“อย่าทำหนู” ถึงจะเบายิ่งกว่าเสียงกระซิบ แต่อธิปกลับได้ยินอย่างชัดเจน เขาชอบนะ เสียงเหมือนใบไม้ที่กำลังปลิดปลิว
เพียงแต่ความสุภาพใจดีไม่ใช่สิ่งที่อธิปมี เขาชอบนักล่ะที่ได้เหยียบย่ำสิ่งที่กำลังจะแตกสลาย
เสื้อผ้าของพราวถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี ร่างกายเปลือยเปล่าล่อนจ้อนฉายบนแววตาคมกริบ อธิปเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะย่อตัวลง แล้วยกขาของพราวพาดบ่าตัวเอง
“แม่งโคตรคิดถึง” เสียงฟังน่าขนลุกยิ่งกว่าอะไร พราวกำมือจิกไหล่อธิปไว้แน่น ลิ้นสากค่อยๆ ไล่เลียั้แ่เนินสาวที่ปกคลุมไปด้วยขน จนกระทั่งถึงภายในสีชมพูระเรื่อตัดกับผิวกายขาวๆ ของพราว
แพร่บ
อธิปไม่อาจห้ามตัวเองได้เลย และเขาไม่คิดจะห้าม ปากหนาขบเม้มจนร่องสวาทขับน้ำหล่อลื่นหอมหวานออกมาไหลเยิ้มลงโคนขา
“ปากบอกไม่ แต่แฉะเชียว หึ” เขาโลมเลียดูดกลืนน้ำหวาน เลียจนช่องทางชุ่มแฉะอีกครั้งด้วยน้ำลายเหนียว
“ฮึก อื้อ!” ร่างน้อยสั่นกระตุกด้วยความเสียวซ่าน พราวไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะสำเร็จความใคร่ด้วยปากของผู้ชายที่เคยรังแกตัวเอง เธอไม่อยากยอมรับด้วยซ้ำ... ว่ามันดียิ่งกว่าการช่วยตัวเองตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…
ร่างสูงยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาบีบเต้าอวบพร้อมกับลูบไล้ไปทั่วกายนวลเนียน จมูกโด่งกดลงไปตามผิวหอม กลิ่นจากข้างนอกยังติดตามผิวกายแต่นั่นยิ่งทำให้อธิปแข็งปั๋งมากกว่าเดิม
ร่างสูงสำรวจทั้งกายจนพอใจ เขาทิ้งหน้าผากชนกับหน้าผากของพราว ปากหนาััเบาๆ ที่แก้มขาวก่อนจะเลื่อนมาป้อนจูบ ส่งลิ้นเข้าไปดุนดันสำรวจโพรงปากคนเด็กกว่า ราวกับว่าไม่มีส่วนใดของพราวที่จะรอดพ้นััของเขาไปได้
“อย่าทำหนู… หนูทำอะไรให้คุณไม่พอใจคะ” พราวถามพลางสะอื้น เธออับอายกับการกระทำของอธิปจนไม่อาจอดกลั้นไว้ได้ ทั้งกลัวทั้งขนลุก คนตรงหน้าทำให้เธอได้รู้ว่าปีศาจเป็ยังไง
“ไม่พอใจ? ฉันไม่เคยไม่พอใจเธอ ...ฉันพอใจเธอมากด้วยซ้ำ” อธิปยิ้มกว้าง เขาเชยคางของพราวให้สบตากับตัวเองตรงๆ
พราวเม้มปากแน่น ส่ายหน้าไปมา ไม่อาจทนเห็นแววตาสนุกสนานของอธิปที่กำลังเยาะเย้ยตัวเองได้
พรึ่บ
ร่างบอบบางโดนเหวี่ยงลงสู่เตียงอย่างไม่ทันตั้งตัว อธิปตามมาคร่อมทับแทบจะทันที ไม่รอให้พราวได้พูดคำใด แก่นกายแข็งก็ยัดเข้าร่องทันที
“อึก! อื้ออออ” ร่างบางโยกไปตามแรงของอธิป ลำโตของเขากำลังครูดผนังบอบบางภายในจนแน่นขนัด หัวบานใหญ่กระแทกถี่ๆ ที่ปากมดลูก
ร่างสูงขยับไปลูบหัวพราว เขาคร่อมทับไว้เสียทัศนวิสัยของพราวมืดลง
“เป็เด็กดี อย่าดื้อ” เสียงทุ้มกระซิบบอก พราวกำมือแน่น เธอไม่อาจห้ามเขาได้ แถมตัวเองยังเคลิ้มไปตามบทสวาทนี้อีก ช่างน่าอับอาย
พรึ่บ
อธิปคว้าหมอนมายัดไว้ใต้หลังพราว มือใหญ่จับหัวพราวให้ก้มลงดูส่วนเชื่อมต่อ
“ดูไว้ซะว่าของเธอมันชอบของฉันมากแค่ไหน”
ผ่านไป 1 อาทิตย์
บางทีพราวก็ภาวนากับตัวเองให้เหตุการณ์วันนั้นเป็แค่ความฝันของตัวเอง เธอตื่นเช้ามาก็ไม่พบอธิปแล้ว ภายในห้องเรียบร้อย เสื้อผ้าที่โดนถอดอยู่ในตะกร้าผ้า ชุดนอนถูกสวมใส่อย่างตั้งใจ
แต่สิ่งที่ยืนยันว่าเธอไม่ได้ฝันไปคือน้ำสีขุ่นระลอกใหญ่ที่ยังคาอยู่ในรูรักของเธอ
พราวจำไม่ได้ว่าอธิปลากยาวไปจนถึงกี่โมง เพราะเธอสลบไปตอนไหนก็ไม่รู้…
“พราว… พราว!”
“ว- ว่าไง” พราวเหม่อไปนานจนไม่รู้ตัวเลยว่าเพื่อนร่วมงานกำลังเรียกเธออยู่ ร่างบางหมุนเก้าอี้หันไปถามว่าเพื่อนมีอะไร เมื่อเพื่อนทำปากพึมพำว่ามีลูกค้า พราวก็รีบหันไปมองนอกเคาน์เตอร์ทันที
แกร๊ก
ปากกาในมือตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว พราวหน้าซีดเผือด หัวใจดวงน้อยตกวูบราวกับโดนคนตรงหน้ายื่นมือมากระชากมันไป
เขามาปรากฏตัวไม่ต่างจากรอบที่แล้ว มาแบบไม่ทันตั้งตัว
“สวัสดีครับ มาฝากเงินครับ” รอยยิ้มแบบนั้นพราวเคยเห็นครั้งที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองเมื่อเดือนก่อน
รอยยิ้มแบบคนดี… รอยยิ้มแบบที่พราวขนลุก เพราะรู้ว่านั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของอธิป
“เท่าไหร่คะ” พราวพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น เธอเลี่ยงสายตาด้วยการมองโต๊ะ ทั้งที่กำลังคุยกับลูกค้าอยู่ เธอเสียมารยาทมาก แต่ดวงตากลมโตไม่อาจสบมองอธิปได้เลย
นอกจากรู้จักบ้านของพราว อธิปยังรู้จักที่ทำงานของพราวอีก ถึงจะพอเดาได้จากชุดที่ใส่ แต่ธนาคารนี้มีสาขามากพอๆ กับร้านสะดวกซื้อ ไม่มีทางที่อธิปจะเดาถูก
เธอรู้สึกเหมือนโดนอธิปแกล้ง ครั้งก่อนเขาเว้นว่างจากเธอไปเป็เดือนให้เธอตายใจ ครั้งนี้ก็หายไปเป็อาทิตย์ให้เธอคิดว่าตัวเองปลอดภัย
ลางสังหรณ์ของพราวไม่ดีเลย… เมื่อเผลอคิดว่าหากมีรอบที่สาม... เธอจะหนีเขาได้พ้นจริงๆ ไหม
“5 ล้านครับ” อธิปพูดเสียงนุ่ม เขายังมองพราวด้วยสายตาอ่อนโยน ชอบนักล่ะเวลาเห็นเหยื่อตัวน้อยลนลานที่ไม่อาจหนีไปได้
“ได้ค่ะ ขอเชิญที่ห้องผู้จัดการนะคะ” พราวฝืนยิ้มออกไปไม่ให้คนอื่นจับได้ เธอลุกจากเก้าอี้ ก้าวขาสั่นๆ เดินออกจากเคาน์เตอร์มาหาอธิปแล้วนำเขาไปยังห้องผู้จัดการ ด้วยจำนวนเงินที่เยอะมากขนาดนี้ ต้องทำผ่านผู้จัดการเท่านั้น
ก๊อก ก๊อก
พราวเคาะประตูห้องผู้จัดการ ชายในห้องเงยหน้าจากเอกสารแล้วยิ้มให้พราว เมษมองผ่านลูกน้องสาวไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังก่อนจะนิ่งไปชั่วครู่
“พราวรอข้างนอกแล้วกัน” เมษทำท่าจะปิดประตูใส่พราวตามปกติ แต่เสียงทุ้มก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
“ให้เข้ามา” เมษมองอธิปและพราวสลับกัน ก่อนจะพยักหน้าให้พราวเดินเข้ามาภายในห้องผู้จัดการ เมษเดินไปปิดม่านทึบลง ถ้ามองมาจากข้างนอกในตอนนี้ จะไม่สามารถเห็นภายในห้องได้เลย
อธิปนั่งลงที่โซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาพาดทับอีกข้าง ก่อนจะทิ้งแผ่นหลังลงพนักพิง
“ฝากเงิน 5 ล้าน” อธิปพูดพร้อมจุดบุหรี่ขึ้นสูบ เมษเองก็นั่งลงที่โซฟาตรงข้ามแล้วยื่นมือไปรับบุหรี่จากอธิป
พราวมองสองคนตรงหน้าด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เธอเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล หัวใจที่ยังไม่ทันได้สงบเริ่มเต้นแรงมากขึ้นอีกครั้ง
ตุ้บ
อธิปโยนกระเป๋าให้เมษอย่างไม่แยแส
“มึงจัดการดิ๊ กูจะเคลียร์กับเมีย” อธิปพูดราวกับมันเป็เื่ปกติ แต่ประโยคนั้นกลับกระชากิญญาของพราวออกมา ใบหน้าขาวซีดเผือด ไม่กล้าสบตามองผู้จัดการที่กำลังมองมาทางตัวเอง
เธอไม่รู้หรอกว่าผู้จัดการกับอธิปเป็อะไรกัน แต่ดูจากการสนทนาคงจะสนิทกันพอควร
“หึ” พราวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากผู้จัดการที่เธอนับถือ เขาเป็คนหนุ่มที่หน้าตาดีแถมทำงานเก่ง เขามักจะยิ้มด้วยท่าทางใจดี แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเมษตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากปีศาจอีกตนที่ยังปล่อยควันสีมัวออกมาไม่หยุดหย่อน
“เลือกได้ดีนี่หว่า” พราวกลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากลำบาก เธอไม่อยากเชื่อใจใครจากหน้าตาอีกแล้ว ทั้งอธิปทั้งเมษ มองเธอด้วยสายตาของผู้ล่า พวกเขาดูสนุกสนานที่ได้มองเหยื่ออย่างเธอ
“ดูแลแขกด้วยนะพราว พี่จะเข้าไปนับเงินสักครึ่งชั่วโมง” เมษลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาหิ้วกระเป๋าใส่เงินเดินผ่านพราวไปทันที แกร๊ก ก่อนจะออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะล็อกประตูให้เสร็จสรรพ
พราวตัวสั่นไปทั้งกายเมื่อความคิดดำมืดมันกำลังแผ่กระจายไปทั่วสมอง ใบหน้าหวานค่อยๆ หันกลับมาหาอธิป
“ฉันน่ะชอบหมานะ… มันโง่ๆ ซื่อๆ” อธิปพูดทั้งที่ยังไม่ได้หันใบหน้ามาหาพราว ร่างบางเริ่มน้ำตาคลอเบ้า เธอยืนนิ่ง เรี่ยวแรงที่เคยมีมันช่างเหลือน้อยนิด
อธิปพ่นลมหายใจออกยาวพร้อมเปลวควันสีขุ่น มือหนาบีบบุหรี่ให้ดับไฟลงก่อนจะโยนลงบนโต๊ะแล้วหันกลับมามองพราว
“เ้าของหายไป มันก็ยังนั่งโง่ๆ รอเ้าของ” เสียงทุ้มกดต่ำจนเหมือนบรรยากาศโดนกดไปด้วย
พราวกำมือแน่นด้วยความเ็ปจากคำพูดของอธิป เธอไม่ใช่หมา… แต่เธอก็โง่เกินกว่าจะหนีไป…
อธิปยังจ้องมองใบหน้าพราวไม่ละสายตา มือหนายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกจนเห็นแผงอกแกร่ง
“มานี่” อธิปคิดว่าตัวเองกำลังใจดีอย่างถึงที่สุด แต่พราวกลับส่ายหัวรัวปฏิเสธความใจดีของเขา
อธิปไม่ใช่พวกใช้ความใจดีพร่ำเพรื่อหรอกนะ มันเสียเวลา