ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ร่างเล็กหุ่นเพรียวบาง ประกอบกับใบหน้าสะสวยที่ถูกประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ บ่งบอกว่าเธอเป็คนที่เข้าถึงง่ายและเป็มิตรจนทำให้คนในบริเวณนั้นต่างเหลียวหลังมอง เธอเดินเข้าไปภายในโรงอาหารของคณะแพทยศาสตร์แล้วตรงดิ่งไปยังโต๊ะประจำ
“วันนี้คนสวยมีอะไรมาขายครับเนี่ย” เมื่อเห็นสาวสวยคนคุ้นเคยชายหนุ่มคนหนึ่งในโต๊ะก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม พลางมองดูสิ่งที่อยู่ในตะกร้าสานสีน้ำตาลของเธอ
นับดาว พงศ์คุณทรัพย์ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี หลังจากที่เรียนจบมาแล้วสองปีเธอก็มีธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ เป็ของตัวเองคือ ร้านคาเฟที่เปิดอยู่ข้าง ๆ กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ซึ่งเป็ที่ที่เธอเรียนจบ ความจริงหญิงสาวเริ่มเปิดร้านั้แ่ยังเรียนอยู่ปีสามด้วยซ้ำ
นับดาวเป็สาวฮอตั้แ่สมัยเรียน เธอเป็ถึงดาวคณะคหกรรมศาสตร์ มีหนุ่มตามขายขนมจีบมากมาย จนกระทั่งขึ้นปีสองถึงมีหวานใจเป็หนุ่มคณะแพทย์ที่ตอนนี้ก็ยังคบกันอยู่
“ขายอะไรกัน เอามาให้ต้นน้ำต่างหาก” นับดาวมุ่ยหน้าใส่เมื่อโดนแซว
“โหย อิจฉา ๆ” นักศึกษาแพทย์ชั้นปีหกซึ่งเป็เพื่อนของต้นน้ำ แฟนหนุ่มของนับดาวต่างก็ส่งเสียงร้องโห่ร้องอย่างหมั่นไส้ในทันที
“แล้วนี่ต้นน้ำไปไหนเหรอ” นับดาวสอดส่ายสายตามองหาไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นแฟนหนุ่ม ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว
“ไม่รู้สิ นี่พวกเราก็หามันอยู่” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนตอบ
“่นี้สอบกันหนักมากเลยเหรอ เห็นต้นน้ำบอกว่าเวลานอนแทบไม่มีเลย” นับดาวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเห็นใจ
“ใช่ ่นี้ขึ้นวอร์ดน่ะ ต้องทำรายงานเยอะแยะด้วย เวลากินข้าวยังหายาก” เขาพูดในขณะที่มือหนึ่งตักข้าว อีกมือพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ไปด้วย
“ก็ว่าที่คุณหมอนี่เนอะ ใกล้จะจบแล้ว สู้ ๆ ล่ะ งั้นเราไปก่อนดีกว่า รบกวนฝากขนมให้กับต้นน้ำด้วยนะ” นับดาวพยักหน้าเข้าใจแล้วยื่นขนมปังกับสลัดไปให้เพื่อนสนิทของแฟนหนุ่ม
เธอเดินออกจากคณะแพทย์เพื่อกลับขึ้นรถด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี หญิงสาวอดรู้สึกเซ็งไม่ได้ที่ไม่เจอหน้าเขามาสามอาทิตย์แล้ว โทรหาไม่ถึงห้านาทีก็ต้องวางสายเพราะเขาบอกว่ายุ่งมาก และวันหนึ่งก็แชตคุยกันเพียงสามสี่ครั้งเท่านั้น
“เดินหน้าหงอยมาเชียว” วิลันดา เพื่อนของนับดาวที่นั่งรออยู่ในรถหน้าตึกคณะเอ่ยทักเมื่อเห็นสีหน้าแบบนี้ของเพื่อนมาสักพักแล้ว
“ไม่เจออีกแล้ว” นับดาวเบะปากบอก
“เอาน่า ปีนี้ปีสุดท้ายด้วย คงจะเรียนหนักแหละ อยากมีแฟนเป็หมอเอง ต้องเข้าใจเขาหน่อยนะ”
“รู้แล้ว ก็แค่บ่นไปงั้นแหละ แล้วนี่นิชาให้ไปรับที่ไหนนะ” นับดาวรู้ดีว่าเขาแทบจะไม่มีเวลานอนด้วยซ้ำ แต่เธอแค่น้อยอกน้อยใจที่ออกมาเจอกันสักห้านาทีก็ยังไม่ได้
“บริหาร แอ๊วเด็กอยู่แถวนั้น ให้เด็กไปรับแต่ขากลับต้องพึ่งเพื่อน ดีจริง ๆ” วิลันดาบ่นกระปอดกระแปดถึงเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มขณะสตาร์ตรถ
“แต่พอนิชาโทรให้ไปหา เธอก็ตอบตกลงทันทีเลยนะหวาน ว่าแต่เพื่อนไปแอ๊วเด็ก เธอก็ไม่เบาเหมือนกันแหละ” นับดาวแซว เธอรู้ดีว่าจุดประสงค์ของเพื่อนทั้งสองคือมาส่องเด็ก ๆ ในมหาวิทยาลัย ไม่ได้มาเป็เพื่อนเธอเหมือนอย่างที่บอกหรอก
“อย่ามาทำเป็รู้ดีค่ะ”
คณะบริหารธุรกิจ
สองหนุ่มที่มีส่วนสูงและรูปร่างไล่เลี่ยกัน มักเดินไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดจนบางครั้งมีคนถึงขั้นเอาทั้งคู่ไปจิ้นต่าง ๆ นานา แต่ความจริงแล้วทั้งสองคนเป็หนุ่มฮอตประจำคณะบริหาร และยังเป็เสือตัวพ่อที่เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่สาว ๆ ที่รู้จักเข้ามาทักทาย
“วันนี้เดี๋ยวพี่นิชามาชวนไปวันงานเกิด มึงไปเปล่า” กุมภา หนุ่มหล่อเ้าของผมสีน้ำตาลแดงที่มีรอยยิ้มทรงเสน่ห์เอ่ยถาม
“จัดวันไหน” ชายหนุ่มผมสีดำถามกลับ เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อนึกถึงนิชา เธอเป็รุ่นพี่ที่รู้จักและค่อนข้างสนิทสนม
“พรุ่งนี้”
“ต้องไปอยู่แล้วสิ ไม่ไปก็โดนลากให้ไปอยู่ดี”
“ดีมาก กูไม่อยากไปคนเดียว เดี๋ยวเหงา” กุมภายิ้มเมื่อเพื่อนรักตอบตกลง
“คนอย่างมึงปิ๊งใครก็จับเขาแดกหมด ไม่ต้องกลัวเหงาหรอก”
“ด่ากูก็เหมือนด่าตัวเองแหละไอ้เหี้ยเจ” กุมภาตอกกลับ สาเหตุที่ทั้งสองคนคบกันมาได้ั้แ่สมัยเรียนมัธยมต้นก็ด้วยเพราะนิสัยที่คล้ายกันราวกับพี่น้อง
เจเจ หรือจิณณวัต ฉันทพิบูรณ์ อายุยี่สิบสองปี เรียนคณะบริหารธุรกิจปีสุดท้าย หนุ่มหล่อสุดฮอตที่เป็ถึงนายแบบนิตยสารแฟชั่นและเดือนมหาวิทยาลัย อีกทั้งความฉลาดก็ยังไม่แพ้ความหล่อและความเ้าชู้ที่ทำเอาเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ถึงกับเสนอตัวให้เขาอยู่เสมอ
“ไฮ หนุ่มหล่อสองคนรอพี่นิชาคนสวยอยู่ใช่ไหมคะ” ก่อนที่ทั้งสองคนจะพูดคุยอะไรกันต่อ เสียงหวานใสของบุคคลมาใหม่ก็เอ่ยทักขึ้น
“ครับ แต่มาช้าจังเลยนะครับคุณพี่นิชา เสื้อผ้านี่ก็ยับจังเลยน้า” กุมภาตอบกลับกวน ๆ ขณะมองดูรุ่นพี่สาวด้วยสายตาดูแคลน
“หุบปากไปจ้า มันเป็สไตล์ พรุ่งนี้คลับโซนวีไอพีของแกปิดเลี้ยงเพื่อฉลองวันเกิดฉันด้วย” นิชาถลึงตาใส่กุมภา ก่อนจะหันมาคุยกับจิณณวัตผู้เป็เ้าของคลับ
“ไม่ฟรีนะบอกก่อน” จิณณวัตรีบดักคอ
“รู้ค่า เดี๋ยวโอนไปให้นะ พรุ่งนี้มากันด้วยล่ะ อ้าว เพื่อนฉันมารับแล้ว” นิชากวักมือเรียกเพื่อนสาวที่กำลังเดินเข้าตึกมาพอดี
“เพื่อนหรือเด็กคนไหนทำเสื้อพี่ยับกันแน่ครับ” กุมภาแซวยิ้ม ๆ
“ไม่ต้องเสือกเนอะ” นิชาสวนกลับ
“นิชา ทำไรอยู่ พวกเรามารอนานแล้วนะ” เสียงหวานของหญิงสาวในชุดเดรสลายดอกทิวลิปสีชมพูขาวอย่างนับดาวพูดขึ้น พวกเธอรออยู่หน้าตึกคณะสักพักก็ไม่เห็นนิชา นับดาวจึงอาสาออกมาตาม
“แหม รอนิดรอหน่อยก็ต้องมาตามด้วย” นิชาหันไปมองนับดาวที่กอดอกมองอยู่ข้าง ๆ
“ก็เธอชักช้า ฉันต้องรีบกลับไปอบเค้กต่อ คืนนี้ต้องส่งขนมให้ลูกค้า”
“จ้า ๆ นี่กุมภาแล้วก็เจเจ รุ่นน้องในคณะฉัน ส่วนนี่เพื่อนฉันชื่อนับดาว คนนี้พวกนายไม่ค่อยเห็นหรอก เป็เ้าของคาเฟที่ฉันเคยแนะนำไง” นิชาแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน
“สวัสดีครับพี่นับดาวคนสวย” กุมภารีบยกมือไหว้พลางส่งยิ้มหวานให้
“สวัสดีค่ะ” นับดาวรับไหว้และยิ้มตอบตามมารยาท ก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปสบกับดวงตาคู่คมของคนที่นิชาบอกว่าชื่อเจเจ เขาเองก็มองมายังเธอนิ่งโดยไม่พูดอะไร และก็เป็นับดาวที่ยอมแพ้ด้วยการหันหน้าหนีเมื่อทั้งคู่เหมือนเล่นเกมจ้องตากันอยู่
“ไปละ อย่าลืมพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวถึงห้องแล้วฉันโอนเงินไปให้” นิชาลารุ่นน้องทั้งสอง ก่อนจะเดินตามนับดาวออกไป
โดยมีสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองแผ่นหลังเล็กของเ้าของเดรสลายทิวลิปนั้นจนลับสายตา เมื่อรู้สึกตัวเขาก็หันมาเจอกับดวงตาของคนด้านข้าง
“จ้องอะไรขนาดนั้น สนใจเหรอวะ” กุมภาเอ่ยถาม
“ไม่ต้องยุ่ง”
“ไม่ยุ่งไม่ได้ คนนั้นอะสวยจริง แต่มึงไม่มีสิทธิ์ครับเพื่อน”
“ทำไม” จิณณวัตขมวดคิ้ว
“มีเ้าของแล้วน่ะสิ คบกับนักศึกษาแพทย์ปีหก อดแดกครับคนนี้ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะ” กุมภาเคยได้ยินข่าวเื่แฟนของนับดาวสมัยที่เธอยังเรียนอยู่ที่นี่
“เหรอ” จิณณวัตเพียงตอบกลับเพียงสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินแยกออกไปคนเดียว
“อย่าทำตัวเลวไปแย่งเมียเขามานะเพื่อน กูอายคน” กุมภาะโไล่หลัง เมื่อไม่เคยเห็นจิณณวัตจะมองตามสาวคนไหนขนาดนั้น และที่สำคัญผู้หญิงที่ชื่อนับดาวเป็ไทป์ของเพื่อนรักเขาร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
จิณณวัตไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของกุมภา ระหว่างเดินเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วค้นหาช่องแชตของนิชา