บทที่13
ดินแดนฮั่วโจว
“ไม่มีอันใดหรอกแค่ระหว่างเดินสำรวจ ดันเจอพายุทรายขนาดใหญ่ซัดเข้าให้เต็ม ๆ” หนานกงจิ่นอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สบาย ๆสีหน้าของเขาก็ยังคงสงบนิ่งราวกับเื่ที่เล่านั้นเป็เพียงฝนตกธรรมดาในฤดูร้อน
ทว่าเซี่ยอันอวี่ที่ยืนฟังกลับอ้าปากค้างนางมองดูร่างของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายจากศีรษะจรดปลายเท้า แม้จะเปรอะเปื้อนแต่กลับไร้ร่องรอยาแแม้แต่น้อย
‘โดนพายุทรายซัดเข้าเต็มๆ แล้วกลับมายืนพูดจาสงบนิ่งแบบนี้ได้อย่างไร?’ นั่นคือคำถามที่ผุดขึ้นในหัวของนางในทันที
ในโลกยุคเดิมของนางเพียงแค่เห็นพายุทะเลทรายจากระยะไกลก็ถือว่าวิบัติแล้ว ไม่มีใครกล้าคิดจะฝ่าเข้าไปยิ่งไม่ต้องพูดถึงการกลับออกมาอย่างปลอดภัย
แต่หนานกงจิ่นอวี่...ไม่เพียงแต่กลับมาได้ แต่ยังมีสภาพคล้ายกับเพียงแค่ลุยฝุ่นเล็กน้อยเท่านั้นนางถึงกับสงสัยว่าสามีผู้นี้ของตนเอง...เป็มนุษย์หรือเปล่ากันแน่
“อันใด...ไม่พอใจหรือ?”เสียงเรียบเย็นของหนานกงจิ่นอวี่ดังขึ้นพลางหันมามองนาง “หรือว่า...เ้ากำลังหวังให้สามีของเ้าตายเสียแล้ว?”
เซี่ยอันอวี่สะดุ้งเฮือกนางรีบส่ายหน้าไปมาแทบจะทันที พร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“ไม่ใช่ ๆ!แน่นอนว่าไม่ใช่เช่นนั้นแน่ ๆ!”
“ท่านเป็สามีของข้านะ หากท่านตาย...แล้วข้าจะอยู่ได้อย่างไรเล่า”นางประสานมือแน่น พูดอย่างเร่งรีบราวกับกลัวว่าจะถูกเข้าใจผิด
นางมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับยุคสมัยนี้เต็มอยู่ในหัวโดยเฉพาะเื่ที่ว่า... ในโลกแห่งนี้ สตรีมีสถานะต่ำกว่าบุรุษอย่างเห็นได้ชัดไม่ใช่แค่ในระดับสังคม แต่เป็ถึงระดับความเป็มนุษย์
หลังจากแต่งงานแล้วสตรีมักถูกมองว่าเป็เพียง “สมบัติในย่าม” ของสามี จะตบตีขายทอดตลาด หรือแม้แต่กระทำการที่ไม่อาจเรียกว่าเป็การปฏิบัติตุ่์ก็ล้วนแล้วแต่ถูกนับว่า “ทำได้” และไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน
เพราะเหตุนี้...เซี่ยอันอวี่จึงอดคิดไม่ได้ว่า หนานกงจิ่นอวี่แม้จะมีความลับว่าเป็สตรีเหมือนกัน—ก็นับว่าเป็สามีที่ดีที่สุดที่นางอาจมีได้
รูปลักษณ์งดงามดุจเทพเซียนวาจาเรียบง่าย สุขุม และที่สำคัญ... ั้แ่มาถึงที่นี่อีกฝ่ายไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องหรือล่วงเกินนางเลยสักครั้ง
‘ขอแค่ไม่พูดถึงเื่เพศของเ้าตัว...ข้าก็อยู่ได้อย่างสบายใจ’ นางคิดในใจขณะทอดสายตามองใบหน้าของอีกฝ่ายเงียบๆ
หากไม่นับว่าพวกนางถูกเนรเทศมาอยู่ในดินแดนแร้นแค้นเช่นนี้บางที...ชีวิตที่อยู่กับบุรุษผู้นี้ ก็อาจนับว่า “สงบสุข” ที่สุดครั้งหนึ่งในชาตินี้ก็เป็ได้
ระหว่างที่ความคิดของนางล่องลอยเสียงเรียบของหนานกงจิ่นอวี่ก็ดังขึ้น “แล้วเื่เพาะปลูกล่ะ”
เซี่ยอันอวี่หลุดจากภวังค์นางพยักหน้ารับ “ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
หนานกงจิ่นอวี่ไม่ได้ซักถามต่อเพราะเื่เพาะปลูกนั้นเป็สิ่งที่ต้องใช้เวลา นางรู้ดีว่าแม้จะเริ่มหว่านเมล็ดในวันนี้ก็ใช่ว่าพรุ่งนี้จะได้ผลทันตาเห็น เขาจึงเพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนโบกมือ “กินข้าวเถอะ”
“กินข้าว?” เซี่ยอันอวี่ชะงักเล็กน้อย ดวงตากวาดมองซ้ายขวารอบตัวไม่มีวี่แววของถ้วยชามหรือกลิ่นอาหารแม้แต่น้อย “ไหนล่ะ...ข้าว?”
หนานกงจิ่นอวี่ปรายตามองนาง ดวงตาเรียวยาวสะท้อนความสงบนิ่งขณะกล่าวเสียงเรียบ “เ้าไม่ได้ทำไว้หรือ?”
“ข้า?” เซี่ยอันอวี่ยกนิ้วชี้เข้าหาตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง
“ก็เ้านั่นแหละ”หนานกงจิ่นอวี่ตอบเรียบ ๆ แต่ชัดเจนคล้ายเป็เื่ธรรมดาสามัญที่สตรีในเรือนควรทำอาหารเป็
เซี่ยอันอวี่ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆมือหนึ่งยกเกาหัวเบา ๆ อย่างขัดเขิน “ข้าทำกับข้าวไม่เป็น่ะสิ...”
คำตอบที่ดูเหมือนจะธรรมดากลับทำให้บรรยากาศภายในเรือนไม้เงียบไปชั่วขณะ…
หนานกงจิ่นอวี่ที่ได้ยินคำว่า "ข้าทำกับข้าวไม่เป็" ถึงกับมุมปากกระตุกเล็กน้อย
เขาส่ายหน้าเบา ๆ อย่างอ่อนใจแล้วก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เดี๋ยวข้าจะให้ทหารทำอาหารง่ายๆ มาให้ก็แล้วกัน”
เซี่ยอันอวี่เพียงแต่ยิ้มแห้ง ๆกลบเกลื่อนความรู้สึกผิด ก่อนจะบ่นพึมพำในใจ ‘นี่ข้าจำเป็ต้องทำอาหารเองด้วยหรือ?’
ในยุคของนาง... แค่เดินออกจากคอนโดไม่กี่ก้าวก็เจอร้านสะดวกซื้อเดลิเวอรี่ก็กดแอปเอาได้ตามใจชอบ ใครเขาจะทำอาหารกินเองกันเล่า!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความทรงจำของเ้าของร่างเดิมในหัวไม่มีแม้แต่ภาพของเตาไฟหรือครกสาก เห็นได้ชัดว่าก็ไม่เคยถูกฝึกมาเช่นกันถึงจะเกิดในตระกูลผู้ดี แต่สุดท้ายก็เป็เพียงสตรีที่ถูก "เขี่ยทิ้ง" ถูกส่งมาแต่งกับแม่ทัพผู้ถูกเนรเทศทั้งที่ไม่มีความสำคัญอันใดในสายตาครอบครัว
...เช่นเดียวกับตนเอง
หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งลงกินมื้อเย็นด้วยกันอาหารเย็นในวันนี้ดูจะดีกว่าวันก่อนอยู่เล็กน้อย ยังคงมีผักดองเรียบง่าย แต่เพิ่มเติมด้วยเนื้อชิ้นเล็กๆ ที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะ
เซี่ยอันอวี่ตาเป็ประกายทันทีที่เห็นเนื้อสัตว์นางคีบเนื้อเข้าปากทันควัน แล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยรสัันุ่มแน่นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวทำให้เซี่ยอันอวี่ถึงกับหลับตาพริ้ม
“อร่อยมาก!เนื้อนี่... เนื้ออะไรหรือ?” นางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
หนานกงจิ่นอวี่ซดน้ำซุปเบา ๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง แววตาของเขาเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดเป็พิเศษก่อนจะให้คำตอบที่เรียบง่ายออกมาเพียงประโยคเดียว
“งูทะเลทราย”
ช้อนในมือของเซี่ยอันอวี่ชะงักไปกลางอากาศรอยยิ้มที่เคยฉีกกว้างหยุดลงชั่วครู่ นางค่อย ๆหันมามองเนื้อในถ้วยอย่างเชื่องช้า... สีหน้าคล้ายไม่รู้จะกลืนลงไปหรือคายออกดี