยความสนใจ ขณะม้าสีดำกระโจนนำออกไปเกือบจะในทันทีส่วนม้าสีน้ำตาลนั้นประชิดอยู่ที่ขาหลังของมัน เสียงเกือกม้ากระแทกกึกก้องอยู่กับเส้นทางในลู่ กลุ่มฝุ่นที่ลอยตัวขึ้นบดบังภาพของม้าทั้งสองไว้จากสายตาเป็นครู่“นั่นไง โผล่ออกมาแล้ว” เฮเวทท์ตะโกนดังลั่นเมื่อม้าทั้งสองโผล่ออกมาจากกลุ่มฝุ่น คนดูส่งเสียงเชียร์กันอยู่เอ็ดอึงกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น ต่างฝ่ายต่างต้องการให้ม้าที่ตนถือหางไว้เป็นฝ่ายชนะการแข่งขันดูจะมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปเมื่อม้าตัวสีน้ำตาลค่อยๆ ขึ้นหน้ามาทีละนิ้วๆ จนในที่สุดก็ขึ้นมาเทียบอยู่กับม้าสีดำ ทั้งแมนนิ่งและคู่แข่งของเขาแนบศีรษะอยู่กับแผงคอม้า ต่างคนต่างกระตุ้นให้ม้าของตัวใช้ความเร็วสูงสุดและคอยเหลือบตาดูความก้าวหน้าของอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ตลอดเวลาเจ้าม้าสีดำยังนำอยู่บ้าง แต่เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้นแม่ม้าตัวที่ทาบิธาร์ขี่อยู่ก็ขึ้นมาแทนที่ ตอนขี่ม้าทั้งสองตัววิ่งผ่านหน้าไป เฮเวทท์ส่งเสียงเชียร์พร้อมกับตบหลังเพื่อนคนอื่นอยู่“คุณพระช่วย...เธอชนะแล้ว...จ่ายมาเสียดีๆ เพื่อน”“ใครชนะกัน? ” ซอมเมอร์วิลล์ร้องถามมา“ก็แทบบี้น่ะสิ” ออสบอร์นบ่นพึมพำ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้แพ้ที่ดี แต่ครั้งนี้เขาก็ออกจะท้าพนันโดยถือหางฝ่ายแมนนิ่งไว้มากไปหน่อย“ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องชนะแน่” ซอมเมอร์วิลล์ร้องพร้อมกับวิ่งออกไปยังม้าทั้งสอง ซึ่งขณะนี้กำลังถูกรุมล้อมอยู่ด้วยพวกที่แสดงความชื่นชม เด็กหนุ่มสองคนเพิ่งจะวิ่งเข้ามาถึง จูงม้าออกจากลู่เพื่อเช็ดถูเนื้อตัวให้มันสบายขึ้นซอมเมอร์วิลล์แหวกผู้คนเข้าไปจนถึงตัวทาบิธาร์ เธอก้มลงมองเขาพร้อมกับยิ้มให้“ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณจะต้องชนะ” เขาพูดเรียบๆ“เป็นเพราะไบรซ์เขาอ่อนมือให้ต่างหากล่ะ”“เปล่าเลยนะ” แมนนิ่งเดินม้าเข้ามาใกล้“ถึงยังไงฉันก็ยังสงสัยอยู่ดี ม้าตัวนี้ของคุณไม่เคยมีใครชนะมาก่อนเลยนะ ไบรซ์”“อา...” รอยยิ้มฉาบขึ้นบนใบหน้า “เป็นเพราะว่ามันยังไม่เคยวิ่งแข่งกับแม่ม้าตัวของคุณน่ะสิ”ทาบิธาร์เปรมปลื้มในชัยชนะของตัวเองยิ่งนัก ถึงกับยอมให้ซอมเมอร์วิลล์ช่วยพยุงตัวลงจากหลังม้า อ้อมแขนเขาโอบอยู่รอบเอวแน่นหนาเมื่อยกร่างเธอลงจากอาน.. ส่วนแมนนิ่งนั้นเหวี่ยงร่างลงอย่างง่ายดายและหันมายิ้มให้“เอ้า ไอ้หนู” เขาโยนเงินให้เด็กประจำสนามทั้งสอง“พอมันหายเหนื่อยแล้วช่วยจูงไปไว้ที่คอกของฉันด้วยนะ”“ครับผม”“เอาละ” เขาคล้องแขนเข้ากับทาบิธาร์ “ผมเห็นต้องจูบให้สมกับที่คุณได้รับชัยชนะในครั้งนี้เสียหน่อย” เขาโน้มใบหน้าลงจุมพิตเธออย่างดูดดื่ม ขณะเดียวกันก็คอยเหลือบตามองดูสีหน้าของซอมเมอร์วิลล์ ดูเหมือนสีหน้าของเพื่อนหนุ่มจะไม่พอใจเอาเสียเลย เมื่อเห็นเขาจูบผู้หญิงที่ตนหมายปองนานเกินไป“พอแล้วค่ะ ไบรซ์” ทาบิธาร์ร้องออกมาในที่สุด เปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อผละออกจากอ้อมกอดของเขา “ฉันแทบจะหายใจหายคอไม่ออกอยู่แล้วรู้ไหม ตอนนี้ไปหาอะไรดื่มกันก่อนดีกว่า ฉันคอแห้งจะเป็นผงอยู่แล้ว”“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ทาบิธาร์” เฮเวทท์ว่า เมื่อรวบร่างเธอเข้าไว้ในอ้อมแขน แต่หญิงสาวไม่อาจทนอยู่ในอ้อมแขนของเขาได้นานนัก ไม่เหมือนกับที่เธอยอมให้กับแมนนิ่งเมื่อรับจุมพิตจากเขาเสร็จก็รีบถอยผละออกมายืนอยู่ข้างซอมเมอร์วิลล์“เราจะไปบ้านแมนนิ่งกัน” ซอมเมอร์วิลล์บอก มองหน้าแมนนิ่งอย่างจะให้ยืนยัน เมื่อไบรซ์พยักหน้ารับเขาก็พูดต่อว่า “แล้วคุณจะไปพบเราที่นั่นไหมล่ะ? ”“ไปสิ” ออสบอร์นยังโมโหที่เขาเป็นฝ่ายแพ้พนันในครั้งนี้วอลฝอร์ดก็เช่นเดียวกัน เขาออกจะเสียหนักกว่าใคร เพราะความเชื่อคำแนะนำของออสบอร์น ทำให้เขาทุ่มเงินลงไปข้างแมนนิ่งมาก “เห็นโทมัสบอกว่าจะตามไปด้วย ผมว่าเรามาพนันกันใหม่อีกสักครั้งดีไหม เฮเวทท์? ”“แทบบี้” แมนนิ่งชี้ไปทางรถม้าของตนที่จอดรออยู่จากนั้นก็ควงแขนหญิงสาวพาเดินไปที่รถ รออยู่จนเมื่อเธอก้าวขึ้นนั่งและซอมเมอร์วิลล์ตัดหน้าขึ้นไปนั่งเคียงข้างแล้ว เขาจึงได้ก้าวขึ้นนั่งตามพร้อมกับปิดประตูลง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์“การแข่งครั้งนี้เยี่ยมมากเลยนะคะ ไบรซ์” หญิงสาวพิจารณาความรู้สึกในสีหน้าของเขาอยู่“เราน่าจะต้องแข่งกันอีกสักเที่ยวนะ”“รับรองว่าฉันจะต้องพยายามเอาชนะคุณอีกแน่...” ทาบิธาร์สาบานด้วยเสียงปนหัวเราะ... และแมนนิ่งกับซอมเมอร์วิลล์ก็พลอยหัวเราะตาม
    ถึงแม้เธอจะตั้งความปรารถนาไว้สูงส่งสักเพียงไรก็ตาม แต่แม้ในวันต่อๆ มา ไอเรนี่ก็ไม่ได้เห็นหน้าค่าตาบุรุษผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลคนนั้นเลย เธอออกรู้สึกผิดหวังที่เขาไม่ได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนเช่นที่คาดไว้ แต่ก็รีบสงบระงับความรู้สึกนั้นลงเสีย บอกตัวเองว่าสิ่งที่เธอหวังนั้นมันมากเกินไปเธอได้ยินเรื่องการแข่งม้าในสวนสาธารณะนั่นจากเลดี้เฮสเตอร์เพียงครั้งเดียว แต่ก็รู้สึกใจเต้นระทึกขึ้นมาอีกเมื่อรู้ว่าคู่แข่งของเขาเป็นผู้หญิง“เท่าที่ฉันได้ยินมา ผู้หญิงคนนี้เขาไม่ได้ทำตัวเป็นสุภาพสตรีอะไรนักหรอก” เลดี้เฮสเตอร์กล่าว และแม้ไอเรนี่อยากจะได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับแมนนิ่งมากกว่านี้ แต่ก็ไม่กล้าถามหรือซักไซร้ไล่เลียงแต่ประการใด ด้วยเกรงญาติของเธอจะเกิดความสงสัยขึ้นมาหลังจากที่เลดี้เฮสเตอร์ได้เล่าถึงแผนการที่อยู่ในความคิดให้ฟัง เรื่องของแมนนิ่งก็ถูกหลงลืมไปเกือบจะในทันที ทั้งนี้เพราะแผนการนั้นก็คือการออกไปหาซื้อข้าวของ... ซึ่งเลดี้เฮสเตอร์ได้พาพี่น้องสองสาวไปร้านที่ดีที่สุดและขายสินค้าที่มีคุณภาพสูงและราคาแพงที่สุดด้วยทั้งนี้เพราะเลดี้เฮสเตอร์ได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะแปลงโฉมสองพี่น้องด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับอันเป็นแฟชั่นล่าสุด“การแนะนำเธอทั้งสองเข้าสู่วงสังคมในครั้งนี้จะต้องทำให้ทกคนตะลึงทีเดียว” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงมาดมั่น “จะไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไม่หันมามอง เมื่อเธอเดินเข้าไปในงานราตรีสโมสร”ขณะนี้ทั้งสามคนกำลังนั่งกันอยู่ในรถม้าที่มุ่งหน้าไปยังร้านตัดเสื้อ ลึกลงไปในใจ ไอเรนี่กำลังคิดอยู่ว่าเธอต้องการให้มีผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่หันมามองเธอด้วยสายตาเช่นนั้น แต่ก็จำต้องสงบระงับความคิดของตัวเองลงไว้เช่นทุกครั้งที่ผ่านมา“คุณน้าเฮสเตอร์คะ…ที่จริงเราไม่อยากให้คุณน้าเฮสเตอร์ต้องใช้เงินทองเพื่อเราอย่างมากมายเช่นนี้เลย” เธอเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจเต็มที “หรืออย่างน้อย ถ้าคุณน้าจะอนุญาตให้เราจ่ายเงินซื้อของพวกนี้เองบ้างก็ยังดี” เธอคิดว่ายังมีเงินเหลืออยู่มากพอ แม้ว่าจะซื้อสิ่งของสำหรับตัวเองกับน้องมากขนาดนี้แล้วก็ตาม แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร“อย่าเลย... ฉันทำสิ่งนี้ด้วยความเต็มใจอย่างที่สุด” เลดี้เฮสเตอร์ตอบเสียงหนักแน่น “อีกประการหนึ่ง ฉันกับวิลเลียมก็ไม่มีลูก” หล่อนอึ้งไป สีหน้าหม่นหมองลง “ฉันคงดีใจมากถ้าได้เธอสองคนมาเป็นลูก”“ถ้าคุณน้าจะมีความสุขที่ได้ทำอย่างนั้น ก็ถือว่าเราสองคนเป็นลูกของคุณน้าได้นี่คะ” ไอเรนี่ตอบ วางมือลงบนมือของสตรีสูงวัยด้วยความไว้วางใจ เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นแววเศร้าในดวงตาของเลดี้เฮสเตอร์ และอยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนความมีน้ำใจของญาติผู้นี้บ้าง“จริงด้วยค่ะ คุณน้า” เอ็มม่าสนองรับคำพูดของพี่สาวทันที “และเราสองคนก็ต้องขอบพระคุณอย่างมากที่คุณน้าเมตตาเรามาโดยตลอด ของทุกชิ้นที่ซื้อมานี่ก็สวยเหลือเกิน” สาวน้อยเอื้อมมือลูบไล้ผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาลอ่อนที่จะตัดเป็นเสื้อชุดเช้า“ฉันน่ะเต็มใจทำเพื่อเธอทั้งสองอยู่แล้ว มาเถอะ...ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราจะต้องทำให้เสร็จลงในวันนี้” พูดจบหล่อนก็ก้าวนำหลานสาวทั้งสองลงจากรถ ไอเรนี่อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นคนขับรถของน้าสาวต้องหอบผ้าพะรุงพะรังตามลงมา