หลายวันผ่านไป
“วันนี้ก็ครบหนึ่งเดือนแล้วสินะที่ตั้งแต่ซาร่าเดินทางไปทัศนศึกษา” สตีฟพูดตอนนี้เขานั้นอยู่ที่สมาคมฮีโร่ เขากำลังมองหาภารกิจใหม่อยู่เพราะหลายคืนมานี้ที่สวนเซ็นทรัลปาร์คล่าตัวอะไรแทบไม่ได้เลยเพราะคนเยอะแยะไปหมด อย่างเมื่อคืนเขาเจอแค่ค้างคาวตัวเดียวเท่านั้น แถมซากมันยังขายไม่ได้อีกด้วย เพราะไม่ว่าจะเนื้อ ปีก เขี้ยวหรือกระดูกของมัน ไม่มีค่าอะไรเลยซักนิด
“อ้าวนั่นคุณพ่อบ้านนี่คะ กำลังมองหาภารกิจเหรอคะ” เสียงพนักงานสาวประชาสัมพันธ์ที่เคยคุยกับสตีฟดังขึ้นที่ด้านหลัง
“อ้าวคุณพนักงานนี่เอง ไม่เจอกันหลายวันเลยนะครับ” สตีฟหันไปคุยกับเธอ
“ค่ะพอดีหยุดงานหลายวันหลังจากลากยาวทำงานมาสิบวันว่าแต่กำลังเล็งจะไปล่าตัวไหนอยู่เหรอคะ ได้ข่าวมาแล้วนะคะว่าคุณพ่อบ้านโชคดีจับกระรอกน้ำแข็งกลับมาได้” เธอพูดกับสตีฟ
“โชคดีเจอมันน่ะครับ” สตีฟตอบ
“แต่ทำแบบนั้นไม่ดีเลยนะคะ ยังเป็นมือใหม่อยู่แท้ๆก็เข้าไปที่เซ็นทรัลปาร์คเลยแบบนั้น ดีนะคะไม่ตายเอา” พนักงานพูดตักเตือนสตีฟ
“มันอันตรายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” สตีฟถามอย่างสงสัยเพราะไม่เห็นจะอันตรายตรงไหนที่เซ็นทรัลปาร์คนั่น
“ใช่ค่ะมันไม่ค่อยเหมาะสำหรับมือใหม่ อ๊ะแต่จะว่าไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นว่าที่นั่นมีฮีโร่ไปเยอะขึ้นจนทำให้การล่าที่นั่นง่ายขึ้นมากเพราะมีฮีโร่หลายคนจับเป็นกลุ่มใหญ่ เข้าจัดการสัตว์กลายพันธ์ที่นั่นจนแทบหมด แบบนี้อีกไม่นานที่นั่นคงกลายเป็นพื้นที่สีเขียวจนคนย้ายเข้าไปอยู่ได้แน่ๆเลยค่ะ” เธอพูดอย่างยินดีเพราะเมื่อก่อนบ้านเธออยู่แถวนั้นแต่พอโลกเปลี่ยนไปก็ต้องย้ายออกมาเพราะสวนเซ็นทรัลปาร์คมีสัตว์อยู่มากนั่นเองที่นั่นจึงอันตราย
“อืม..ว่าแต่บนกระดานไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่เลยนะครับ” สตีฟพูดออกมาหลังจากมองดูกระดานภารกิจพักใหญ่ มันมีแต่สัตว์กลายพันธ์เลเวลไม่สูงมากให้ล่าแถมยังค่าตอบแทนน้อยไม่เหมือนกระรอกนั่น แถมยังไกลบ้านอีกต่างหากด้วย
“เพราะนี่เป็นแค่กระดานรายการสัตว์กลายพันธ์ที่มีราคาน่ะสิคะ คุณพ่อบ้าน” พนักงานพูด
“อ้าวไม่ใช่กระดานภารกิจเหรอครับ” สตีฟสงสัย
“ค่ะกระดานนี้ก็เหมือนกระดานหุ้นนั่นแหละค่ะ มันจะอัพเดทราคาสัตว์กลายพันธ์ในวันนั้นๆ คนจึงมาดูยังไงล่ะคะ ส่วนจุดรับภารกิจจริงๆนั้นอยู่ที่ชั้นใต้ดินคุณพ่อบ้านไม่รู้เหรอคะตอนอบรมก็น่าจะมีอธิบายเอาไว้นี่นา” เธอสงสัย
“เอ่อ..คงเพราะข้อมูลมันเยอะมั้งครับผมเลยฟังไม่หมดแฮ่ะๆ” สตีฟยกมือขึ้นเกาหัวเพราะแต่ไหนแต่ไรพอเจอข้อมูลเยอะๆ เขาก็จะจำได้ไม่หมดประจำ อย่างสมัยก่อนตอนเรียนพอมีการสอบเกี่ยวกับวิชาประวัติศาสตร์เขานั้นมักจะตกมันทุกทีเลย
“อ๋อค่ะ ถ้าคุณพ่อบ้านอยากหาภารกิจทำจริงๆแนะนำให้ลงไปชั้นใต้ดินนะคะ ลงบันไดทางด้านนั้นเลย ชั้นใต้ดินที่นี่จะไม่มีลิฟท์คอยบริการค่ะ” พนักงานพูดก่อนจะชี้ไปที่มุมของอาคารซึ่งมีบันไดอยู่
“อ๋อขอบคุณมากครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะลองเดินไปดู
เมื่อสตีฟลงมาด้านล่างก็เห็นกับฮีโร่หลายชีวิตนั่งอยู่ตามมุมต่างๆและกำลังใช้แท็บเล็ตอยู่
“นั่นมันเขากำลังทำอะไรกัน” สตีฟพูดออกมาอย่างสงสัยก่อนจะเดินไปหาที่ว่างๆหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูบ้าง ซึ่งมันถูกวางเอาไว้อยู่ทุกโต๊ะ ซึ่งแท็บเล็ตแต่ละตัวนั้นมีสายผูกติดเอาไว้อยู่ทำให้ไม่สามารถดึงออกมาจากโต๊ะได้
เมื่อสตีฟหยิบแท็บเล็ตอันที่ว่างอยู่ขึ้นมาก็มีเสียงดังออกมาจากแท็บเล็ตเครื่องนั้น
“กรุณาเชื่อมต่อกับระบบค่ะ” เสียงผู้หญิงดังออกมาจากแท็บเล็ต
“เชื่อมต่องั้นเหรอ” สตีฟพูดก่อนจะเปิดระบบของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะเห็นแจ้งเตือนการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ สตีฟรีบกดตกลงทันที
วู่บ !! แท็บเล็ตสว่างขึ้นทันที
“สวัสดีค่ะนี่คือแท็บเล็ตสำหรับใช้ดูภารกิจและรับภารกิจต่างๆ ซึ่งแท็บเล็ตเครื่องนี้นั้นอนุญาติให้ใช้ได้ที่อาคารสมาคมฮีโร่เท่านั้น แต่เมื่อท่านเชื่อมต่อครั้งแรกแล้ว ท่านสามารถดูภารกิจผ่านระบบของท่านเองได้เลยที่บ้าน และการจะสร้างภารกิจนั้นจะต้องมาสร้างที่สมาคมฮีโร่ผ่านแท็บเล็ตเครื่องนี้เพียงเท่านั้น” เสียงผู้หญิงดังออกมาจากแท็บเล็ตอีกครั้ง
“อ๋อที่คนเยอะแบบนี้เพราะมาสร้างภารกิจกันสินะ” สตีฟพูดก่อนจะดูภารกิจผ่านระบบของตัวเอง เขาลุกจากที่นั่งไปหามุมสงบๆดูรายละเอียดภารกิจต่างๆ
เมื่อสตีฟลองใช้ระบบภารกิจดูก็เห็นว่ามีรายละเอียดต่างๆมากมาย
“ตอนนี้เราระดับ B แล้วสินะ ลองดูภารกิจที่รับได้เฉพาะระดับ B ขึ้นไปแล้วกัน” สตีฟพูดออกมาก่อนจะกรองภารกิจให้เหลือแต่ระดับ B
ภารกิจความยากระดับ B1.ขนหางของธันเดอร์เบิร์ด Lv.68 30 ชิ้นค่าตอบแทน 400,000 เหรียญ
2. เกล็ดปลาหิมะยักษ์ Lv.65 40 ชิ้นค่าตอบแทน 800,000 เหรียญ
3. คุ้มกันขบวนสินค้าไปเมือง xxxค่าตอบแทน 1,000,000 เหรียญ
เพียงแค่เห็นสามภารกิจแรกสตีฟก็ร้องอุทานออกมา
“โอ้โหนี่คือภารกิจจริงๆสินะ อย่างภารกิจแรกเอาแค่ขนหางของนกธันเดอร์เบิร์ด ได้เงินตั้งสี่แสน ส่วนที่เหลือยังชำแหละไปขายได้อีก แล้วนี่อะไรปลาหิมะงั้นเหรอ ถึงราคาจะดีแต่ไม่ต้องออกทะเลหรือไง” สตีฟพูดออกมาแถมจากที่ดูแต่ภารกิจนั้นจะต้องออกนอกเมืองเข้าสู่เขตพื้นที่สีแดงซึ่งถูกสัตว์กลายพันธ์ยึดไปหมดแล้วทั้งนั้นเลยด้วย
“ภารกิจพวกนี้เราจะออกไปทำมันยังไงล่ะ ไม่มีรถประจำทางคอยรับส่งด้วย หรือว่าเราต้องซื้อรถกันนะ” สตีฟพูดเพราะเขานั้นไม่เคยซื้อรถจึงไม่สามารถออกเดินทางไปนอกเมือง และที่ไม่จำเป็นต้องซื้อรถนั้นเพราะแต่ก่อนสตีฟไม่ได้ไปไหนอยู่แต่ที่คอนโดกับเดินไปที่ซุปเปอร์เพื่อจ่ายตลาด
ส่วนซาร่านั้นก็มีพลังแรงโน้มถ่วงจึงสามารถเดินทางด้วยการเหาะบนฟ้าเอาได้
“เอาล่ะตัดสินใจแล้วเราจะซื้อรถ ส่วนเรื่องภารกิจเอาไว้ค่อยดูทีหลังได้จากซื้อรถแล้ว” สตีฟตัดสินใจจะซื้อรถในที่สุดจึงเดินขึ้นจากชั้นใต้ดินและมุ่งตรงไปที่ร้านขายรถในเมือง
ร้านขายรถ
“สวัสดีครับไม่ทราบว่าสนใจรถคันไหนครับ” พนักงานเดินเข้ามาถาม สตีฟมองดูรถรอบๆร้านก่อนจะต้องตกใจกับราคาของมันเพราะรถแต่ละคันนั้นราคาสูงถึงสิบกว่าล้านเหรียญ
“แพงชะมัด !!” สตีฟอุทานออกมา
“นี่ราคาปกติแล้วนะครับ รถแต่ละคันนั้นใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ที่ราคามันสูงขนาดนี้เป็นเพราะวัตถุดิบที่หายากครับ” พนักงานพูดอย่างมืออาชีพเพราะเขานั้นเจอคำถามนี้บ่อยๆจึงชินแล้วนั่นเอง
“ถ้าอยากหารถที่ราคาถูกหน่อยผมขอแนะนำมอเตอร์ไซค์ทางด้านนั้นครับ” พนักงานชี้ไปที่มุมของร้านซึ่งมีมอเตอร์ไซค์ตั้งอยู่หลายคัน
สตีฟเดินเข้าไปดูราคาพวกมันก่อนจะเห็นว่าพวกมันอยู่ที่ราคาหนึ่งแสนนิดๆ
“โหนี่ถ้าสมัยก่อนเราซื้อรถแล้วเอามาขายตอนนี้ไม่รวยเลยหรือไง” สตีฟพูดกับตัวเองเพราะสมัยก่อนนั้นราคาของมอเตอร์ไซค์แต่ละคันไม่กี่พันเหรียญเท่านั้น ส่วนรถยนต์สี่ล้อก็แค่สองสามหมื่นเหรียญ แต่ก็นะเรื่องราคาที่มันเพิ่มขึ้นเขาพอเข้าใจได้เพราะแหล่งวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กส่วนใหญ่นั้นมันถูกยึดโดยสัตว์กลายพันธ์ไปหมดแล้ว
“หือรถคันนี้หน้าตาแปลกดีนะครับ” สตีฟพูดหลังจากเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งหน้าตาแปลกกว่าชาวบ้าน
“นั่นเป็นรถสมัยโบราณน่ะครับ รู้สึกว่าจะชื่อ Vespa นะครับรุ่นนี้หายากมากในอเมริกาเรานะครับ คุณลูกค้าสนใจหรือครับ” พนักงานถามซึ่งสตีฟพยักหน้าก่อนจะลองไปคร่อมบนรถดู
“อืม..เหมาะดีนะครับนั่งสบาย” สตีฟพูดเพราะเขานั้นใส่ผ้ากันเปื้อนอยู่จะซื้อมอเตอร์ไซค์รุ่นอื่นมันก็นั่งไม่น่าจะนั่งสบายเท่ารถรุ่นนี้ที่มีที่พักเท้าอยู่ด้านหน้า
“ครับรถรุ่นนี้เห็นว่าแต่ก่อนเหมาะใช้เป็นรถครอบครัวน่ะครับ ผมว่ามันเหมาะกับคุณมากเลยนะครับที่ใส่ชุดนี้” พนักงานพูดเพราะเขาเองพอเห็นสตีฟขึ้นคร่อมรถ Vespa เขาก็คิดว่ามันเหมาะกับสตีฟที่ใส่ผ้ากันเปื้อนมาก
“งั้นผมเอาคันนี้แล้วกันครับ” สตีฟตัดสินใจซื้อเจ้า Vespa สีแดงคันนี้ซึ่งที่เขาถูกใจนั้นไม่ใช่แค่ ราคาและรูปทรงของมัน เขาถูกใจก็เพราะรุ่นนี้มันมียางอะไหล่ติดอยู่ที่เบาะด้านหลังด้วยยังไงล่ะ ถ้ายางแตกขึ้นมาอย่างน้อยก็สามารถเปลี่ยนได้เลย
จากนั้นพนักงานก็อธิบายการชาร์ตพลังงานแสงอาทิตย์ของเจ้ารถคันนี้ซึ่งมันก็ง่ายมากเพียงแค่จอดตากแดดเอาไว้หนึ่งชั่วโมงก็สามารถขับมันได้ถึงสองวัน
“นึกไม่ถึงเลยนะครับว่ายุคนี้เรื่องเครื่องยนต์จะพัฒนาไปไกลขนาดนี้” สตีฟพูดก่อนจะกดจ่ายเงินจากบัญชีไป
“นั่นเป็นเพราะเครื่องยนต์ถูกสร้างโดยผู้มีสกิลสายนี้น่ะครับ” พนักงานพูด
“อ๋อเพราะสกิลนี่เอง” สตีฟพยักหน้าเข้าใจ
จากนั้นพอพนักงานได้รับเงินค่ารถแล้วก็ส่งกุญแจให้สตีฟทันที ส่วนเรื่องชื่อหรือทะเบียนรถอะไรพวกนั้น ไม่จำเป็นเพราะรถคันนี้ถูกบันทึกในระบบเรียบร้อยแล้วว่ามีสตีฟเป็นผู้ครอบครอง ถ้าไม่ใช่เจ้าของหรือคนที่ได้รับอนุญาติจะไม่สามารถขับออกไปได้
“ไม่ทราบว่าจะให้ไปส่งที่ไหนดีครับ” พนักงานถาม
“เอ่อ...ผมขับออกไปเลยได้มั้ยครับ” สตีฟถาม
“ได้ครับ” พนักงานพยักหน้าจากนั้นสตีฟก็ขึ้นไปนั่งก่อนจะเสียบกุญแจเข้าไปและสตาร์ทมันออกไปจากร้านขายรถแห่งนี้ทันที
แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! แต่ก !! บรื้น !! บรื้น !! เสียงรถแปล่งๆดังไปทั่วท้องถนน ทำให้ผู้คนที่เดินไปมาหันมามองกันหมดเพราะสมัยนี้รถไม่ค่อยจะมีรุ่นที่เสียงดังๆแบบนี้อีกแล้ว
“เสียงรถประหลาดชะมัดอย่างกับเสียงเครื่องตัดหญ้าสมัยก่อน” ชายแก่คนหนึ่งพูดขึ้นมา
ซึ่งในอนาคตเสียงด้วยสีรถอันโดดเด่นรูปทรงแปลกตาหายากและเสียงคล้ายเครื่องตัดหญ้าแบบนี้ จะเป็นสัญลักษณ์การมาถึงฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์
จบ...
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google