“ถุงมันเยอะจนฉันไม่เห็นทาง ฉันเลยสะดุดตกน่ะ” เคธี่พูด
“ตายแล้ว ชุดฉันจะเลอะไหมเนี่ย” สเตซี่วิ่งเข้ามาแย่งถุงจากมือของเคธี่ เธอเช็กเสื้อผ้าของเธอว่าเลอะหรือไม่ “เธอไม่ต้องถือแล้ว ฉันถือเอง”
“เธอจะไปถือทำไม” เดอร์ซี่หงุดหงิด
“ถ้าเคธี่ล้มอีก แล้วชุดฉันเลอะล่ะ ไม่เอาด้วยหรอก ส่วนของพี่ก็แล้วแต่พี่ละกัน ถ้าเลอะขึ้นมามันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน” สเตซี่หิ้วถุงของเธอเดินนำหน้าไป
“เอามานี่” เดอร์ซี่กระชากถุงที่เหลือไปถือเอง และเดินจ้ำตามสเตซี่ไป
ทั้งสามเดินไปถึงรถม้าของตระกูล ลิซซี่นั่งรออยู่ด้านในอยู่แล้ว แต่เมื่อเธอเห็นลูกสาวทั้งสองหอบข้าวของเดินมาเอง เธอก็ไม่พอใจ
“ให้ช่วยถือถุงแค่นี้ เธอทำไม่ได้หรือไง” ลิซซี่พูดเสียงโกรธ
“ฉันถือได้ค่ะ แต่ลูกสาวของคุณอยากจะถือกันเอง” เคธี่ตอบ
“ใช่ค่ะ หนูอยากถือเอง” สเตซี่พูด
เดอร์ซี่ไม่พูดอะไร เธอกำลังหอบที่ถือของหนัก เดอร์ซี่วางถุงไว้บนที่นั่งก่อนที่จะก้าวขึ้นรถไป เธอช่วยเอาของสเตซี่ขึ้นมาวางไว้ด้วย และสเตซี่ก็ขึ้นรถตามไป เมื่อเคธี่จะขึ้นรถตามสองสาว สเตซี่หันมาจะช่วยเคธี่ขึ้นรถ แต่ลิซซี่ก็ยกมือห้ามเอาไว้
“สงสัยพวกเราจะซื้อของมากไปหน่อย ที่นั่งก็เลยเต็ม” ลิซซี่เหล่ตาไปทางถุงเสื้อผ้าที่ตอนนี้วางจองอยู่บนที่นั่งของเคธี่ “รบกวนหนูเดินกลับเองนะจ๊ะ ยังไงก็ไม่ต้องถือของหนักอยู่แล้วนี่”
“คุณพ่อมอบให้คุณเป็ผู้จัดการมรดก ไม่ใช่ผู้ใช้มรดกนะคะ ฉันยอมให้ลูกสาวคุณซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ แต่นี่มันมากเกินไปไหมคะ ฉันว่าถ้าคุณอยากเป็ผู้จัดการมรดกต่อไป คุณต้องประหยัดมากกว่านี้นะคะ” เคธี่พูดอย่างเหลืออด
“ฉันจะลองคิดเื่ประหยัดค่าใช้จ่ายนะ” ลิซซี่ปิดประตูรถม้าใส่หน้าเคธี่ เธอฝังรอยยิ้มชั่วร้ายไว้บนใบหน้า “ออกรถ”
คนขับรถม้าลังเลในทีแรก แต่เมื่อได้ยินลิซซี่ะโว่าเดี๋ยวนี้ เขาก็ขับรถม้าออกไป ทิ้งให้เคธี่ยืนอยู่ตามลำพัง
______________________________________________________________________________________
เนื่องจากคฤหาสน์นี้อยู่ใกล้กับป่ามิสทรี ซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านในเมือง ทำให้เมื่อเคธี่เดินมาถึงบ้านก็เย็นพอดี เคธี่คิดว่าแม้เธอจะอยู่ในโลกเทพนิยายนี้ได้ไม่นาน แต่เธอน่าจะเดินเยอะจนมากกว่าเธอเดินในโลกมนุษย์ทั้งปีเสียอีก
ทันทีที่เคธี่เปิดประตูเข้ามาในคฤหาสน์ หัวหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน และคนงานคนอื่นๆ ก็รีบวิ่งมาหา
“คุณหนูคะ ช่วยด้วยค่ะ” หัวหน้าสาวใช้ร้องไห้ฟูมฟาย
“เกิดอะไรขึ้นคะ” เคธี่ถาม
“คือว่าคุณผู้หญิงไล่พวกเราออกจากบ้านครับ” พ่อบ้านตอบ
“เอะอะอะไรกัน” ลิซซี่แกล้งทำเป็ไม่รู้เื่ เธอเดินวางท่านางพญามาหากลุ่มคนงานและเคธี่
“นี่มันอะไรกันคะ คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่คนงานออก” เคธี่โมโห
“เคธี่ เธอเป็คนบอกให้ฉันประหยัดค่าใช้จ่ายเองนะ ฉันลองตรวจสอบบัญชีในคฤหาสน์ดู ฉันว่าฉันเห็นด้วยกับเธอนะ ดังนั้นฉันจึงประกาศปลดคนงานทุกคนออกจากคฤหาสน์ไง ฉันนึกว่าเธอจะดีใจซะอีก” ลิซซี่ยิ้มสะใจ
“ไม่ได้นะคะ ดิฉันดูแลเ้านายในคฤหาสน์นี้ั้แ่คุณเอลลี่ยังเด็ก คุณจะไล่ฉันออกไปแบบนี้ไม่ได้ คุณหนูช่วยฉันด้วยนะคะ” หัวหน้าสาวใช้ปากสั่น
“แต่สัญญาจ้างงานบอกว่าเ้านายสามารถไล่คนงานออกได้ทุกเมื่อนะ” ลิซซี่ถือสัญญาจ้าง และทำท่าอ่านทวน
“ฉันขออ่านหน่อยสิ” เคธี่รับสัญญามาอ่าน เธอมืดแปดด้านโดยไม่รู้จะช่วยเหล่าคนงานอย่างไร เพราะสัญญานี้ระบุชัดเจนว่านายจ้างสามารถไล่ลูกจ้างได้ทันทีตามความเห็นชอบ เคธี่อดสงสัยไม่ได้ว่าสัญญาที่ดูไม่เป็ธรรมนี้เป็ส่วนประกอบหนึ่งของในนิยายหรือไม่ เพราะมันดูเปิดทางให้แม่เลี้ยงใจร้ายจิกหัวใช้งานนางเอกต่อไปได้ง่ายๆ
“อย่างน้อยก็ช่วยให้เงินชดเชยล่วงหน้ากับพวกเขาหน่อยเถอะ ยังไงพวกเขาก็อยู่ที่นี่มานาน” เคธี่กำหมัดแน่น
“ได้สิ เื่เท่านี้ ฉันจัดการให้ แล้ววันนี้ก็ย้ายออกไปกันเลยนะ อุตส่าห์ได้เงินชดเชยกันแล้ว ร่ำลากันให้เสร็จ ก่อนที่ฉันจะเอาเงินมาให้” ลิซซี่เดินเชิดหน้าขึ้นห้องไปเอาเงิน
“โถ่คุณหนู” หัวหน้าสาวใช้ทรุดลงไปกับพื้น
“ฉันต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้ทุกคนต้องตั้งสตินะคะ นำเงินไปหาที่พักกันก่อน ฉันจะรีบหาทางช่วยเหลือพวกคุณเอง” เคธี่บอกคนงานที่ตอนนี้ต่างทำหน้าเศร้า หัวหน้าสาวใช้แทบจะไม่ได้ยินเสียงเคธี่แล้ว
“คุณพ่อบ้าน รบกวนช่วยดูแลทุกคนก่อนนะคะ ตอนนี้ทุกคนต้องหวังพึ่งคุณแล้ว ฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดค่ะ” เคธี่บอกกับพ่อบ้าน
“ครับคุณหนู” พ่อบ้านก้มหน้าก้มตา และเขาก็เช็ดน้ำตา
หลังจากนั้นทุกคนก็เก็บของพากันออกจากคฤหาสน์ไป
______________________________________________________________________________________
เคธี่เหน็ดเหนื่อย และตั้งใจจะไปนอนเอาแรง แต่เมื่อเธอมาถึงห้องก็พบสเตซี่และเดอร์ซี่อยู่ในห้องก่อนแล้ว
“พวกเธอมาทำอะไรที่นี่” เคธี่ถามอย่างหงุดหงิด
“เสื้อผ้าที่ซื้อมาของพวกเราไม่มีตู้เสื้อผ้าเก็บ คุณแม่เลยบอกให้ฉันมาอยู่ห้องนี้ ฉันเพิ่งรู้ว่าห้องของนายหญิงใหญ่ขนาดนี้นะ ส่วนคุณแม่ย้ายไปอยู่ห้องคุณพ่อสตีฟแล้วแหละ” เดอร์ซี่จีบปากจีบคอพูด
“ส่วนฉัน คุณแม่ให้ไปอยู่ห้องเก่าเธอ เธอจะไปอยู่ห้องเดียวกับฉันก็ได้นะ ฉันไม่ถือ” สเตซี่พูด
“เคธี่เขามีห้องส่วนตัวของเขาอยู่แล้ว คุณแม่อุตส่าห์จัดไว้ให้ เธอก็อยู่ของเธอไปเถอะสเตซี่ กลับห้องไปได้แล้ว เดี๋ยวฉันพาเคธี่ไปดูห้องใหม่เอง” เดอร์ซี่ออกคำสั่งทำให้สเตซี่เดินออกจากห้องไป
เดอร์ซี่พาเคธี่ไปที่ห้องทำงานของสตีฟ เคธี่รู้สึกว่าไม่แย่เท่าไหร่นักถ้าให้เธอนอนที่นี่ แต่เคธี่คิดผิด เพราะเดอร์ซี่พาเธอขึ้นไปนอนห้องใต้หลังคาที่เธอก็เพิ่งรู้ว่ามี และเมื่อทันทีที่เคธี่เข้าไป เดอร์ซี่ก็ล็อกประตูห้องทันที
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะมาเปิดประตูให้นะ” เดอร์ซี่พูดและหัวเราะออกมา หลังจากนั้นเธอก็เดินออกไป
ที่ห้องใต้หลังคานี้ไม่มีไฟ เคธี่จึงต้องอาศัยแสงจันทร์ที่ลอดส่องลงมาจากหลังคาพรุนๆ ที่เคธี่เคยทำให้ฟ้าผ่าใส่จนเป็รู เคธี่กวาดสายตาไปรอบห้องก็พบว่าที่ห้องใต้หลังคานี้สกปรกเป็อย่างมาก มันเต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม บนพื้นห้องมีที่นอนเก่าๆ และผ้าห่มขาดๆ วางอยู่ ซึ่งน่าจะเป็สิ่งลิซซี่เตรียมไว้ให้เพื่อแสดงความมีน้ำใจจอมปลอมของเธอ
ตรงขอบห้องมีรอยว่างของฝุ่นเป็รูปกล่อง เคธี่คิดว่าลิซซี่รู้จักห้องใต้หลังคานี้ได้ เพราะเธอกับสตีฟคงเคยตกลงกันที่จะแอบเก็บไข่มุกสีขาวสมบัติของนางเงือกที่ขายให้กับพระาาเอาไว้ที่นี่ เคธี่จึงเข้าใจว่าทำไมเธอไม่เคยเห็นหีบสมบัติเลยสักครั้ง
“เฟย์ เธออยู่หรือเปล่า เฟย์” เคธี่ส่งเสียงเรียก แต่คราวนี้เธอไม่มีสร้อยเพชรสีน้ำเงินอยู่กับตัว ทำให้เฟย์ไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอ
เคธี่ทบทวนสิ่งที่เธอเจอมาทั้งวัน ั้แ่แบกถุงช้อปปิ้งจนล้มหน้าทิ่ม เดินลากขากลับมาบ้าน เสียคนงานของเธอ และตอนนี้ยังต้องมานอนในที่ซ่อมซ่อแบบนี้อีก เคธี่น้ำตารื้นขึ้นมา เธอไม่เคยคิดว่านางเอกซินเดอเอล่าจะต้องโดนแกล้งถึงขนาดนี้ แต่เคธี่ก็รีบเช็ดน้ำตาออกไป เพราะเธอเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่เอง เธอรู้สึกว่าเธอจะอ่อนแอไม่ได้
“หึ ก็แค่นี้เอง มันจะซวยอะไรได้มากกว่านี้อีก!” เคธี่ะโ
ซ่า ซ่า ฝนตกลงมาทันทีที่เคธี่พูดจบ
______________________________________________________________________________________
อัปนิยายทุกวันพุธ วันศุกร์ และปลดล็อกฟรี 1 ตอนทุกพุธ
(ปลดล็อกเพิ่มพิเศษบางวัน ดูได้จากวงเล็บในแต่ละตอน)
ถ้าชอบฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ^^