หยางฉินหลงและหยางฉินเทียนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านตระกูลหยาง เป็หมู่บ้านที่แซ่หยางมาอยู่รวมกันผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้เป็ประมุขของตระกูลมีคณะผู้าุโแปดอันดับคอยบริหารต่าง ๆ ภายใน
แม้หมู่บ้านนี้จะถือเป็การรวมตัวของหมู่ญาติแต่ก็ไม่วายที่แบ่งแยกชนชั้น อำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่ 9 ครอบครัวหลักของประมุขและผู้าุโของสำนักเพื่อให้อำนาจไม่เปลี่ยนมือเขาจึงได้ตั้งกฎให้จ่ายค่าเล่าเรียน 10,000 หลงเฉียนซึ่งผู้ที่เข้าเรียนจะได้ทรัพยากรจากส่วนกลาง ลูกหลานและคนของตระกูลใหญ่มักจะได้รับการฝึกฝนั้แ่อายุ10 ขวบ
ตระกูลระดับกลางมี 200 ครอบครัว ส่วนใหญ่เป็ตระกูลลิ่วล้อของ9 ครอบครัวที่ทรงอิทธิพล มีเพียงส่วนน้อยที่วางตัวเป็กลางและส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนโดยไม่รับเงินสนับสนุนจากครอบครัวหลักถ้าพวกเขามีเงินเพียงพอก็สามารถทำได้
การฝึกวิทยายุทธ์ในโลกนี้ไม่เหมือนกับนิยายกำลังภายในสิ่งมีชีวิตไม่สามารถดูดซับพลังจากฟ้าดินได้เพราะไม่ได้มีธาตุแห่งเต๋าอันบริสุทธ์แต่ในโลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตที่ช่วยทำให้นำพลังแห่งเต๋ามาใช้ได้ ซึ่งก็คือ...แมลงแห่งเต๋า
แมลงแห่งเต๋าจะมีลักษณะคล้ายเต่าทองแต่ละตัวจะมีพลังพิเศษซึ่งไม่สามารถระบุได้ด้วยสายตาแมลงพวกนี้จะเรืองแสงตามลักษณะของธาตุ อันประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ความมืด ไม้สายฟ้า โลหะ และมิติ ในบรรดาแมลงแห่งเต๋านี้ มีเพียงสายมิติเท่านั้นที่ไม่เรืองแสงและยังโปร่งแสง เป็แมลงที่ไร้สภาวะธาตุและหายากที่สุด
การจะฝึกวรยุทธ์ต้องสร้างแก่นพลังโดยการกรีดหน้าอกแล้วให้แมลงแห่งเต๋ามุดเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายแก่นพลังจะเกิดขึ้นและทำหน้าที่ดูดซับพลังฟ้าดินมาไว้ที่จุดตันเถียน เมื่อแก่นพลังมีระดับที่สูงขึ้นการดูดซับยิ่งดีขึ้น การจะเลื่อนระดับของแก่นพลังต้องอาศัยการสังเวยแมลงแห่งเต๋าที่มีธาตุเดียวกันเป็อาหารให้กับแก่นพลัง
จะมีความสามารถพิเศษของแมลงพวกนี้เรียกว่า“ทักษะเต๋า” แก่นพลังจะมีทักษะเต๋าของแมลงแห่งเต๋าที่ใช้สร้างแก่นพลังหากนำแมลงแห่งเต๋าที่มีพลังเดียวกันจำนวนหนึ่งก็จะทำให้พลังนั้นเลื่อนขั้นไปอีกระดับหนึ่งได้หากเป็ทักษะเต๋าที่แตกต่างกันก็เพิ่มทักษะนั้นเข้าไปในแก่นพลัง
กฎของตระกูลหยางที่ต้องเรียกเงินแรกเข้า 10,000หลงเฉียนก็เพราะเด็กใหม่จะต้องไปจับแมลงแห่งเต๋าที่เลี้ยงไว้ในวิหารเพาะพันธุ์ทุกคนที่เข้าไปสามารถจับแมลงแห่งเต๋าได้เท่าที่มีความสามารถนั่นหมายความว่าตระกูลใหญ่ ๆ ที่ได้รับการฝึกวรยุทธ์มาก่อนต่างมีเรี่ยวแรง กำลัง และความเร็วมากกว่าคนทั่วไปจำนวนแมลงแห่งเต๋าที่จับได้ย่อมมีมากขึ้นไปด้วย
เมื่อจับได้แล้วก็เลือกเอาเฉพาะธาตุที่ตนเอง้าส่วนที่เหลือก็ไว้ให้คนในครอบครัว หรือข้ารับใช้ หรือนำแมลงเหล่านี้ไปขายตัวหนึ่งไม่ต่ำกว่าละ10,000 หลงเฉียน มันจึงเป็การลงทุนที่คุ้มค่าแต่ครอบครัวหลักมักจะไม่ขายแมลงพวกนี้ เว้นแต่จะแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ธาตุตามแก่นพลังที่้าเพิ่มระดับ
“เ้าชื่ออะไร” เ้าหน้าที่ลงทะเบียนเอ่ยถาม
“หยางโม่จื่อขอรับ”
“ยื่นมือมา” เ้าหน้าที่ใช้ตราประทับสีแดงทำสัญลักษณ์ที่หลังมือแล้วให้รอเรียกรวมเมื่อถึงเวลา
“เ้าชื่ออะไร”
“หยางฉินเทียนขอรับ” ชายหนุ่มยื่นถุงเงินให้
“ยื่นมือมา” เ้าหน้าที่ตรวจสอบจำนวนเงิน เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาจึงประทับตราที่หลังมือแล้วมองหน้าหยางฉินเทียน“ข้าได้ยินว่าปู่ของเ้าลำบากอย่างมากในการหาเงินก้อนนี้ อย่าทำให้เขาผิดหวังล่ะ”
“ชิชิ ดูสิว่าข้าเจอใคร” ก่อนที่หยางฉินเทียนจะตอบกับเ้าหน้าที่ก็มีเสียงดังมาจากกลุ่มคนด้านหลัง “หยางฉินหลงลูกหนี้ผู้น่าสงสารนี่เองเ้าโชคดีที่มาหาข้าเมื่อเ้าเดือดร้อน เห็นเ้าร้องห่มร้องไห้เป็ทุกข์เพราะไม่มีเงินส่งหลานชายเศษสวะไปเข้าเรียนก็ทำให้ข้าสงสารจึงให้เ้ายืมเงินไป 70,000 หลงเฉียน หวังว่าคงหามาคืนได้ภายใน 3 ปี”
“น...นายน้อยเทียนิ ข้ายืมมาแค่ 7,000หลงเฉียน”
“ยืมเงินมันก็ต้องมีดอกเบี้ย เด็กสามขวบก็รู้”
“จริงอยู่ แต่เงินจำนวนนี้มัน...”
“หุบปาก! เงินข้าก็ให้เ้าไปแล้วตอนนี้คิดจะบิดพลิ้วรึ ดูโน่น เงินเ้าไปอยู่ตรงนั้นแล้วเมื่อเ้าเอาเงินไปใช้ก็หมายถึงเ้าต้องรับเงื่อนไขของข้า ข้าบอกว่า 7 หมื่น ก็คือ7 หมื่นเข้าใจมั้ย!!”
หยางิเทียนตวาดจนหยางฉินหลงร้องไห้โฮ
“ท่านปู่” หยางฉินเทียนพยุงชายชราที่ทรุดอยู่กับพื้นน้ำตามากมายไหลออกมาจากดวงตาที่ดูสิ้นหวังเปื้อน “ท่านไม่ต้องกังวลเงินจำนวนนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง”
“เทียนเอ๋อข้าเก็บเงินมาทั้งชีวิตยังได้ไม่ถึงหมื่นหลงเฉียน แต่นี่มันตั้งเจ็ดหมื่นเลยนะเ้าจะหาเงินมาจากไหน”
“พอข้าได้เข้าเรียนก็จะมีวรยุทธ์ ข้าก็จะวิธีหาเงินที่เร็วกว่าท่านปู่อย่าได้กังวลไปเลย เชื่อใจข้าเถอะ”
“ชิชิ ช่างพูดนะเ้า แต่ช่างเถอะ เงิน 7หมื่นเ้าต้องจ่ายให้ครบภายใน 3 ปี มิเช่นนั้น” เขาชูนิ้วทำท่าปาดคอ “ข้าจะตัดแขนขาของปู่เ้าไปให้สุนัขกิน!”
“ข้าจะจำหน้าเ้าไว้ ถ้ามีโอกาสข้าจะชดใช้แน่นอน!” เขาจ้องมองหยางเทียนิั้แ่หัวจรดเท้า ปากพูดเหมือนจะชำระหนี้สินแต่ในแววตาเขาหมายถึงชำระหนี้แค้น!
ิเทียนสูงเลยบ่าของฉินเทียนมาหน่อยหนึ่งเทียบแล้วน่าจะสูงประมาณ 165 เิเ ใบหน้าดูธรรมดา ผมและั์ตาเป็สีดำตามแบบฉบับของตระกูลหยางพิจารณาจากร่างกายแล้วไม่มีอะไรเหนือกว่าฉินเทียน แต่เขามีวรยุทธ์เป็อันดับหนึ่งในรุ่นนี้และเป็ลูกชายคนเล็กของาุโลำดับที่หนึ่ง – หยางิลู่
หยางเป็แซ่ ิเป็ชื่อกลาง ลู่เป็ชื่อจริงหมู่บ้าน
หยางเป็การรวมตัวของคนแซ่หยาง แต่ละครอบจะมีชื่อกลางเพื่อแบ่งแยกสายเืของตนซึ่งต่างกับหยางฉินเทียนที่แซ่หยาง แต่ชื่อฉินเทียนคงเป็เพราะการออกเสียงเหมือนกันเขาจึงได้มาอยู่ในร่างของชายหนุ่มผู้นี้
ผ่างงง!!
เสียงฆ้องเรียกรวมดังขึ้นผู้คนจึงเริ่มไปรวมตัวกัน
“ข้าคือผู้าุโลำดับสองนามว่า หยางมู่เหรินซึ่งเป็ผู้ดูแลวิหารเพาะพันธุ์ ผู้ที่มีตราประทับที่หลังมือจะได้เข้าไปจับแมลงแห่งเต๋าพวกเ้ามีเวลาสามชั่วยาม แมลงที่จับได้ทั้งหมดเป็ของเ้าแต่ถ้าใครจับไม่ได้เลยแม้ตัวเดียว เ้าหน้าจะสุ่มจับให้หนึ่งตัวโดยที่เ้าไม่มีสิทธิเลือก”
เขากวาดสายตามองไปโดยรอบก่อนที่จะพูดต่อ
“กฎมีอยู่เดียว ห้ามใช้พลังที่เป็อันตรายต่อแมลงแห่งเต๋าใครฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์และโดนจับโยนออกมาทันที แล้วถ้าใครทำให้แมลงได้รับความเสียหายผู้นั้นต้องชดใช้อย่างสาสม!!”