หลังจากการเดินทางที่ยาวนาน รถม้าของเหวินเจาเหยียนและหยางลี่เจินก็มาถึงจวนใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง ประตูจวนเปิดออกอย่างรวดเร็วเมื่อคนของพระเอกเห็นรถม้ามาถึง บ่าวไพร่ต่างวิ่งกรูมาต้อนรับนายท่านและคุณหนูของจวน
หยางลี่เจินมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้าด้วยความรู้สึกโล่งใจและเหนื่อยล้าปนกัน “ในที่สุด… เราก็มาถึงแล้ว” เธอพูดเบาๆ
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าเล็กน้อย “ถึงจะเหนื่อย แต่เจ้าควรพักผ่อนก่อน ข้าจะจัดการเรื่องงานที่เหลือเอง”
รถม้าหยุดลงตรงหน้าประตูใหญ่ ลูกน้องของพระเอกรีบเข้ามาเปิดประตูรถม้าและโค้งคำนับด้วยความเคารพ “นายท่าน คุณหนู ยินดีต้อนรับกลับจวนขอรับ”
เหวินเจาเหยียนลงจากรถก่อน จากนั้นจึงยื่นมือให้หยางลี่เจิน เธอจับมือเขาและก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ดวงตายังคงเปล่งประกายจากความรู้สึกอุ่นใจที่ได้กลับมา
บ่าวสาวในจวนที่ยืนเรียงรายอยู่ต่างพากันมองหยางลี่เจินด้วยสายตาที่หลากหลาย บางคนยิ้มให้ด้วยความเคารพ ขณะที่บางคนมองเธอด้วยความสงสัยและพูดคุยกันเบาๆ
“พวกเจ้าหยุดซุบซิบได้แล้ว” เหวินเจาเหยียนพูดเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ ทุกคนเงียบกริบทันที ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง
เขาหันไปมองหยางลี่เจิน “เจ้าไปพักผ่อนที่ห้องก่อน ข้าจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้”
เธอพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ”
เมื่อกลับเข้ามาในห้องพักของตัวเอง หยางลี่เจินถอนหายใจยาว รู้สึกโล่งใจที่การเดินทางที่ยาวนานสิ้นสุดลงเสียที เธอมองไปรอบๆ ห้องที่คุ้นเคยก่อนจะนั่งลงบนเตียง
บ่าวคนสนิทนำถาดน้ำชามาให้เธอพร้อมกล่าวเบาๆ “คุณหนู น้ำอุ่นจะถูกเตรียมไว้ให้ในอีกไม่นานนี้เจ้าค่ะ”
“ขอบคุณนะ” หยางลี่เจินยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เมื่อบ่าวออกไปแล้ว เธอเอนตัวลงบนเตียง รู้สึกถึงความอ่อนล้าที่สะสมมาตลอดการเดินทาง
ในขณะเดียวกัน เหวินเจาเหยียนกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อเริ่มตรวจสอบงานที่ค้างไว้ระหว่างการเดินทาง ลูกน้องคนสนิทเข้ามารายงานความคืบหน้าของการค้าในเมืองหลวง
“นายท่าน ทุกอย่างในจวนเรียบร้อยดีขอรับ แต่ดูเหมือนจะมีข่าวลือบางอย่างเกี่ยวกับคุณหนูในจวน…” ลูกน้องพูดเสียงเบา
“ข่าวลืออะไร?” ดวงตาของเขาเยือกเย็นขึ้น
“มีคนพูดถึงอดีตของคุณหนู และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์ในงานศพของนาง…”
เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ “ข้าไม่สนใจข่าวลือ จงจำไว้ คนในจวนนี้มีหน้าที่ของตัวเอง ถ้าใครยุ่งเรื่องที่ไม่ใช่ของตัวเอง ให้ข้าจัดการได้” ลูกน้องรีบโค้งคำนับและถอยออกไป
เหวินเจาเหยียนถอนหายใจยาว เขามองเอกสารตรงหน้า แต่ในใจกลับคิดถึงใบหน้าของหยางลี่เจิน เขารู้ว่าเส้นทางข้างหน้านั้นยังมีเรื่องที่ต้องเผชิญอีกมาก และเขาจะต้องปกป้องเธอให้พ้นจากทุกอันตราย
เมื่อหยางลี่เจินเพิ่งพักผ่อนในห้องตัวเองได้ไม่นาน บ่าวสาวในจวนก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าลังเล พร้อมกับโค้งคำนับ
“ฮูหยินเจ้าคะ นายท่านสั่งให้พวกเราย้ายของของท่านไปที่ห้องใหญ่ค่ะ”
หยางลี่เจินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “ห้องใหญ่? หมายถึงห้องของนายท่านเหรอ?”
บ่าวพยักหน้าอย่างสุภาพ “ใช่เจ้าค่ะ นายท่านสั่งไว้ว่าให้ฮูหยินไปพักที่ห้องของท่าน”
หยางลี่เจินรีบลุกขึ้นจากเตียง “เดี๋ยวก่อนค่ะ! ฉันต้องคุยกับเขาเรื่องนี้!”
หยางลี่เจินเดินตรงไปยังห้องทำงานของเหวินเจาเหยียน เมื่อไปถึง เธอเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะก่อน บ่าวที่เฝ้าประตูถึงกับตกใจ แต่เหวินเจาเหยียนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมามองเธอ
“เจ้ามีธุระอะไรถึงได้บุกเข้ามาแบบนี้?” เขาถามเสียงเรียบ
“ฉันได้ยินว่าคุณสั่งให้บ่าวย้ายของฉันไปที่ห้องของคุณ…” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอายและความไม่พอใจเล็กน้อย
“ใช่” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มลงมองเอกสารต่อ
“แล้วทำไมคะ?” เธอถามตรงๆ
เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธออีกครั้ง สีหน้านิ่งเฉย แต่ดวงตาแฝงความเจ้าเล่ห์ “เจ้าก็เป็นภรรยาของข้า ข้าจะนอนกับภรรยาตัวเองไม่ได้หรือ?”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินหน้าแดงจนพูดไม่ออก “แต่… แต่ว่า… มันเร็วเกินไป!”
“เร็ว?” เขาเลิกคิ้ว “ตอนที่เจ้าไม่สบายอยู่ที่หยางโจว ข้าเป็นคนดูแลเจ้า เช็ดตัวเจ้า ดูแลทุกอย่าง เจ้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” หยางลี่เจินอ้าปากค้าง เธอพยายามหาคำพูดมาโต้แย้ง แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอเขินจนพูดไม่ออก
“เจ้าไม่ต้องเขิน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความเย้าแหย่ “ข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้าสักหน่อย แค่จะให้เจ้ามานอนในห้องเดียวกัน”
“แต่ว่า…!” เธอพยายามพูด แต่เขาลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานและเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
“ไม่มีแต่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ตั้งแต่วันนี้ เจ้าจะพักในห้องของข้า นี่คือคำสั่ง”
เธอจ้องเขาด้วยความอายและความสับสน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเถียงเขาได้ เธอก้มหน้าลง และพูดเบาๆ “ก็ได้ค่ะ…” เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะ “ดี เจ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินไปมาอีก” หยางลี่เจินเดินออกจากห้องไปพร้อมกับความรู้สึกเขินอายสุดขีด หัวใจของเธอเต้นรัวไม่หยุด
คืนนั้น หลังจากข้าวของของหยางลี่เจินถูกย้ายไปที่ห้องใหญ่เรียบร้อย เธอพยายามจัดของไปด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน เหวินเจาเหยียนที่นั่งอ่านเอกสารอยู่บนเตียงเหลือบมองเธอ ก่อนจะพูดขึ้น “เจ้าจะเขินไปถึงเมื่อไหร่? หรือเจ้ากลัวว่าข้าจะทำอะไรเจ้า?”
“ฉันไม่ได้กลัวค่ะ!” เธอรีบตอบ พลางหลบสายตา
“งั้นก็ดี” เขาพูดเรียบๆ ก่อนจะปิดเอกสารลง “ข้าจะนอนแล้ว เจ้าก็นอนด้วย”
หยางลี่เจินอ้าปากค้างอีกครั้ง เธอไม่ทันได้เตรียมใจ แต่สุดท้ายก็ต้องทำตามคำสั่ง ขณะที่เธอนอนลงบนเตียง หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบระเบิด
“หลับซะ” เขาพูดสั้นๆ แต่เสียงนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ แม้ว่าเธอจะยังเขินอาย แต่ลึกๆ แล้ว เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ข้างเขา
คืนนั้น ความเงียบในห้องใหญ่ปกคลุมทุกสิ่ง ทุกอย่างดูสงบ แต่สำหรับหยางลี่เจิน หัวใจของเธอเต้นไม่หยุด ร่างกายแข็งเกร็งขณะที่เธอนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่มีเหวินเจาเหยียนนอนอยู่ข้างๆ แม้ว่าจะมีหมอนกั้นระหว่างพวกเขา แต่ความใกล้ชิดก็ทำให้เธอแทบข่มตาหลับไม่ได้
เหวินเจาเหยียนที่นอนนิ่งเหมือนหลับอยู่ พลันเอ่ยเสียงเรียบออกมา “เจ้าจะพลิกตัวอีกกี่ครั้งกันแน่?”
หยางลี่เจินสะดุ้ง รีบหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเอง “ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ…” เขาลืมตาขึ้นเล็กน้อย หันมามองเธอในความมืด “หรือเจ้าไม่อยากนอนที่นี่?”
เธอรีบส่ายหัว “ไม่ใช่ค่ะ! แค่… แค่ฉันยังไม่ชิน…”
“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?” เขาถาม น้ำเสียงราบเรียบ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกอ่านใจ
“ไม่มีอะไรค่ะ…” เธอตอบเบาๆ พยายามเบือนหน้าหนี
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเย้าแหย่ “เจ้ากลัวข้าหรือ?”
“ไม่ค่ะ!” เธอตอบทันที แต่เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
เหวินเจาเหยียนเลิกคิ้ว แม้มองไม่เห็นชัดในความมืด แต่เธอสัมผัสได้ว่าเขายิ้มมุมปาก “ถ้าไม่กลัว แล้วเจ้าจะตื่นเต้นอะไรนักหนา?”
หยางลี่เจินเม้มปากแน่น เธอพลิกตัวหันหลังให้เขา พยายามหลบเลี่ยงการสนทนาที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“ถ้าเจ้าไม่ตอบ งั้นข้าจะถือว่าเจ้ายอมรับว่ากลัวข้า” เขาพูดพร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอรีบหันกลับมา “ฉันไม่ได้กลัวค่ะ! ฉันแค่…”
เขาเอื้อมมือมาดึงหมอนกั้นออก ทำให้พวกเขาอยู่ใกล้กันมากขึ้น “แค่… อะไร?” หยางลี่เจินพูดไม่ออก ใบหน้าของเธอร้อนจนเหมือนจะลุกเป็นไฟ
“เจ้าเขินหรือ?” เขาเอ่ยถาม น้ำเสียงเหมือนล้อเลียน
“คุณนี่มัน…” เธอพูดตะกุกตะกัก แต่ไม่ทันได้พูดจบ เขาก็เอื้อมมือไปแตะที่แก้มของเธอเบาๆ
“เจ้าไม่ต้องเขิน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดปกติ “ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เจ้าแค่พักผ่อนเถอะ” คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกทั้งโล่งใจและแปลกใจ เธอพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะพยายามข่มตาหลับ
แต่ในขณะที่เธอเริ่มจะสงบลง เสียงเบาๆ ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าช่างวุ่นวาย แต่ก็ทำให้ข้าอดเอ็นดูไม่ได้”
หยางลี่เจินลืมตาขึ้นอีกครั้ง หัวใจเต้นแรง แต่เธอไม่กล้าตอบอะไร ได้แต่หลับตาแน่น ปล่อยให้คำพูดนั้นวนเวียนอยู่ในใจ