อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 53 : เพียงผ่านหวังใจว่าจะจดจำ เพียงจดจำหวังใจว่าจะหยั่งรู้

    หลังจบงานฉลองชัยที่มีต่อทัพอมนุษย์ที่กินเวลายาวนานถึงหนึ่งเดือน


    " ท่านโจว เรื่องที่ข้าได้เกริ่นไว้ยามที่เรากำลังสู้ศึกกับทัพอมนุษย์ หวังว่าท่านยังมิลืม " ผู้พิทักษ์เอ่ยขึ้น


    " ข้ายังมิลืม แต่ข้ามีวิธีที่ดีกว่า " นนท์ยกยิ้ม


    " วิธีอันใดรึ " รองจอมทัพเอ่ยถาม


    " ข้าจะสร้างด่านฝึกฝนไว้ที่นี่ แล้วท่านก็ให้เหล่าศิษย์จากทั่วทั้งโลกปรานแสงเข้ามาฝึก " นนท์เอ่ย


    " หากเป็นเช่นนั้น เราก็มิต้องส่งศิษย์ของเราไปฝึกยังต่างแดน " นนท์พยักหน้า


    " ท่านจะเริ่มสร้างเมื่อใด " ผู้พิทักษ์เอ่ย


    " ข้ายังขาดสินแร่ทองอนันตกาล หรือสินแร่เทียบเคียงกันได้ " เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้า


    " ไปนำสินแร่ทองสุริยันออกมาให้ท่านโจว " ผู้เฒ่าผู้หนึ่งเร่งไป


    " ผู้พิทักษ์ สินแร่ทองสุริยันจัดว่าเป็นสินแร่ชั้นสูง เทียบเคียงกับสินแร่ทองอนันตกาลได้ ยอดเยี่ยม " นนท์พึมพำ


    สองเค่อผ่านไป " ท่านโจว สินแร่ทองสุริยันมาแล้ว " นนท์พยักหน้า รับเอาสินแร่ทองสุริยัน


    " ข้าจะตรวจสอบหาสถานที่ที่เหมาะสม " นนท์ทะยานร่างไปยังเขตป่า


    " ที่นี่เหมาะมาก " นนท์พึมพำ ส่งสินแร่ทองสุริยันออกไปหลอมเป็นเขาทองสุริยัน สลักอักขระกฎเกณฑ์แห่งพลังลงไปยังเขาสุริยัน แล้วดึงพลังจากเส้นปรานมังกรมายังเขาฝึกกาย


    " ครืน " แรงกดดันถาโถมออกมาอย่างหนักหน่วง ทำเอาผู้เฒ่าทั้งหลายต่างตื่นตะลึง 


    " ท่านโจว นี่คือ " รองจอมทัพเอ่ยถาม


    " ท่านรองจอมทัพ นี่คือเขาฝึกาย ทุกขั้นบันไดนั้นจะมีแรงกดดันระดับหนึ่ง ยิ่งขั้นบันไดสูงขึ้นแรงกดดันก็มากขึ้น แต่มิต้องกังวลว่าศิษย์ที่ฝึกจะได้รับอันตรายถึงตาย " นนท์มองยังผู้คนมากมายที่มายังเขาฝึกกาย


    " ข้าได้ชักนำจิตทัศนะของโลกปรานแสงคอยดูแลเหล่าศิษย์ที่นี่ ส่วนวิธีใช้เพียงเชื่อมจิตเข้ากับศิลาสุริยันก็ใช้ได้ทันที " ผู้เฒ่าต่างพยักหน้า


    " เจ้า " นนท์ชี้นิ้วยังผู้ติดตามของคุณชายคนหนึ่ง 


    " ขอรับ " เด็กหนุ่มเชื่อมจิตเข้ากับจิตทัศนะแห่งปรานแสง


    " เจ้าจงเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ " เด็กหนุ่มพยักหน้า


    " ฟู่ว ก้าวแรก " เด็กหนุ่มก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นแรก 


    " นายท่าน มิมีสิ่งใดขอรับ ขัาจะขึ้นไปยังขั้นที่สอง " นนท์พยักหน้า


    เด็กหนุ่มเดินมายังถึงขั้นที่ยี่สิบเก้า เพียงร่างสั่นไหวเล็กน้อย 


    นนท์แปลกใจกายของเด็กหนุ่ม " เหตุใดจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ "


    " ขั้นที่สามสิบ " เท้าของเด็กหนุ่มแตะลงขั้นที่สามสิบ 


    " อ้าก " เลือดทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด เด็กหนุ่มทิ้งร่างลงที่พื้นในทันใด 


    " พ่อหนุ่ม เจ้าจงเร่งขัดเกลาร่างของเจ้าเสีย " เสียงลึกลับดังขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มงุนงง


    " ขอรับ " เด็กหนุ่มหยัดกายนั่งขัดสมาธิ ชักนำแรงกดดันขัดเกลาร่างของตน 


    " ดี " นนท์พึมพำ 


    " ข้าได้สร้างบันไดไว้ทั้งสี่ด้าน พวกเจ้าสามารถขึ้นพร้อมกันได้ด้านละร้อยคน " กล่าวจบ นนท์ทะยานร่างห่างออกไปราวร้อยลี้ 


    นนท์วาดมือหลอมสร้างด่านวิญญาณอสูร แล้วเชื่อมจิคทัศนะแห่งโลกปรานแสง ทั้งยังเอาเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณของเหล่าอสูรใส่ไว้ภายใน 


    " ทุกท่าน นี่คือด่านวิญญาณอสูร " นนท์กวาดตามองรอบ


    " นายน้อยเชิญ " นนท์ผายมือให้กับนายน้อย 


    " ท่านโจว ด่านวิญญาณอสูรจะเป็นอันตรายถึงตายรึไม่ " ผู้เฒ่าที่ติดตามนายน้อยเอ่ยถาม


    " ผู้เฒ่า มิต้องกังวลมิถึงตายดอก " นนท์ยกยิ้ม


    " ได้ข้าจะลองดู " นายน้อยเชื่อมจิตเข้ากับด่านวิญญาณอสูร 


    " วิ้ง " ร่างของนายน้อยปรากฎขึ้นภายในด่านวิญญาณอสูร


    " อ้าก " ร่างของนายน้อยถูกส่งออกมายังลานกว้างในทันที บาดแผลฉกรรจ์ส่งให้เลือดทะลักออกมามิหยุด นายน้อยนอนหายใจรวยริน 


    " วิ้ง " แสงสวรรค์เจ็ดสีแผ่เข้าปกคลุมร่างของนายน้อยในทันใด 


    " แสงสวรรค์เจ็ดสีรึ "


    " ถึงกับมีแสงสวรรค์เจ็ดสีรักษา "


    " ท่านโจว ภายในด่านวิญญาณอสูรมีสิ่งใด " ผู้เฒ่าผู้ติดตามคุณชายเอ่ยถามด้วยสีหน้าดูมิดี


    " ผู้เฒ่า ในยามที่เชื่อมจิตเข้ากับศิลาสุริยัน ศิลาสุริยันจะคัดเลือกวิญญาณอสูรที่เหมาะสมกับผู้เข้าฝึก ซึ่งขั้นพลังของวิญญาณอสูรที่ส่งไปสู้กับผู้เข้าฝึกนั้น จะมิสูงมากจนผูเข้าฝึกรับมิได้ " ผู้เฒ่าพยักหน้า


    " ท่านมิต้องกังวล เมื่อได้รับบาดเจ็บ ศิลาสุริยันจะเร่งนำร่างของผู้เข้าฝึกออกมาในทันที อย่างที่ท่านเห็น " นนท์ยกยิ้ม


    " ท่านโจว พวกข้าเข้าสู้ได้รึไม่ " เหล่าผู้เฒ่าเอ่ยถาม


    " ผู้เฒ่าทุกท่าน ด่านวิญญาณอสูรนั้นขั้นสูงสุดที่ฝึกได้คือยี่สิบแปดอักขระ " นนท์ยกยิ้ม


    " ข้าหวังใจว่า ทุกท่านจะสามารถยกระดับการฝึกฝนของท่านได้ " นนท์เอ่ยขึ้น แล้วทะยานร่างจากไป


    เมื่อได้สถานที่ที่ใต้ดินมีเส้นปรานมังกร นนท์วาดมือสร้างวิหารหลังใหญ่หนึ่งหลัง ทั้งยังเชื่อมเข้ากับห้วงมิติที่สร้างขึ้น  


    " ทุกท่าน นี่คือบ่อปรับกาย เมื่อท่านฝึกทั้งสองอย่างแล้วเสร็จ ให้มาปรับกายยังบ่อนี้ " นนท์เอ่ยขึ้น


    " ภายในวิหารนี้จะมีห้องที่ข้าได้ผนึกห้วงมิติไว้ เมื่อเปิดห้องเข้าไปจะพบบ่อน้ำปรานไว้ใช้ปรับกาย มีหลากหลายบ่อน้ำปราน พวกท่านเลือกให้ศิษย์ใชัตามความเหมาะสม " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า


    " นี่คือวิหารแห่งเต๋าทั้งสามขั้น ข้าได้สลักมายากฎเกณฑ์แห่งเต๋าเอาไว้ เพียงท่านจ้องมองก็เข้าสู่การหยั่งรู้ได้ทันที " นนท์มองยังเหล่าผู้คนมากมายที่ส่งเสียงฮือฮา


    นนท์วาดมือสลักอักขระเต๋าไว้ที่ศิลาสุริยันเต๋า " เพียงผ่านหวังใจว่าจะจดจำ เพียงจดจำหวังใจว่าจะหยั่งรู้ โจวนนท์และสหาย "


    ผู้คนมากมายเดินมายังศิลาสุริยันเต๋า ต่างเร่งหาที่นั่งเพื่อทำการหยั่งรู้ในทันที


    " วิหารหลังนี้ พิเศษยิ่งนัก เป็นวิหารอักขระเทพ ภายในนั้นข้าได้สลักอักขระเทพเอาไว้ทั้งสี่สิบแปดตัว " เหล่าผู้ตนพากันแตกตื่น 


    " อักขระเทพมากถึงสี่สิบแปดตัว ท่านโจวไปหามาจากที่ใด "


    " ช่างวิเศษยิ่งนัก "


    " ท่านโจว ท่านทำทุกอย่างให้เรามากมายเช่นนี้ พวกเรามิมีสิ่งใดตอบแทน " เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างตัวสั่นด้วยความตื้นตัน


    " ผู้เฒ่าทั้งหลาย ท่านมิต้องจ่ายสิ่งใดให้ข้า ข้าอยากทำ ข้าก็ทำ และสิ่งที่ข้าทำนั้นข้ามิเคยหวังสิ่งใดจอบแทน " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าผู้ชรา


    " ยิ่งทุกโลกแข็งแกร่ง ทุกโลกก็จะปลอดภัย " นนท์ยกยิ้ม


    " ทุกท่านเชิญ " นนท์เดินจากไป


    " ไอ้หนู ไปที่ใดต่อ " หมาป่าเอ่ยถาม


    " เวลานี้ข้าสนใจโลกแสงจันท์ โลกที่คู่เคียงกับโลกปรานแสง " นนท์เอ่ยขึ้น


    " ไปกันเลย " น้องสิบเอ่ยขึ้นบ้าง


    นนท์ใช้เวลาอยู่ที่โลกปรานแสงอีกสองวัน แล้วจึงเดินทางไปยังโลกแสงจันทร์


    " โลกที่ดูน่าอบอุ่นแต่กลับหนาวเย็น ตรงข้ามกันจริงๆ " หมาป่าพึมพำ 


    " ไอ้หนู ของดี ของดี " นนท์ทะยานร่างเร่งไปยังเขตน้ำแข็งของโลกแสงจันทร์


    " ไอ้หนู เจ้าจะบ้ารึ พาข้ามาที่แห่งนี้ " หมาป่ากวาดตามองทั่วเห็นแต่เกล็ดน้ำแข็งขาวโพลน


    " ของดีอยู่ข้างล่างนี่ " นนท์พาทุกคนแทรกตัวผ่านชั้นน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ


    แท่งสีขาวนวลแทงขึ้นมาจากจากแก่นยักษ์นับมิถ้วน ทั้งยังแตกหักเพราะมิอาจรับน้ำหนักของตนได้ไหว 


    " ของดีอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ " หมาป่าพึมพำ


    " แก่นธาตุแสงจันทร์ " นนท์เอ่ยขึ้น


    " รออะไร " หมาป่ากระโจนเข้าเก็บอก่นธาตุแสงจันทร์ที่พื้นอย่างรวดเร็ว


    " พลังที่อัดแน่นอยู่ในนี้ มากมายพอๆกับแก่นธาตุแสง " อวี่ตงซินเอ่ยขึ้น


    " ข้าว่าลองดูดซับดู " นนท์กางค่ายกลเร่งเวลาแล้วเริ่มทำการฝึกฝน


    ยาวนานถึงสองเดือนของเวลาจริง " ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นที่ตันเถียน 


    " ขั้นสมบูรณ์แล้ว " นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกายของตน


    " ดียิ่งนัก " นนท์พึมพำ กวาดตามองยังเหล่าสหาย


    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้หนู อีกมินานเจ้าก็มิใช่คู่มือของข้าแล้ว " หมาป่ายิ้มเยาะที่นนท์ทำได้เพียงทะลวงขั้นพลัง แต่มันนั้นกลับหยั่งรู้อักขระตัวที่สิบเก้าได้


    " ข้าจะรอเจ้า " นนท์ยกยิ้ม


    " ไปยังโลกไท่ดีกว่า " นนท์เอ่ยชวนสหาย


    " พ่อหนุ่ม ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องไปส่งเหล่าสหายของเจ้ายังแดนเทพ " นนท์พยักหน้า


    " ไอ้หนู มีอันใดรึ " หมาป่าเอ่ยถาม


    " พระผู้สร้างบอกว่า ได้เวลาไปส่งพวกเจ้าแล้ว " เหล่าสหายต่างพยักหน้า


    " หากเป็นเช่นนั้นก็ไปกันเถิด " นนท์วาดมือเก็บทุกสิ่ง


    " ไว้ข้าจะกลับมายังที่นี่อีก " นนท์พมพำ แล้วพาทุกคนไปสู่ผิวน้ำแข็ง 


    " ไปกันเถอะ " นนท์บังคับเรือเหาะลอยเข้าอุโมงค์มิติ แล้วเร่งไปยังวิหารสีขาวในทันใด 


    เรือเหาะลำใหญ่เคลื่อนผ่านอุโมงค์มิติ นนท์บังคับเรือเหาะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ 


    " คารวะอจารย์โจว " นนท์พยักหน้าให้เหล่าทหารยาม 


    " เจ้าเก็บค่าเข้าเมืองรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " สำหรับอาจารย์โจวแล้วมิเก็บขอรับ " นนท์พยักหน้าแล้วโยนผลึกปรานโกลาหลให้ทหารยาม แล้วเดินเข้าเมือง


    " คารวะอาจารย์โจว " นนท์แปลกใจ


    " พวกท่านมารอข้ารึ " นนท์เอ่ยถาม


    " พวกข้ามีสิ่งของจะมอบให้ท่าน " เหล่าสภายื่นแหวนมิติให้ นนท์เพียงส่งจิตเข้าไปดู 


    " ผู้เฒ่าทั้งหลาย ผลึกปรานมากมายเหล่านี้ ล้วนมิใช่สิ่งที่ข้าต้องการ พวกท่านเก็บไว้ฝึกฝนเถิด " นนท์ยกยิ้ม


    " ตั้งใจฝึกฝนให้ดี ข้าหวังไว้ว่า ในภายภาคหน้า ข้าจะได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกท่าน " นนท์เอ่ยขึ้น


    " พวกข้าจะตั้งใจฝึกให้หนัก เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะมิได้เป็นตัวถ่วงสำหรับท่าน " เหล่าสภาเมืองแสดงพลังออกมา


    " ดี " นนท์พยักหน้า


    " ข้าต้องรีบไป " นนท์ค้อมหัวให้ทุกคนแล้วเร่งไปยังวิหารสีขาว


    นนท์ยื่นมือผลักประตูใหญ่ " ครืน " นนทืก้าวเท้าเข้าไปในวิหาร แล้วทะยานร่างไปยังเรือเหาะ


    " วิ้ง " ร่างของทุกคนปรากฎยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้าย


    " ไปกันเถอะ " นนท์ทะยานร่างไปยังสำนัก


    " ไอ้หนู เจ้าจะทำสิ่งใดต่อ " นนท์ส่ายหน้า


    " ข้าก็มิรู้ " นนท์เดินเข้าไปในสำนัก มองดูเหล่าศิษย์ที่ทำการฝึกฝนอย่างหนัก พลางพยักหน้า


    " พ่อหนุ่ม เจ้าต้องไปยังโลกหยกขาว จักรวาลหยกขาว " นนท์พยักหน้า


    " ข้าได้ที่หมายแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น 


    " อยู่ที่นี่สักคืนแล้วค่อยไป " นนท์เรียกสุราอาหารออกมา ดื่มกินกับเหล่าสหายจนเมากมาย แล้วพาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติ จัดการสยบเหล่าภรรยา 


    " วิ้ง " ร่างของนนท์ถูกส่งมายังวิหารสีขาวของโลกหลาง


    " ครืน " ประตูยักษ์ของวิหารพลันเปิดออก นนท์ก้าวเท้าเดินออกไป


    " นี่รึโลกหลาง " นนท์พึมพำ กวาดตามองทั่ว ผู้คนมากมายต่างรายล้อมรอบวิหาร 


    " ท่าทางป่าเถื่อนจริงแฮะ " นนท์พึมพำ แล้วทะยานร่างขึ้นสูง กวาดตามองหาท่าเทียบเรือเหาะ 


    " เร่งไปให้ไว " นนท์บังคับเรือเหาะเร่งไปยังโลกหยกขาวในทันใด


    " ราวสองชั่วยาม " นนท์พึมพำ 


    " ภารกิจครานี้ ทัพอสูรคลั่งรึ " นนท์พึมพำ เรือเหาะเร่งทะยานกลางห้วงมิติอย่างรวดเร็ว


    " วิ้ง " แสงสีขาววิบวับที่ปลายอุโมงค์มิติ นนท์บังคับเรือเหาะเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า แล้วเร่งเรือเหาะไปยังท่านเทียบเรือเหาะ


    " พลังฟ้าดินเข้มข้นจริงๆ ทั้งปรานมังกรยังเป็นขั้นจักรวาล " นนท์พยักหน้าแล้วเดินไปยังประตูเมือง 


    " ผู้มาเยือนจ่ายหินปรานสรรพสิ่งพันชั่ง " นนท์ยื่นหินปรานให้ทหารยาม


    " น้องชายที่นี่มีกฎรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม 


    " ประมือได้แต่ห้ามสังหาร " นนท์พยักหน้าแล้วเดินเข้าเมือง


    " วิหารเหล่านี้สร้างจากหยกขาวรึ " นนท์พึมพำ


    " ที่นี่น่าจะมีเตียงหยกเย็น " นนท์เดินไปยังร้านค้า


    " คุณชายท่านต้องการสิ่งใด " พนักชายเดินมาต้อนรับ


    " ที่นี่มีเตียงหยกเย็นรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม


    " มีขอรับ " พนักงานชายเดินนำไปยังเตียงหยกเย็น 


    " เจ้าขายราคาเท่าใด " นนท์เอ่ยถาม


    " เตียงหยกเย็นนี้คุณภาพสูงกว่าเตียงหยกเย็นเขียวมากนัก ทางร้านขายเตียงหยกเย็นราคาล้านผลึกปรานสรรพสิ่งต่อเตียงขอรับ " นนท์พยักหน้า


    " เจ้าเอามาให้ข้าร้อยเตียง " พนักงานชายถึงกับปากสั่น


    " คุณ คุณชาย ท่านล้อข้าเล่นแล้ว " นนท์ยกยิ้มยื่นแหวนมิติให้พนักงานชายดู


    " คุณชายรอสักครู๋ข้าจะเร่งไป " พนักงานชายเร่งจากไปในทันที


    นนท์เดินตรวจดูสินค้าที่วางขายภายในร้าน " มิมีสิงใดพิเศษ " นนท์พึมพำ


    " นี่มัน กระดูกกิเลน " นนท์พึมพำ


    " คุณชายท่าน ท่านสนใจกระดูกกิเลนชิ้นรึ " นนท์ผินกายมองยังต้นเสียง


    " ผู้เฒ่ากระดูกกิเลนชิ้นนี้ท่านขายเท่าไร " นนท์เอ่ยถาม


    " คุณชายกระดูกกิเลนชิ้นนี้ราคาร้อยล้านผลึกปรานสรรพสิ่ง " นนท์พยักหน้า


    " ผู้เฒ่าแพงยิ่งนัก กระดูกชิ้นนี้มิมีพลังใดแล้ว เหตุใดจึงขายแพงเช่นนี้ " นนท์เอ่ยถาม


    " ข้าอยากขายเท่าใดข้าก็ขาย เพราะมันมีเพียงชิ้นเดียวในโลกนี้ " ชายชราเปล่งเสียงอันดังออกมา จนผู้คนทั่วร้านหันมอง


    " หากเจ้ามิมีปัญญาซื้อก็รีบออกจากร้านไปเสีย "


    " เหม็นสาบคนจน " 


    " มิรู้ว่าคนจนเช่นเจ้าใยกล้าเข้ามายังร้านระดับนี้ " นนท์ได้แต่ส่ายหน้ากับเสียงเหล่านี้


    " หากเจ้าคิดต่อรองราคา อย่าได้หวัง " นนท์ส่ายหน้า


    " คุณชาย เตียงหยกขาวร้อยเตียงได้แล้วขอรับ " นนท์สำรวจยังแหวนมิติที่พนักงานชายยื่นให้


    " ดี ข้าจะได้ไปจากที่แห่งนี้เสียที " นนท์โยนแหวนมิติให้พนักงาน


    " ผลึกปรานสรรพสิ่งร้อยล้านก้อน และนี่ของเจ้า " พนักงานชายโค้งให้นนท์ ชนิดที่ว่าหัวแทบโขกพื้น


    " ขอบคุณคุณชาย " นนท์พยักหน้าให้แล้วผินกายออกจากร้าน เหล่าจอมยุทธที่เคยพูดจาถากถางต่างหลบลี้ไปไกล


    " หาข้อมูลดีกว่า " นนท์เร่งไปยังร้านสุรา 


    " ไอ้บ้านนอก " 

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน