“นี่เ้า!!!… เ้ากล้าดียังไงถึงกล้าปามีดสั้นเล่มนั้นนใส่ข้า หยางเฟยหลง?” หญิงสาวถามดด้วยความโมโห
“แล้วยังไง ข้าแค่ทักทายเฟยเทียนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเ้า เ้าอย่าได้สำคัญตัวไปหน่อยเลย"
“ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงพูดกับนางเช่นนี้ท่านควรจะถนอมนำ้ใจของนางหน่อย”
“ทำไมข้าจะต้องสนใจความรู้สึกของนางด้วยล่ะ?”
“นางเป็ชายาของท่านนะ”
“เป็ชายาของข้า? ฉะนั้นข้าก็ต้องสนใจความรู้สึกของนางเช่นนั้นหรอ?ไม่จะเป็"
“เ้าว่ายังไงนะ หยางเฟยหลง? งั้นถ้าหากมีดเล่มนั้นถูกข้าขึ้นมาแล้วหากข้าตายเ้าจะทำยังไงข้าเป็ชายาของเ้านะ”
“ก็ไม่เห็นยาก หากเ้าตายข้าก็จะได้พ้นทุกข์เสียที”
“เ้า!!"
"แล้วก็เมื่อกี้เ้าพูดว่าอะไรนะ? เ้าว่าเ้าเป็ชายาของข้าอย่างนั้นหรอ? เขาถามย้ำหญิงสาว
“ทำไม?”
“ก็ในวันที่เ้าและข้าเข้าหอวันนั้นเ้าบอกข้าว่าเ้าไม่ใช่ชายาของช้าไม่ใช่หรือไง? และในเมื่อเ้าไม่ใช่ชายาของข้างั้นข้าก็ไม่จำเป็จะต้องสนใจเ้า” ชายหนุ่มย้อนคำถามของหญิงสาวและมองดูสีหน้าของนาง
“อีกอย่างการแต่งงานของเ้ากับข้ามันก็ไม่ได้เกิดจากความรักอยู่แล้ว เราทั้งสอง เ้าและข้าต่างก็แต่งงานกันเพราะความ้าขององค์ไท่เฟย ทั้งข้าและเ้าไม่เคยมีใจรักกันดังนั้นข้าไม่จำเป็ที่จะต้องสนใจเ้า”
“ในเมื่อเ้าไม่เคยมีใจให้กับข้าเหตุใดจึงไม่ปฏิเสธองค์ไท่เฟย?” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“นั่นก็เพราะข้ารักท่านย่าของข้ามากต่อให้ท่านย่าของข้ามีความ้าสิ่งใดหากมันเป็สิ่งที่ข้าสามารถทำให้กับท่านได้ ข้าก็จะทำให้”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับหันหน้ามองออกไปทางอื่นเขาไม่ใส่ใจที่จะมองดูสีหน้าของคนที่ยืนฟังอย่างซิ่วอิงและเฟยเทียนแม้แต่น้อย
“ท่านพี่!! ท่านพูดอะไร? เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนี้ท่านไม่เคยรักแม่นางซิ่งอิงเลยหรือไง?”
“ใช่ทั้งแต่ก่อนและตอนนี้ ข้าไม่เคยมีใจให้กับนางเ้าจงรู้ไว้นะลู่ซิ่วอิง การแต่งงานของเ้ากับข้ามันเป็เพียงเพราะการเมืองและการทหารเท่านั้นเ้าอย่าได้หลงตัวเองว่าจะได้ใจของข้า” หยางเฟยหลงยืนยันคำตอบเดิมอย่างชัดเจนทำให้ซิ่วอิงในตอนนี้รู้สึกหน้าชากับคำตอบของชายหนุ่ม
“นี่เ้า ลู่ซิ่วอิงที่ผ่านมาเ้าใช้ชีวิตและความรู้สึกแบบไหนที่รักคนที่ไม่อาจรักเ้าได้ทั้งที่เป็แบบนี้ เ้ายังคงคิดที่จะคอยปกป้องเขาจากสิ่งที่อันตรายสิ่งที่เ้าทำมาทั้งหมดมันไร้ค่าและสูญเปล่า”จางลี่ที่อยู่ในร่างของซิ่วอิงในตอนนี้พูดกับตัวเองในใจและรู้สึกสงสารเ้าของร่างที่เธออาศัยอยู่มนตอนนี้
“พี่สะใภ้ ท่านอย่า้ได้ใสใจท่านพี่เลย”เสียงของหยางเฟยเทียนดังขึ้นเพื่อเตือนสติของหญิงสาวไม่ให้คิดมากกับคำพูดของหยางเฟยหลง
“เฟยเทียนข้ารู้สึกว่าเ้ากำลังออกตัวปกป้องความรู้สึกของลู่ซิ่วอิงนะ” เฟยหลงเอ่ยคำถามกับเฟยเทียนทำให้ท่าทีของเขาเปลี่ยนไป
“ท่านพูดเยี่ยงนี้ หมายความว่าอย่างไรท่านพี่?ท่านจะพูดว่าข้าอย่างไรก็ได้แต่ท่านไม่ควรที่จะพูดดึงพี่สะใภ้มาเกี่ยว”คำพูดของสองพี่น้องที่ยืนเถียงกันเพราะเื่ไม่เป็เื่ซิ่วอิงยืนก้มหน้าเพื่อใช้ความคิด
"องค์ชายหยางเฟยหลง ที่ท่านพูดว่าท่านไม่เคยมีใจให้กับบข้า ที่แต่งงานกับข้านั้นนั่นก็เป็เพราะความ้าขององค์ไท่เฟยและเพื่อบ้านเมืองและการทหาร สิ่งที่ท่านพูดมานั้นท่านพูดออกมาจากใจจริงใช่ไหม?ซิ่วอิงก้มหน้าพูดด้วยนำเสียงที่เยือกเย็นทำให้หยางเฟยหลงถึงกับแปลกใจ
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?” เขาถามหญิงสาว
“งั้นก็ดี ต่อไปนี้ ข้ากับท่าน เราจะเป็สามีภรรยากันแค่ในนามหากไม่มีเื่ใดที่เกี่ยวข้องกัน ข้าและท่านก็ไม่สมควรที่จะยุ่งเกี่ยวกันท่านอยู่ในส่วนของท่าน ข้าก็จะอยู่ในส่วนของข้าหลังจากวันนี้เมื่อข้ารับรู้ความรู้สึกอันแท้จริงจากใจขององค์ชายแล้วข้าก็จะไม่ข้องเกี่ยวกับท่านอีก”
"พี่สะใภ้ ทำไมท่านพูดแบบนี้? ท่านใจเย็นๆ ก่อน พวกท่านสองคนค่อยๆ พูดค่อยๆ จา กันก่อนดีกว่าไหม?เฟยเทียนขอร้องทั้งสองคนด้วยความเป็ห่วง
“ชิ หากนาง้าอย่างนั้นก็ย่อมได้ข้าก็เห็นด้วยกับนาง คนที่ไม่ได้มีใจรักกัน ต่อให้แต่งงานกันก็ไม่อาจทำให้มีใจรักกันได้ อีกอย่างข้าชิงชังนาง” เฟยหลงพูดไปอย่างไม่ทันได้คิดว่าคำพูดของเขาจะมีผลต่อความรู้สึกของซิ่วอิงอย่างไร
“ดี” หญิงสาวกล่าวขึ้นพร้อมกับเงยหน้าที่ก้มอยู่เมื่อครู่ มองหยางเฟยหลง ใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของนางที่หยางเฟยหลงเคยเห็นมาตลอด กลับกลายเป็ใบหน้าและดวงตาที่แสนเ็า ที่ไม่มีความรู้สึกชายหนุ่มชะงักกับใบหน้าของซิ่วอิงในตอนนี้เขาไม่เคยเห็นใบหน้าแบบนี้ของหญิงสาวมาก่อน ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดใดๆ ต่อหญิงสาวได้กล่าวคำพูดก่อนจากไป
“งั้นข้าขอตัวก่อน ข้าน้อยขอลาองค์ชายทั้งสอง”หญิงสาวก้มคำนับองค์ชายพร้อมกับหันหลังเพื่อจะเดินจากไป
“พี่สะใภ้ ท่านกำลังจะไปไหน?” เฟยเทียนถามนางด้วยความสงสัย
“ข้าจะไปหาองค์ไท่เฟย” นางตอบ
“แต่เมื่อครู่ท่านเพิ่งมาจากตำหนักของท่านย่าไม่ใช่หรอ แล้วท่านจะไปอีกทำไมหรือว่าท่านมีเื่สำคัญกับท่านย่า ทำไมท่านไม่บอกข้าล่ะข้าจะได้ไม่ชวนท่านมาหาพี่ใหญ่” เฟยเทียนถามนาง
“ใช่เพคะองค์ชายเฟยเทียนข้ามีเื่สำคัญกับองค์ไท่เฟย” นางตอบเขาด้วยใบหน้าที่แสนเ็าโดยมีเฟยหลงมองดูและยืนฟังคำตอบของนาง
“เื่ใดกัน ท่านบอกข้าได้หรือไม่?” เฟยเทียนถามพี่สะใภ้ เพราะเขาก็อยากรู้คำตอบของนาง
“ข้าจะไปขอองค์ไท่เฟย ย้ายตำหนัก” เมื่อซิ่วอิงพูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปทันที ไม่รอให้เฟยเทียนถามนางต่อ เฟยหลงเมื่อได้ฟังดังนั้นเขารีบหันหน้าไปมองทางซิ่วอิงทันที ซึ่งตอนนี้นางได้เดินจากไปแแล้ว
“พี่ใหญ่! นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นเหตุใดเื่มันถึงกลายเป็แบบนี้ล่ะ" เขาหันกลับไปถามพี่ชายของเขา
“ช่างนางปะไร นางจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับข้าอีกอย่างคนอย่างนางไม่กล้าขอย้ายตำหนักหรอก คนอ่อนแอแถมยังเป็คนหวาดกลัวขนาดนั้น”
“แต่พี่ใหญ่ ข้าว่าท่านก็ทำเกินไปนะ”
“เฟยเทียน นี่เ้ามาที่นี่ทำไม? ถ้าเ้ามาที่นี่แล้วไม่มีเื่จะคุยกับข้า เ้าก็กลับไปซะ” เฟยหลงพูดตัดบทเขาไม่อยากจะทะเลาะกับน้องชายของตัวเองแต่ไหนแต่ไรพวกเขามักจะมีข้อโต้แย้งต่อกันเสมอ ถึงแม้จะเป็พี่น้องกันแต่ก็เป็พี่น้องต่างมารดา อีกอย่างทั้ง ๆที่ใจของเขาก็รู้ว่าเฟยเทียนนั้นแอบหลงรักซิ่วอิงมาตั้งนานแล้วแต่ด้วยเหตุผลเพราะซิ่วอิงดันไปถูกใจย่าของเขา และตามหลัก พี่ต้องแต่งงานก่อนน้องดังนั้นเข้าจึงต้องแต่งงานกับนาง หากไม่ใช่เพราะเหตุผลพวกนี้ป่านนี้ซิ่วอิงและเฟยเทียนอาจจะได้แต่งงานกันแล้วก็เป็ได้
กลับมาท่างซิ่วอิง หญิงสาวเดินมาที่ตำหนักขององค์ไท่เฟยและแสดงสีหน้าไม่พอใจ นางรู้สึกว่าที่ผ่านมา ลู่ซิ่วอิงช่างโง่นักที่ไปหลงรักเ้าองค์ชายที่ไม่มีหัวใจสีหน้าและท่าทางของนางแสดงออกมาให้เห็นแต่ไกลทำให้องค์ไท่เฟยมองหน้าสาวน้อยด้วยอาการที่ขบขัน
“เ้ามีอะไรล่ะซิ่วอิง?” นางถามหลานสะใภ้
“ข้า… "ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยปากบอกเหตุผลของการมาที่นี่่
“เ้าจะมาขอย่าย้ายออกจากตำหนักขององค์ชายใช่ไหม?”
“ท่านย่ารู้??”
“มีสิ่งใดที่ย่าจะไม่รู้ มีเื่อะไรอีกล่ะ?”
“ข้า…”
“เอาเถอะ ย่าอนุญาต ก็ดีเหมือนกัน”หญิงชราบอกซิ่วอิง หญิงสาวมีท่าทีดีใจเล็กน้อย เหล่าบ่าวรับใช้ต่างพากันขนข้าวของๆ ซิ่วอิงออกจากตำหนักของเฟยหลง ในขณะนั้นเฟยหลงได้กลับมาที่ตำหนักของตัวเองเขาสงสัยว่าทำไมถึงมีคนขนข้าวของออกจากตำหนักเขาเมื่อเขามองดูพบว่าสิ่งที่ถูกขนย้ายออกไปคือของใช้ของซิ่วอิง
“นี่พวกเ้า คุณหนูสามอยู่ไหน?” เขาถามบ่าวรับใช้คนหนึ่ง
“อยู่ที่ตำหนักขององค์ไท่เฟยพะยะค่ะองค์ชาย”เมื่อเขาได้ฟังคำตอบ เขาก็รีบไปที่ตำหนักของของค์ไท่เฟยทันที
ภายในตำหนักขององค์ไท่เฟย หยางลี่จูและลู่ซิ่วอิง กับลังคุยกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ก็มีใครคนนึงเดินเข้ามาภายในสวนที่หยางลี่จูและซิ่วอิงนั่งอยู่
“ท่านย่า นี่มันเื่อะไรกันพะยะค่ะ?”