หลังจบงานฉลองชัยที่มีต่อทัพอมนุษย์ที่กินเวลายาวนานถึงหนึ่งเดือน
" ท่านโจว เรื่องที่ข้าได้เกริ่นไว้ยามที่เรากำลังสู้ศึกกับทัพอมนุษย์ หวังว่าท่านยังมิลืม " ผู้พิทักษ์เอ่ยขึ้น
" ข้ายังมิลืม แต่ข้ามีวิธีที่ดีกว่า " นนท์ยกยิ้ม
" วิธีอันใดรึ " รองจอมทัพเอ่ยถาม
" ข้าจะสร้างด่านฝึกฝนไว้ที่นี่ แล้วท่านก็ให้เหล่าศิษย์จากทั่วทั้งโลกปรานแสงเข้ามาฝึก " นนท์เอ่ย
" หากเป็นเช่นนั้น เราก็มิต้องส่งศิษย์ของเราไปฝึกยังต่างแดน " นนท์พยักหน้า
" ท่านจะเริ่มสร้างเมื่อใด " ผู้พิทักษ์เอ่ย
" ข้ายังขาดสินแร่ทองอนันตกาล หรือสินแร่เทียบเคียงกันได้ " เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้า
" ไปนำสินแร่ทองสุริยันออกมาให้ท่านโจว " ผู้เฒ่าผู้หนึ่งเร่งไป
" ผู้พิทักษ์ สินแร่ทองสุริยันจัดว่าเป็นสินแร่ชั้นสูง เทียบเคียงกับสินแร่ทองอนันตกาลได้ ยอดเยี่ยม " นนท์พึมพำ
สองเค่อผ่านไป " ท่านโจว สินแร่ทองสุริยันมาแล้ว " นนท์พยักหน้า รับเอาสินแร่ทองสุริยัน
" ข้าจะตรวจสอบหาสถานที่ที่เหมาะสม " นนท์ทะยานร่างไปยังเขตป่า
" ที่นี่เหมาะมาก " นนท์พึมพำ ส่งสินแร่ทองสุริยันออกไปหลอมเป็นเขาทองสุริยัน สลักอักขระกฎเกณฑ์แห่งพลังลงไปยังเขาสุริยัน แล้วดึงพลังจากเส้นปรานมังกรมายังเขาฝึกกาย
" ครืน " แรงกดดันถาโถมออกมาอย่างหนักหน่วง ทำเอาผู้เฒ่าทั้งหลายต่างตื่นตะลึง
" ท่านโจว นี่คือ " รองจอมทัพเอ่ยถาม
" ท่านรองจอมทัพ นี่คือเขาฝึกาย ทุกขั้นบันไดนั้นจะมีแรงกดดันระดับหนึ่ง ยิ่งขั้นบันไดสูงขึ้นแรงกดดันก็มากขึ้น แต่มิต้องกังวลว่าศิษย์ที่ฝึกจะได้รับอันตรายถึงตาย " นนท์มองยังผู้คนมากมายที่มายังเขาฝึกกาย
" ข้าได้ชักนำจิตทัศนะของโลกปรานแสงคอยดูแลเหล่าศิษย์ที่นี่ ส่วนวิธีใช้เพียงเชื่อมจิตเข้ากับศิลาสุริยันก็ใช้ได้ทันที " ผู้เฒ่าต่างพยักหน้า
" เจ้า " นนท์ชี้นิ้วยังผู้ติดตามของคุณชายคนหนึ่ง
" ขอรับ " เด็กหนุ่มเชื่อมจิตเข้ากับจิตทัศนะแห่งปรานแสง
" เจ้าจงเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ " เด็กหนุ่มพยักหน้า
" ฟู่ว ก้าวแรก " เด็กหนุ่มก้าวเท้าขึ้นบันไดขั้นแรก
" นายท่าน มิมีสิ่งใดขอรับ ขัาจะขึ้นไปยังขั้นที่สอง " นนท์พยักหน้า
เด็กหนุ่มเดินมายังถึงขั้นที่ยี่สิบเก้า เพียงร่างสั่นไหวเล็กน้อย
นนท์แปลกใจกายของเด็กหนุ่ม " เหตุใดจึงแข็งแกร่งเช่นนี้ "
" ขั้นที่สามสิบ " เท้าของเด็กหนุ่มแตะลงขั้นที่สามสิบ
" อ้าก " เลือดทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด เด็กหนุ่มทิ้งร่างลงที่พื้นในทันใด
" พ่อหนุ่ม เจ้าจงเร่งขัดเกลาร่างของเจ้าเสีย " เสียงลึกลับดังขึ้น ทำเอาเด็กหนุ่มงุนงง
" ขอรับ " เด็กหนุ่มหยัดกายนั่งขัดสมาธิ ชักนำแรงกดดันขัดเกลาร่างของตน
" ดี " นนท์พึมพำ
" ข้าได้สร้างบันไดไว้ทั้งสี่ด้าน พวกเจ้าสามารถขึ้นพร้อมกันได้ด้านละร้อยคน " กล่าวจบ นนท์ทะยานร่างห่างออกไปราวร้อยลี้
นนท์วาดมือหลอมสร้างด่านวิญญาณอสูร แล้วเชื่อมจิคทัศนะแห่งโลกปรานแสง ทั้งยังเอาเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณของเหล่าอสูรใส่ไว้ภายใน
" ทุกท่าน นี่คือด่านวิญญาณอสูร " นนท์กวาดตามองรอบ
" นายน้อยเชิญ " นนท์ผายมือให้กับนายน้อย
" ท่านโจว ด่านวิญญาณอสูรจะเป็นอันตรายถึงตายรึไม่ " ผู้เฒ่าที่ติดตามนายน้อยเอ่ยถาม
" ผู้เฒ่า มิต้องกังวลมิถึงตายดอก " นนท์ยกยิ้ม
" ได้ข้าจะลองดู " นายน้อยเชื่อมจิตเข้ากับด่านวิญญาณอสูร
" วิ้ง " ร่างของนายน้อยปรากฎขึ้นภายในด่านวิญญาณอสูร
" อ้าก " ร่างของนายน้อยถูกส่งออกมายังลานกว้างในทันที บาดแผลฉกรรจ์ส่งให้เลือดทะลักออกมามิหยุด นายน้อยนอนหายใจรวยริน
" วิ้ง " แสงสวรรค์เจ็ดสีแผ่เข้าปกคลุมร่างของนายน้อยในทันใด
" แสงสวรรค์เจ็ดสีรึ "
" ถึงกับมีแสงสวรรค์เจ็ดสีรักษา "
" ท่านโจว ภายในด่านวิญญาณอสูรมีสิ่งใด " ผู้เฒ่าผู้ติดตามคุณชายเอ่ยถามด้วยสีหน้าดูมิดี
" ผู้เฒ่า ในยามที่เชื่อมจิตเข้ากับศิลาสุริยัน ศิลาสุริยันจะคัดเลือกวิญญาณอสูรที่เหมาะสมกับผู้เข้าฝึก ซึ่งขั้นพลังของวิญญาณอสูรที่ส่งไปสู้กับผู้เข้าฝึกนั้น จะมิสูงมากจนผูเข้าฝึกรับมิได้ " ผู้เฒ่าพยักหน้า
" ท่านมิต้องกังวล เมื่อได้รับบาดเจ็บ ศิลาสุริยันจะเร่งนำร่างของผู้เข้าฝึกออกมาในทันที อย่างที่ท่านเห็น " นนท์ยกยิ้ม
" ท่านโจว พวกข้าเข้าสู้ได้รึไม่ " เหล่าผู้เฒ่าเอ่ยถาม
" ผู้เฒ่าทุกท่าน ด่านวิญญาณอสูรนั้นขั้นสูงสุดที่ฝึกได้คือยี่สิบแปดอักขระ " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าหวังใจว่า ทุกท่านจะสามารถยกระดับการฝึกฝนของท่านได้ " นนท์เอ่ยขึ้น แล้วทะยานร่างจากไป
เมื่อได้สถานที่ที่ใต้ดินมีเส้นปรานมังกร นนท์วาดมือสร้างวิหารหลังใหญ่หนึ่งหลัง ทั้งยังเชื่อมเข้ากับห้วงมิติที่สร้างขึ้น
" ทุกท่าน นี่คือบ่อปรับกาย เมื่อท่านฝึกทั้งสองอย่างแล้วเสร็จ ให้มาปรับกายยังบ่อนี้ " นนท์เอ่ยขึ้น
" ภายในวิหารนี้จะมีห้องที่ข้าได้ผนึกห้วงมิติไว้ เมื่อเปิดห้องเข้าไปจะพบบ่อน้ำปรานไว้ใช้ปรับกาย มีหลากหลายบ่อน้ำปราน พวกท่านเลือกให้ศิษย์ใชัตามความเหมาะสม " เหล่าผู้เฒ่าต่างพยักหน้า
" นี่คือวิหารแห่งเต๋าทั้งสามขั้น ข้าได้สลักมายากฎเกณฑ์แห่งเต๋าเอาไว้ เพียงท่านจ้องมองก็เข้าสู่การหยั่งรู้ได้ทันที " นนท์มองยังเหล่าผู้คนมากมายที่ส่งเสียงฮือฮา
นนท์วาดมือสลักอักขระเต๋าไว้ที่ศิลาสุริยันเต๋า " เพียงผ่านหวังใจว่าจะจดจำ เพียงจดจำหวังใจว่าจะหยั่งรู้ โจวนนท์และสหาย "
ผู้คนมากมายเดินมายังศิลาสุริยันเต๋า ต่างเร่งหาที่นั่งเพื่อทำการหยั่งรู้ในทันที
" วิหารหลังนี้ พิเศษยิ่งนัก เป็นวิหารอักขระเทพ ภายในนั้นข้าได้สลักอักขระเทพเอาไว้ทั้งสี่สิบแปดตัว " เหล่าผู้ตนพากันแตกตื่น
" อักขระเทพมากถึงสี่สิบแปดตัว ท่านโจวไปหามาจากที่ใด "
" ช่างวิเศษยิ่งนัก "
" ท่านโจว ท่านทำทุกอย่างให้เรามากมายเช่นนี้ พวกเรามิมีสิ่งใดตอบแทน " เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายต่างตัวสั่นด้วยความตื้นตัน
" ผู้เฒ่าทั้งหลาย ท่านมิต้องจ่ายสิ่งใดให้ข้า ข้าอยากทำ ข้าก็ทำ และสิ่งที่ข้าทำนั้นข้ามิเคยหวังสิ่งใดจอบแทน " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าผู้ชรา
" ยิ่งทุกโลกแข็งแกร่ง ทุกโลกก็จะปลอดภัย " นนท์ยกยิ้ม
" ทุกท่านเชิญ " นนท์เดินจากไป
" ไอ้หนู ไปที่ใดต่อ " หมาป่าเอ่ยถาม
" เวลานี้ข้าสนใจโลกแสงจันท์ โลกที่คู่เคียงกับโลกปรานแสง " นนท์เอ่ยขึ้น
" ไปกันเลย " น้องสิบเอ่ยขึ้นบ้าง
นนท์ใช้เวลาอยู่ที่โลกปรานแสงอีกสองวัน แล้วจึงเดินทางไปยังโลกแสงจันทร์
" โลกที่ดูน่าอบอุ่นแต่กลับหนาวเย็น ตรงข้ามกันจริงๆ " หมาป่าพึมพำ
" ไอ้หนู ของดี ของดี " นนท์ทะยานร่างเร่งไปยังเขตน้ำแข็งของโลกแสงจันทร์
" ไอ้หนู เจ้าจะบ้ารึ พาข้ามาที่แห่งนี้ " หมาป่ากวาดตามองทั่วเห็นแต่เกล็ดน้ำแข็งขาวโพลน
" ของดีอยู่ข้างล่างนี่ " นนท์พาทุกคนแทรกตัวผ่านชั้นน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ
แท่งสีขาวนวลแทงขึ้นมาจากจากแก่นยักษ์นับมิถ้วน ทั้งยังแตกหักเพราะมิอาจรับน้ำหนักของตนได้ไหว
" ของดีอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ " หมาป่าพึมพำ
" แก่นธาตุแสงจันทร์ " นนท์เอ่ยขึ้น
" รออะไร " หมาป่ากระโจนเข้าเก็บอก่นธาตุแสงจันทร์ที่พื้นอย่างรวดเร็ว
" พลังที่อัดแน่นอยู่ในนี้ มากมายพอๆกับแก่นธาตุแสง " อวี่ตงซินเอ่ยขึ้น
" ข้าว่าลองดูดซับดู " นนท์กางค่ายกลเร่งเวลาแล้วเริ่มทำการฝึกฝน
ยาวนานถึงสองเดือนของเวลาจริง " ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นที่ตันเถียน
" ขั้นสมบูรณ์แล้ว " นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกายของตน
" ดียิ่งนัก " นนท์พึมพำ กวาดตามองยังเหล่าสหาย
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้หนู อีกมินานเจ้าก็มิใช่คู่มือของข้าแล้ว " หมาป่ายิ้มเยาะที่นนท์ทำได้เพียงทะลวงขั้นพลัง แต่มันนั้นกลับหยั่งรู้อักขระตัวที่สิบเก้าได้
" ข้าจะรอเจ้า " นนท์ยกยิ้ม
" ไปยังโลกไท่ดีกว่า " นนท์เอ่ยชวนสหาย
" พ่อหนุ่ม ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องไปส่งเหล่าสหายของเจ้ายังแดนเทพ " นนท์พยักหน้า
" ไอ้หนู มีอันใดรึ " หมาป่าเอ่ยถาม
" พระผู้สร้างบอกว่า ได้เวลาไปส่งพวกเจ้าแล้ว " เหล่าสหายต่างพยักหน้า
" หากเป็นเช่นนั้นก็ไปกันเถิด " นนท์วาดมือเก็บทุกสิ่ง
" ไว้ข้าจะกลับมายังที่นี่อีก " นนท์พมพำ แล้วพาทุกคนไปสู่ผิวน้ำแข็ง
" ไปกันเถอะ " นนท์บังคับเรือเหาะลอยเข้าอุโมงค์มิติ แล้วเร่งไปยังวิหารสีขาวในทันใด
เรือเหาะลำใหญ่เคลื่อนผ่านอุโมงค์มิติ นนท์บังคับเรือเหาะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ
" คารวะอจารย์โจว " นนท์พยักหน้าให้เหล่าทหารยาม
" เจ้าเก็บค่าเข้าเมืองรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" สำหรับอาจารย์โจวแล้วมิเก็บขอรับ " นนท์พยักหน้าแล้วโยนผลึกปรานโกลาหลให้ทหารยาม แล้วเดินเข้าเมือง
" คารวะอาจารย์โจว " นนท์แปลกใจ
" พวกท่านมารอข้ารึ " นนท์เอ่ยถาม
" พวกข้ามีสิ่งของจะมอบให้ท่าน " เหล่าสภายื่นแหวนมิติให้ นนท์เพียงส่งจิตเข้าไปดู
" ผู้เฒ่าทั้งหลาย ผลึกปรานมากมายเหล่านี้ ล้วนมิใช่สิ่งที่ข้าต้องการ พวกท่านเก็บไว้ฝึกฝนเถิด " นนท์ยกยิ้ม
" ตั้งใจฝึกฝนให้ดี ข้าหวังไว้ว่า ในภายภาคหน้า ข้าจะได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกท่าน " นนท์เอ่ยขึ้น
" พวกข้าจะตั้งใจฝึกให้หนัก เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะมิได้เป็นตัวถ่วงสำหรับท่าน " เหล่าสภาเมืองแสดงพลังออกมา
" ดี " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องรีบไป " นนท์ค้อมหัวให้ทุกคนแล้วเร่งไปยังวิหารสีขาว
นนท์ยื่นมือผลักประตูใหญ่ " ครืน " นนทืก้าวเท้าเข้าไปในวิหาร แล้วทะยานร่างไปยังเรือเหาะ
" วิ้ง " ร่างของทุกคนปรากฎยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้าย
" ไปกันเถอะ " นนท์ทะยานร่างไปยังสำนัก
" ไอ้หนู เจ้าจะทำสิ่งใดต่อ " นนท์ส่ายหน้า
" ข้าก็มิรู้ " นนท์เดินเข้าไปในสำนัก มองดูเหล่าศิษย์ที่ทำการฝึกฝนอย่างหนัก พลางพยักหน้า
" พ่อหนุ่ม เจ้าต้องไปยังโลกหยกขาว จักรวาลหยกขาว " นนท์พยักหน้า
" ข้าได้ที่หมายแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น
" อยู่ที่นี่สักคืนแล้วค่อยไป " นนท์เรียกสุราอาหารออกมา ดื่มกินกับเหล่าสหายจนเมากมาย แล้วพาเหล่าภรรยาเข้าไปในแหวนห้วงมิติ จัดการสยบเหล่าภรรยา
" วิ้ง " ร่างของนนท์ถูกส่งมายังวิหารสีขาวของโลกหลาง
" ครืน " ประตูยักษ์ของวิหารพลันเปิดออก นนท์ก้าวเท้าเดินออกไป
" นี่รึโลกหลาง " นนท์พึมพำ กวาดตามองทั่ว ผู้คนมากมายต่างรายล้อมรอบวิหาร
" ท่าทางป่าเถื่อนจริงแฮะ " นนท์พึมพำ แล้วทะยานร่างขึ้นสูง กวาดตามองหาท่าเทียบเรือเหาะ
" เร่งไปให้ไว " นนท์บังคับเรือเหาะเร่งไปยังโลกหยกขาวในทันใด
" ราวสองชั่วยาม " นนท์พึมพำ
" ภารกิจครานี้ ทัพอสูรคลั่งรึ " นนท์พึมพำ เรือเหาะเร่งทะยานกลางห้วงมิติอย่างรวดเร็ว
" วิ้ง " แสงสีขาววิบวับที่ปลายอุโมงค์มิติ นนท์บังคับเรือเหาะเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า แล้วเร่งเรือเหาะไปยังท่านเทียบเรือเหาะ
" พลังฟ้าดินเข้มข้นจริงๆ ทั้งปรานมังกรยังเป็นขั้นจักรวาล " นนท์พยักหน้าแล้วเดินไปยังประตูเมือง
" ผู้มาเยือนจ่ายหินปรานสรรพสิ่งพันชั่ง " นนท์ยื่นหินปรานให้ทหารยาม
" น้องชายที่นี่มีกฎรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" ประมือได้แต่ห้ามสังหาร " นนท์พยักหน้าแล้วเดินเข้าเมือง
" วิหารเหล่านี้สร้างจากหยกขาวรึ " นนท์พึมพำ
" ที่นี่น่าจะมีเตียงหยกเย็น " นนท์เดินไปยังร้านค้า
" คุณชายท่านต้องการสิ่งใด " พนักชายเดินมาต้อนรับ
" ที่นี่มีเตียงหยกเย็นรึไม่ " นนท์เอ่ยถาม
" มีขอรับ " พนักงานชายเดินนำไปยังเตียงหยกเย็น
" เจ้าขายราคาเท่าใด " นนท์เอ่ยถาม
" เตียงหยกเย็นนี้คุณภาพสูงกว่าเตียงหยกเย็นเขียวมากนัก ทางร้านขายเตียงหยกเย็นราคาล้านผลึกปรานสรรพสิ่งต่อเตียงขอรับ " นนท์พยักหน้า
" เจ้าเอามาให้ข้าร้อยเตียง " พนักงานชายถึงกับปากสั่น
" คุณ คุณชาย ท่านล้อข้าเล่นแล้ว " นนท์ยกยิ้มยื่นแหวนมิติให้พนักงานชายดู
" คุณชายรอสักครู๋ข้าจะเร่งไป " พนักงานชายเร่งจากไปในทันที
นนท์เดินตรวจดูสินค้าที่วางขายภายในร้าน " มิมีสิงใดพิเศษ " นนท์พึมพำ
" นี่มัน กระดูกกิเลน " นนท์พึมพำ
" คุณชายท่าน ท่านสนใจกระดูกกิเลนชิ้นรึ " นนท์ผินกายมองยังต้นเสียง
" ผู้เฒ่ากระดูกกิเลนชิ้นนี้ท่านขายเท่าไร " นนท์เอ่ยถาม
" คุณชายกระดูกกิเลนชิ้นนี้ราคาร้อยล้านผลึกปรานสรรพสิ่ง " นนท์พยักหน้า
" ผู้เฒ่าแพงยิ่งนัก กระดูกชิ้นนี้มิมีพลังใดแล้ว เหตุใดจึงขายแพงเช่นนี้ " นนท์เอ่ยถาม
" ข้าอยากขายเท่าใดข้าก็ขาย เพราะมันมีเพียงชิ้นเดียวในโลกนี้ " ชายชราเปล่งเสียงอันดังออกมา จนผู้คนทั่วร้านหันมอง
" หากเจ้ามิมีปัญญาซื้อก็รีบออกจากร้านไปเสีย "
" เหม็นสาบคนจน "
" มิรู้ว่าคนจนเช่นเจ้าใยกล้าเข้ามายังร้านระดับนี้ " นนท์ได้แต่ส่ายหน้ากับเสียงเหล่านี้
" หากเจ้าคิดต่อรองราคา อย่าได้หวัง " นนท์ส่ายหน้า
" คุณชาย เตียงหยกขาวร้อยเตียงได้แล้วขอรับ " นนท์สำรวจยังแหวนมิติที่พนักงานชายยื่นให้
" ดี ข้าจะได้ไปจากที่แห่งนี้เสียที " นนท์โยนแหวนมิติให้พนักงาน
" ผลึกปรานสรรพสิ่งร้อยล้านก้อน และนี่ของเจ้า " พนักงานชายโค้งให้นนท์ ชนิดที่ว่าหัวแทบโขกพื้น
" ขอบคุณคุณชาย " นนท์พยักหน้าให้แล้วผินกายออกจากร้าน เหล่าจอมยุทธที่เคยพูดจาถากถางต่างหลบลี้ไปไกล
" หาข้อมูลดีกว่า " นนท์เร่งไปยังร้านสุรา
" ไอ้บ้านนอก "