“หมูป่า !” เสียงหนึ่งดังขึ้นบนูเา ขณะที่ชาวบ้านออกไปเก็บฟืน ตามด้วยเสียงอื่น ๆ
“หมูป่า”
“รีบหนีเร็ว”
“ขึ้นที่สูง”
เสียงร้องที่ดังต่อ ๆ กัน เป็สัญญาณเตือนให้ชาวบ้านที่ลงชื่อทำงานกับฝ่ายผลิตเพื่อขึ้นเขามาตัดฟืนในป่า รีบหนีเอาตัวรอด
และซือหย่าก็เป็หนึ่งคนที่ขึ้นเขามาเพื่อเก็บฟืนแลกแต้มคะแนน 4 คะแนน
แต่แทนที่วันนี้จะได้แต้มคะแนนจากฝ่ายผลิต กลับต้องมาเจอหมูป่าคู่แค้นของฝ่ายผลิตเข้า
ทันทีที่ได้ยินสัญญาณเตือนเธอก็ทิ้งฟ่อนฟืนที่แบกอยู่บนหลังลง แล้วออกวิ่งไปยังทิศตรงกันข้ามกับเสียง วิ่งตามหลังชาวบ้านคนอื่น ๆ ไปทันที
แม้จะเสียดายคะแนนที่ควรได้ แต่ขอเพียงหนีจากหมูป่าตัวนี้ไปได้ วันหลังยังสามารถลงชื่อทำงานเก็บแต้มงานจากฝ่ายผลิตได้อีก สิ่งสำคัญเวลานี้คือต้องรักษาชีวิตเอาไว้ ตัวเธอเล็กแถมกระดูกบางขนาดนี้จะเอากระดูกจากที่ไหนพอให้หมูป่าพุ่งชนเล่นได้ ขนาดชายหนุ่มตัวใหญ่ และแข็งแรงในหมู่บ้าน ยังถูกหมูป่าพุ่งชนจนตายมาแล้วตั้งหลายคน
“ซือหย่าขึ้นต้นไม้” หญิงสาวในหมู่บ้านที่วิ่งหนีมาด้วยร้องบอก
ซือหย่ามองต้นไม้ตรงหน้า ต้นไม้เล็กแค่นั้น ถ้าหักก็ตกลงมาอยู่ดี เธอเลยรีบสาวเท้าฝ่าไปด้านหน้าอย่างเอาเป็เอาตาย แม้จะชำนาญเส้นทางในป่า หลบหลีกเก่งแค่ไหน ลองมีหมูป่าที่มีพละกำลังมหาศาลไล่กวดมาไม่ขาดสายแบบนี้ ก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงลืมเส้นทางได้เหมือนกัน
ก็แล้วทำไม คนขึ้นเขาหาฟืนตั้งมากมาย อีกทั้งป่าแห่งนี้ก็ตั้งกว้าง หมูป่ากลับเลือกพุ่งเป้ามาที่เธอ แถมตอนนี้ได้ยินเสียงหายใจฟึดฟัดของมันดัง
เข้าใกล้มาทุกที ๆ
ซวยละ!
ดูเหมือนว่าตอนนี้ระยะห่างของเธอกับหมูป่า จะห่างเพียง่ขาเท่านั้น
แต่ก่อนที่หมูป่าจะพุ่งชน แขนของซือหย่าก็ถูกคว้าลากไปอีกทาง
“ซือซือทางนี้”
เสียงนั้นมาจากเ้าของแผ่นหลังกว้าง ่บ่าตรงแน่ว พอเขาสะบัดใบหน้ากลับมาด้านหลัง ก็เห็นรูปหน้าหล่อเหลา ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นองอาจเจือไปด้วยปัญญา แรงกระชับที่ข้อมือก็มั่นคงพอ ๆ กับความอ่อนโยน ปลายนิ้วที่ประชับที่ข้อแขนหยาบนิด ๆ นอกนั้นกลับนุ่มนิ่ม ช่างสมกับเกิดมาเป็คุณชายจากตระกูลใหญ่
“ปัญญาชนเกา” ซือหย่าครางชื่อเขาปนเสียงหอบ
ป่าตั้งกว้าง คนตั้งมาก ไม่รู้ทำไมเธอหนีมาเจอปัญญาชนเกา หนุ่มหล่อจากในเมืองใหญ่ที่ถูกส่งมาทำงานที่ชนบท ขวัญใจสาว ๆ ในหมู่บ้าน
“ขอบคุ...”
ยังไม่ได้เอ่ยขอบคุณ เธอก็ถูกเขาเหวี่ยงออกไปด้วยแรงทั้งหมด
นี่ช่างเป็การถูกผู้ชายทิ้งขว้างที่... เ็ปยิ่งนัก
ตุ้บ!
หันมาอีกที เห็นหมูป่าพุ่งเข้าใส่ปัญญาชนเกา จนร่างของเขากระเด็นออกไปไกลหลายจั้ง จากนั้นหมูป่าก็หันหน้ามาทางเธอ
ซวยแล้ว!
ดูเหมือนว่าหมูป่าตัวนี้ไม่บ้าปัญญาชนหนุ่ม ผู้มาจากสกุลดี และมาจากเมืองใหญ่ เท่าหญิงสาวในหมู่บ้าน ขนาดเห็นชายหนุ่มตรงหน้าล้มลงมันก็ไม่
ซ้ำ ยังหันมาเล่นงานเธอ
เหอะ ๆ
คงเป็เธอที่เป็เป้าหมายมันแต่แรก
ซือหย่าจำไม่ได้เลยว่ามันพุ่งเข้ามาแบบไหน รู้เพียงเธอลอยละล่องแล้วตกลงบนพื้น ก่อนจะกลิ้งหลุน ๆ ลงไปหลายตลบ กระแทกเข้ากับกองท่อน
ไม้ด้านล่างเนินเขา
บึก !
เวลานั้นซือหย่ารู้สึกเหมือนว่ากระดูกทั้งร่างแหลกละเอียด เจ็บจนขยับตัวไม่ได้ หูกลับได้ยินเสียงหวีดร้องดีอกดีใจดังมา
เนื้อ !
นี่มันเนื้อนี่นา
น่ากิน
แน่จริงก็มาเลยสิ
ใน่ที่สติเลือนราง ไม่รู้ว่าเสียงใครที่ไหน เห็นเพียงต้นอ่อนที่งอกอยู่บนขอนไม้โบกไหวใบเล็ก ๆ สองใบของมันไปมา
ลมพัดแรงขนาดนี้เลยหรือ ? ซือหย่ายังมีอารมณ์สงสัย เพราะต้นไม้อื่นที่เข้ามาในแนวสายตาไม่เห็นถึงการเคลื่อนไหวอะไรเลย ต่างจากเ้าต้นอ่อนที่สั่นไหวจนเหมือนว่าจะลอยจากขอนไม้ได้ นี่คงเพราะว่าเธอใกล้จะตายแล้วหรือ สายตาถึงพร่าเลือน สติสับสน ซือหย่าบอกตนเองอย่างขัน ๆ
ขำขันที่ก่อนตายยังเห็นอะไรแปลกพิสดารได้แบบนี้
ไม่เท่านั้น เ้าต้นอ่อนยังลอยละล่องหลุดจากขอนไม้ร่วงหล่นลงมาที่หลังมือเธอ
แอ้ก!
ทำไมสั้นแบบนี้ เฮอะ ! ขนาดความสั้นยาวไม่มีปัญหาต่อการกิน
มาเลยอาหาร ฉันจะกินแกให้หมดเลย งั่ม ๆ
ตามด้วยเสียงบ่นด้วยความกระหาย
ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะหายไป เธอเห็นต้นอ่อนนั้นกระโจนข้ามเธอไป มันทิ้งร่องรอยแผลจากใบที่กรีดเข้าเนื้อไว้ที่หลังมือ จากนั้นทุกอย่างของเธอก็ดำมืดไป
ลืมตาตื่นมาอีกที ซือหย่าพบว่าไม่ได้เ็ปเหมือนกระดูกแหลกละเอียดไปทั้งร่างอีกแล้ว เพียงแต่หิวมาก ไม่รู้เธอนอนอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่แล้ว
หมูป่าจากไปแล้วหรือยัง ถ้าเธอหิวแบบนี้ เวลานี้อาจจะเข้า่แตรสัญญาณทำงานรอบบ่ายแล้วก็ได้ เธอพลาดอาหารเที่ยงไป ต้องรอตอนเย็นหลังเช็กชื่อเลิกงาน อาจจะมีคนมาตามหาเธอ ซือหย่ากระพริบตาอย่างงุนงง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
ในตอนแรกที่รู้สึกตัวซือหย่ายังคิดว่าตนอยู่ในป่า ไม่แน่ใจว่าป่าส่วนไหน จนตอนที่มองไปรอบ ๆ พบผนังไม้เนื้อดีแม้มองออกว่าผ่านกาลเวลามามากนักแล้ว แต่ยังสะอาดสะอ้าน ในตัวห้องมีเครื่องเรือน ตู้เสื้อผ้า สิ่งของ... ซึ่งบางอย่างไม่ใช่แบบที่เคยเห็นในบ้านของชาวบ้าน
โรงหมอ ?
ซือหย่าพยายามหาคำตอบ ก่อนจะถลกเสื้อขึ้นดูที่หน้าท้อง หมูป่าพึ่งพุ่งชนไม่แน่ท้องเธออาจจะแตก หรือาเ็มากกว่านั้น แต่สิ่งที่พบใต้ชายเสื้อคือหน้าท้องแบนราบที่ส่งเสียงร้องน่ารำคาญ ผิวอันอ่อนนุ่ม สีขาวดุจหยกมันแพะ[1]
ขณะที่ใช้มือลูบคลำ สายตาก็นิ่งค้างอยู่ที่หลังมือเนียนนุ่มอีกครั้ง
บ้าไปแล้ว !
มือคู่นั้นเธอกับมันอยู่ด้วยกันมาเป็เวลานาน ทั้งกรำงานกลางแปลงนา กลางแดด มันเคยกร้านกระด้าง เหมือนสาว ๆ ที่ทำงานลงแรงกับฝ่ายผลิตกันทั้งนั้น แล้วนี่มือเธอไปพบปาฏิหาริย์อะไรถึงกลับเรียวยาว ทั้งอ่อนนุ่มปานนี้ ปลายเล็บมีสีอมชมพูดูสุขภาพดี ราวกับว่านี่ไม่ใช่เรือนร่างของตนเอง
“ฉันแปลงร่าง ไม่ก็ นี่เป็คนอื่นแน่ ๆ”
ซือหย่าลุกขึ้นจากเตียงอย่างสับสน ก่อนจะเห็นเงาสะท้อนที่กระจกในห้อง ใบหน้าที่สะท้อนบนกระจกเงานั้นคลับคล้ายเธอ แต่ก็แตกต่างจากเธอคนจากยุค 70 อยู่มาก
เพราะเธอจากยุค 70 ยุคที่ข้าวปลาอาหารถูกจำกัดโดยส่วนกลาง ทั้งต้องทำงานนับคะแนนกับฝ่ายผลิตเพื่อแลกธัญพืช วัน ๆ ต้องก้มหน้าทำงานในแปลงนา กลับมาที่บ้านก็ได้กินแค่ข้าวต้มใส ๆ แทบไม่เห็นเมล็ดข้าว เธอเลยผอมแห้ง ทั้งดำ ผิวเต็มไปด้วยความกร้านแดดกร้านฝนจากการทำงาน
ไหนเลยจะขาวกระจ่าง ผิวอ่อนนุ่ม แถมสะสวยได้ขนาดนี้
นี่มันประหลาดไปแล้ว เธอที่ไม่ใช่เธอปรากฏอยู่ในกระจก
เพราะว่าทางฝ่ายผลิต้าสะสมฟืนเอาไว้เพื่อจะขนไปใช้ที่โรงครัวกลาง แถมแต้มคะแนนในการทำงานนี้ตั้ง 4 คะแนน มีใครบ้างไม่อยากทำ เธอที่อยากมีแต้มคะแนนเพื่อจะเอาไว้แลกเนื้อหมู และธัญพืชให้พอกินในปีต่อ ๆ ไป เพราะปีนี้อาหารถูกน้าขโมยไป เธอต้องทนหิวโหยอยู่ตลอดเวลา
แต่นี่อะไร แต้มคะแนนไม่ได้ ยังถูกหมูป่าพุ่งชนจนตกลงมาจากเนินเขา ตายแบบหิวโหยอีก
ซือหย่าพยายามเรียบเรียงความคิด แล้วก็มีความทรงจำอื่นปะปนเข้ามาด้วย
ทำให้ทราบว่า่เวลานี้ห่างจาก่เวลาของเธอถึง 60 ปี เธอลืมตาตื่นมาในร่างของซือหย่า เด็กสาวที่เคยร่ำรวย เคยอาศัยอยู่ในเมืองที่เจริญมากอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เพราะปัญหาบางอย่างทำให้ครอบครัวสูญเสียเงินไป ต้องส่งลูกสาวมาอยู่กับพ่อแม่ที่เขตชนบทห่างไกล และเพราะซือหย่าคนนี้อับอายในโชคชะตาน่าอับอาย เลยไม่ไปแม้แต่มหาวิทยาลัย เอาแต่เก็บตัวนั่งสมเพชตนเองไปวัน ๆ พ่อแม่ที่สูญเสียธุรกิจ และเงินทองไป ไม่นานก็จากไป ปู่ย่าที่ชนบทตรอมใจไม่นานก็ตามลูกชาย และสะใภ้เช่นกัน ตนเองก็ตั้งใจจะนอนตายอยู่ที่นี่ และจากไปจริง ๆ
“นี่ฉันมาสิงร่างคนอื่นหรือ ?”
ซือหย่าลูบคลำใบหน้าตนเอง ที่สมจริงจนไม่น่าเชื่อ ถ้านี่คือการสิงร่าง แปลว่าเ้าของร่างนี้ได้จากไปแล้ว เมื่อทบทวนความทรงจำในหัวก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา
มีคนมากมายดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่ ตัวเธอในยุค 70 แม้อดอยากหิวโหย เสียปู่ย่าไปเช่นกัน ซ้ำไม่ได้ออกเรือนดี ๆ ก็ยังดิ้นรนเพื่อที่จะมีชีวิตรอดจนถูกหมูป่าพุ่งชน
แต่ซือหย่าคนนี้จงใจให้ตนเองหิวตายเพราะว่าอับอายที่มีเงินน้อยลง
ช่างน่าสมเพชจริง ๆ
[1] "หยกมันแพะ" หรือที่เรียกว่า "หยกไขมันแกะ" เป็ชื่อเรียกของหยกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยเป็หยกเนไฟรต์ (Nephrite) สีขาวที่มีความบริสุทธิ์สูงและมีมลทินธาตุเหล็กน้อยมาก ทำให้มีลักษณะสีขาวนวลคล้ายไขมันแกะ จึงได้ชื่อว่า "หยกมันแพะ" หรือ "เจดไขมันแกะ"