เมื่อเห็นว่าผู้นำตระกูลไม่เต็มใจที่จะรับถุงน้ำตาล ถังฉีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากทิ้งไพ่ตาย
“ผู้นำตระกูล หากท่านไม่ยอมรับถุงน้ำตาลนี่ไป วันหน้า ข้าจะไม่รบกวนท่านอีก!”
เมื่อเห็นท่าทีที่เด็ดเดี่ยวของถังฉี ผู้นำตระกูลจึงส่ายศีรษะด้วยความจนใจ
“ฉีเอ๋อร์ จำไว้นะ วันหน้า หากเ้า้าอะไรก็มาหาข้า หากข้าช่วยได้ ข้าก็จะช่วย”
ผู้นำตระกูลไม่มีทางเลือก จำต้องรับถุงน้ำตาลไว้และจากไป
เสียงด้านนอกดึงดูดความสนใจของถังซานและคนอื่น ๆ พวกเขาจึงได้เห็นเหตุการณ์นั้น
“น้องรอง น้องสาม น้องสี่ จำเอาไว้นะ ไม่ว่าจะพบเจอกับความยากลำบากเพียงใด พวกเ้าต้องไม่เอาเปรียบผู้อื่น เมื่อนั้นเราจึงจะไร้มลทินและเป็คนมีเกียรติอย่างแท้จริง”
คำพูดของถังฉีฝังแน่นอยู่ในใจของน้อง ๆ และปลูกเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามไว้ในจิตใจที่ยังเยาว์วัยของพวกเขา
“เข้าใจแล้วขอรับพี่ใหญ่” แผดสามพยักหน้าด้วยท่าทีจริงจัง จดจำคำของนางไว้ในใจ
“ดีมาก วันนี้ข้าซื้อซี่โครงหมูมา ไว้ข้าจะทำน้ำแกงให้พวกเ้า” ถังฉีเอ่ยขึ้นก่อนจะเข้าไปในครัว
นางแอบเอาซี่โครงหมูออกมาจากห้วงมิติและใส่ลงในถุงแป้งขนาดเล็ก
“ถังซาน ท่านพ่อจะพาพวกเราไปตกปลาที่แม่น้ำ เ้าอยากจะไปด้วยหรือไม่? จะได้มีอาหารเย็นเพิ่ม!” เสียงของถังจี๋ เด็กชายจากหมู่บ้านเดียวกันดังขึ้นจากด้านนอก
บิดาของเขารู้สึกสงสารเด็ก ๆ เหล่านี้ จึงให้บุตรชายเอ่ยปากชวน
“พี่ใหญ่?” ถังซานรีบวิ่งไปที่ประตูห้องครัว
“ไปเถอะ พาน้องสามกับน้องสี่ไปกับเ้าด้วยสิ พวกเ้าจะได้คอยดูแลกัน” ถังฉีเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง
พวกเขาล้วนเป็เด็กชนบท ไม่ได้บอบบางและอ่อนแอ
ไม่นาน ถังซานและถังสุ่ยก็ออกจากบ้านไปในขณะที่ถังเฟิงอยู่บ้านเพื่อคอยดูแลถังเหอ
ถังฉีตั้งใจจะหุงข้าว ตุ๋นซี่โครงหมูกับหัวไชเท้าและผัดผัก มื้ออาหารที่ครบถ้วนนี้ค่อนข้างหรูหราสำหรับหมู่บ้านตระกูลถัง
ไม่นาน กลิ่นหอมก็ลอยออกมาจากห้องครัว
แววตาของถังเฟิงและทารกน้อยถังเหอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“พี่ใหญ่ วันนี้พวกเรามีเนื้อกินหรือขอรับ?” ถังเฟิงเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบอบบางที่ประตูครัว
“ใช่แล้ว วันนี้ข้าซื้อซี่โครงหมูมาจากในเมือง ราคาไม่แพงเลย ข้าทนเห็นพวกเ้าอดอยากไม่ได้หรอก เ้าต้องเติบโตและสูงใหญ่” ถังฉีเอ่ยตอบ
“หอมมากเลย ท่านแม่ที่อยู่บน์จะต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่เห็นพวกเราได้กินเนื้อ” ถังเฟิงเอ่ย เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง
ถังเหอที่อยู่ในอ้อมแขนของเขามองถังฉีและถังเฟิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นก็หัวเราะคิกคัก
“มานี่สิ ซี่โครงหมูได้ที่แล้ว ข้าจะตักให้เ้าชิม” ถังฉีกวักมือเรียก
“ไม่เอาดีกว่าพี่ใหญ่ รอคนอื่น ๆ กลับมากินพร้อมกันเถอะ” ถังเฟิงละสายตาอย่างไม่เต็มใจและออกจากห้องครัวไปพร้อมกับถังเหอ
เมื่อถังฉีทำอาหารเสร็จ ถังซานและถังสุ่ยก็กลับมาพร้อมกับตะกร้าใบเก่าที่นางหวังเป็คนทำขึ้น
“พี่ใหญ่ ดูสิ พวกเราจับปลาได้สองตัวกับหอยกาบอีกนิดหน่อยขอรับ” พวกเขาร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจขณะเดินเข้ามา
ถังฉีเดินออกมาจากห้องครัวและเห็นปลาขนาดเท่าฝ่ามือสองตัวกับหอยกาบอีกจำนวนหนึ่งในตะกร้า
“หืม?” ถังฉีร้องอุทาน หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นหอยกาบ ในชาติภพที่แล้ว นางร่ำรวยมั่งคั่งด้วยการทำฟาร์มหอยกาบ
หอยกาบที่พวกเขานำกลับมามีลวดลายอยู่ ซึ่งหมายความว่ามีบางอย่างอยู่ข้างใน!
“พวกเ้าไปล้างมือแล้วมากินข้าว เื่นี้ไว้ค่อยจัดการทีหลัง” ไม่ว่าอย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็เป็ของครอบครัวนางเอง ดังนั้นถังฉีจึงไม่รีบร้อน
สองพี่น้องเอาปลาและหอยกาบใส่ถังเล็ก ๆ เทน้ำ ล้างมือแล้วนั่งที่โต๊ะอาหาร โต๊ะนั้นทรุดโทรมและมีรากไม้แห้งค้ำอยู่ ทว่าเวลานี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารอันโอชะ
“ไอ้หยา…ข้าวขาว พวกเราไม่ได้กินข้าวขาวมาหลายปีแล้ว”
“พี่ใหญ่ ซี่โครงตุ๋นพวกนี้ตุ๋นอย่างไรหรือ? กลิ่นหอมมากเลย!” ถังซานเอ่ยพลางคีบอาหารให้ถังฉีก่อนจะคีบให้ตัวเอง
ถังสุ่ยและถังเฟิงก็เพลิดเพลินไปกับอาหารตรงหน้า แม้แต่ถังเหอน้อยก็ดื่มน้ำแกงซี่โครงหมูไปหนึ่งถ้วย
ถังฉีค่อย ๆ ป้อนทารกน้อยด้วยความใส่ใจพลางคิดในใจว่า จะเลี้ยงดูเด็ก ๆ พวกนี้ให้ดีได้อย่างไรในวันข้างหน้า
“นอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้วยังอร่อยมากจนไม่อยากกลืนเลย ตอนที่ท่านพ่อทำนะ ซี่โครงตุ๋นที่ทำยังมีกลิ่นคาวอยู่เลย” ดูเหมือนถังเฟิงจะจำบางสิ่งบางอย่างได้ สีหน้าของพลันเศร้าหมอง
“ถ้าอร่อยก็กินอีกสิ คราวหน้าข้าจะทำให้พวกเ้าอีก ข้าจะเลี้ยงพวกเ้าให้อ้วนพีและเติบโตแข็งแรง!”
ถังฉีเอ่ยด้วยรอยยิ้มพลางป้อนอาหารให้ถังเหอตัวน้อย เมื่อเห็นเด็ก ๆ กินอาหารด้วยใบหน้ามีความสุข นางก็รู้สึกอิ่มเอมใจ
หลังจากกินข้าวเสร็จ ถังซานก็อุ้มถังเหอออกมา เพื่อที่พี่สาวจะได้กินข้าว
เมื่อทุกคนกินอาหารเสร็จแล้ว ถังเฟิงก็รับหน้าที่ล้างจานด้วยความเต็มใจ เขาเป็เด็กดีมาก ยังบอกถังฉีให้พักผ่อนสักพักหนึ่ง
แน่นอนว่าถังฉีไม่ได้อยู่เฉย ๆ นางกำลังคิดถึงหอยกาบที่ได้มาจากแม่น้ำเ่าั้
หลังจากนั้นไม่นาน นางหยิบมีดบิ่นและเดินตรงไปยังถังน้ำ
“พี่ใหญ่ ท่านจะแล่ปลาแล้วหรือขอรับ?” ถังซานเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่หรอก ข้าเพียงคิดว่ามีบางสิ่งอยู่ในหอยกาบพวกนั้น ลองเปิดดูเถอะ ข้าจะได้ใช้เนื้อหอยกาบทำน้ำแกงให้พวกเ้ากินตอนกลางคืน” นางเอ่ยตอบ
“มีอะไรอยู่ในหอยกาบด้วยหรือ?” พี่น้องคนอื่น ๆ มารวมตัวกันและมองดูหอยกาบในมือของถังฉีด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ถังฉีไม่ได้อธิบายอะไร นางเปิดฝาหอยกาบออกอย่างระมัดระวัง และในไม่ช้าก็พบไข่มุกที่มีคุณภาพแตกต่างกันหกเม็ด โดยไข่มุกเม็ดหนึ่งมีความกลมและเรียบเป็พิเศษ
“พี่ใหญ่ ลูกปัดกลม ๆ พวกนั้นคืออะไรน่ะ? งดงามเหลือเกิน” ถังซานถามด้วยความตกตะลึง
"นี่ไม่ใช่ลูกปัดธรรมดา แต่เป็ไข่มุก!" ถังฉีพูดพร้อมกับถือไข่มุกเม็ดใหญ่ที่สุดขึ้นมา นางรู้ว่าไข่มุกชนิดนี้มีคุณค่าในยุคสมัยนี้
“ไข่มุกหรือ?”
น้องชายทั้งสามไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ไข่มุก’
“ใช่แล้ว ถ้าข้าขายไข่มุกเม็ดนี้ ข้าอาจจะพอจ่ายค่าเล่าเรียนในสำนักศึกษาให้พวกเ้าได้” ถังฉีอธิบาย
********************************