ในขณะที่แสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มส่องผ่านหน้าต่างของจวนแม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ย ลุงชุนก็ลุกขึ้นจากเตียงไผ่เก่าแก่ของเขาด้วยความคิดที่วุ่นวายในใจ ภาพของหลิวเม่ยที่เขาได้เห็นเมื่อคืนก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ใบหน้าอันงดงามของนางเอกภายใต้แสงเทียนที่สลัวๆ ผิวขาวผ่องที่เปล่งประกายราวกับหยกขาว และดวงตาที่ใสซื่อเหมือนน้ำใสในลำธาร
ลุงชุนรู้ดีว่าหลิวเม่ยเป็สตรีที่สูงศักดิ์และเข้าถึงยาก นางเป็ภรรยาของแม่ทัพใหญ่ที่มีอำนาจและเกียรติยศสูงส่ง การเข้าหานางโดยตรงจึงเป็สิ่งที่เป็ไปไม่ได้ เขาจึงต้องใช้ความระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบ เหมือนกับนักล่าที่กำลังเฝ้าดูเหยื่อที่้า
เขาเดินออกจากห้องเล็กๆ ของเขาที่อยู่ในส่วนหลังของจวน บริเวณที่เป็ที่พักของคนรับใช้ชั้นต่ำ แต่ตำแหน่งของเขาในฐานะคนสวนหัวหน้าทำให้เขามีอิสระในการเดินทางไปมาภายในจวนได้มากกว่าคนรับใช้คนอื่นๆ นี่คือข้อได้เปรียบแรกที่เขาจะใช้ประโยชน์
ลุงชุนเริ่มใช้ความรู้เื่สมุนไพรและยาสมุนไพรที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายสิบปีเป็ข้ออ้าง เขาสังเกตเห็นว่าหลิวเม่ยมักจะมีอาการเหนื่อยล้าและซีดเซียวใน่เช้า อาจเป็เพราะการดูแลจวนใหญ่และภาระหน้าที่ต่างๆ ที่ตกอยู่บนบ่าของนาง
วันหนึ่ง ขณะที่หลิวเม่ยกำลังเดินตรวจดูการทำงานของคนรับใช้ในสวน ลุงชุนจึงเข้าหาด้วยท่าทีที่สุภาพและเคารพ
"ขออภัยที่กล้าแสดงความเห็น นายหญิง" ลุงชุนกล่าวด้วยเสียงที่แสดงความห่วงใย "ข้าสังเกตเห็นว่าท่านดูซีดเซียวและเหนื่อยล้ามาหลายวันแล้ว การดูแลจวนใหญ่เช่นนี้คงเป็ภาระที่หนักหนาสาหัสสำหรับท่าน"
หลิวเม่ยหันมามองลุงชุนด้วยสายตาที่อ่อนโยน นางไม่เคยคิดว่าคนรับใช้จะสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าของนาง "ลุงชุนช่างใส่ใจ แต่นี่เป็หน้าที่ของข้า ข้าต้องดูแลให้จวนเป็ไปอย่างเรียบร้อย"
"นายหญิงมีจิตใจที่ดีงาม แต่ร่างกายของท่านก็สำคัญไม่แพ้กัน" ลุงชุนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง "ข้ามีความรู้เื่สมุนไพรบ้าง หากท่านไม่ว่า ข้าอยากจะปรุงยาบำรุงสุขภาพให้ท่าน เพื่อช่วยให้ท่านมีแรงกายแรงใจในการดูแลจวน"
หลิวเม่ยรู้สึกซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของลุงชุน นางไม่เคยระแวงใครเพราะเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น และเชื่อว่าคนทุกคนมีความดีในใจ "ลุงชุนใจดีมาก หากไม่เป็ภาระมากนัก ข้าขอรับความกรุณาของท่าน"
ลุงชุนยิ้มในใจเมื่อได้ยินคำตอบนี้ แผนการแรกของเขาสำเร็จแล้ว เขาได้สิทธิ์ในการเข้าหานางเอกอย่างสม่ำเสมอแล้ว
ในวันต่อมา ลุงชุนเริ่มนำยาสมุนไพรที่เขาปรุงขึ้นมาให้หลิวเม่ยอย่างสม่ำเสมอ เขาเลือกเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ตอนที่แม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ยอยู่ในจวน และไม่ใช่ตอนที่มีคนรับใช้คนอื่นอยู่ใกล้ๆ
"นายหญิง ยาบำรุงที่ข้าปรุงมาให้ท่าน" ลุงชุนกล่าวขณะที่ถวายถ้วยเล็กๆ ที่บรรจุน้ำยาสีน้ำตาลอ่อน "ข้าใช้โสมป่า าาวดี และใบบัวบกที่เก็บมาจากป่าลึก ควรจะช่วยให้ท่านมีแรงกายแรงใจมากขึ้น"
หลิวเม่ยรับถ้วยยาด้วยความขอบคุณ "ลุงชุนเก็บสมุนไพรเหล่านี้มาจากไหน ข้าไม่เคยเห็นในตลาด"
"ข้าเก็บมาจากป่าลึกที่ข้ารู้จักมาั้แ่เด็ก" ลุงชุนตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ "บิดาของข้าเป็หมอพื้นบ้าน ท่านสอนให้ข้ารู้จักสมุนไพรต่างๆ และวิธีการปรุงยา แต่ข้าเลือกที่จะเป็คนสวนแทน เพราะชอบความสงบและธรรมชาติ"
การสนทนาเหล่านี้ทำให้หลิวเม่ยเริ่มรู้สึกใกล้ชิดกับลุงชุนมากขึ้น นางเห็นเขาเป็คนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีจิตใจที่ดี ความไว้วางใจเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
ลุงชุนใช้โอกาสเหล่านี้ในการสร้างความคุ้นเคยกับหลิวเม่ย เขาพูดคุยเื่ต่างๆ ั้แ่การดูแลสวน ไปจนถึงเื่ราวในอดีต เขาเล่าให้ฟังถึงชีวิตของเขาที่เต็มไปด้วยความลำบาก การที่เขาต้องทำงานหนักั้แ่เด็ก และความโดดเดี่ยวที่เขาต้องเผชิญ
"ข้าไม่เคยมีครอบครัวที่แท้จริง" ลุงชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศก "บิดามารดาของข้าเสียชีวิตั้แ่ข้ายังเด็ก ข้าต้องดูแลตัวเองมาตลอด จนกระทั่งได้มาทำงานในจวนแห่งนี้ ข้าจึงรู้สึกเหมือนได้พบกับครอบครัวใหม่"
หลิวเม่ยรู้สึกสงสารและเห็นใจลุงชุน นางมองเขาเป็เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ "ลุงชุนไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว ที่นี่ทุกคนเป็เหมือนครอบครัวเดียวกัน ข้าถือว่าลุงชุนเป็เหมือนญาติผู้ใหญ่ของข้า"
คำพูดเหล่านี้ทำให้ลุงชุนรู้สึกตื่นเต้นในใจ แต่เขาก็ซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ได้อย่างดี "นายหญิงใจดีเหลือเกิน ข้ารู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่ง"
เมื่อความไว้วางใจถูกสร้างขึ้นแล้ว ลุงชุนเริ่มขยับเข้าใกล้หลิวเม่ยมากขึ้นอย่างค่อยเป็ค่อยไป เขาเริ่มจากการััที่ดูเหมือนบังเอิญและไร้เดียงสา
วันหนึ่ง ขณะที่หลิวเม่ยกำลังดื่มยาสมุนไพร ลุงชุนเดินเข้ามาใกล้เพื่อเก็บถ้วยที่ว่างเปล่า มือของเขาแตะมือของนางเล็กน้อยขณะรับถ้วย
"ขออภัย นายหญิง" ลุงชุนกล่าวด้วยท่าทีที่แสดงความเสียใจ แต่ในใจเขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับความนุ่มนวลของิันาง
หลิวเม่ยไม่ได้คิดอะไร นางยิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็ไรค่ะ ลุงชุน"
ลุงชุนเริ่มทำเช่นนี้บ่อยขึ้น บางครั้งเขาจะแตะไหล่ของนางเบาๆ เมื่อเรียกความสนใจ บางครั้งเขาจะจับมือของนางเพื่อตรวจดูชีพจร โดยอ้างว่าเป็การตรวจสุขภาพ
"นายหญิง ข้าขอตรวจชีพจรของท่านหน่อยได้ไหม" ลุงชุนถามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง "เพื่อดูว่ายาที่ข้าปรุงให้มีผลดีหรือไม่"
หลิวเม่ยยื่นข้อมือให้โดยไม่ลังเล นางเชื่อใจลุงชุนและเห็นว่านี่เป็การดูแลสุขภาพที่ดี
ลุงชุนจับข้อมือของนางด้วยความระมัดระวัง นิ้วของเขาแตะิัที่นุ่มนวลและอบอุ่น เขารู้สึกถึงการเต้นของชีพจรที่สม่ำเสมอ และความรู้สึกนี้ทำให้เขาตื่นเต้นอย่างมาก
"ชีพจรของท่านแข็งแรงขึ้นแล้ว" ลุงชุนกล่าวขณะที่ยังคงจับข้อมือของนาง "ยาสมุนไพรออกฤทธิ์ดีแล้ว"
หลิวเม่ยรู้สึกอบอุ่นใจกับความเอาใจใส่ของลุงชุน นางคิดว่านี่เป็ความรักใคร่ในแบบครอบครัว เหมือนกับที่พ่อสามีของนางแสดงความเอาใจใส่ต่อนาง
ลุงชุนเริ่มสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เขาได้อยู่กับหลิวเม่ยตามลำพังบ่อยขึ้น เขาจะเลือกเวลาที่แม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ยไม่อยู่ในจวน และเมื่อคนรับใช้คนอื่นๆ กำลังยุ่งกับงานของตน
"นายหญิง ข้าได้ยาสมุนไพรใหม่มา เป็สูตรที่หายากมาก" ลุงชุนกล่าวในวันหนึ่ง "แต่ข้าต้องอธิบายวิธีการใช้ให้ท่านฟังอย่างละเอียด เพราะมันมีขั้นตอนที่ซับซ้อน"
หลิวเม่ยพยักหน้าด้วยความสนใจ "ลุงชุนช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้"
ลุงชุนนำนางไปยังห้องเล็กๆ ที่เขาใช้เก็บสมุนไพร ห้องนี้อยู่ในส่วนที่เงียบสงบของจวน ห่างจากสายตาของคนอื่น
"ยาชนิดนี้ต้องทาที่จุดสำคัญของร่างกาย" ลุงชุนอธิบายขณะที่เปิดขวดยาสีเขียวอ่อน "ที่ขมับ ที่คอ และที่ข้อมือ เพื่อให้สารสำคัญซึมเข้าสู่กระแสเื"
เขาเริ่มทายาที่ขมับของหลิวเม่ยด้วยนิ้วที่อ่อนโยน การัันี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น แต่สำหรับหลิวเม่ยแล้ว นี่เป็เพียงการรักษาที่จำเป็
"รู้สึกอย่างไรบ้าง นายหญิง" ลุงชุนถามขณะที่นิ้วของเขาเลื่อนไปที่คอของนาง
"รู้สึกเย็นสบาย" หลิวเม่ยตอบด้วยความไว้วางใจ "ลุงชุนมีฝีมือดีจริงๆ"
ลุงชุนยิ้มและเลื่อนมือลงมาที่ข้อมือของนาง เขาทายาและนวดเบาๆ โดยอ้างว่าเป็การช่วยให้ยาซึมดีขึ้น
"การนวดจะช่วยให้เืไหลเวียนดี และยาจะออกฤทธิ์เร็วขึ้น" ลุงชุนอธิบายขณะที่มือของเขานวดแขนของนางอย่างช้าๆ
หลิวเม่ยรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ นางคิดว่านี่เป็การดูแลสุขภาพที่ดี และเป็ความเมตตาจากคนในครอบครัว
เมื่อเวลาผ่านไป ลุงชุนกล้าที่จะเข้าใกล้หลิวเม่ยมากขึ้น เขาเริ่มมาหานางในยามค่ำคืน โดยอ้างว่าเป็เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ยาบางชนิด
"นายหญิง ยาชนิดนี้ต้องใช้ในยามค่ำคืน เพราะจะได้ผลดีที่สุด" ลุงชุนกล่าวขณะที่ถือขวดยาเข้ามาในห้องของนาง
หลิวเม่ยไม่ได้สงสัยอะไร นางเปิดประตูให้เขาเข้ามาด้วยความไว้วางใจ
"ยาชนิดนี้ต้องทาที่หลัง เพื่อให้ซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง" ลุงชุนอธิบายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
หลิวเม่ยหันหลังให้และปลดเสื้อคลุมออก เหลือเพียงเสื้อชั้นในที่บาง ลุงชุนเริ่มทายาและนวดหลังของนางอย่างช้าๆ
มือของเขาเลื่อนไปตามแผ่นหลังที่เรียบเนียน ความรู้สึกของิัที่นุ่มนวลทำให้เขาตื่นเต้นอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงแสดงท่าทีที่เป็มืออาชีพ
"นายหญิงมีกล้ามเนื้อที่เกร็งมาก คงเป็เพราะความเครียดจากการดูแลจวน" ลุงชุนกล่าวขณะที่นวดไหล่ของนาง
หลิวเม่ยรู้สึกสบายและผ่อนคลาย "ลุงชุนนวดเก่งจริงๆ ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก"
ลุงชุนใช้โอกาสนี้ในการััร่างกายของนางมากขึ้น เขานวดคอ นวดแขน และบางครั้งก็เลื่อนมือลงมาที่เอวอย่างเบาๆ
"การนวดตรงนี้จะช่วยให้นอนหลับสบาย" ลุงชุนกล่าวขณะที่มือของเขาอยู่ที่เอวของนาง
หลิวเม่ยไม่ได้คิดอะไร นางรู้สึกว่านี่เป็การดูแลสุขภาพที่ดี และเป็ความเมตตาจากคนในครอบครัว เหมือนกับที่พ่อสามีของนางเคยดูแลนางเมื่อนางป่วย
วันหนึ่งใน่บ่าย หลิวเม่ยตัดสินใจเดินเล่นในสวนดอกไม้เพื่อผ่อนคลายจิตใจ อากาศอบอุ่นและลมเซาๆ ทำให้นางรู้สึกสบายใจ นางเดินไปตามทางเดินเล็กๆ ที่ปูด้วยก้อนหินขาว ชื่นชมกับดอกไม้นานาพันธุ์ที่ลุงชุนดูแลอย่างดี
ขณะที่นางกำลังหยุดชื่นชมดอกโบตั๋นที่บานสะพรั่ง นางก็รู้สึกถึงความเ็ปเล็กน้อยที่หลัง เหมือนมีอะไรกัดหรือต่อย นางพยายามหันไปดู แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
"อ๊าย!" หลิวเม่ยร้องเบาๆ ด้วยความเ็ป นางพยายามเอามือไปคลำที่หลัง แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมถึงได้
ลุงชุนที่กำลังดูแลต้นไผ่อยู่ไม่ไกลนัก ได้ยินเสียงของนางจึงรีบเดินเข้ามา "นายหญิง เกิดอะไรขึ้น"
"ข้ารู้สึกเจ็บที่หลัง เหมือนมีอะไรกัด" หลิวเม่ยตอบด้วยความกังวล
ลุงชุนเข้ามาใกล้และมองดูอย่างระมัดระวัง "ข้าขอดูให้หน่อยได้ไหม นายหญิง อาจเป็แมลงพิษ"
หลิวเม่ยพยักหน้าด้วยความเป็ห่วง "ช่วยดูให้ข้าหน่อย ลุงชุน"
ลุงชุนเดินไปข้างหลังของนาง และเห็นจุดแดงเล็กๆ บนหลังของนาง ใกล้กับสายเสื้อ "นายหญิง มีรอยแดงตรงนี้ ดูเหมือนจะเป็รอยต่อยของแมลง"
"เป็อันตรายไหม" หลิวเม่ยถามด้วยความกังวล
ลุงชุนทำหน้าเป็ห่วง "ข้าไม่แน่ใจ นายหญิง บางชนิดอาจมีพิษ ข้าควรจะดูดพิษออกให้ เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่กระจาย"
หลิวเม่ยใ "ดูดพิษ? นั่นจะ..."
"นายหญิง นี่เป็วิธีการรักษาที่จำเป็" ลุงชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "หากปล่อยไว้ พิษอาจแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ข้าเคยเห็นคนถูกแมลงพิษต่อยแล้วเป็อันตราย"
หลิวเม่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ด้วยความไว้วางใจในลุงชุน และความกลัวต่อพิษแมลง นางจึงพยักหน้า "ถ้าจำเป็จริงๆ ลุงชุนช่วยข้าได้"
ลุงชุนรู้สึกตื่นเต้นในใจ แต่ก็แสดงท่าทีที่เป็ห่วงและจริงจัง "นายหญิงต้องปลดเสื้อออกเล็กน้อย เพื่อให้ข้าเข้าถึงบริเวณที่ถูกต่อย"
หลิวเม่ยรู้สึกอาย แต่ก็คิดว่านี่เป็การรักษาที่จำเป็ นางจึงปลดเสื้อคลุมออกและผ่อนสายเสื้อลง เผยให้เห็นหลังขาวเนียนของนาง
ลุงชุนมองดูรอยแดงเล็กๆ บนหลังของนาง และค่อยๆ โน้มตัวลง "ข้าจะดูดพิษออกให้แล้ว นายหญิง อาจรู้สึกแปลกๆ หน่อย"
เขาแตะริมฝีปากที่ิัของนางอย่างเบาๆ แล้วเริ่มดูดเบาๆ หลิวเม่ยรู้สึกถึงความอบอุ่นและความชื้นที่แปลกใหม่ นางตัวสั่นเล็กน้อยจากความรู้สึกที่ไม่เคยประสบมาก่อน
"ลุงชุน..." นางกระซิบเบาๆ
"อดทนหน่อย นายหญิง ข้าเกือบเสร็จแล้ว" ลุงชุนตอบขณะที่ยังคงดูดอย่างช้าๆ มือของเขาวางบนเอวของนางเพื่อประคอง
หลิวเม่ยรู้สึกถึงลิ้นของลุงชุนที่แตะิัของนางเบาๆ ความรู้สึกนี้ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ แต่นางก็คิดว่านี่เป็ส่วนหนึ่งของการรักษา
หลังจากสักพัก ลุงชุนก็ยกหน้าขึ้น "เสร็จแล้ว นายหญิง ข้าดูดพิษออกมาได้แล้ว"
หลิวเม่ยหันมามองเขาด้วยความขอบคุณ "ขอบคุณมาก ลุงชุน ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้ว"
"ข้าจะเอายาสมุนไพรมาทาให้อีกครั้ง เพื่อป้องกันการอักเสบ" ลุงชุนกล่าวขณะที่ช่วยนางใส่เสื้อ มือของเขาแตะิัของนางอย่างเบาๆ ในขณะที่ช่วยจัดเสื้อผ้า
หลิวเม่ยรู้สึกซาบซึ้งในความเอาใจใส่ของลุงชุน นางคิดว่าเขาเป็คนที่มีความรู้และเสียสละเพื่อช่วยเหลือนาง "ลุงชุนใจดีมาก ข้าไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร"
"นี่เป็หน้าที่ของข้า นายหญิง" ลุงชุนตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจ แต่ในใจเขากลับรู้สึกตื่นเต้นกับการได้ััิัของนางอย่างใกล้ชิด
หลังจากเหตุการณ์ในสวน ลุงชุนเริ่มเฝ้าสังเกตกิจวัตรของหลิวเม่ยอย่างละเอียดมากขึ้น เขารู้ว่านางชอบเดินเล่นในสวนยามค่ำคืน เมื่อไม่สามารถหลับได้ เขาจึงแอบตามดูนางอยู่เสมอ
เขาสังเกตเห็นว่าหลิวเม่ยมักจะออกมาเดินเล่นใน่ที่แม่ทัพใหญ่หลี่เหว่ยไม่อยู่ในจวน และเมื่อนางรู้สึกเหงาหรือกังวลใจ ลุงชุนเริ่มวางแผนที่จะใช้โอกาสเหล่านี้ให้เป็ประโยชน์
วันหนึ่ง เขาเห็นหลิวเม่ยเดินออกจากห้องในยามค่ำคืน ด้วยท่าทีที่ดูกังวลและไม่สบายใจ ลุงชุนตัดสินใจตามไปอย่างเงียบๆ เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้และเฝ้าดูนาง
หลิวเม่ยเดินไปยังสวนดอกไม้หลังจวน นางดูเหมือนจะกำลังมองหาความสงบสุข ลุงชุนเฝ้าดูนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เขาคิดในใจว่านี่อาจเป็โอกาสที่ดีในการเข้าหานาง
แต่แล้วเขาก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด หลิวเม่ยหยุดอยู่หลังพุ่มไม้และดูเหมือนจะกำลังดูอะไรบางอย่าง ลุงชุนเข้าใกล้มากขึ้นและพบว่านางกำลังมองดูเสี่ยวหลานและหลินหูที่กำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนในศาลาเล็กๆ
ลุงชุนเห็นว่าหลิวเม่ยกำลังมองดูฉากนั้นด้วยความตื่นเต้น และเขาสังเกตเห็นว่านางกำลังััร่างกายของตัวเองอย่างช้าๆ นี่คือโอกาสที่เขารอคอย เขาเห็นว่านางกำลังตื่นเต้นและมีความปรารถนาทางกาย
เมื่อหลิวเม่ยรีบกลับห้อง ลุงชุนก็แอบตามไปด้วย เขารอให้นางเข้าห้องและปิดประตู จากนั้นเขาก็รอสักพักให้นางสงบลง
ลุงชุนรู้ว่านี่คือโอกาสที่เขา้า หลิวเม่ยกำลังอยู่ในสภาวะที่ตื่นเต้นและมีความปรารถนา เขาคิดว่านี่เป็เวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าหานาง
ลุงชุนแอบเข้าไปในห้องของหลิวเม่ยในขณะที่นางกำลังหลับใหล เขามองดูใบหน้าอันงดงามของนางเอกด้วยความปรารถนาที่รุนแรง เขายื่นมือออกไปััแก้มเนียนของนางอย่างแ่เบา หลิวเม่ยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความใ นางมองเห็นเงาร่างของลุงชุนในความมืดมิด
"ลุงชุน ท่านมาทำอะไรในห้องของข้า" หลิวเม่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ
ลุงชุนยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ "ข้าแค่เป็ห่วงสุขภาพของนายหญิงเท่านั้น" เขากระซิบตอบ ก่อนจะยื่นมือออกไปััเรือนร่างของนางเอกอย่างแ่เบา
หลิวเม่ยตัวแข็งทื่อด้วยความใ นางพยายามจะขัดขืน แต่ก็ไม่สามารถทำได้
เื่ราวความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในจวนแห่งนี้กำลังจะถูกเปิดเผย ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของตัวละครกำลังจะนำไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง หลิวเม่ยจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร และหลี่เหว่ยจะรู้เื่นี้หรือไม่ นี่คือจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดครั้งใหม่ในจวนแม่ทัพแห่งนี้