กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนว Woody ของชายแปลกหน้าทำให้น่านรู้สึกมึนงงมากกว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในแก้วเสียอีก เรย์ ขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราัักัน เขาไม่ได้รุกรานจนน่ากลัว แต่กลับสร้างบรรยากาศที่ทำให้น่านรู้สึกว่าตัวเอง "มีตัวตน" ขึ้นมาอีกครั้ง
"มาที่นี่เพื่อประชดใครหรือเปล่าครับ?" เรย์ถามพลางกระตุกยิ้ม สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่พยายามซ่อนความเศร้า "คนสวยๆ อย่างน่าน ไม่น่าจะมานั่งถอนหายใจทิ้งกลางบาร์แบบนี้เลยนะ"
น่านแค่นหัวเราะพลางจิบเครื่องดื่มอึกใหญ่ "พี่เรย์ดูคนเก่งจังนะครับ... น่านก็แค่รู้สึกว่าที่นี่มันเสียงดังดี ดังพอที่จะกลบเสียงความคิดในหัวได้บ้าง"
"ถ้าอยากให้เสียงในหัวเงียบลง พี่มีวิธีที่ดีกว่านั่งฟังเพลงในบาร์นะ" เรย์โน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดทำให้น่านขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ไปต่อกับพี่ไหม? พี่จะทำให้แข้งขาของน่านสั่นจนลืมเื่ที่ทำให้ไม่สบายใจไปเลย"

น่านรู้ดีว่านี่คืออันตราย แต่ความน้อยใจที่มีต่อ คิมหันต์ มันมีมากกว่าความยับยั้งชั่งใจ "ถ้าพี่เรย์ทำไม่ได้อย่างที่พูด... น่านจะปรับยังไงดีครับ?"
"หึ... งั้นน่านเตรียมคิดค่าปรับไว้ได้เลยครับ เพราะพี่ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง" เรย์วางเงินค่าเครื่องดื่มไว้บนโต๊ะ ก่อนจะคว้ามือน่านให้เดินตามออกไป
ในคืนที่พายุอารมณ์พัดกระหน่ำ น่านปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสััที่ดุดันและเอาแต่ใจของเรย์ที่คอนโดหรูของอีกฝ่าย บทรักของเรย์ต่างจากคิมหันต์อย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความอ่อนโยนที่คุ้นชิน แต่คือความเร่าร้อนที่เผาผลาญทลายทุกความอัดอั้นในใจ เรย์กดจูบฝากรอยสีกุหลาบไว้ที่ซอกคอขาวเพื่อแสดงความเป็เ้าของครั้งแล้วครั้งเล่า โดยที่น่านเองก็ไม่ได้ห้ามปราม... กลับกันเขายิ่งโหยหามันมากขึ้นราวกับคนขาดอากาศหายใจ
แต่ท่ามกลางความสุขสมนั้น น่านไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ กำลังจะกลายเป็จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับพายุลูกใหญ่กว่าเดิมเมื่อกลับไปถึงห้องที่มีใครอีกคนนั่งรออยู่...