“รู้รึเปล่าถึงข่าวลือล่าสุดที่กำลังดังในโรงเรียน่นี้น่ะ ?“
“หืม ? เื่อะไรเหรอ “
“ก็เื่ที่ ไอ้เ้าฝันห้องแปดมันดันเรียนเก่งขึ้นมาผิดหูผิดตาชั่วข้ามคืนไง ! “
“หา !? เชื่อก็ออกลูกเป็ควายแล้วไอ้บ้านั้นกีฬาก็ห่วยเรียนก็ไม่ได้เื่ไม่ใช่รึไง! “
“จริง ๆ นะ จู่ ๆ ผลการเรียนมันก็ดีขึ้นแบบพุ่งทะลุเลย สอบเก็บคะแนนมันก็ได้เต็มทุกอัน ! ถึงกีฬาจะเหมือนเดิมก็เถอะ... “
เสียงซุบซิบพูดคุยกันของนักเรียนมากมายดังไปทั่วโรงเรียนหัวข้อก็ไม่พ้นประเด็นเมื่อจู่ ๆ บุรุษที่ใครในโรงเรียนก็รู้ดีว่าผลการเรียนย่ำแย่ที่สุดจากนักเรียนกว่าร้อยชีวิตกลับเรียนเก่งแบบผิดหูผิดตาเสียดื้อ ๆ
ส่วนผู้ที่โดนกล่าวถึงก็เดินกลับบ้านเงียบๆ เพราะมันได้เวลาเลิกเรียนแล้ว เพื่อนฝูงเขาก็ไม่มีสักคนเลยไม่ได้จับกลุ่มคุยกับใครและไม่ได้สนิทกับใครเลย หากแต่สิ่งที่ได้ยินก็ทำให้บนใบหน้าของเด็กหนุ่มปรากฏรอยยิ้มกว้าง
เขาก้าวเท้าพ้นจากขอบรั้วโรงเรียนและเตรียมจะเดินกลับบ้านอย่างช้าๆ แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งเรียกดังมาจากด้านซ้ายมือของเขา
“ ถ้าจะไปได้สวยเลยนิค่ะ “
“.... นิจิมะ เองเหรอครับ “
“จะเรียกด้วยชื่อนั้น...สินะคะ..... ถ้านั้นก็ยินดีด้วยค่ะ ฟิลิปปัสดูท่าพวกคนในโรงเรียนจะตื่นตระหนกกับอัจฉริยะภาพของคุณมากเลยสินะคะ “ สึกิ หรือ เด็กสาวที่ถูกเรียกด้วย ชื่อว่า นิจิมะ ในวันนี้ยิ้มกว้างพึ่งพอใจกับผลตอบรับ ขณะที่ ฝัน หรือ ผู้โดนเรียกด้วยชื่อ ฟิลิปปัสยิ้มอ่อน และหันมาสบตามองเพื่อนสาว(?)
“มีงานงั้นเหรอครับ ? “
“ค่ะ “
เธอพยักหน้ารับ
“ แล้ววันนี้เป้าหมายคือใคร....งั้นเหรอครับ ? “
ฝันยิงคำถาม้าระบุตัวตนของเป้าหมายเพื่อเป็ประโยชน์ต่องาน(?)
“แบล็ค ดาห์เลีย ค่ะ “
สึกิตอบเสียงใส ส่วนฝันก็ยกมือขึ้นมาเกาแก้ม ๆ ดูท่างานวันนี้ก็คงจะยากลำบากเช่นเดิมแต่ก็เอาเถอะเพราะมันเป็เส้นทางที่เขาเลือกเอง และในตอนนี้เขาก็จำเป็ต้องตอบแทนผู้ที่มอบพร์สุดวิเศษนี่มาให้
ฝันโบกมือเรียกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาแถวนั้น เดินทางไปที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย โดยมีสึกิตามมาด้วย
“ ไปไหนครับ น้อง ? “
“สวนลุมพินีครับ “
“ หืม ? ไปเดินเล่นกับแฟนงั้นเหรอ...สวยเชียว ระวังหน่อยก็ดีนะ น้อง เห็น่นี้มีข่าวคนหายในสวนตอนกลางคืนบ่อย ๆ “พี่คนขับกล่าวเตือน หวังดีกลัวทั้งสองคนจะเป็อะไรไป นั้นทำให้ฝันยกยิ้มและตอบกลับไป
“ ไม่ต้องห่วงครับกำลังจะไปจัดการต้นตอนี่แหละ “
แล้วสึกิก็พยักหน้าเสริม
เคยได้ยินเื่การกลับชาติมาเกิดใหม่รึเปล่า ? แน่นอนว่ามันเป็พล็อตดาดดื่นสำหรับนิยายแฟนตาซีทั่วไปที่พบเห็นกันได้ง่ายๆ แต่นี่มันค่อนข้างแตกต่างกันหน่อย ด้วยวัตถุบ้างอย่างที่ถูกเรียกว่า คาร์ม่าปืนหนึ่งกระบอกที่บรรจุะุ ประหลาดเอาไว้
เพียงแค่การลั่นไกใส่หัวของตัวเองหนึ่งนัด
ก็จะปลุกพร์ของอดีตชาติได้
ปัง เสียงปืนดังลั่นกลางสวนสาธารณะในยามราตรี ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าที่ด้านข้างของศีรษะร่างสูงของหนุ่มอายุ 18 ปี โซซัดโซเซไปมา ก่อนที่ทรงตัวยืนตรงได้เหมือนไม่มีเป็อะไรหลัง ลูกเหล็กแล่นผ่านสมองไป
แต่มันจะได้ผลต่อเมื่อเ้าของร่างเป็อดีติญญาของผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกลับชาติมาเท่านั้นถ้าเป็คนธรรมดาก็จะตายในทันทีส่วนผู้หวนคืนจะได้พร์ของชาติก่อนที่หวนคืนมาและถูกพัฒนายกระดับจนเหนือกว่าพร์ของคนทั่วไปถึงขนาดสามารถฝืนกฎธรรมชาติได้
ทีแรกฝันก็ไม่เชื่อในเื่พวกนี้โดยเฉพาะเื่เหนือธรรมชิหลังได้เคยขอพรให้ฟ้าบรรดาลอะไรสักอย่างมาให้กระนั้นก็ไม่เคยได้รับอะไรกลับมาเลย ทว่าเมื่อะุสีเืแล่นเจาะผ่านสมองไปมันก็ทำให้เขาได้พบกับความเป็จริงที่น่าอัศจรรย์
รอบตัวปล่อยลูกบอลแสงสีแดงชาตเล็ก ๆ คลุมรอบกายเอาไว้ เส้นผมสีดำเริ่มยาวขึ้นจนมาถึงตรงต้นคอดวงตาที่เคยเป็สีดำเหมือนคนไทยทั่วไปเปลี่ยนเป็สีฟ้า ปรากฏรอยแผลใต้ตาขวาบนใบหน้าที่เคยไร้ริ้วรอยโครงสร้างของร่างกายแปรเปลี่ยน จนแตกต่างกว่าเดิมไปหลายส่วน ไม่ว่าจะสูงขึ้น ใบหน้าก็ดูหล่อขึ้นแบบเข้มๆ ผิวเปลี่ยนเป็สีขาว แม้แต่เครื่องแต่งกายก็ยังต่างออกไปจากเดิม จากชุดนักเรียนมันกลับกลายสภาพเป็เสื้อกราวน์สีดำที่พวกนักวิทยาศาสตร์ใส่กันทับ เสื้อสูทสีแดง เนทไคดำ ส่วนกางเกงสีเทาเข้ม
รอยะุบนศีรษะค่อยๆ จางหายไป
ตัวตนอัตลักษณ์จากความสามารถในกาลก่อนโดนกันกรอง ยกระดับ และ ถูกจำกัดโดยคำว่าพร์
อันที่จริงมันก็เหมือนเอาตัวตนของอดีตชาติมาทับถมเอกลักษณ์ของตัวตนในปัจจุบันมากกว่า...หรือไม่ก็แทนที่และหากทำมากเข้าสุดท้ายก็จะกลายเป็หนึ่งเดียวกันสมบูรณ์หรือก็คือตัวเราในปัจจุบันจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยตัวตนในปางก่อนบ้างคนลืมสิ่งที่เคยเป็{ปัจจุบัน} และ เป็ตัวเองในสมัยก่อน{ผู้ยิ่งใหญ่}อย่างสมบูรณ์ก็มี
เพราะงั้นก็เลยนิยมเรียกกันในกลุ่มด้วยชื่อตอนที่เป็{ผู้ยิ่งใหญ่}
“เป็ไงบ้างค่ะ ฟิลิปปัส ? “
สึกิถาม ั์ตาสีฟ้าเลื่อนไปมองเ้าของน้ำเสียงหวาน
รูปลักษณ์ค่อนข้างต่างกว่าเก่าหลายจุดไม่ว่าจะผมที่กลายเป็สีขาวกระจ่างใส คิ้วที่ดูหนากว่าเดิม ดวงตากลมโตที่กลายเป็สีแดงสดใสชุดนักเรียนก็เปลี่ยนเป็ชุดเกราะรบสีแดงทับเสื้อทหารแบบญี่ปุ่นสีชมพู ใช้เข็มขัดสองเส้นมัดเป็รูปตัวx ระหว่างเอวกับไหล่เอาไว้ สวมผ้าคาดสีแดงสดกลางหัวที่ติดแผ่นเหล็กไว้กระโปรงก็เป็สีแดงสดใส ร่างกายดูตัวลงน่าถนุถนอม และ ชวนให้ััมากกว่าเก่าเหมือนว่าเยาว์วัยลง อย่างเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือสะพายกระเป๋ากีตาร์ใหญ่ ๆ เอาไว้
กระนั้นการได้ทักษะที่หวนคืนกลับมาหา ก็แลกด้วยภาระและหน้าที่อันหนักอึ้ง เหมือนจะเป็เื่เพ้อเจ้อแต่พอได้เห็นกับตาก็จะพบว่าคือเื่จริง องค์กรของเหล่า ผู้หวนคืนเกิดจากคนสามคน ที่เป็ผู้หวนคืนรุ่นแรกสุด ตามหาเสาะหา ผู้หวนคืน คนอื่น รวบร่วมให้ทุกคนมาเป็สมาชิกของบังลังแห่งวีรชน โดยมีเป้าหมายคือ นำพร์อันล้ำค่านี่ไปช่วยพัฒนาให้โลกดีขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เรียกว่าคาร์ม่า ทั้งตัวปืนและะุที่ยิงออกมาได้ไร้ขีดจำกัดก็ไม่มีใครทราบว่ามันถือกำเนิดขึ้นมาได้ยังไงกันรู้แค่ว่าต่อให้คนของบังลังแห่งวีรชนไม่เอาไปยิงใส่ผู้หวนคืนสักวันมันก็จะปรากฏขึ้นเองต่อหน้าผู้หวนคืนที่ไม่มีมันเอง
อนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ก็มีหลายประเภทอย่างที่น่าจะรู้กันดีว่ามันก็มีทั้งคนดีและคนชั่วในประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษย์ทำให้มี ผู้หวนคืนบ้างคนคือการกลับชาติมาเกิดใหม่ของความชั่วร้าย ไม่ว่าจะ ฆาตกร , อาชญากร หรือ ทรราชย์
ห่าะุจากกระบอกปืนคาบศิลากระหน่ำยิงใส่บุรุษผู้หนึ่งที่ปกปิดร่างกายใต้ผ้าคลุมสีดำ เรียวนิ้วบางเกี่ยวไปที่ส่วนไกปืน ดวงตาสีแดงจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของเป้าหมายกระเป๋ากีตาร์ถูกเปิดอ้าออกเผย กระบอกปืนยุคเก่าจำนวนมากเก็บซ่อนอยู่เอาไว้ให้เห็น
ในการดึงพร์มาใช้อย่างทีรู้คือจำเป็ต้องใช้คาร์ม่ายังไงก็ตาม ถ้าผู้หวนคืนใช้คาร์ม่าไปสักพัก คาร์ม่าที่ใช้จะค่อยหายไป ๆ...ไม่ใช่ว่ามันแตกสลายเพราะเกินการใช้งาน แต่เข้าไปร่วมเป็ส่วนหนึ่งของผู้หวนคืนทำให้กลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ไปอย่างสมบูรณ์แบบ สามารถเรียกใช้ความสามารถได้ตลอดเวลาขณะที่ พวกที่ยังต้องพึ่งคาร์ม่าถ้าไม่ลั่นไกใส่หัวตัวเองก็ใช้ความสามารถไม่ได้ร่วมทั้งมีเวลาจำกัด
เราเรียกผู้ที่กลายเป็ผู้หวนคืน{ผู้ยิ่งใหญ่}โดยสมบูรณ์ว่า ผู้จุติใหม่
ส่วนพวกที่ยังไม่ก็จะเรียกว่ากึ่งจุติ
แน่นอนว่ามีข้อดีก็มีข้อเสียเพราะพวกที่เคยเป็คนบาปหลังกลายเป็ผู้จุติใหม่ ก็มักจะโดนอารมณ์ด้านลบความปรารถนาอันวิปลาส ของตัวตนในชาติก่อนกลืนกินจนออกอาละวาดทำทุกสิ่งเพื่อสนองความ้าอันวิปริต
บุรุษที่ ฝันและสึกิสู้อยู่นั้นคือ การจุติกลับมาเกิดใหม่ของ แบล็ค ดาห์เรีย
ปี1947 คดีการตายของ อลิซเบธ ชอร์คหญิงโรคจิต ที่ตายสยดสยองเช่นกัน ศพเธอถูกพบที่สวนสาธารณะตอนเช้าตรู่เป็เป้าสายตาคนด้วย....ร่างกายของเธอถูกหั่นเป็สองท่อนหลังจากชันสูตรก็พบว่าในกระเพาะมีอุจจาระที่ทวารหนักมีเศษเนื้อและเศษหญ้าที่ฆาตกรหั่นตอนเธอมีชีวิตและยัดตรงช่องทวารถึงแม้ในเวลาต่อมาฆาตกรจะส่งห่อของขวัญที่มีของใช้ผู้ตายไปให้เ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อความกำกับบอกด้วยน่ะว่าตนเป็คนฆ่าแต่ตำรวจก็ไม่สามารถสืบได้อยู่ดีว่าใครคือฆาตกรทำไมถึงลงมือกับเหยื่อได้โหดมอำมหิตถึงเพียงนี้และปัจจุบันแฟ้มคดีนี้ก็ยังอยู่ในแผนกฆาตกรรมของตำรวจนครลอสแอนเจลีส อเมริกาจนถึงปัจจุบัน
การเกิดใหม่ของฆาตกรโรคจิต
บังลังแห่งวีรชนเรียกคนพวกนี้ว่า{ คนบาป }
งานหลักขององค์กรคือการพิทักษ์สันติภาพและพัฒนาสังคมให้น่าอยู่และดีขึ้นทั่วโลก และออกกำจัดคนบาป
พร์ของ แบล็ค ดาห์เรีย { ดัดแปลงศพ }
เสียงหัวเราะโรคจิตดังสนั่นสวน ร่างศพของคนที่น่าจะล่วงลับไปแล้ว ถูกเย็บติดกันด้วยอวัยวะที่มาจากคนอื่นเอามาต่อกันจนผิดรูป ลุกขึ้นยืนราวกับยังมีชีวิตอยู่พุ่งเข้าหาเหล่าคนเป็
ทักษะที่ได้รับจากชาติก่อนทำให้ ร่างจุติใหม่ ของ ฆาตกรโรคจิต ได้รับพลังในการตัดแต่งแปรสภาพและควบคุมศพได้ดั่งใจบัดนี้มันได้เชิดร่างไร้ิญญาของพวกเหยื่อเพื่อจะเพิ่มกองทัพซากศพคนตายอันน่าสยดสยอง โดยใช้สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพเป็พื้นที่ออกล่า
หากแต่แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับกองทัพมหาศาลที่ดูน่าหวาดกลัวชวนสยองนี่....
เด็กสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นหาได้หวาดหวั่นหรือเกรงกลัวต่อมันเลยสักนิดสองมือนับปืนคาบศิลาที่พกมาเต็มพิกัดลั่นไกะุฉีกส่วนสำคัญของ หุ่นเชิดคนตายจนไม่อาจขยับต่อได้อีก อย่างใจเย็น
พร์{ โจน ออฟ อาร์ค แห่ง ไอซุ }
นิจิมะ ยาเอะ
ยอดวีรสตรีใน่การเปิดประเทศของญี่ปุ่น บุตรสาวของตระกูลยามาโมโตะ ตามประวัติศาสตร์เธอหลงใหลในการฝึกใช้ปืนไฟั้แ่เยาว์และมีนิสัยที่สมชายชาตรีจนบุรุษเพศแท้ๆ ยังอดอับอายไม่ได้เมื่อเทียบความเป็ชายกับนาง ใน่การล้มลางระบอบโชกุนไอซุได้เลือกที่จะยืนหยัดอยู่ข้างของโชกุน จึงถูกกองทัพของจักรพรรดิที่้าจะเปิดประเทศโจมตียาเอะในวัยยี่สิบปี ได้ปลงผมแต่งกายเป็ชาย ร่วมทัพเพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดอย่างกล้าหาญเธอเป็ทั้งขวัญกำลังใจ และ ตัวอย่าง ให้นักรบของแคว้นไอซุ ลุกขึ้นสู้จนสามารถยัดยืนกองทัพของข้าศึกได้ ในสนามรบหากฝีมือการต่อสู้ของยาเอะถูกยกเป็อันดับสองนั้นก็ไม่มีผู้ใดคู่ควรกับที่หนึ่งถึงท้ายที่สุดจะจบลงด้วยการขอยอมแพ้ของผู้ครองแคว้น ก็ตาม หลังจากนั้น ยาเอะก็ได้เดินทางไปยังเกียวโต หาพี่ชายที่ถูกจับกุมในฐานะเชลยศึกจนได้มีโอกาสพบเจอกับนาย นิจิมะ โจ มิชชั่นนารีชาวญี่ปุ่น และได้สมรสกับเขาในเวลาต่อมา ซึ่งถือเป็การแต่งงานครั้งที่สองเนื่องจากสามีคนแรกของเธอได้ ป่วยตายก่อนหน้านี้ชีวิตหลังจากนั้นยาเอะได้เปลี่ยนศาสนาหันมานับเป็คริสต์ชน เรียนรู้แพทย์ศาสตร์ ร่วมทั้งยังก่อตั้งโรงเรียนชาวคริสต์กับสามีก่อนภายหลังมันจะขยายใหญ่ จนกลายเป็มหาลัยและได้รับการยอมรับเป็สถาบันการเรียนการสอนอย่างเป็ทางการ
ยาเอะนิจิมะ เสียชีวิตใน่ต้นของาโลกครั้งที่ 1 ตอนมีอายุ 87 ปี ไม่มีบุตร หรือทายาทสักคน
ถ้าเปรียบเทียบกับของประเทศไทยย่าโมก็คงเป็วีรสตรีที่ใกล้เคียงกับนางมากที่สุด
ฝีมือการยิงปืนคาบศิลาของนางนั้นถือว่าเป็หนึ่งในกองทัพของไอซุ
เพียงชั่วอึดใจห่าะุก็ทำร้ายหุ่นเชิดไร้ชีวิต จนขยับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว
พร์ที่ได้รับทำให้ตัวของสึกิและพรรคพวกจมีพลังใจ สูงกว่าปกติ สรุปง่าย ๆ คือ ใจแกร่งกล้าไม่เกรงกลัวแม้ศัตรูจะเป็ใครหน้าไหน หรือ ตกอยู่ในสถานการณ์อันใดนั้นเอง
นั้นคือเหตุผลที่ขนาดโดนกองทัพศพล้อมคำว่ากลัวไม่มีอยู่ในหัวของร่างอรชรสักนิดเดียว
“ หน่อย ! ผลงานของข้า แกนะ แกทำไหมถึงมีพวกผู้หวนคืนอยู่ประเทศนี้เหมือนกันเนี่ย !? “ แบล็คดาห์เรียทำสีหน้าไม่พึ่งพอใจต่อสิ่งที่ได้เห็นอย่างรุนแรงกองทัพของเขาถูกทำลายทิ้งในระยะเวลาอันสั้น พอนึกถึงแรงและเวลาที่เสียไปกับมันก็ทำให้เขาอารมณ์เสียสุด ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ ยอมแพ้เถอะค่ะ คนบาปแล้วจะส่งให้ไปภพภูมิหน้าโดยไม่เ็ป“
สึกิ....ไม่สิ นิจิมะ ยาเอะ ใช้น้ำเสียงหวานเอ่ยคำพูดน่ากลัวแบบหน้าตาเฉย
“ ใครจะไปยอมตายกันข้าจะต้องสร้างผลงานที่เริ่ดหรูกว่านี้ให้ได้! “
แบล็คดาห์เรียแผดเสียงร้อง อาวุธของมันคือมีดตัดกระดูกความยาวใบมีดอยู่ที่ห้าซม.สองเล่ม มีรอยเืสด ๆ ติดอยู่ แสดงให้เห็นว่าพึ่งใช้ชำและใครสักคนไปไม่นานมานี้มันทะยานเข้าหาสาวน้อยชุดทหาร อย่างไร้ความกลัว
“ งี่เง่า “
ใครสักคนนิยามการกระทำของคนบาปง่าย ๆ
พื้นอิฐของถนนร่วมตัวกันจนกลายเป็หัตถ์ขนาดั์คว้าตัวของแบล็คดาห์เรียเอาไว้ มันส่งเสียงร้องด้วยความใ พยายามกวัดแกว่งอาวุธในมือหั่นอิฐให้เป็ชิ้น แต่ทันใดนั้นก็มีหัตถ์อันใหม่ถูกประกอบขึ้นมาแทนที่ของเก่าและจับร่างของฆาตกรโรคจิตตรึงไว้กลางอากาศ
“ อะไรว่ะ !? “
“อย่าขัดขืนเลยครับ “
ฝันถอนหายใจออกยาวเหยียดเบื่อหน่ายกับการขัดขืนอันไร้ประโยชน์ของคู่ต่อสู้ ในมุมมองของเขาผลการต่อสู้มันจบั้แ่แรก เพราะไม่มีทางที่ฝ่ายตรงข้ามจะเอาชนะ ผู้หวนคืนสองคนพร้อมกันได้ในสองต่อหนึ่ง
ยาเอะยิ้มอ่อนเป็สัญญาว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่พวกพ้องกล่าว
“ แกทำอะไร !? “
แบล็คดาห์เรียไม่คิดจะยอมแพ้ พยายามดิ้นให้หลุดจากบ่วงพันธการที่รัดแขนขาของมันเอาไว้
พร์{ บิดเบือน }
การกลับชาติมาเกิดใหม่ของ นักเล่นแร่แปรธาตุ นักฟิสิกส์ นักพฤกษศาสตร์นักดาราศาสตร์ และ บิดาแห่งวิชาพิษวิทยา
ฟิลิปปัสอาเรโอลุส ทีโอฟราสตัซ บอมบัสท์ วอน โฮเฮนไฮม์ หรือ รู้จักกันในอีกชื่อนั้นก็คือพาราเซลซัส วอน โฮเฮนไฮม์ ว่ากันว่าเขาคือชายที่ใฝ่รู้ฝ่ายเรียนไม่ยึดติดอยู่ในกรอบใดๆ พร้อมจะเรียนรู้เื่ต่าง ๆ เพราะเขามองว่า การเป็แพทย์จะต้องเรียนรู้จากคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็ หญิงชราพ่อมด คนเร่ร่อน หรือ แม้กระทั่งพวกนอกกฎหมายนอกจากนั้นแพทย์ที่ดีจะต้องไม่หยุดอยู่กับที่ต้องออกเดินทางแสวงหาความรู้ไปเรื่อย ๆเพราะความรู้ที่แท้จริงเกิดจากประสบการณ์นั่นเอง
นอกจากนี้พาราเซลซัสมีผลงานหนังสือตีพิมพ์มากมายที่ส่งผลกระทบต่อวงการแพทย์ในยุคปัจจุบันหลายอย่าง
พอคิดแล้วฝันก็รู้สึกตลกพิลึกบ้างทีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน ความโหยหาพร์ และ ความอุตสาหะที่ตนมีคงเป็สิ่งที่ติดมากับชาติก่อน เพราะยังไงก็เป็ิญญาดวงเดียวกัน
เงื่อนไขการใช้พร์{ บิดเบือน } มือของฝันจะต้องัักับสิ่งที่จะทำการบิดเบือนเขาสามารถบิดเบือนทุกสิ่งที่แตะได้ด้วยสองมือดั่งใจ ไม่ว่าจะทำให้มันกลายเป็ของเหลวแข็งขึ้น หรือ แปรสภาพให้มีรูปร่างแตกต่างออกไปนี้เป็แค่การยกตัวย่างการใช้พลังในการบิดเบือนเท่านั้น
การได้มีพลังที่แสนวิเศษนี้ทำให้ฝันยิ้มไม่หุบ
ในที่สุดเขาก็มีความสามารถที่น่าภูมิใจและแสนวิเศษ
แถมการเข้าสู่สภาวะกึ่งจุติบ่อย ๆ ก็ทำให้เขาได้รับสมองอันชาญฉลาดจากสมัยเป็ผู้ยิ่งใหญ่ ก็นะ...เล่นยิงหัวตัวเองทุกวันตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาผลการเรียนเลยดีขึ้นผิดหูผิดตา ค่อยคุ้มกับที่ต้องเจ็บหลังโดนเจาะสมองซะหน่อย
“ รับ “
ฝันยกอิฐตรงพื้นมาโยนเล่น เขาใช้พร์ของตนเปลี่ยนมันให้กลายเป็ดาบคาตานะยาวใบดาบสีเงินสวย ด้ามจับสีแดง โยนไปให้ ยาเอะ ใช้ เด็กสาวทิ้งปืนในมือและคว้าดาบที่ลอยมา ะโตวัดอาวุธในมือฟันแขนและขาของศัตรูทิ้ง
เืไหลสาดกระเซ็นร่างของแบล็ค ดาห์เรีย ตกมากระแทกพื้น ครางเสียงร้องอย่างเ็ป โลหิตนองเต็มพื้น อวัยวะที่ถูกฟัรขาดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ยาเอะเหล่มองผลงานของตน เธอค่อย ๆ เดินเข้าหาคนพิการแบบช้าๆ โค้งตัวลงมองคนบาปที่กำลังจะตาย
“ ตรงนี้เป็ส่วนรับความเจ็บ.. “
ความรู้การแพทย์ที่ติดมาจากชาติที่แล้ว ยาเอะใช้มันในการทำให้คู่ต่อสู้ ไร้ความเ็ปเพื่อที่ฆาตกรผู้นี้จะได้ไม่ตายทรมาน
แบล็คดาห์เรีย เงยหน้ามองร่างบาง หนังตาค่อย ๆ ปิดลงแบบช้า ริมฝีปากสั่นระริกเผยรอยยิ้มมีความสุขให้ได้เห็นใน่วินาทีสุดของชีวิต
“ ขะ ขะ...ขอบคุณ...ที่ช่วยหยุดข้า “
“..... “
สภาวะการอยู่ในร่างผู้ยิ่งใหญ่คือสิบนาทีและมันกำลังจะหมดแล้ว ทำให้รูปลักษณ์คนของบังลังเริ่มกลับคืนสภาพเดิม ฝันมองคนที่กำลังจะตาย ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขาคิดว่าคนทีกำลังกล่าวขอบคุณอยู่ไม่ใช่คนบาปแต่เป็ตัวตนของใครสักคน ก่อนจะถูกความเป็แบล็ค ดาห์เรีย เข้าแทนที่ ดวงตาที่ซีดจางลงพอมองเข้าไปก็เขารู้สึกว่ามันเหมือนกับตนเองสมัยก่อนบ้างทีหมอนี้อาจจะโหยหาพร์เช่นตน และพอใช้ คาร์ม่า มาก ๆ ก็ไม่อาจควบคุมบุคลิกของคนบาปได้และ ออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คนทั้ง ๆ ที่ไม่อยากทำ
“ ถ้า...รู้ว่าจะเป็แบบนี้...ข้าคง...ไม่ใช่มัน “
นั้นคือคำสุดท้ายของ คนบาป จากนั้นตาของเขาก็ปิดสนิท ชีพจรหยุดเต้นลง ชายผู้นี้ได้สิ้นชีพจากไปอย่างสงบในอกของฝันเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน เดาะลิ้นหนึ่งที บรรยากาศความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองตัดสินใจที่จะหลับตาลง ยกมือเอ่ยไว้อาลัย คนที่พวกเขารุมฆ่าไป
เสร็จแล้วฝันจึงเอ่ยเพื่อทำลายอากาศที่เป็อยู่
“ เละขนาดนี้ จะป้องกันไม่ให้ใครรู้ได้รึเปล่าเนี่ย ?“
“เดียว... คุณ มอริอาตี้ ก็จัดการให้เองละค่ะ “
สึกิตอบคลายความกังวลของ เพื่อนหนุ่ม(?) เกี่ยวกับสภาพของสวนสาธารณะที่เรียกว่าเละได้โล่ เธอมีท่าทีเศร้าสร้อย หลังฆ่าคนไปสด ๆ ร้อน ๆ ฝันที่เห็นใบหน้าของเด็กสาวก็รู้ว่าเ้าหล่อนคงไม่อยากทำเช่นนี้เท่าไหร่แต่มันช่วยไม่ได้มันคือคำสั่งจากเบื้องบน... และก็ ถ้าพวกเขาไม่ทำจะมีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่านี้
ยังไงก็ตามนี้เป็งานที่สองของฝัน
งานแรกของเขาคือก็คล้ายภารกิจที่พึ่งจบไปตามหา...และกำจัด
มันค่อนข้างผิดมนุษย์ธรรม...ที่ไหนล่ะฝันรู้สึกเฉยชาผิดปกติ บ้างทีการกลายเป็พาราเซลซัสทำให้ความคิดเื่การฆ่าคนแตกต่างไปจากเก่า แต่เขาก็แอบไม่พอใจอยู่ลึก ๆ คงเพราะเข้าใจว่าความรู้สึกของคนไร้พร์ล่ะมั้ง?
ไม่ชอบใจเลย....
“ ไปรายงานเถอะค่ะ “
อรชรสาวพูด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครสักคน
จากนั้นก็มีคันฉ่องบานใหญ่โผล่ตรงหน้าของเธอ สึกิรีบเก็บพวกปืนเข้าไปในกล่องกีตาร์ ก้าวเท้าเข้าไปในกระจกก่อนจะหายลับไปฝันส่ายหัวและรีบเดินตามไป ทะลุผ่านกระจุกเข้ามา ก็เห็นวิวทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคยสักที
ที่นี่คือฐานบัญชาการของ{ บังลังแห่งวีรชน }
ตั้งอยู่ในอวกาศเป็สถานีล่องหนที่อยู่ระหว่างโลกและดาวอังคาร..สร้างโดย ผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งเพื่อใช้เป็ฐานร่วมตัว พักอาศัย ประชุม วางแผนการกระทำ ๆลๆ เอาเป็ว่ามีผู้หวนคืนอยู่ในนี้เต็มไปหมด
ชื่อสถานีนี่คืออวาลอน ตั้งตามเกาะในตำนานของกษัตริย์อาเธอร์
เมื่อมาถึงก็จะพบกับห้องที่มีกระจกบานใหญ่เกลื่อนทั้งหมดคือประตูวาร์ปที่เอาไว้เชื่อมกับสถานที่บนโลกระหว่างทางก็จะเห็นผู้คนมากมายจากต่างสัญชาติเดินทางผ่านมาฝันจึงโบกมือกล่าวทักทายไม่มีหยุด ที่แน่นอนคือต้องใช้ภาษาอังกฤษ ขอขอบคุณอดีตชาติที่เป็คนยุโรป ทักษะการใช้ภาษาสากลตอนนี้มีอยู่เต็มหัว และพาราเซลซัสก็เล่นเร่รอนไปทั่วยุโรป เขาจึงพูดภาษาอื่นในภูมิคภาคยุโรปได้เช่นกัน
วันนี้มีงานประชุม....ทำให้มีบรรดาผู้หวนคืนมาร่วมตัวกันมากมาย
ในห้องนั้นมีทางแยกออกไปอีกหกทางด้านหน้าทางเข้ามีป้ายบอกสถานที่ทีเส้นทางนี้เชื่อมต่อไปอยู่ ประกอบด้วยห้องประชุม , สวน , ห้องนั่งเล่น , เขตห้องพัก , เขตการวิจัย , และ สุดท้าย ลานจอดพาหนะ
จุดหมายปลายทางคือห้องประชุมฝูงชนพากันมุ่งหน้าไปทิศทางเดียวกันระหว่างทางก็มีบทสนทนาพูดคุยถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในภารกิจ หรือ ชีวิตประจำวัน ส่วนมากสมาชิกบังลังแห่งวีรชนจะแยกกันทำงานอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมันก็เยอะมาก จนการพบปะกันเกิดขึ้นนานทีเดือนหน บ้างคนก็ปีหน
ไม่กี่สิบนาทีก็มาถึงสุดทางมันคือ ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็วงกลม
ภาพที่เห็นคือห้องประชุมที่มีที่นั่งคล้ายกับรัฐสภา ที่นั่งทำจากไม้ชั้นดี เรียงยาวกันเป็ขั้นๆ จนดูคล้ายกับอัศจรรย์ในโคลอสเซียม มีโต๊ะหินอ่อนตั้งลากยาวอยู่หน้าที่นั่งเป็วงกลมตรงใจกลางมีโต๊ะหินเก่า ๆ ตั้งอยู่ และมีบังลังหินล้อมรอบโต๊ะกลมทั้งหมด 20 ที่นั่ง
ฝันกับสึกิพากันมาจับจองที่นั่งและหันไปพูดคุยกับพวกเดียวกันรองานประชุมเริ่ม
เกือบหนึ่งชั่วโมงสมาชิกของ บังลังแห่งวีรชน ถึงจะมาร่วมตัวกันครบ
จำนวนสมาชิกมีมากกว่าแปดพัน.....
และเมื่อประธานหรือ ผู้นำองค์กรได้เอนตัวลงบนบังลังรอบโต๊ะกลม การหารือ จึงเริ่มขึ้น เพื่อปรึกษาพูดคุย หาแนวทางการพัฒนาสังคม กับ จัดการภัยจากคนบาปที่เพิ่มจำนวนเรื่อย ๆร่วมทั้งการคว้านหาเหล่าผู้หวนคืนที่ยังมีอีกมากมายทั่วโลก
เด็กหนุ่มชาวไทยถอดสายตามองรอบๆ ในนี้มีการจุติใหม่ของผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตมากมาย
นโปเลียน โบนาปาร์ต พร์ { แรงผลักดันแห่งมหาจักรพรรดิ }
อเล็กซานเดอร์มหาราช พร์ { ผู้พิชิตใต้หลา }
โทมัส เอดิสัน พร์ { าาแห่งการประดิษฐ์ }
นิโคลา เทสลา พร์ { ระบบแห่งโลกา }
ยูริ กาการิน พร์ { ไร้พระเ้า }
ปีแยร์-ซีมง มาร์กี เดอ ลาปลัส { ปีศาจของลาปลัส }
เจมส์เคลิร์ก แมกซ์เวลล์ { ปีศาจของแมกซ์เวลล์ }
โอดะโนบุนากะ { าาปีศาจแห่งหก์}
ชาลล์ ดาร์วิน { เ้าแห่งการวิวัฒนาการ }
จะใครก็เป็สุดยอดผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไว้ในประวัติศาสตร์จารึกนามไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ผู้พร์อันล้ำค่า และ ยิ่งใหญ่การที่ได้เจอคนพวกนี้ทำให้ ฝันต้องยิ้มอย่างพึ่งพอใจถึงขีดสุด
แต่พูดตรงๆ ก็มีสิ่งไม่พอใจอยู่เหมือนกัน.....
ตรงไหนนะเหรอ...
ตรงที่คนเหล่านี้ปล่อยให้พร์อันล้ำค่า......ไปอย่างเสียเปล่า
พร์คือสิ่งที่วิเศษ
การที่ต้องเอามานั่งใช้มันทำให้โลกในปัจจุบันดีขึ้นมันช่าง....
ไร้สาระ...มากเลยล่ะนะ
“ เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนมาร่วมตัวกันแล้วนั้นขอเริ่มการประชุมเลยละกัน“ เสียงของชายผู้หนึ่ง ที่นั่งอยู่ตรงบังลังหัวมุมสุดลุกมาเป่าประกาสเพื่อเริ่มวาระการประชุมเสียงสนทนาทั้งหลายก็พลันเงียบหายไปในพริบตาดวงตานับพันคู่จับจ้องไปที่ร่างของชายคนนั้น ชนิดไม่ละสายตาเฝ้ารอสิ่งที่เขาจะพูดต่อไป
เขาคือผู้รวบร่วมผู้หวนคืนให้มาร่วมกันเป็ปึกแผ่น
ชายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์
พร์ที่แสนวิเศษที่สุด
นามของบุรุษผู้นี้คือ......
เลโอนาร์โด ดาวินชี พร์ { ภาชนะแห่งจักรวาล }
“ ถ้านั้นก็มาเริ่มการประชุมกันเลย “
สิ้นคำของ ผู้นำแห่งบังลัง การประชุมหารือของผู้ยิ่งใหญ่ จึงเริ่มต้นขึ้น