บทที่ 16 ตลอดมา
ลูซิเฟอร์… หลินชีเยี่ยยังคงตกตะลึงกับข้อมูลมหาศาลที่จ้าวคงเฉิงบอกเล่า
“หมายความว่า... นับั้แ่หมอกลึกลับปรากฏขึ้น เหล่าเทพเ้าในตำนานก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไร้สาเหตุ?”
“ใช่แล้ว ชนชั้นสูงกำลังสืบหาสาเหตุเื้ัเื่นี้อยู่ตลอด และสันนิษฐานออกมาได้สองความเป็ไปได้” จ้าวคงเฉิงชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
“ความเป็ไปได้แรก เทพเ้าเหล่านี้อาจไม่มีอยู่จริง แต่เมื่อหมอกปรากฏขึ้น การเปลี่ยนแปลงลึกลับบางอย่างก็เกิดขึ้นด้วย ทำให้พวกเขาถูกสร้างขึ้นมาจากตำนาน”
“ความเป็ไปได้ที่สอง ตำนานไม่ใช่จินตนาการของคนโบราณ แต่อาจมีอยู่จริง หลังจากที่มนุษย์เริ่มมีบทบาทมากขึ้น พวกเขาก็ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกด้วยเหตุผลบางอย่าง และการปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันของหมอกจึงปลุกพวกเขาขึ้นมา”
หลินชีเยี่ยพยักหน้า “แล้วที่คุณบอกว่า ไม่ใช่เทพเ้าทุกองค์ที่มีอยู่จริงนั้นหมายความว่าอย่างไร?”
“จำนวนเทพเ้าที่มีอยู่บนโลกในตอนนี้มีไม่มากนัก ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในตำนานทั้งหมดจะลงมาที่นี่ สิ่งที่ปรากฏขึ้นตอนนี้เป็เพียงส่วนเล็ก ๆ ในระบบเทพเ้าอันกว้างใหญ่ เราไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็พวกเขา ไม่เกี่ยวกับความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ไม่เกี่ยวกับการเผยแพร่เื่ราว ไม่เกี่ยวกับความดีหรือความชั่ว ไม่เกี่ยวกับเขตแดนประเทศ การปรากฏตัวของพวกเขาดูจะไร้กฎเกณฑ์ เป็การเกิดขึ้นแบบสุ่ม”
“ไม่เพียงแต่พระคัมภีร์ไบเบิลเท่านั้น แต่ยังมีเทพปกรณัมกรีก เทพปกรณัมนอร์ส ตำนานคธูลู... ในบรรดาเทพเ้าที่มนุษย์รู้จักในปัจจุบัน ครอบคลุมทุกระบบเทพปกรณัม”
“ในเมื่อเป็ทุกระบบเทพปกรณัม แล้วเทพเ้าของชาวต้าเซี่ยล่ะ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย “อย่างเช่นฉีเทียนต้าเซิ่ง นาจาซานไท่จื่อ ท้าวจตุมหาาา หรือเง็กเซียนฮ่องเต้... พระองค์อยู่ที่ไหนกัน? ถ้าพระองค์มีอยู่จริง ต้องสามารถเอาชนะเทพเ้าในตำนานตะวันตกได้อย่างแน่นอนใช่ไหม?”
จ้าวคงเฉิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า “สิ่งที่นายคิด พวกเราก็คิดมาหมดแล้ว ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา เราพยายามค้นหาร่องรอยของพวกพระองค์ในอาณาเขตของต้าเซี่ยหลายต่อหลายครั้ง…”
“ทว่าตลอดร้อยปีเต็ม เราก็ยังไม่พบแม้แต่เทพเ้าประจำท้องถิ่น”
“บางคนบอกว่าเป็เพราะหมอกยังไม่ได้กลืนกินต้าเซี่ย ดังนั้นเทพเ้าในตำนานของต้าเซี่ยจึงไม่ปรากฏตัว”
“และบางคนก็บอกว่า…”
หลินชีเยี่ยอดถามไม่ได้ “บอกว่าอะไร?”
“บางคนก็บอกว่า... พวกเขาอยู่ที่นี่มาโดยตลอด”
“อยู่ที่นี่มาโดยตลอด?”
“นายคิดว่าทำไมทั้งโลกถึงถูกหมอกกลืนกิน มีเพียงต้าเซี่ยเท่านั้นที่รอดมาได้? หมอกนั่นมาถึงรอบ ๆ ต้าเซียแล้ว แต่กลับถูกปิดกั้นไว้ที่ชายแดน ไม่สามารถรุกล้ำเข้ามาได้แม้แต่น้อย”
หลินชีเยี่ยเบิกตากว้าง “คุณหมายความว่า…”
“นี่เป็เพียงการคาดเดา หรืออาจจะกล่าวได้ว่า... เป็เพียงจินตนาการที่สวยงาม” จ้าวคงเฉิงส่ายหน้า “ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เราก็ไม่เคยพบร่องรอยของเทพเ้าต้าเซี่ยเลย”
“งั้นเหรอ”
แค่ข้อมูลที่ได้ยินในตอนนี้ หลินชีเยี่ยก็รู้สึกว่าโลกทัศน์ของตนพังทลายไปแล้ว ถ้าไม่ได้เห็นการมีอยู่ของทูต์เซราฟด้วยตาตัวเอง เขาคงโทรหาโรงพยาบาลจิตเวชให้มารับตัวจ้าวคงเฉิงไปแล้ว
อาการหนักกว่าเขาในตอนนั้นอีก!
“แล้วเมื่อคืนนี้ ลำแสงสีทองที่พุ่งออกมาจากตัวผมคืออะไร?” หลินชีเยี่ยซักไซ้ต่อ
“ผนึกต้องห้าม” จ้าวคงเฉิงตอบ “หลังจากที่หมอกปกคลุมโลก การเปลี่ยนแปลงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปรากฏตัวของเทพเ้าเท่านั้น หมอกเหล่านี้ดูเหมือนจะมีผลลึกลับต่อร่างกายของมนุษย์เช่นกัน”
“แม้ว่าหมอกพวกนี้จะไม่ได้เข้ามาในดินแดนของต้าเซี่ย แต่ภายในดูเหมือนจะมีพลังงานบางอย่างคล้ายกับรังสี ซึ่งมีผลกระตุ้นต่อร่างกายของคนบางกลุ่ม เด็กที่เกิดหลังจากหมอกปกคลุมโลก มีโอกาสที่จะสร้างพลังพิเศษบางอย่างขึ้นในร่างกาย”
“ภายใต้อิทธิพลของสภาพแวดล้อมเฉพาะ พลังเหล่านี้จะถูกกระตุ้น จนก่อตัวเป็พลังพิเศษที่สามารถส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ เหมือนกับเป็อาณาเขตหนึ่ง พลังเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล”
“และอาณาเขตเหนือธรรมชาติที่สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบข้างผ่านตัวบุคคลได้นี้ เรียกว่า ผนึกต้องห้าม”
หลินชีเยี่ยครุ่นคิด
“พูดง่าย ๆ ก็คือ พื้นที่ต้องห้ามคืออาณาเขตพลังพิเศษของคนที่โชคดีบางคน”
“ถ้าอย่างนั้น ผมสามารถใช้วิธีการรับรู้ทางจิตกับทุกสิ่งในรัศมียี่สิบเมตร รวมถึงการหยั่งรู้และสามารถใช้พลังของทูต์เซราฟ ซึ่งน่าจะเป็รูปแบบหนึ่งของผนึกต้องห้าม”
“ผนึกต้องห้ามสามารถพัฒนาได้หรือไม่?” หลินชีเยี่ยถาม
“ได้สิ ความสามารถ ขอบเขต และลักษณะพิเศษของผนึกต้องห้ามจะเพิ่มขึ้นตามพลังจิตของเ้าของ พลังจิตเป็มาตรฐานสำคัญที่มีผลต่อความแข็งแกร่งของผนึกต้องห้าม”
“เราแบ่งขั้นพลังจิตของผนึกต้องห้ามออกเป็หกขั้น
พลังจิตดั่งน้ำในถ้วย มีน้อยและไม่เคลื่อนไหว เรียกว่าขั้นที่หนึ่ง ขั้นจั่น
พลังจิตดั่งน้ำในบ่อ มีมากแต่ไม่เคลื่อนไหว เรียกว่าขั้นที่สอง ขั้นฉือ
พลังจิตดั่งน้ำในลำธาร มีมากและไหลเวียน เรียกว่าขั้นที่สาม ขั้นชวน
พลังจิตดั่งน้ำในมหาสมุทร กว้างใหญ่ไพศาล เรียกว่าขั้นที่สี่ ขั้นมหาสมุทร
พลังจิตที่แทบจะไร้ที่สิ้นสุด กว้างใหญ่มโหฬาร เรียกว่าขั้นที่ห้า ขั้นพิภพ
พลังจิตที่ไม่มีวันหมดสิ้น จนทะลุมิติของกาลเวลา ดั่งขวดไคลน์ เรียกว่าขั้นที่หก ขั้นอนันต์”
“แล้วผมล่ะ? ตอนนี้ผมอยู่ขั้นไหน?” หลินชีเยี่ยถาม
“นาย? ตอนนี้นายก็แค่ขั้นจั่น เป็แค่มือใหม่ที่เพิ่งจะใช้ผนึกต้องห้ามได้เท่านั้น” จ้าวคงเฉิงดูเหมือนจะชอบทำลายความมั่นใจของหลินชีเยี่ย “เป็แค่… อืม… คนธรรมดาที่เก่งกว่าปกตินิดหน่อย”
หลินชีเยี่ยพูดไม่ออก
‘ถ้าอย่างนั้น ที่ผมเปิดประตูโรงพยาบาลจิตเวชในจิตของตัวเองได้ ก็น่าจะเป็เพราะตัวเองบรรลุสู่ขั้นจั่น และที่ผมเปิดประตูห้องของนอกซ์ได้ก็เป็เพราะเหตุผลสินะ’ หลินชีเยี่ยคิด
นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่เขาบรรลุถึงขอบเขตใหม่ เขาก็จะสามารถปลดปล่อยคนไข้ออกมาได้อีกคนใช่ไหม?
“แล้วคุณล่ะ? คุณเก่งขนาดนี้ อยู่ขั้นอะไร?” หลินชีเยี่ยจ้องมองจ้าวคงเฉิงแล้วถาม
จ้าวคงเฉิงหน้าแดงก่ำ รู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย จึงหันไปมองนอกหน้าต่าง “ฉัน… ตัวฉัน… ไม่มีผนึกต้องห้าม ดังนั้นจึงไม่มีพลังจิต”
“คุณไม่มีผนึกต้องห้ามเหรอ?” หลินชีเยี่ยเบิกตากว้าง “แล้วคุณฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้ยังไง?”
หลินชีเยี่ยใมาก แม้แต่เขาที่มีการหยั่งรู้ยังรับมือกับสัตว์ประหลาดตัวนั้นได้อย่างยากลำบาก ทว่าตอนนั้นจ้าวคงเฉิงกลับสามารถกดดันคู่ต่อสู้ได้อย่างสบาย ๆ คนที่แข็งแกร่งขนาดนี้กลับไม่มีผนึกต้องห้ามเหรอ?
“นั่นไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็หน้ากากปีศาจ” จ้าวคงเฉิงแก้ไข “ฉันฆ่ามันได้เป็เพราะอาศัยการฝึกฝนมาหลายปีและประสบการณ์การต่อสู้ที่มากมาย ก่อนเข้าร่วมกับหน่วยพิทักษ์ราตรี ฉันเป็ทหารหน่วยรบพิเศษ เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด”
จ้าวคงเฉิงเสริมว่า “การได้รับผนึกต้องห้ามมีอยู่สามวิธี วิธีแรกก็คือสิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไป มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่เกิดมาพร้อมกับพร์ในการใช้ผนึกต้องห้าม”
“วิธีที่สองคือการอาศัยวัตถุที่มีผนึกต้องห้าม ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากหมอกและได้รับผนึกต้องห้าม สิ่งของบางอย่างก็สามารถได้รับผนึกต้องห้ามได้เช่นกัน ผนึกต้องห้ามประเภทนี้มักจะพิเศษและหายากมาก หากมนุษย์สามารถควบคุมพวกมันได้ ก็จะสามารถใช้พลังของผนึกต้องห้ามได้”
“ฉันเองก็เป็แบบที่สอง ผนึกต้องห้ามที่ฉันไม่ใช่ประเภทโจมตี แต่เป็อุปกรณ์ช่วยเหลือเฉพาะของหน่วยพิทักษ์ราตรีที่เรียกว่า ป้ายประกาศ หน้าที่ของมันมีเพียงอย่างเดียว…”
นั่นก็คือการกางอาณาเขต [น่านฟ้าไร้แดน]!