บทที่ 8 : ตามหารสชาติแห่งตะวันจันทรา
เมื่อผ่านเงื่อนไขแรกของผู้อยู่เหนือวัฏจักรอิ๊กดราซิล ผมกับเทพเฟย์ที่อ่านข้อความในกระดาษจบก็หันมามองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจกันดีว่า พวกเราเป็นเพียง 2 ใน 5ตัวตนที่รับรู้ถึงวัฏจักรนี้ ต้องหาทางทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ เพื่อหยุดยั้งห้วงเวลาที่วนซ้ำสงครามสุดท้ายให้สำเร็จ
แม้จะไม่มีผู้ใดจำได้ แม้จะไม่มีผู้ใดรับรู้ ในมุมมองพวกเขา ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริง ที่เป็นอยู่ตามปกติ แต่สำหรับผู้รับรู้ว่าทุกสิ่งนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แม้จะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปบ้าง ย่อมรู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็คือการดับสูญก่อนเกิดใหม่ เพื่อเริ่มวัฏจักรรอบใหม่ที่ตัวละครทุกตัวจะกลับมาดำเนินเรื่องราวเส้นหลักเหมือนเดิม แต่เรื่องราวย่อย รายละเอียดเล็กน้อยจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
ผมกับเทพเฟรย์ที่รับรู้เรื่องนี้ผ่านการบอกเล่าแบบเสียบเข็มฉีดความรู้เข้าร่างกาย จิตใจวิญญาณโดยตรงนั้น ย่อมรู้สึกไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ไม่อยากให้ทุกสรรพสิ่งต้องหยุดนิ่งในวัฏจักรที่ไม่ก้าวไปข้างหน้าเสียที มีแต่เดินย่ำซ้ำรอยเดิมเรื่อย ๆ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย จนดูน่าสงสารผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดูฝูงมดวิ่งวนเป็นวงกลมมรณะจากความผิดพลาดของมดผู้นำทาง ที่ปล่อยฟีโรโมนทับรอยการเดินจนสับสน ทำให้ผู้ตามที่ทำได้แค่เดินตามทางผู้นำสับสน และวนเวียนกันเป็นวงกลม ไม่ได้ไปไหนกันสักทีจนตาย
หรือยกตัวอย่างระดับที่สูงกว่าพวกมด เทพเฟรย์กับผมก็เหมือนคนที่อยู่บนเวทีแสดงละคร เป็นตัวละครที่เล่นฉากเดิมซ้ำเป็นพันรอบ แต่วันหนึ่งกลับโดนคนดูดึงออกมาให้ร่วมดูละครกับพวกเขา และเห็นความจริงที่ว่าละครเวทีนี้เล่นเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ฉากแล้ว ฉากเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เบื่อ หรืออารมณ์ใด ๆ เลย พวกตัวละครบนเวทีเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็น“ครั้งแรก ครั้งเดียว”ในชีวิตพวกเขาเสมอ จึงจริงจัง ตั้งใจ ไม่สับสน ไม่คิดทบทวนการกระทำว่าเคยทำมาก่อนแล้ว เพราะพวกเขาไม่อาจเข้าถึงความเป็นจริงที่ว่า. . .
พวกเขาอยู่ในวัฏจักร A-B Yggdrasil ที่วนซ้ำกันเกือบ 2 หมื่นรอบ ที่กินเวลาตามจริงน่าจะหลายล้านล้านปี . . . หรือมากกว่านั้น !
“ เวลาผ่านไป 10 นาทีตามเกณฑ์วัดเวลาของวิทยะ ตอนนี้พวกเจ้าพร้อมจะทำภารกิจแรกกันแล้วหรือยัง?” เทพีนอร์นทั้งสามส่งเสียงถาม เรียกสติของผมที่กำลังจมดิ่งในห้วงความคิดกลับมาเผชิญความจริง ที่ตรงหน้าอาหารแห่งอดีต ปัจจุบันอนาคตจากเนื้อกวางอันตรธานหายไปแล้ว
“ อาหารหายไปไหนครับ ?” ผมถามอย่างสงสัย
“ ข้า. . . พร้อมทำภารกิจแล้ว” เทพเฟรย์พูดด้วยเสียงอู้อี้เล็กน้อย ผมหันไปมองก็ได้คำตอบแล้วว่าอาหารไปไหน เลยถามเขาเรื่องรสชาติ “ อร่อยดีนะ บาร์บีคิวกวางเสียบไม้นี่อร่อยรสชาติหลากหลาย แต่ปัญหาคือข้าไม่รู้ว่าที่กินอยู่มันรสอะไร จะสั่งให้เจ้าทำอีกครั้งก็คงต้อง. . .ทำมาทุกรสที่ทำตอนนี้ แล้วเขียนชื่อ ไม่ก็บอกข้าด้วยว่าไม้ไหน ใส่เครื่องปรุงอะไร ง่ำ ๆ”
“ครับ” ผมพยักหน้าให้ ก่อนถามเทพีนอร์นถึงภารกิจ
“ จงตามหารสชาติของตะวัน จันทรา” พูดจบหน้าจอของเทพีนอร์นก็ดับลง ผมอ้าปากหวอ ในขณะที่เทพเฟรย์อ้าปากค้างทำเอาเนื้อกวางเสียบไม้ตกจากปากใส่จานดังแหมะ
มันคือเสียงแหมะที่ดังกังวานไปทั่วห้องครัว ผมหันไปมองเขาด้วยอารมณ์กังวล โจทย์ให้มาแค่นี้ แล้วจะหารสชาติของเทหวัตถุสำคัญบนระบบสุริยะอย่างดวงอาทิตย์ และดาวบริหารของโลกอย่างดวงจันทร์ยังไง วัตถุดิบล่ะ ? ต้องบินไปแงะหินบนดวงจันทร์ กับเก็บพลังงานบางส่วนที่ปล่อยออกมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันของดวงอาทิตย์งั้นเหรอ?
“ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน. . . แต่จากที่รู้มา ภารกิจของเราคือทำอาหารให้ตัวตนสำคัญ ๆ ในเหตุการณ์แร็คนาร็อคกิน ดังนั้นเราต้อง. . . ทำอาหารให้หมาป่าแฝดผู้ไล่กลืนกินตะวันจันทรา?”เทพเฟรย์เอาไม้เสียบเนื้อกวางที่ร่วงมากินต่อ ก่อนคิดไป พูดไป
“ มีด้วยเหรอครับ ? หมาป่าที่อยากกินดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์?” ผมเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ “ ถ้าเดาไม่ผิด คงเป็นตำนานสุริยคราส จันทรคราสของอิ๊กดราซิลใช่ไหมครับ?”
“ จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่เหตุการณ์ตะวันดับ เดือนลาลับของอิ๊กดราซิลมีแค่ครั้งเดียว นั่นเป็นสัญญาณของวันแร็คนาร็อค” เทพเฟรย์ตอบก่อนถามถึงตำนานอื่น ๆ ที่ผมรู้จัก ผมก็เล่าไปเท่าที่รู้ว่าแต่ละพื้นที่ของโลก จะมีอารยธรรมที่พูดถึงเหตุการณ์คราสอยู่ บ้างก็บอกว่ายักษ์ไล่กลืนกิน คนต้องตีร้องฆ้องป่าว ตะโกนไล่ยักษ์ให้คายแสงสว่างออกมา บ้างก็เป็นการไล่จับกันของแมวยักษ์ที่ต้องการเล่นกับลูกแก้วดวงจันทร์สีขาวนวล และมีตำนานอื่น ๆ อีกที่ผมไม่รู้จัก
“ รู้มาแค่ 2 ตำนานจากตำนานมากมายสินะ แปลว่าเจ้าไม่ค่อยสนใจตำนานเท่าไหร่สนใจแต่เรื่องจริง. . . ที่เจ้าเรียกว่าอะไรนะ วิทยาศาสตร์?” ผมพยักหน้าให้เขา ก่อนอธิบายคร่าวๆ เรื่องคราสว่าเกิดจากการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์รอบโลกที่เกิดการเรียงตัวในมุมที่เหมาะสมพอดี
“ ดาราศาสตร์งั้นเหรอ ศึกษาวิถีหมู่ดาวโดยไม่มีไสยศาสตร์ คำทำนายมาเกี่ยวข้อง เป็นศาสตร์ที่ชาวแอสการ์ดไม่สนใจกันแน่ ๆ เพราะมันอยู่นอกเหนือขอบเขตอิ๊กดราซิลไป สำหรับพวกเรา อิ๊กดราซิลและอาณาจักรทั้ง 9 คือทุกสิ่ง อะไรที่อยู่เกินขอบเขตนี้ล้วนถูกมองว่างมงายไร้สาระ” เทพเฟรย์พยักหน้าช้า ๆ
“ แล้วเจ้าคิดว่าไง ? อะไรคืออาหารที่หมาป่าผู้ปรารถนาจะกลืนกินตะวันจันทราตั้งแต่พวกมันถือกำเนิดมาชอบ ?”
“ หมาป่าต้องชอบกินเนื้อ. . . เราคงต้องหาเนื้อที่มีรสชาติของตะวัน จันทรามาให้ได้” ผมพูดตามสิ่งที่คิดออกไป แต่นั่นทำให้ผมหลุดขำก๊ากออกมาเมื่อเทพเฟรย์ถามว่า
“ เราต้องเอาเนื้อไปโยนให้ดวงอาทิตย์เผา กับเอาไปแปะติดดูดรสชาติดวงจันทร์?”
“ เนื้อไหม้ตั้งแต่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์แล้วแหละครับ ต่อให้เป็นดวงอาทิตย์ที่ต้องมีราชรถลากก็ตาม และเอาเนื้อไปแปะดวงจันทร์ ก็มีแต่รสของฝุ่นหินดินทราย ไม่มีรสของดวงจันทร์ติดมาจริง ๆ หรอก เพราะผมคิดว่าดวงจันทร์นั้น ก็มีองค์ประกอบเหมือนโลก แค่อยู่คนละที่เท่านั้นแต่นี่เป็นแนวคิดของผมที่เชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าตำนานน่ะนะ”
“ อืม ๆ . . . จากที่ข้ารู้จากเทพีนอร์นมา เจ้าเป็นคนยุค 3000 ห่างจากยุคสมัยที่คาดว่าชาวแอสการ์ดลงไปเจอมนุษย์ในมิดการ์ดครั้งแรกถึง 4000 ปี วิทยาการ ความรู้ แนวคิดของเราคงต่างกันน่าดู . . .แต่ข้าคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ความต่างจะทำให้เราเห็นมุมมองของสิ่งต่าง ๆ ที่กว้างขวางขึ้น ภารกิจของเราก็จะมีแนวคิดของคนสองยุค สองมิติ สองโลก สองจักรวาลช่วยกันวิเคราะห์ และลงมือทำ น่าจะตีโจทย์ของผู้มอบภารกิจที่มีตัวตนระดับเหนือกว่าพวกเราทั้งคู่ขึ้นไปได้ดีกว่าการให้คนที่มีมุมมองเหมือนกันทุกอย่างร่วมมือกันทำภารกิจ ”
ผมพยักหน้าให้เทพเฟรย์ พร้อมชื่นชมเขาในใจว่าเป็นเทพแอสการ์ดที่ชาญฉลาดไม่แพ้โอดิน แม้จะไม่เคยดื่มน้ำพุแห่งปัญญา หรือทำพิธีห้อยหัวกับกิ่งก้านอิ๊กดราซิลเพื่อรับคำทำนายอนาคตก็ตาม แต่ตอนนี้เขา ในโลกนี้ ในอิ๊กดราซิลมิตินี้ คือเทพแห่งแสงสว่าง แห่งฤดูใบไม้ผลิที่จะมาดึงอิ๊กดราซิลออกจากการวนลูป A-B ให้ได้
เพื่อฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใหม่ที่แท้จริงจะได้มาเยือนอิ๊กดราซิลต้นนี้เสียที !
ไม่ใช่วนซ้ำฤดูใบไม้ผลิ1 ฤดูร้อน 1 ฤดูใบไม้ร่วง 1ฤดูหนาว 1 แล้ววนกลับมาฤดูใบไม้ผลิ 1 แทนที่จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ 2 หนแล้วหนเล่าเกือบ 2 หมื่นรอบแบบตอนนี้ !!
_______________________________________ Fun FactSKOLL & HATIสองหมาป่าที่มีรสนิยมทางการกินไม่เหมือนใครกระหายใคร่จะลิ้มรสพระจันทร์ พระอาทิตย์ตั้งแต่เกิด !Sol & Maniตะวัน จันทราที่ต้องขับราชรถหนีหมาป่าสองตัวไปเรื่อย ๆ
เหมือนตำนานอียิปต์ ที่เรือสุริยเทพต้องแล่นผ่านอียิปต์ที่มีสัตว์ร้ายหลายตัวรอจ้องจะถล่มเรือ ที่เด่นดังสุดก็คืออโพฟิส งูยักษ์ที่จ้องจะฝังเขี้ยวเข้าร่างเทพรา
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่Kuronekoyuriya | Facebookhttps://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya