“ไม่ได้ยินหรือไง? ยื่นหน้าแกมา!” เห็นฉินเฉาทำหน้าประหลาดใจ หวังเหวินคุนรู้สึกพอใจอย่างมาก เขาจึงะโออกไปด้วยน้ำเสียงมีความสุขจนน้ำลายกระเด็นไปทั่ว เมื่อใกล้จะได้ตั๊นหน้าฉินเฉา
เห็นอ้วนหวังท่าทางหยิ่งยโส ฉินเฉาขมวดคิ้ว
“ฉันพูดกับแกอยู่ ไม่ได้ยินหรือไงห๊ะ!” หวังเหวินคุนเอากระบองออกมาแล้วแกว่งไปมา แล้วะโด้วยเสียงอันดัง “ให้ฉันตบหน้าแก หรือไม่แกก็ถอดเครื่องแบบไว้ แล้วไปซะ”
แต่เดิมฉินเฉาอยากจะทนแต่ในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ แล้วตอกกลับด้วยความเ็า
“ฉัน ฉินเฉาศิษย์มีอาจารย์ มีพ่อแม่ แล้วแกจะมาตบตีฉันได้ยังไง!”
“เหอะ อย่าว่าแต่แกเลย แม้แต่แม่แกมาฉันก็จะตบ!” ความหยิ่งยโสของหวังเหวินคุนสูงล้ำเกินไป มัน้าแสดงอำนาจบารมีต่อหน้ารปภ.คนอื่น ๆ
คำพูดสบประมาทเหยียดหยาม ทำให้ตาของฉินเฉาแดงก่ำด้วยความโกรธ ฉับพลันก็เหมือนสัตว์ร้ายคำรามอยู่ในหัวของฉินเฉา
‘ฆ่ามัน ฆ่ามันซะ!’
จะฆ่ามันนั้นเป็ไปไม่ได้ แต่แค่อัดมันจนนรกยังต้องเรียกหาเป็สิ่งที่เป็ไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาหนีไม่ได้ ฉินเฉาก้าวไปข้างหน้า ทุกก้าวของเขาเหมือนกับฝูงช้างกำลังย้ายถิ่น ฉินเฉาค่อย ๆ ไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ แต่พื้นดินกับสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหว รปภ.ที่อยู่รอบ ๆ ยังคิดว่าแผ่นดินไหว
ขณะที่ฉินเฉา ฟาดฝ่ามือตบลงไปบนใบหน้าจองหองของหวังเหวินคุน เพียงหนึ่งครั้งไร้ซึ่งสุรเสียง แต่กลับสามารถทำให้ร่างอ้วน ๆ หนักเกือบ 100 กิโลของอ้วนหวังกระเด็นลอยออกไป แถมยังบินสูงกว่าชายที่ยืนถัดจากตู้เก็บเอกสาร
หวังเหวินคุนชนอัดกระแทกเข้าใส่ตู้เหล็ก ซึ่งธรรมดาแล้วต้องใช้ 4 - 5 คนในการยกมัน เวลานี้มันนอนแผ่อยู่บนเคาน์เตอร์ราวกับหมูถูกเชือดส่งเสียงร้องโอดโอยออกมาอย่างเ็ป
“ช่วยด้วย...มันจะฆ่าฉันนนน∼” หวังเหวินคุนครางออกมาด้วยหน้าตาบิดเบี้ยวเ็ป แก้มซ้ายของเขาบวมเป่ง เสียงที่พูดออกมาแค่ฟังไม่ได้ศัพท์
หลังจากส่งชายอ้วนลอยไป ความ้าอันรุนแรงในหัวใจของฉินเฉาก็หายไป เขาตกตะลึงในสิ่งที่ตนเองทำลงไป เขาเผลอตบหัวหน้าของตัวเองจนลอยละลิ่วไปอัดกับตู้เอกสาร
แต่ฉินเฉาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าจะมายอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้ เลยกระแอมไอกลบเกลื่อนออกมา ฉินเฉาเอากระบองออกมาพร้อมกับเคาะไปที่ตู้เก็บเอกสาร จนร่างของหวังเหวินคุนสั่นะเืแรงเคาะ
“ไอ้อ้วนบ้าอำนาจ ฉันจะบอกอะไรแกไม่อยากอยู่นะ ผู้อำนวยการซูเป็เพื่อนของฉัน ๆ ไม่กลัวแกเลยสักนิด ถ้าแกอยากจะปากยื่นปากยาวเอาเื่นี้ไปฟ้องเธอก็ได้นะ แต่ถ้าฉันได้ยินว่าแกไปฟ้องเมื่อไหร่ ฉันคนนี้จะตามอัดแกให้เละคอยดูก็แล้วกัน!”
เมื่อเห็นว่าหวังเหวินคุนยังงงอยู่ ฉินเฉาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก เขาคิดอย่างรวดเร็วแล้วก็ปัง! เขาทุบไปที่ตู้เพื่อปลุกอ้วนหวังให้ตื่นจากความกลัว
“ได้ยินมั้ย!”
“ดะ ได้ยิน....” อ้วนหวังรีบตอบด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก จากนั้นคลานลงมาจากตู้ด้วยร่างกายสั่นเทา ดวงตาของมันจ้องมองฉินเฉาอย่างหวาดๆ ฉินเฉาแกล้งทำเป็แกว่งกระบองของเขา ทำให้หวังเหวินคุนหวาดผวา ราวกับแมลงกลัวหนูมันวิ่งอย่างรวดเร็วออกจากห้องรักษาความปลอดภัย
“เก่งชะมัด...” เหล่ารปภ.รอบ ๆ ต่างมองหน้ากันด้วยดวงตาเปล่งประกาย จากนั้นพวกมันก็รีบวิ่งเข้ามาหาฉินเฉาอย่างจะจูบก้นของเขา
การกระทำของเขาเหมือนโพธิสัตว์มาโปรดหยางกวง มันกอดแข้งกอดขาฉินเฉา คร่ำครวญขอเป็ลูกน้องรวมถึงคนอื่น ๆ
ฉินเฉาพยักหน้า คนเหล่านี้ไม่คิดจะสืบหาว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็เพื่อนของผู้อำนวยการซูจริงหรือไม่ เพียงแค่ได้ยินเขาพูดออกมาก็รีบเข้ามาประจบประแจงซะแล้ว
“หวังเหวินคุนมันเป็ขาใหญ่ประจำโรงเรียน!” เฉินหยิงหยางรปภ.คนหนึ่งท่าทางดูยากจนพูดขึ้น “มันเป็แค่ญาติห่าง ๆ ของผู้อำนวยการซู แต่มันกลับทำตัวราวกับเป็เ้าของโรงเรียนเสียเอง พวกเราเหล่ารปภ.ถูกมันข่มเหงรังแกมาตลอดมันชอบใช้กระบองไฟฟ้าช็อตคนนั้นคนนี้ คนตั้งฉายาให้มันว่าง าากระบองไฟฟ้า”
เฉินหยิงหยาง น้ำตานองหน้าพูดขึ้นด้วยความคับแค้นใจ เมื่อถึงวันเก่า ๆ ที่พวกมันถูกข่มเหงรังแก “าากระบองไฟฟ้า มักใช้กำลังข่มเหงเอาเปรียบผู้คน....กระซิก..กระซิก”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นฉินเฉาก็รู้สึกใ อะไรกันวะ าากระบองไฟฟ้า? เขามองเฉินหยิงหยางที่อยู่ในสภาพน่าสงสาร ภายในใจก็แอบคิดว่านี่มันเื่บ้าอะไรกันวะ
“ลูกพี่ฉินเฉา ผมรู้ว่าพี่เพิ่งเรียนจบมาเมื่อไม่นานมานี้” เฉินหยิงหยางเช็ดน้ำตาขณะนั่งลงข้าง ๆ เบียดแขนฉินเฉา ความใกล้ชิดอย่างแแ่ทำให้ฉินเฉาถึงกลับเหงื่อตก ขนทั้งร่างของเขาลุกซู่ เหมือนกับถูกไฟฟ้าช็อต และแล้วเขาก็ทนไม่ไหวจากนั้นก็ะโโหยงออกมาด้านข้างทันที
“อะไร ผมไม่ใช่เชื้อโรคนะลูกพี่ ลูกพี่เป็อะไร?”
“เอ่อ... โทษที ๆ คือฉันเป็หวัดอยู่น่ะ เลยกลัวว่านายจะติดบัตรไปด้วยอีกคน” ฉินเฉาไม่อยากหาเื่ใส่ตัว เลยแก้ตัวออกไปแบบส่งเดช
“ทำไมลูกพี่ถึงคิดมากขนาดนั้น” หากเทียบกับเฉินหยิงหยางที่ลื่นอย่างปลาไหลแล้วนับว่ายังห่างชั้นกันบ้าง “ลูกพี่ฉินเฉาไม่ต้องคิดมาก กะอีแค่หวัดผมไม่กลัวหรอก แต่ถ้าได้ติดหวัดจากลูกพี่ก็นับว่าเป็เกียรติอย่างยิ่ง”
ในเวลานี้เหงื่อชุ่มโชกไปทั่วตัวของฉินเฉา เมื่อ รปภ.คนอื่นเห็นสภาพเขาก็อดไม่ได้ที่จะเห็นใจ
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าอ่อนสยบแข็ง แม้จะเป็ชายชาตรีก็ยากจะทนต่อการจู่โจมที่นุ่มนวลนี้
“พวกนายกำลังมองอะไรหา!?” เฉินหยิงหยางกลอกตาจ้องมองรปภ.คนอื่น ๆ จากนั้นะโว่า “น่ารำคาญ ทำไมพวกนายยังไม่ไปอีก!”
หลังจากเอ็ด รปภ.คนอื่น ๆ ก็รีบกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แกล้งทำเป็ยุ่งกับงานของตัวเอง “ทำไมพวกนั้นดูเหมือนกลัวคำสั่งของนาย?” ฉินเฉาประหลาดใจ
“มันก็แน่อยู่แล้วลูกพี่ ก็ผมเป็หัวหน้าของพวกมัน!” เฉินหยิงหยางพูดอย่างภาคภูมิใจ หลังจากชำเลืองมองฉินเฉาด้วยท่าทางตุ้งติ้ง ใบหน้าน่าเกลียดผิดธรรมชาติของมัน จากนั้นก็ปล่อยเสน่ห์ด้วยการให้หยิบตาคู่งามของมันใส่เขา เสน่ห์นี้เรียกได้ว่าสามารถฆ่าคนได้อย่างแท้จริง
ฉินเฉาถึงกับอึ้งพูดไม่ออก กลับจริตจะก้านเฉินหยิงหยาง ของเมื่อคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหวังเหวินคุน ในที่สุดฉินเฉาก็เข้าใจว่าอะไรหมายถึง “การเลือกที่รัก มักที่ชัง”
“ลูกพี่ฉินเฉา จากนี้พวกเราต้องดูแลกันและกันนะ” เฉินหยิงหยางพูด ขณะที่ปากกำลังพูดกับฉินเฉาแต่มือของมันก็มาลูบ ๆ คลำ ๆ บนร่างกายของฉินเฉา
ฉินเฉานั่งลงข้าง ๆ อย่างใจเย็น จากนั้นถามว่า “กฎของหน่วยเราคืออะไร?”
เขาจำได้ว่าาากระบองไฟฟ้าหวังคุน บอกให้เขาจดจำกฎระเบียบในกระดาษหนาเตอะให้ขึ้นใจ หลังจากนั้นมันก็พูดขึ้นว่า “ลูกพี่อยากให้ผมท่องพวกมันจริง ๆ?”
“ถุย!” เฉินหยิงหยางถ่มน้ำลาย กลอกตาของเขาและพูดว่า “ลูกพี่ฟังคำพูดเหลวไหลขอให้อ้วนสาระเลวนั่นด้วยเหรอ ทุกคนที่มาเป็ยามที่นี่ล้วนถูกมันทรมานทรกรรมจนถ้วนหน้า งานของทุกคนมีแค่เอาอาหารมาเสิร์ฟให้มันบนโต๊ะเท่านั้นแหละ”
ฉินเฉามองหน้าเฉินหยิงหยาง ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงหนังสือ 2 เล่มในเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมเป็อย่างมากเมื่อสมัยก่อน มันเธอ ‘กลิ่นหอมของดอกเบญจมาศ’ และ ‘ัักลิ่นหอมของดอกเบญจมาศ’ ‘มันทรมาน ทรมานอย่างแสนสาหัส’ เขาจำได้ว่าคำสแลงของดอกเบญจมาศนั่นก็คือรูทวาร พอนึกถึงเื่นี้ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“ใช่....” เฉินหยิงหยางหยุดก่อนจะพูด “อันที่จริง งานนี้ไม่ได้ยากอย่างที่ลูกพี่คิด พวกเราก็แค่คอยเฝ้าระวัง จากนั้นก็ดำเนินการอย่างเหมาะสม ไม่ยุ่งกับเื่ของชาวบ้าน ไม่ตัดสินใจแทนคนอื่น และก็ไม่ทำเื่ผิดพลาด นี่คือ ‘3 กฎเหล็ก’ ประจำหน่วยเรา”
“เดี๋ยวก่อนนะ!” ฉินเฉาส่งสัญญาณมือ “ไม่ยุ่งเื่ของชาวบ้าน กับ ไม่ทำเื่ผิดพลาด ผมพอเข้าใจ แต่ไม่ตัดสินใจนี่คืออะไร?”
ฉินเฉาไม่เข้าใจ เมื่อหน่วยรักษาความปลอดภัยไม่เพียงพอ มันยังจะเรียกว่ารักษาความปลอดภัยได้ยังไง?
“เห้อออ ลูกพี่จอมเซ่อของฉัน” เฉินหยิงหยางขยับมือไปตีหน้าผากของฉินเฉาเบา ๆ แล้วพูดว่า “นักเรียนในโรงเรียนนี้ ล้วนเป็พยัคฆ์หมอบัซ่อนกันทั้งนั้น ลูกพี่จะรู้ได้ยังไงว่าเื้ัครอบครัวของนักเรียนคนนั้นใหญ่แค่ไหน? ถ้าลูกพี่จัดการผิดพลาด มันจะเป็ปัญหากับลูกพี่ และ โรงเรียนอย่างแน่นอน!”
เฉินหยิงหยางกลอกตาแล้วพูดว่า “โรงเรียนจ่ายเงิน 4000 หยวนต่อเดือน เพื่อให้ดูแลไม่ใช่ให้ออกหน้า พวกเราเป็ผู้รักษาความปลอดภัย ไม่ใช่ตำรวจ”
ในที่สุดฉินเฉาก็เข้าใจ เหตุผลที่โรงเรียนนี้จ้างยามด้วยราคาแพง ก็แค่จ้างมาไว้แค่โชว์เท่านั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น พวกการ์ดก็ใช้การไม่ได้ มันก็ไม่น่าแปลกใจ เมื่อตอนที่เขาเสียสติจนอัดาากระบองไฟฟ้าหวังคุน ก็ไม่มีใครเข้ามาช่วย
ขณะที่เฉินหยิงหยางลังเลใจว่าจะซบอกฉินเฉาดีหรือไม่ โดยใช้ร่างกายของตัวเองเป็ใบเบิกทาง กับ เพื่อนของผู้อำนวยการซู ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
มันถูกเปิดเข้ามาโดยเลขาฉินสุดสวย ที่ยืนจ้องฉินเฉาพร้อมกับยิ้มเยาะ
“ฉินเฉา คุณตามฉันมา” แม้ว่าเธอจะเป็แค่เลขาของผู้อำนวยการ แต่เธอก็มีอำนาจมากกว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งหมด เมื่อได้ยินคำสั่ง ฉินเฉารีบออกไปทันที
“คุณทำได้ดีมาก วันแรกก็อัดกระบองไฟฟ้าหวังคุนซะอยู่หมัด” ฉินหลิงรายงานสถานการณ์ให้ฉินเฉาด้วยสายตาของเธอ แต่ฉินเฉาก็ยอมรับว่าตาคู่นี้สวยงามจริง ๆ ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกเสียวแปลบราวกับไฟฟ้าช็อต มันเหมือนกับเขากำลังถูกนวดจากหัวจรดเท้าช่างสบายอย่างบอกไม่ถูก
แต่สายตาของเฉินหยิงหยาง....ให้ตายเถอะ สายตาของมัน.....ฝันร้ายชัด ๆ
เมื่อคุณมองฉินหลิงจะเห็นเรียวขาเรียวยาวสมควร เอวคอดอ้อนแอ้น มันเหมือนกับ....นี่ ทุกส่วนของเธอดึงดูดใจฉินเฉาไปซะหมด
“ฉันกำลังพูดกับคุณอยู่นะ คุณกำลังมองอะไร!” ฉินหลิงชักเริ่มกลัวเ้าลามกนี่ เธออดไม่ได้ที่จะเอาแฟ้มเอกสารในมือของเธอตีเข้าไปที่หัวมัมมี่ของฉินเฉา
“อ๊า.....” แผลของฉินเฉารู้สึกเหมือนถูกตีด้วยค้อนทำให้หน้าตาของเขาเหยเกด้วยความเ็ป
“ชิ ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณใช้สายตาลวนลามมองฉันแบบนี้” แม้ว่าฉินหลิงจะอายเล็กน้อย แต่ปากของเธอก็ยังพ่นคำพูดที่แข็งแกร่งออกมา
“ครับ คุณฉินหลิง ผมผิดไปแล้ว ต่อไปผมจะไม่มองส่งเดชอีก แต่คุณฉินหลิงหุ่นดีมากจริง ๆ จนผมอดมองไม่ได้ เเฮะ ๆ ....”
“ไปตายซะ!” ฉินหลิงจ้องเขา “ทำไมไม่ทำตัวให้จริงจังกว่านี้หน่อยไม่ได้ห้ะ แล้วก็ระวังคำพูดคำจาด้วย รู้ไหมผู้อำนวยการกำลังโกรธคุณอยู่ คุณควรใส่ใจกับเื่นี้ดีกว่า”
“โกรธ?” ฉินเฉาสายตาว่างเปล่า “ทำไมต้องโกรธผมด้วย?”
“ก็นายเอาแต่พูดเื่ไร้สาระ” ฉินหลิงจ้องเขาั้แ่หัวจรดเท้า “นายทำร้ายกระบองไฟฟ้าหวังนั้นไม่เป็ไร แต่นายไปบอกว่านายเป็เพื่อนกับผู้อำนวยการซู นั่นแหละมันทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง? จะไม่ให้เธอโกรธได้ยังไง?”
“บ้าชิบ เ้ากระบองไฟฟ้าหวังคุน มันแอบไปฟ้องจริง ๆ ด้วย!” ฉินเฉารู้สึกโมโหกับนิสัยขี้ฟ้องของมัน “คอยดูนะถ้าเจอหน้าเมื่อไหร่ ฉันจะต้องฆ่าแก!”
“นี่แน่ะ เพิ่งเตือนไปแหม็บ ๆ!” ฉินหลิงแกว่งแฟ้มเอกสารของเธอ แต่เปลี่ยนตำแหน่งกลางอากาศเป็ตีเข้าที่ไหล่ของฉินเฉา “ทำไมคุณชอบทำตัวอย่างกับพวกนักเลงหัวไม้จังห๊ะ! ตอนนี้ฉันจะปล่อยไปก่อน แต่ครั้งหน้าฉันจะไม่ยอมให้คุณพูดไร้ความรับผิดชอบแบบนี้อีก”
“ขอบคุณพี่สาวฉินหลิง ขอบคุณพี่สาวฉินหลิง....” ปากของฉินเฉาพร่ำแต่คำว่าขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ในใจของเขากลับคิดว่า
‘ที่เราอ้างว่าเป็เพื่อนกับซูเฟย กลายเป็ทำให้เ้าหล่อนเสียชื่อเสียง? คอยดูเถอะ สักวันฉันจะให้เธอเสียชื่อเสียงจริง ๆ ซะหรอก!’
จบตอน#