ณ ท้องพระโรงอันวิจิตรตระการตาแห่งเมืองหลวงต้าเยี่ยน
แสงอาทิตย์ยามสายสาดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สลัก บรรยากาศภายในเงียบสงัดและอัดแน่นไปด้วยความน่าเกรงขาม ขุนนางบุ๋นบู๊นับ 100 ชีวิต ยืนเรียงแถว 2 ฟากฝั่งอย่างเป็ระเบียบ ทุกคนประสานมือซ่อนไว้ในแขนเสื้อที่กว้างขวาง ก้มหน้าสำรวมท่าทีมิกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
บนบัลลังก์ัทองคำ องค์ฮ่องเต้กำลังประทับนั่ง พระหัตถ์จับพู่กันหยกตวัดลงบนม้วนเอกสารด้วยความตั้งพระทัย
"ฝ่าา!! รายงานด่วนระดับวิกฤตพ่ะย่ะค่ะ!!"
เสียงะโด้วยความตื่นตระหนก ดังก้องทะลวงเข้ามาจากหน้าประตู ปัง! บานประตูหุ้มทองคำถูกผลักออก ร่างของหัวหน้าราชทูตวิ่งกระหืดกระหอบ ก่อนจะสะดุดชายชุดแพรของตนเอง ล้มกลิ้งลุกคลุกคลานเข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์
ใบหน้าของราชทูตบัดนี้ขาวซีดไร้สีเื หยาดเหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่ก ร่างกายสั่นระริกราวกับเพิ่งวิ่งหนีมัจจุราชมา
ฮ่องเต้ขมวดพระขนง วางพู่กันหยกทิ้งลงบนโต๊ะทรงงาน
"เกิดอันใดขึ้น? เ้าเพิ่งเดินทางไปเมืองอุดรได้เพียง 3 วัน ไฉนจึงกลับมาเร็วนัก? แล้วม้วนไม้ไผ่เปล่าประทับตราหลวง 1000 ม้วน ที่ข้าสั่งให้นำไปให้เขาวาดแบบแปลนเล่า?"
หัวหน้าราชทูตโขกศีรษะลงกระแทกพื้นหินอ่อนดัง ปัง! น้ำตาแห่งความหวาดผวาไหลพราก
"ฝะ... ฝ่าา! ทรงลืมเื่แบบแปลนไปได้เลยพ่ะย่ะค่ะ! เพราะยามนี้ ที่เมืองอุดร... ใต้เท้าลู่สามารถร่ายมหาเวท เสกน้ำแข็งและพายุเหมันต์ ท่ามกลางเปลวแดดในฤดูร้อนได้พ่ะย่ะค่ะ!"
ทั่วทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบกริบดุจป่าช้า ก่อนที่เสียงแค่นหัวเราะดูแคลนจะดังขึ้นจากฝั่งขุนนางบุ๋น "เหลวไหลสิ้นดี! ท่านราชทูตเดินทางรอนแรมจนถูกแดดเผาจนเสียสติไปแล้วกระมัง!"
ทว่า องค์ฮ่องเต้กลับมิได้ทรงพระสรวล ดวงพระเนตรดุดันจ้องเขม็งไปที่ราชทูต "เล่ารายละเอียดมาให้หมด"
น้ำเสียงทรงอำนาจกดต่ำลงจนหนาวเหน็บ หัวหน้าราชทูตรีบกราบทูลถ่ายทอดทุกสิ่ง ั้แ่ผงวิเศษสีขาว อ่างทองเหลือง ไปจนถึงไอความเย็นะเื ยิ่งได้สดับฟัง สีหน้าของเหล่าขุนนางก็ยิ่งเปลี่ยนเป็ความหวาดระแวง เพราะรายละเอียดนั้นสลับซับซ้อนเกินกว่าจะเป็การกุเื่
พระพักตร์ของฮ่องเต้ เริ่มมืดทะมึนและเคร่งขรึมขึ้นทีละน้อย
"เ้ากำลังจะบอกข้าว่า... มันบังอาจนำเอา 'ม้วนฎีกาเปล่าประทับตราหลวง' จำนวน 1000 ม้วน ที่ข้าประทานให้... ไปสานตอกตะปู ทำเป็ 'ใบพัดลม' เป่าความเย็นให้ตัวเองนอนหลับ อย่างนั้นรึ!?"
หัวหน้าราชทูตสั่นสะท้านไปถึงิญญา "พะ... พ่ะย่ะค่ะฝ่าา..."
ปัง!!
ฝ่าพระหัตถ์ฟาดกระแทกโต๊ะทรงงานอย่างรุนแรง! "บังอาจนัก!!"
เสียงคำรามดังกัมปนาทะเืท้องพระโรง! ขุนนางนับ 100 สะดุ้งสุดตัว ทรุดลงหมอบกราบพร้อมกัน! พระพักตร์ของฮ่องเต้แดงก่ำไปด้วยเพลิงโทสะ ข้าอุตส่าห์ส่งงานเอกสารชั้นดีไปให้ทำ แต่มันกลับเอาไปทำพัดลม! หยามเกียรติราชสำนักถึงเพียงนี้ โทษปะา 7 ชั่วโคตรก็ยังน้อยไป!
ทว่า หลังจากโทสะปะทุไปได้ไม่นาน ความระแวดระวังอันลึกล้ำระดับผู้ปกครองแผ่นดินก็เข้ามาแทนที่
หากเื่มหาเวทเสกน้ำแข็งนี้คือความจริง บารมีและความเลื่อมใสที่ลู่ชิงรวบรวมไว้ ย่อมทรงพลังมากพอที่จะสั่นคลอนความมั่นคงของแผ่นดิน! ในยามวิกฤต ราษฎรย่อมเลือกกราบไหว้ผู้ที่เสกความเย็นให้พวกเขารอดตาย มากกว่าจงรักภักดีต่อองค์ฮ่องเต้ที่อยู่ห่างไกล!
ฮ่องเต้ทรงหยัดพระวรกายลุกขึ้นยืน "เื่นี้... ข้าจะต้องเดินทางไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตนเอง"
พระองค์หันไปหาแม่ทัพใหญ่พิทักษ์นคร "เตรียมม้าเร็ว 2 ตัว ค่ำคืนนี้... ข้ากับเ้าจะลอบเดินทางออกจากเมืองหลวงเป็การลับ ปลอมตัวเป็พ่อค้าชรา! ข้าต้องไปดูให้รู้ ว่าเด็กลู่ชิงผู้นี้ มันคือตัวตนระดับเทพเซียน หรือเป็แค่พวกต้มตุ๋น!"
ตัดสลับมา ณ 'วังบาดาลเหมันต์' หรือจวนเ้าเมืองอุดร
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมา อากาศภายนอกเริ่มร้อนระอุ ทว่าภายในห้องนอนของลู่ชิง กลับมีไอหมอกเย็นฉ่ำลอยตลบอบอวล พั่บ... พั่บ... พั่บ... ใบพัดั์ 4 แฉกที่ประดิษฐ์จากม้วนฎีกา 1000 ม้วน ยังคงหมุนแหวกอากาศจากแรงหมุนคันโยกของอาฝู
ลู่ชิงนอนขดตัวม้วนกลมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนุ่ม ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงบ ทว่า...
"ฮือออออออออออ!!"
"ใต้เท้าลู่!! โปรดเมตตาพวกข้าน้อยด้วยเถิด!!"
เสียงร้องไห้โหยหวนดังกัมปนาททะลวงกำแพงเข้ามา! ลู่ชิงสะดุ้งสุดตัว ดีดร่างขึ้นจากเตียงทันที!
"เกิดเื่บัดซบอันใดขึ้นอีกวะเนี่ย!!"
บานประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออก อาฝูวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ขะ... ข้าน้อยมาแล้วขอรับนายท่าน! มิใช่ศัตรูบุกเมืองขอรับ! แต่พวกแรงงานทั้ง 200 คน... แข่งกันขุดลอกคูเมืองและซ่อมกำแพง จนงานทุกอย่างเสร็จหมดเกลี้ยงแล้วขอรับ!"
ลู่ชิงนิ่งอึ้ง สมองของคนี้เีลัดวงจรไปชั่วขณะ งานที่เขากะจะดองไว้ให้พวกมันทำสัก 3 เดือน กลับถูกทำลายสถิติเสร็จภายในไม่กี่วัน! ไอ้พวกลัทธิคนบ้างานพวกนี้มันไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยหรือไง!
ชายหนุ่มกระทืบเท้าเดินตึงตังออกไปยังระเบียงชั้น 2 ผลักหน้าต่างไม้ออก ภาพเบื้องล่างคือแรงงาน 200 ชีวิต กำลังคุกเข่าเรียงแถวแน่นขนัดลานจวน บางคนตัวสั่นเทาเอามือเกาแขนคล้ายคนลงแดงที่ไม่ได้ััจอบเสียมมาหลายชั่วยาม
กุนซือชราแห่งทัพม้าเหล็กน้ำตาไหลพราก ชู 2 มือขึ้นฟ้า "หากใต้เท้าปล่อยให้พวกเราว่างงานต่อไป กิเลสต้องกลับมาครอบงำดวงจิตพวกเราเป็แน่! โปรดใช้งานพวกเราด้วยเถิด!!"
เส้นเืบนหน้าผากลู่ชิงเต้นตุบๆ เขาไม่มีเงินในคลังแล้ว และี้เีเกินกว่าจะนั่งคิดโปรเจกต์ก่อสร้างใหม่ ประกายความคิดอันแสนมักง่ายจึงผุดขึ้นมา
"ดีมาก!" ลู่ชิงแผดเสียงก้อง "พวกเ้าอยากทำงานจนตัวสั่นนักใช่หรือไม่!? เช่นนั้น... จงพากันไปที่ลานกว้างนอกกำแพงเมือง! ถือจอบพลั่วไปให้หมด! แล้วลงมือขุดหลุมซะ! ขุดให้ลึกที่สุด! ห้ามหยุดพัก!"
ทุกคนตัวสั่นสะท้านด้วยความปีติยินดี ทว่าประโยคถัดมาของลู่ชิงกลับทำเอาทุกคนนิ่งอึ้ง
"และพอพวกเ้า... ขุดหลุมเสร็จจนพอใจแล้ว... ก็จงตักเอาดินนั่นแหละ โกยกลับลงไปกลบหลุมให้มันเต็มเหมือนเดิมซะ แล้วก็ขุดมันขึ้นมาใหม่... แล้วก็กลบมันลงไปใหม่... ทำวนซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าข้าจะตื่นนอน!!"
ปัง! บานหน้าต่างไม้ถูกกระชากปิดลง ทิ้งความเงียบสงัดไว้เื้ั
ผ่านไป 10 ลมหายใจ... ร่างกายของกุนซือชราเริ่มสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลทะลัก!
"ข้า... เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว..." กุนซือชราพนมมือ "นี่มิใช่งานกรรมกร! แต่มันคือปริศนาธรรมขั้นสูงสุด! การขุดหลุมลงไปลึกๆ คือการขุดรากถอนโคนกิเลส! ส่วนการตักดินกลบหลุม คือการฝังกลบอัตตา และทำลายความยึดมั่นถือมั่น! พวกเราลงแรงโดยปราศจากความหวังผล นี่คือการชำระล้างดวงิญญาขั้นสูงสุด!!"
ราวกับมีสายฟ้าแห่งสัจธรรมฟาดเปรี้ยง! ฝูงชนคลั่งธรรมะ 200 ชีวิตวิ่งทะยานห้อตะบึง พุ่งออกไปนอกเมืองราวกับฝูงกระทิงป่า! เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง "ขุดรากถอนโคนกิเลส!! ฝังกลบอัตตาให้สิ้นซาก!!"
ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเอง... รถม้าเก่าคันหนึ่ง เคลื่อนตัวมาหยุดลงอย่างเงียบกริบนอกกำแพงเมืองอุดร
บุรุษ 2 คนก้าวลงจากรถม้า คนหนึ่งสวมชุดพ่อค้าชรา ทว่าดวงตาคมกริบดุจพญาั อีกคนเป็ชายฉกรรจ์ร่างั์ผู้ก้าวเดินอย่างมั่นคงไร้เสียง ยืนแยกขากว้าง อกผาย แผ่รังสีขุนศึก มือไพล่กุมซ่อนไว้ด้านหลังตามวิสัยยอดทหาร
ฮ่องเต้และแม่ทัพใหญ่ที่ลอบปลอมตัวมา ชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงประหลาดพิลึกพิลั่น พวกเขาเดินตามเสียงไปจนถึงยอดเนินดิน และเมื่อทอดพระเนตรลงไปเบื้องล่าง...
องค์ฮ่องเต้ถึงกับนิ่งงันประดุจถูกสาป!
เบื้องล่างคือแรงงาน 200 ชีวิตกำลังแข่งขันกันขุดหลุมั์ แม่ทัพใหญ่ขมวดคิ้ว "หรือว่า... พวกมันกำลังขุดสร้างคลังเสบียงใต้ดิน เพื่อซ่องสุมกำลังพลพ่ะย่ะค่ะ?"
ฮ่องเต้พยักพระพักตร์ "มีเหตุผล..."
แต่ข้อสันนิษฐานกลับอยู่ได้ไม่ถึง 10 ลมหายใจ! เมื่อขุดจนลึกได้ที่ พวกมันกลับโกยดินทั้งหมดสาดเทกลบกลับลงไปในหลุมเดิมจนราบเรียบ! จากนั้นก็เริ่มเอาจอบสับขุดหลุมเดิมใหม่อีกครั้ง! วนเวียนซ้ำซากไร้จุดจบ!
ฮ่องเต้กะพริบพระเนตรปริบๆ สมองอันปราดเปรื่องเริ่มเกิดอาการขัดข้อง! ภาพตรงหน้าทำลายสามัญสำนึกทางทหารจนแหลกละเอียด เสียงโห่ร้อง "ฝังกลบอัตตาแห่งมรรตัย!!" ดังกึกก้อง ฮ่องเต้ยืนแข็งทื่อ แม่ทัพใหญ่อ้าปากค้าง! ผ่านไป 3 ลมหายใจ ฮ่องเต้จึงเอื้อนเอ่ยออกมา "...พวกมัน สติฟั่นเฟือนกันไปหมดแล้วจริงๆ สินะ"
ทั้ง 2 รีบเดินหนีหลบเลี่ยงความวิปริต มุ่งหน้าเข้าสู่เขตจวนเ้าเมือง ทว่าเมื่อมาถึงหน้าเรือนพัก ภาพสยดสยองที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ก็ทำเอาหัวใจของโอรส์แทบจะหยุดเต้น!!
ไอหมอกสีขาวขุ่นลอยคลุ้ง อ่างทองเหลืองตั้งตระหง่าน ไอความเย็นะเืพวยพุ่งทะลัก! พั่บ! พั่บ! พั่บ! ใบพัดั์ 4 แฉกกำลังหมุนเหวี่ยงด้วยความเร็วสูง พัดหอบเอามวลไอเย็นกระจายไปทั่วจวน!
ฮ่องเต้แหงนพระพักตร์มองใบพัดั์นั้น เส้นพระโลหิตบริเวณขมับกระตุกยิกๆ อย่างรุนแรง! เพราะบนแฉกของใบพัดั์ ยังคงหลงเหลือ 'รอยประทับตราหยกสีแดงชาด' ปรากฏให้เห็นเด่นชัดเต็ม 2 ตา!
"ม้วนฎีกาหลวง... ของข้า..." น้ำเสียงของฮ่องเต้สั่นสะท้าน "มันเอาแผ่นไม้ไผ่คัดเกรดชั้นเลิศ... มาตอกตะปูทำพัดลมเป่าความเย็น ให้ตัวเองนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่ม!!?"
เพลิงโทสะพุ่งทะยานะเิถึงจุดสูงสุดในชีวิต! บารมีกษัตริย์ถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี! ฮ่องเต้ก้าวพระบาทหนักๆ พุ่งตรงไปข้างหน้า หมายมั่นจะกระชากคอเสื้อบุรุษที่นอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม ขึ้นมาสับเป็ 10000 ชิ้น!
ทว่า ทันใดนั้นเอง! ฟุ่บ!
เงาร่างอันกำยำพุ่งะโตีลังกาลงมาจากกำแพง ขวางกั้นเส้นทางเสด็จเอาไว้!
ชายผู้นั้นสวมเพียงกางเกงผ้าหยาบ เปลือยท่อนบนโชว์มัดกล้าม ผิวคล้ำแดดดุจทองแดง มือข้างขวาถือ 'จอบขุดดิน' เปรอะโคลนเหม็นหึ่ง! เขาคือ 'อดีตเศรษฐีหวัง' ผู้เพิ่งกลับมาจากการพักเบรกขุดหลุมฝังอัตตา!
แม่ทัพใหญ่เห็นผู้ขวางทาง ก็ก้าวเท้าออกมายืนบังหน้าฮ่องเต้ มือขวาตะปบกำด้ามกระบี่แน่น เตรียมบิ่นคอคนโง่เขลา!
แต่อดีตเศรษฐีหวังกลับไม่สะทกสะท้าน เขากวาดสายตามองประเมินบุรุษทั้ง 2 ั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะส่ายศีรษะช้าๆ พร้อมกับเดาะลิ้น... ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความ 'เวทนาสงสาร' อย่างสุดซึ้ง!
"น่าสมเพชยิ่งนัก..." อดีตเศรษฐีหวังพ่นลมออกทางจมูก "เสื้อผ้าชั้นดี ฝ่ามือขาวสะอาด... แววตาดุดันเต็มไปด้วยจิตสังหาร... และลมหายใจที่อัดแน่นไปด้วยกิเลสและเพลิงโทสะ... อัตตาและความยึดมั่นถือมั่นหนาเตอะบดบังดวงปัญญา! พวกเ้าคงเป็พ่อค้าหน้าเืจากแดนไกล ที่หลงระเริงในวัตถุสินะ"
แม่ทัพใหญ่หน้าบึ้งตึงจนเสียโฉม! ไอ้คนงานเปื้อนโคลนตรงหน้า กำลังใช้สายตาของนักบวชผู้บรรลุธรรม ประเมินคุณค่าของ 'องค์ฮ่องเต้' เชียวหรือ!!?
"สามหาว!!" แม่ทัพใหญ่แผดเสียงตวาดลั่นดุจฟ้าผ่า "ไอ้สวะต่ำช้า! เ้ารู้หรือไม่ ว่ากำลังยืนพูดอยู่กับผู้ใด—"
"เงียบ!!" อดีตเศรษฐีหวังสวนกลับเสียงก้องกังวาน! พลังศรัทธาอันบ้าคลั่งกดทับจนแม่ทัพใหญ่สะอึกกึก! "พวกเ้าทั้ง 2 ยังฝึกฝนไม่ถึงแม้แต่ขั้นเริ่มต้นของการขัดเกลาดวงิญญาด้วยซ้ำ! จงอย่าได้บังอาจส่งเสียงหนวกหู รบกวนการเข้าฌานของท่านมหาปราชญ์ผู้นี้!"
อดีตเศรษฐีหวังตัดสินใจยื่น 'จอบขุดดิน' ที่เปื้อนโคลนเหนียวหนืด ส่งยื่นออกไปให้ฮ่องเต้ ตุ้บ! ด้ามจอบกระแทกเข้าที่หน้าอกของฮ่องเต้อย่างจัง!
ด้วยสัญชาตญาณของการถูกยื่นของให้ พระองค์จึงเผลอยกพระหัตถ์ที่เคยกุมแต่พู่กันหยกและกระบี่ฟ้า ขึ้นมารับด้ามจอบโคลนนั้นไว้โดยอัตโนมัติ!
และเมื่อรู้สึกตัว... พระองค์ก็ชะงักค้าง แข็งทื่อเป็หินสลักไปในทันที!
"ดี..." อดีตเศรษฐีหวังพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "จงรับจอบนั้นไป แล้วเดินออกไปที่ลานกว้าง... ขุดหลุมให้ลึกลงไปถึงรากเหง้าของความยึดมั่นถือมั่น จากนั้นก็จงโกยดินกลบมันลงไป ฝังอัตตา ฝังความโกรธแค้นริษยาของเ้าเอาไว้ใต้ผืนดินนั้นซะ! เมื่อใดที่เ้าขุดและกลบหลุมครบ 100 รอบโดยปราศจากความโกรธ... เมื่อนั้น เ้าถึงจะคู่ควรเข้ามายืนร่วมลานดินเดียวกับท่านมหาปราชญ์!"
ความเงียบสงัดระดับปรโลก โรยตัวลงทับถมทุกตารางนิ้ว ฮ่องเต้ยืนนิ่งแข็งเป็รูปปั้นหิน! แม่ทัพใหญ่ตายืนเหลือกค้าง ิญญาหลุดลอย!
ในสมองของฮ่องเต้ บัดนี้เกิดการมโนตรรกะขั้นสูงสุดตีรวนกันอย่างบ้าคลั่ง! 'หรือนี่คือค่ายกลทำลายอัตตากษัตริย์? เด็กลู่ชิงรู้ตัวตนของข้าแล้ว จึงจงใจส่งกรรมกรผู้นี้มาลูบคมและทดสอบความอดทนของข้าใช่หรือไม่!? ลึกล้ำนัก! ช่างลึกล้ำจนน่าหวาดผวา!'
แม่ทัพใหญ่อยากจะชักดาบฟันไอ้กรรมกรตรงหน้าให้ขาดเป็ 2 ท่อน! ทว่าหากเขาหุนหันพลันแล่นกระทำการ ตัวตนของฮ่องเต้ย่อมถูกเปิดเผย! สิ่งเดียวที่ยอดขุนศึกทำได้ คือการยืนสั่นเทิ้ม กัดฟันข่มความอัปยศอดสูเอาไว้!
ในขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดจนสายธนูแทบขาด... ณ บนราชรถล้อซี่ไม้เื้ั
ลู่ชิงพลิกตัวนอนหงายเบาๆ ตวัดดึงผ้าห่มขึ้นคลุมมิดจนถึงปลายคาง ก่อนจะพึมพำละเมอออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียที่สุดในโลกหล้า
"อาฝู... ไปแจ้งศาลอำเภอ... ข้าของดราชการ... ลาจำศีล... อีก 5 วัน..."
จากนั้น เขาก็พลิกตัวตะแคงข้าง ซุกใบหน้าเข้าหาหมอนนุ่ม แล้วปล่อยเสียงกรนออกมาทันทีอย่างไม่แยแสต่อสิ่งใด! ฟี้... ครอก... เสียงกรนดังสอดประสานไปกับเสียงใบพัดฎีกาหลวงอย่างมีความสุข!
ส่วนบุรุษผู้สวมชุดพ่อค้า องค์ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งแผ่นดิน บัดนี้ยังคงยืนตัวแข็งทื่อเป็ท่อนไม้ 2 พระหัตถ์อุ้มประคอง 'จอบเปื้อนโคลนเหม็นเน่า' เอาไว้แนบพระอุระ พระพักตร์ขาวซีดไร้สีเื เลื่อนลอยประดุจดวงิญญาเพิ่งถูกกระชากหลุดออกจากร่าง
นี่นับเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่โอรส์ถูกกรรมกรชั้นต่ำยัดจอบใส่มือ และถูกสั่งสอนชี้หน้าให้ไปขุดหลุมฝังอัตตา! เพียงเพื่อแลกกับคุณสมบัติที่จะได้ยืนบนพื้นดิน ร่วมกับขุนนางี้เีที่กำลังนอนกรนอยู่ใต้ผ้าห่ม!!
และในห้วงวินาทีอันแสนอัปยศและสับสนนี้... ฮ่องเต้ผู้เกรียงไกร ก็ยังไม่อาจตัดสินพระทัยได้เลยว่า ระหว่าง 'ความโกรธกริ้ว' ที่ถูกหยามเกียรติ กับ 'ความตกตะลึงหวาดผวา' ในความวิปลาสของลานกรรมแห่งนี้... พระองค์สมควรจะเลือกปลดปล่อยอารมณ์ใดออกมาก่อนดี!!
[จบตอนที่ 19]