น้ำตกที่หล่อเลี้ยงป่าหิมพานต์ มีด้วยกันทั้งสิ้น 4 สาย จากสรวง์ไหลลงมาเป็น้ำตกสูงชัน ก่อเกิดเป็แม่น้ำหลายสายในป่า
ใน่านี้ การที่เหล่าสัตว์น้อยใหญ่โดยส่วนมากจะพากันเข้าใกล้แหล่งน้ำตามกินรี ที่เป็อย่างนี้หาใช่ว่ากินรีจะมีฤทธาต่อกรกับครุฑหลายเผ่าพันธุ์ได้ เพียงแต่กินรีนางหนึ่งที่ได้เป็ผู้ถือครองขนปีกของเวนไตย มหาครุฑในอดีต
ครุฑบางตนก็เกรงบารมี ไม่อยากเป็ผู้ที่ได้ชื่อว่าอาจหาญไม่เกรงกลัว บางตนก็เชื่อที่นางพูด ว่าเวนไตยผู้ยิ่งใหญ่เป็ผู้มอบให้ตนติดตัวไว้ รักษาตัวให้ปลอดภัย เพราะขนทิพย์สิ่งนี้หาใช่มีรูปลักษณ์ที่เป็ขนจากปีกครุฑทั่วทั้งขน แต่มีครึ่งหนึ่งเป็ลักษณะของขนปีกครุฑชัดเจน ส่วนอีกครึ่ง และลายกนกล้วนเป็ของกินรีครึ่งหนึ่ง ครุฑจนได้ได้เห็น จึงได้เชื่ออย่างที่นางพูด ขนปีกทิพย์นี้โดยปกติยามนางไม่ใช้งาน จะเสมือนรอยสักประทับอยู่บริเวณด้านหลังไหล่ซ้ายของนาง เพียงแค่ครุฑตนใดเหาะเหินมาพานพบ จักทำเป็เมินไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับนางทุกคราไป ด้วยเหตุนี้สัตว์น้อยใหญ่ เมื่อมีความจำเป็มักจะดูความเคลื่นไหวของนางเป็สำคัญ ว่ายามใดนางไปแหวกว่ายสายธารที่น้ำตกสายใด ก็จะติดตามนางไปด้วยเพื่อความปลอดภัย นางผู้นี้มีผิวนวลดั่งแสงจันทร์ยามค่ำคืน บิดาของนางจึงตั้งชื่อให้นางว่า " เสมอแขกินรี "
ที่มาของการสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ต้องย้อนกลับไปคราวยุคที่เวนไตยได้นำน้ำอมฤตพรากจากพระอินทร์ แล้วมาพานพบกับพระนารายณ์ ซึ่งพระนารายณ์ ทรงซาบซึ้งถึงความกตัญญูที่จะช่วยมารดา จึงประทานพระให้เพื่อมิให้ถูกเหล่านาคในอนาคตรังแกข่มเหง จึงกล่าวบอกเวนไตยว่าเมื่อนำไปให้เหล่านาคแล้ว มารดาพ้นจากการเป็ทาสแล้วใฟ้รีบนำกลับมาคืนดังเดิมเสีย เพราะไม่ปรารถนาจะให้เหล่านาคลำพองตน ที่จะมีอายุยั่งยืนเสมือนกันทุกตน พระอินทร์ที่ตามมา ด้วยหน้าที่ที่ต้องปกป้องของศักดิ์สิทธิ์นี้จึงได้ฟาดสายฟ้าใส่เวนไตย แต่ด้วยพรที่พระนารายณ์ทรงมอบให้ ทำให้เวนไตยมิได้รับอันตรายใด ด้วยเบื้องหน้าเป็พระอินทร์ที่ทรงทำตามหน้าที่ และต่อหน้าร่างทิพย์ของพระนารายณ์ ตนจึงมิอาจทำให้ทั้งสองพระองค์รู้สึกเสียเกียรติได้ จึงได้ทำการสลัดขนจำนวนหนึ่งทิ้ง เพื่อให้เกียรติศาสตราวุธของพระอินทร์ และนอบน้อมต่อบารมีพระนารายณ์
เบื้องล่างจากเขาสุเนรุชั้นที่ 2 ลงไปจนถึงป่าหิมพานต์ ขนล่วงหล่นลงมา
ครานั้นกินรีครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ได้ถูกครุฑกลืนกิน เหลือเพียงสองพี่น้อง เมื่อนั้นพระพรหมที่ทรงร่างอวตารเป็เฒ่าทรงศีลนามบัญชินบถ ที่ป่าแห่งนี้ได้ทรงเห็น ก็ได้แต่ทอดถอนใจที่ตนบันดาลทักอย่างได้ด้วยเมตตาแห่งรัก เป็เทพผู้สร้าง จะไปก้าวล่วงวงล้อแห่งกรรม ที่สัตว์จะทำกับสัตว์นั้นล้วนลำบากใจยิ่ง
พลันที่สองนางจะถูกครุฑกิน พระพรหมทรงเห็นขนปีกหนึ่ง กำล่วงหล่นลงมา พระพรหมจึงได้กล่าว
" ด้วยวาสนาของเ้า พรหมจึงได้ลิขิตให้เ้าปลอดภัยแล้ว"
ด้วยฤทธิ์ของพระพรหมทำให้ขนนั้นล่วงเข้าสู่กายกินรีนางหนึ่ง ผสานเป็หนึ่งเดียว ทำให้กลิ่น และความอยากที่จะกินพวกเดียวกัน ความกระหายได้หายไปโดยพลัน ทำให้ครุฑ 4 ตนที่โจมตี ได้บินจากนางไป จากนั้นเป็ต้นมานางจึงเหลือเพียงพี่สาว และหมู่กินรีตนอื่นเรื่อยมาจนปัจจุบัน
+++++++++++
เฒ่าบัญชิณบถปรากฏกายที่น้ำตกทิศตะวันตก
" เสมอแข" เป็เ้าอีกแล้ว ที่ซนกับข้า
หลอกคนแก่มาเช่นนี้ หาใช่กิจสำคัญไม่
" ก็ท่านเคยกำชับข้า ว่าถ้ามีภัย มีครุฑที่บำเพ็ญสูง หรือครุฑตระกูลสูงมารังแก ให้ข้าเป่าขนทิพย์นี้ " เสมอแขกล่าวอย่างแก่นแก้ว
ปรางค์นรี ผู้เป็พี่สาวได้หยิก ไปที่หล่อน
" โอ๊ยยย.. พี่ข้าเจ็บนะ "
" บอกกล่าวเป็เท็จ พูดปดกับผู้ถือศีล เป็บาปนัก เ้าเป็สาวแล้วเหตุใดทำตัวเหมือนเด็กน้อย " ปรางค์นรี
" ก็ข้าอยากพบท่านผู้เฒ่านี่นาพี่ข้า ข้าอยากจะเล่นกับมักรีผลตัวน้อย" เสมอแขกล่าวอ้อน
มักรีผลตัวน้อยทำตาใสแป๋ว แอบซ่อนโผล่เพียงน้อยเพื่อแอบดู
" มักรีผลประหลาดเป็เพศผู้ แถมยังดำรงค์ชีวิตได้ แม้ไร้ต้น เป็เด็กประหลาด หากอยู่กับเ้า คบหากับเ้า ข้าก็ว่าสมควรแล้ว " บัญชิณบถ
" ท่านปู่ว่าข้า คราหน้าข้าจะทำลายผลไม้ ทำลายหมดเลย เพื่อไม่ให้ท่านปู่ได้กินของอร่อย " เสมอแข
" โฮะๆ เด็กน้อย ข้าคงไม่หาเื่เ้า หากทำเช่นนั้น ทั่วทั้งป่าจะมาจัดการเ้าเอง "
........
........
บัญชิณบถ กลับนึก
....
" ท่านปู่.... " ปรางค์นรี
" อืมมมม ข้าว่าเ้าสองคน คงได้เพื่อนประหลาด เพิ่มมาอีกหนึ่งเสียแล้ว"
" ผู้ใด !!!?? " เสมอแขกล่าวพร้อมพี่สาว
++++++++++++++
( ติดตามตอน 4 )