ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 ความขัดแย้งในการอบรมสั่งสอน

            หลี่จิ่งหนานไม่พูดอะไรคว้าจอบไปทันที

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกว่าเรื่องนี้ชักไม่ดีแล้ว!นี่มันไม่ปกติแน่ๆ! สั่งให้เขาไปทำงาน กลับไม่มีคำบ่นออกมาสักคำ ทั้งที่ปกติแล้วหลี่จิ่งหนานจะต้องพูดว่า“สตรีนางนี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ข้าก็เลยต้องช่วยเจ้าอย่างเสียไม่ได้”

            “มัวยืนเอ๋ออะไรอยู่?!เรียกให้เจ้ามาเป็นคุณชายหรือไร?!” หลี่จิ่งหนานหันไปตะโกนใส่เสี่ยวโต้วจื่อ

            เสี่ยวโต้วจื่อรีบคว้าจอบมาแล้วเข้าไปขุดดินอย่างกระตือรือร้น

            หวาชิงเสวี่ยกำลังจะไปช่วยพวกเขาฮวนเอ๋อร์ก็เข้ามาหานาง “คุณหนู ท่านแม่ทัพมาเจ้าค่ะ”

            เวลานี้เขาไม่ได้อยู่ที่หน่วยตรวจการหรือหน่วยลาดตระเวนหรืออย่างไร?

            หวาชิงเสวี่ยตบฝุ่นดินออกจากตัวเบาๆหมุนตัวเดินตรงไปข้างหน้าเพื่อไปหาฟู่ถิงเย่ นางอยากถือโอกาสนี้ถามเรื่องของหลี่จิ่งหนานไปด้วยเลย

            ...

            ฟู่ถิงเย่นั่งจิบชาอยู่ในห้องของนางเขาสวมชุดขุนนาง เห็นได้ชัดว่าพอเลิกจากประชุมก็มาที่นี่ทันที

            เขาเห็นหวาชิงเสวี่ยเข้ามาก็ถามตรงๆ “ฮ่องเต้มาที่นี่ใช่หรือไม่?”

            หวาชิงเสวี่ยถึงกับพูดไม่ออกนี่เขา...มาจับหลี่จิ่งหนานกลับไปเองเลยหรือนี่?

            เพราะความลังเลเพียงเล็กน้อยหวาชิงเสวี่ยจึงตอบไม่ทัน ฟู่ถิงเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย บอกกับนางว่า “ฮ่องเต้ทรงทำตามพระทัยมากเกินไปเจ้าอย่าปกป้องพระองค์ไปเสียหมด”

            หวาชิงเสวี่ยได้ยินก็รู้สึกไม่ดีแล้ว“ท่านแม่ทัพ ท่านคงจะไม่ให้ฮ่องเต้เขียนจดหมายกล่าวโทษตัวเองจริงๆ ใช่หรือไม่?พระองค์แค่ล้อเล่นกับเหล่าขุนนางเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องกระทำรุนแรงถึงเพียงนั้นกระมัง...”

            “ท้องพระโรงที่ใช้ปรึกษาหารือเรื่องบ้านเมืองเป็นที่ล้อเล่นอย่างนั้นหรือ?” ฟู่ถิงเย่มีสีหน้าไม่พอใจ“สิ่งที่เขาทำเป็นการดูหมิ่นเหล่าขุนนางอย่างเปิดเผย!”

            “ก็แค่ส่องกระจกบิดเบี้ยวเท่านั้นไม่ใช่หรือ?นับว่าเป็นการดูหมิ่นได้ด้วยหรือ?” หวาชิงเสวี่ยมองฟู่ถิงเย่ด้วยความงุนงงรู้สึกว่ามันเกินไป

            หากเป็นในยุคปัจจุบันห้างสรรพสินค้าและสวนสนุกรวมถึงพื้นที่สาธารณะหลายแห่ง มักจะตั้งกระจกบิดเบี้ยวไว้ให้ผู้คนได้สนุกสนานแต่แน่นอนว่าถ้าเป็นสถานที่อย่างห้องประชุมระดับประเทศ ก็คงจะไม่มี แต่ปัญหาคือ...หากประธานาธิบดีจงใจตั้งกระจกบิดเบี้ยวขึ้นมาใครจะกล้าว่าอะไร? ทุกคนก็น่าจะมองว่าเป็นเรื่องตลกต่อให้ในใจมีความไม่พอใจก็คงไม่ทำอะไร

            ฟู่ถิงเย่ไม่อยากเห็นนางตามใจหลี่จิ่งหนานโดยไร้ขอบเขตจึงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ขุนนางอาวุโสในท้องพระโรงมีไม่น้อยที่เป็นคนอายุหกสิบเจ็ดสิบปีพอเห็นรูปร่างหน้าตาประหลาดในกระจก ก็ตกใจแทบจะเป็นลมล้มพับ ฝ่าบาทกลับไม่สำนึก มิหนำซ้ำยังหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตกใจ!ฝ่าบาทเอาแต่ซุกซนเช่นนี้ หากไม่สอนสั่งให้ทันท่วงที พอเติบใหญ่ก็จะยิ่งเหลวไหลเข้าไปใหญ่!เจ้าเป็นสตรีใจอ่อนเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องกลายเป็นการทำร้ายเขาอย่างแน่นอน!”

            “...เป็นสตรีใจอ่อนหรือ?”หวาชิงเสวี่ยถึงกับอ้าปากค้างกับคำพูดของฟู่ถิงเย่ แล้วสีหน้าของนางก็เย็นชาลงและเริ่มโกรธขึ้นมาด้วย

            หวาชิงเสวี่ยพูดว่า“ฝ่าบาทคงไม่ได้ทำเช่นนั้นโดยไม่มีเหตุผลแน่ ต้องเป็นเพราะยามปกติพวกขุนนางเอาแต่สั่งสอนพระองค์เอาแต่พูดจาสวยหรูโดยใช้หลักการอันสูงส่งมาทำให้ฝ่าบาทจนมุม หรือว่าไม่ใช่?ในฐานะที่เป็นขุนนาง ไม่ช่วยแบ่งเบาราชกิจของฝ่าบาท วันๆ เอาแต่โต้เถียงเพื่อความสะใจนี่เรียกว่ามีความสามารถตรงไหน?”

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกปวดหัว“จะเรียกว่าโต้เถียงเพื่อความสะใจได้อย่างไร? การรับฟังคำแนะนำจากทุกฝ่ายหรือการควบคุมตนเองอย่างเคร่งครัด ถึงจะขัดเกลาให้ตนเองปกครองบ้านเมืองได้!”

            “ฝ่าบาทไม่ใช่คนที่แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้ถ้าเป็นการให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชน พระองค์ก็จะไม่ปฏิเสธ!แต่ถ้าเป็นแค่การอ้างว่าให้คำแนะนำ แต่จริงๆ แล้วเป็นการแสดงอำนาจต่อหน้าฝ่าบาท ก็อย่าทำเลยจะดีกว่า!”

            ฟู่ถิงเย่เย้ยหยัน“ในสายตาของเจ้า พระองค์ทรงดีไปหมด แต่เจ้ารู้หรือไม่พระองค์อยู่ในวังทรงเป็นอย่างไร?ชอบทุบตีและดุด่าผู้คนในวัง โหดร้ายไร้มนุษยธรรม! ข้าได้ยินมาว่า ครั้งก่อนแค่เพราะคนในวังทำสิ่งของบางอย่างแตกสุดท้ายก็ถูกทุบตีจนตาย”

            สีหน้าของหวาชิงเสวี่ยซีดลงเล็กน้อยนางกัดริมฝีปากแล้วตอบว่า “เรื่องนี้พระองค์สำนึกผิดแล้ว พระองค์ทรงรับปากกับข้าแล้วว่าจะไม่ลงโทษคนในวังโดยไม่ยั้งคิดอีกแล้วที่นิสัยของพระองค์เป็นเช่นนี้ พวกท่านก็มีส่วนผิด การปฏิบัติต่อลูกของตนเองก็ยังต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณเหตุใดกับฝ่าบาทถึงได้มีแต่การตำหนิติเตียนและปฏิเสธเพียงอย่างเดียวเล่าเจ้าคะ?”

            ฟู่ถิงเย่รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า‘สตรีและคนชั้นต่ำนั้นเลี้ยงยาก [1] ’ เขาจึงตอบกลับอย่างหงุดหงิดว่า “ก็เพราะพระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้อย่างไรเล่า!”

            ฉะนั้นคำพูดและการกระทำของเขาจึงไม่อาจเกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย!

            “ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วจะรู้ว่าต้องทำตัวเป็นฮ่องเต้ที่ดีอย่างไร”หวาชิงเสวี่ยโต้แย้ง “การปฏิเสธและกดดันตลอดเวลา จะช่วยบ่มเพาะให้เกิดกษัตริย์ผู้ทรงปรีชาสามารถได้หรือ?มีแต่จะทำให้พระองค์ขาดความมั่นใจ สับสน และไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรนอกจากลงโทษขันทีและคนในวังเพื่อแสดงพระราชอำนาจของตนเองแล้ว พระองค์ก็จะไม่เหลืออะไรเลย!นี่หรือคือฮ่องเต้ที่พวกท่านต้องการ?!”

            “เจ้าอย่ามาพูดยอกย้อน!”ฟู่ถิงเย่ถูกสตรีด่าทอแบบนี้เป็นครั้งแรก เขาก็เริ่มโกรธขึ้นมาบ้าง “เรื่องในท้องพระโรงสตรีอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร?”

            “ข้าไม่รู้จริงๆ ข้ารู้เพียงว่าหนิงอ๋องคิดจะก่อกบฏแต่ตอนนี้ก็ยังอยู่สบายดี แต่ฝ่าบาทแค่ตั้งกระจกบิดเบี้ยวไม่กี่บาน กลับถูกรุมโจมตีขอให้เขียนจดหมายสำนึกผิด!” ยิ่งคิด หวาชิงเสวี่ยก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด “พูดไปพูดมาก็ไม่พ้นเป็นพวกรังแกคนที่อ่อนแอหวาดกลัวคนที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น! ผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งรังแกเด็กคนเดียวพวกท่านไม่รู้สึกอับอายบ้างหรืออย่างไร!”

            คำพูดประโยคสุดท้ายนั้นได้รวมฟู่ถิงเย่เข้าไปด้วย

            ฟู่ถิงเย่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงเขากัดฟันพูดว่า “ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้า เรียกฝ่าบาทออกมา ข้าจะส่งพระองค์เสด็จกลับวัง!”

            หวาชิงเสวี่ยเบือนหน้าหนี“พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่”

            ฟู่ถิงเย่โกรธจัด!

            ท่าทีของนางก็คือต้องการปกป้องหลี่จิ่งหนานอย่างชัดเจน!

            ฟู่ถิงเย่คิดจะสั่งองครักษ์ให้ไปค้นหาคน!แต่พอคิดดูแล้ว ถ้าหากทำแบบนั้นคงจะต้องแตกหักกับหวาชิงเสวี่ยจริงๆ และต่อให้หาตัวหลี่จิ่งหนานเจอการบังคับให้กลับไปก็อาจจะถูกคนตำหนิได้

            ล่วงเกินภรรยา ล่วงเกินฮ่องเต้เขาจะทำแบบนั้นให้ได้อะไรขึ้นมา?!

            แต่ท่าทีของหวาชิงเสวี่ยทำให้เขาโกรธมากจริงๆ!นางทำท่าทางราวกับไม่เห็นอำนาจของสามีอยู่ในสายตาเลย!

            สตรีนางนี้ชักจะกำเริบเกินไปแล้ว?!

            ขณะที่ทั้งสองกำลังตึงเครียดกันอยู่นั้นหลี่จิ่งหนานก็เดินเข้ามาจากด้านนอก เขาเห็นฟู่ถิงเย่ก็พูดด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า “ท่านแม่ทัพฟู่มาแล้วหรือนี่ก็สายมากแล้ว เจิ้นสมควรกลับวังได้แล้ว”

            ฟู่ถิงเย่พูดด้วยท่าทางขอไปทีว่า‘ถวายบังคมฝ่าบาท’ แต่สายตายังจับจ้องไปที่หวาชิงเสวี่ยอย่างดุดัน คล้ายจะบอกว่า ‘เจ้าไม่ได้บอกว่าเขาไม่อยู่หรืออย่างไรหา?หลอกลวงท่านแม่ทัพอย่างข้า ตอนนี้สำนึกผิดก็ยังไม่สาย!’

            หวาชิงเสวี่ยไม่สนใจเขาเดินเข้าไปหาหลี่จิ่งหนาน สายตาแสดงความห่วงใย “ต้องกลับไปแล้วจริงๆ หรือ?”

            หลี่จิ่งหนานพยักหน้ารับทำท่าทางเป็นธรรมชาติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            แต่ยิ่งเขาเป็นเช่นนี้หวาชิงเสวี่ยก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

            “รออีกหน่อยค่อยไปเถอะ”หวาชิงเสวี่ยพูด

            ฟู่ถิงเย่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว!เขากัดฟันข่มอารมณ์แล้วพูดว่า “กระหม่อมว่าอย่ามัวเสียเวลาไปมากกว่านี้...”

            พูดไม่ทันจบก็ถูกหวาชิงเสวี่ยขัดจังหวะด้วยความไม่พอใจ“ฝ่าบาทมีแต่ดินโคลนเต็มพระหัตถ์ ไม่ต้องล้างทำความสะอาดหรือ?!”

            นางเองก็มีโทสะอยู่เต็มท้องพูดจบก็จูงมือหลี่จิ่งหนานเข้าไปล้างมือในห้องด้านใน

            ฟู่ถิงเย่ไม่สะดวกที่จะตามเข้าไป

            เขามองม่านมรกตสีฟ้าครามที่ไหวไปมาร่างของคนทั้งสองถูกฉากกั้นไว้ เขาจึงละสายตาออกไป แต่ในใจนั้นกลับเหมือนจะระเบิดออกมาแล้ว!

            ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหวาชิงเสวี่ยถึงกับทะเลาะกับเขาเพื่อหลี่จิ่งหนาน! หลี่จิ่งหนานไปทำเสน่ห์อะไรใส่นางกันแน่?!

            ถึงแม้ว่าตอนแรกคนที่ช่วยนางไว้จะเป็นหลี่จิ่งหนานแต่หลังจากนั้น คนที่ช่วยเหลือนาง ดูแลนาง และปกป้องนาง ก็คือเขาไม่ใช่หรือไร!!!

            สตรีไร้น้ำใจ!

            ภายในห้องมีเสียงน้ำดังขึ้นและมีเสียงพูดคุยเบาๆ ดังออกมา

            “ไม่ได้ให้ถุงมือไปแล้วหรือทำไมยังมือเลอะโคลนอยู่แบบนี้เล่า?”

            “ถุงมือมันใหญ่เกินไปข้าเลยถอดออก”

            “อืม...นั่นเป็นของที่ผู้ใหญ่ใส่เจ้าใส่ก็ต้องใหญ่อยู่แล้ว...ตรงนี้ยังล้างไม่สะอาด เจ้าเอาน้ำสบู่มาถูอีกหน่อยเถอะ”

            “ตรงนั้นไม่สกปรก เป็นไฝของข้า...”

            “หา?ทำไมถึงมีคนที่มีไฝที่ปลายนิ้วด้วยล่ะ...”

            “ข้าคือโอรสสวรรค์ไงย่อมไม่เหมือนใครอยู่แล้ว”

            “เจ้าค่ะๆ ท่านคือโอรสสวรรค์เก่งที่สุดแล้ว พอใจหรือยัง? ...เอ้านี่ ใช้เจ้านี่เช็ดมือสิ”

            เสียงพูดคุยของคนทั้งสองแผ่วเบาถึงแม้จะมีฉากกั้นและม่านลูกปัดกั้นอยู่ แต่ฟู่ถิงเย่ก็ยังได้ยินชัดเจน

            ตอนที่หวาชิงเสวี่ยส่งหลี่จิ่งหนานออกมาอารมณ์ของฟู่ถิงเย่ก็สับสน

            กับหลี่จิ่งหนาน นางกลับอ่อนโยนและมีเมตตาแต่กับเขา ตอนนี้ไม่แม้แต่จะมองหน้า...

            “อ้อ จริงสิ มีของอย่างหนึ่งที่เจ้าต้องนำกลับไปด้วย”หวาชิงเสวี่ยนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันหลังไปหยิบของสิ่งหนึ่ง ส่งให้หลี่จิ่งหนาน

            “นี่อะไร?”หลี่จิ่งหนานมองสิ่งของในมือ รู้สึกคุ้นๆ “นี่คือกล้องส่องทางไกลที่เจ้าบอกว่าจะทำเมื่อครั้งก่อนหรือ?”

            “ไม่ใช่” หวาชิงเสวี่ยพูด“มันคือกล้องสลับลาย ทำจากเศษกระจกเมื่อครั้งก่อน”

            หลี่จิ่งหนานยิ้มกว้างแสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาที่ต่างจากในท้องพระโรง “ชื่อฟังดูดี ข้าจะเอากลับไปเล่นแล้วกัน”

            ฟู่ถิงเย่จ้องมองกล้องสลับลายในมือของเขาก็ตระหนักได้ถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา...

            ดูเหมือนว่าหวาชิงเสวี่ย...จะยังไม่เคยให้ของขวัญอะไรกับเขาเลย

            ไม่ว่านางจะได้ของดีอะไรทุกครั้งก็จะนึกถึงแต่จะเอาไปแบ่งปันให้หลี่จิ่งหนาน โดยที่ไม่เคยคิดเลยว่าฟู่ถิงเย่จะเป็นอย่างไร

            ความรู้สึกนี้ทำให้ในใจของฟู่ถิงเย่รู้สึกถึงวิกฤตอย่างรุนแรง...

            ...

            หลังจากที่หลี่จิ่งหนานกลับวังไปไทเฮาก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิบุตรชาย สั่งให้หลี่จิ่งหนานกลับไปคิดทบทวนตัวเอง

            หลังจากนั้นในการประชุมเช้าเหล่าขุนนางอาวุโสหลายท่านก็อ้างว่าป่วย และยังมีขุนนางบางคนเข้ากราบทูลทั้งทางตรงทางอ้อมว่าหลี่จิ่งหนานทำให้เหล่าขุนนางเสียใจความหมายก็คือจะต้องให้หลี่จิ่งหนานยอมรับผิด เหล่าขุนนางที่อ้างว่าป่วยจึงจะกลับมาเข้าร่วมการประชุมในท้องพระโรง

            พรรคพวกของหนิงอ๋องก็จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งคนทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันอย่างวุ่นวายในท้องพระโรง

            หลี่จิ่งหนานนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงมองเหล่าคนที่กำลังทะเลาะกันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในดวงตามีแต่ความเย็นชา

            ในตอนแรก เขาตั้งใจว่าจะยอมรับผิดแต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปเช่นนี้ ก็ไม่อาจจะยอมรับผิดได้อีก

            ไม่อย่างนั้น ก็เหมือนกับยอมให้คนอื่นกดขี่ดูถูกตนเอง

            ในการประชุมเช้าของอีกหลายวันต่อมาก็ยังมีขุนนางนำเรื่องเดิมขึ้นมาพูดอีก หลี่จิ่งหนานรู้สึกเบื่อหน่าย จึงยกเลิกประชุมเช้าโดยอ้างว่าตนเองป่วยบ้าง

            ไทเฮาเสด็จมาเกลี้ยกล่อมหลายครั้งทั้งใช้ไม้อ่อนไม้แข็ง แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร

            หลี่จิ่งหนานยังคงไม่ไปร่วมประชุมเช้าและไม่ไปหาหวาชิงเสวี่ยอีก อ่านฎีกา เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมอย่างเคร่งครัดจนไม่มีใครสามารถหาเรื่องเอาผิดได้

            แต่สิ่งเหล่านี้ ฟู่ถิงเย่ไม่สนใจ

            เพราะเขาพบว่า เขากับหวาชิงเสวี่ย...เหมือนกำลังทำสงครามเย็นกันอยู่?

            หลังจากที่ทะเลาะกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนฟู่ถิงเย่ก็ไม่ได้ไปหาหวาชิงเสวี่ยอีก เขาเก็บความโกรธไว้ในใจ คิดแค่ว่าจำเป็นต้องให้หวาชิงเสวี่ยรู้ว่าเขาสำคัญแค่ไหน!

            เขาคิดว่าถ้าเขาหายหน้าไปสักสองสามวันอย่างน้อยหวาชิงเสวี่ยก็ต้องถามสักคำสองคำบ้างกระมัง?

            แต่ไม่มีอะไรเลย!

            หวาชิงเสวี่ยกินข้าวตามปกตินอนตามปกติ ถึงกับไม่เอ่ยชื่อของเขาแม้แต่ครั้งเดียว!

            ——————————————————————

            [1]สตรีและคนชั้นต่ำนั้นเลี้ยงยาก(女子与小人难养也)เปรียบเปรยว่าสตรีและบุคคลที่ไร้คุณธรรมนั้นเข้าใจยากยากที่จะสนิทชิดเชื้อด้วยได้

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367