ไห่ซี จวนนายอำเภอ
"หมู่หลาน" โตซางไม่ได้เคาะประตู แต่ผลักเข้าไปและเดินตรงไปยังห้องด้านใน
"ท่านอย่าเข้ามา ข้ากำลัง..." เสียงอันตื่นตระหนกของฮวาหมู่หลานดังมาจากด้านใน แต่ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ โตซางก็เดินอ้อมฉากกั้นเข้ามาเสียแล้ว
ในชั่วพริบตานั้น โตซางหยุดชะงักอยู่กับที่ ดวงตาเบิกกว้างและสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความใ
เขาบังเอิญเห็นหมู่หลานกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า
ตอนนี้นางเพิ่งถอดชุดเกราะออก และกำลังสวมเสื้อรุ่ยซานสีแดง ซึ่งดึงขึ้นมาถึงเพียงข้อศอก แผ่นหลังขาวเนียนดุจหยก ไหล่ที่บอบบางและลำคอระหง ทั้งหมดล้วนปรากฏแก่สายตาของโตซาง
ภาพอันงดงามวูบผ่านไป ฮวาหมู่หลานรีบดึงเสื้อผ้าลงมาปิดบังร่างกายตนเองอย่างรวดเร็ว
"คุณชาย เหตุใดเวลาจะเรียกข้าถึงไม่ส่งเสียงบอกก่อน แล้วยังบุกรุกเข้ามาในห้องข้าตามใจชอบเช่นนี้?" ฮวาหมู่หลานใช้มือรวบเส้นผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยข้างแก้ม พลางบ่นด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
หากเป็เมื่อก่อน ฮวาหมู่หลานคงโกรธจัด แต่ตอนนี้นางกับโตซางได้หมั้นหมายกันแล้ว เื่การระวังตัวระหว่างชายหญิงจึงไม่เข้มงวดนัก เมื่อถูกโตซางเห็นภาพอันน่าเขินอาย นางจึงเพียงแค่บ่นเท่านั้น ไม่ได้โกรธเคือง
เมื่อมองดูวีรสตรีผู้ขี้อายตรงหน้า หัวใจของโตซางเต้นระรัว เขาแอบกลืนน้ำลาย รู้สึกมีความปรารถนาอยากจะพุ่งเข้าไปกดตัวฮวาหมู่หลานลงกับพื้นจริง ๆ
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก โตซางก็อดกลั้นไว้ได้ เขาเดินเข้าไปสวมกอดเอวบางของนางอย่างคุ้นเคย พร้อมยิ้มกล่าวว่า "เ้าเกือบจะเป็คนของข้าอยู่แล้ว ยังมีอะไรต้องกังวลอีก"
ใบหน้าของฮวาหมู่หลานยิ่งแดงซ่าน แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "อย่างไรเสียเราก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน ขนบธรรมเนียมชายหญิงไม่อาจละเลยได้ ขอคุณชายโปรดให้เกียรติข้าด้วยเ้าค่ะ"
"ได้ ครั้งหน้าคุณชายคนนี้จะเคาะประตูก็แล้วกัน" โตซางไม่มีทางเลือก จึงต้องรับคำไปก่อน เพื่อไม่ให้ฮวาหมู่หลานโกรธ เพราะหากนางโกรธจนตัดสินใจไม่แต่งงานกับเขาขึ้นมาคงจะเป็เื่ใหญ่
ฮวาหมู่หลานจึงค่อยรู้สึกพอใจขึ้นเล็กน้อย แต่นางถูกโตซางกอดแน่นเกินไปจนแทบหายใจไม่ออก ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงเบียดเสียดกับแผงอกของโตซาง ความรู้สึกบีบอัดนั้นทำให้โตซางใจสั่นจนทนไม่ไหว อดไม่ได้ที่จะก้มลงจุมพิตนางอีกครั้ง
"คุณชาย ท่านรับปากหมู่หลานแล้วว่าก่อนจะแต่งงาน ห้ามแตะต้องตัวข้า... ปากของข้า..." ฮวาหมู่หลานใช้สองมือดันออกเบา ๆ พร้อมอ้อนวอนเสียงต่ำ แต่คำว่า ‘ปาก’ นั้นยากที่จะเอ่ยออกมา ใบหน้าของนางแดงก่ำไปจนถึงใบหู
โตซางยิ้มเ้าเล่ห์ "คุณชายย่อมรักษาคำพูด ข้าไม่จูบปาก แต่จูบแก้ม"
พูดจบ โตซางก็ฝืนจุมพิตลงไปอย่างแรง
เมื่อมีตัวอย่างครั้งก่อนบนเรือ ฮวาหมู่หลานจึงไม่อาจปฏิเสธได้อีก ทำได้เพียงกึ่งยอมกึ่งต้าน ปล่อยให้เขาโน้มใบหน้าเข้ามา และจุมพิตลงบนแก้มที่แดงจัดของนางอย่างแรงหนึ่งที
โตซางจึงพอใจ เขามองลงมาที่ฮวาหมู่หลานผู้เขินอายอย่างยิ่ง รอคอยให้เสียงแจ้งเตือนของจิติญญาแห่งระบบดังขึ้นข้างหู เพื่อรับแต้มเมตตาจากฮวาหมู่หลานอีกครั้ง
ทว่ารออยู่ครู่ใหญ่ เห็นเพียงฮวาหมู่หลานที่ขัดเขิน แต่ในหัวกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่มีการแจ้งเตือนว่าได้รับแต้มเมตตา จิติญญาแห่งระบบเ้าหลับไปแล้วหรือ?" โตซางะโถามในใจ
[ติ๊ง... ระบบแจ้งเตือน วิธีการรูปแบบเดียวกันสามารถรับแต้มเมตตาได้เพียงครั้งเดียว ครั้งก่อนนายท่านได้ใช้วิธีการเดียวกันนี้บนเรือไปแล้ว ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่สามารถรับแต้มเมตตาได้]
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ช่างเป็ระบบที่ชอบขุดหลุมฝังเ้าของจริง ๆ
โตซางควรจะคิดถึงจุดนี้ได้ตั้งนานแล้ว หากมันง่ายดายเช่นนี้ เขาคงกอดฮวาหมู่หลานจูบแก้มทุกวันจนแต้มเมตตาพุ่งทะลุเพดาน เช่นนั้นแต้มเมตตาก็จะไร้ค่าเกินไป ระบบไม่มีทางปล่อยให้เขาได้ประโยชน์ง่าย ๆ เช่นนี้แน่
"ดูท่าต้องรีบแต่งงานเสียแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นจะได้ทำกับนางตามใจชอบ และใช้หลากหลายวิธีเพื่อรับแต้มเมตตาจากตัวนาง..."
โตซางคิดอย่างรวดเร็วและตัดสินใจได้ จึงกุมมือหมู่หลานขึ้นมาแล้วยิ้มกล่าวว่า "ในเมื่อมีเื่ให้กังวลมากมาย เช่นนั้นเราจะรออะไรกันอยู่ รีบแต่งงานกันให้เร็วที่สุดเถิด"
"แต่หมู่หลานเคยสาบานไว้ว่า หากพวกซยงหนูยังไม่ถูกทำลาย จะไม่มีวันสร้างครอบครัว" ฮวาหมู่หลานดูเหมือนจะไม่ได้รีบร้อนแต่งงาน
"พวกซยงหนูยอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ฮั่นแล้ว เราจะไปทำลายพวกเขาได้อย่างไร คำสาบานอะไรของเ้ากัน เช่นนี้เราคงต้องรอจนแก่ตายถึงจะได้แต่งงานกัน" โตซางกล่าวอย่างอ่อนใจ
"แต่ว่า..." ฮวาหมู่หลานพูดเลี่ยงไปเื่อื่น นางผู้มีนิสัยเด็ดเดี่ยวดูเหมือนจะมีความกลัวบางอย่างต่อการออกเรือนเป็ภรรยา จึงพยายามหาเหตุผลมาปฏิเสธ
ในขณะนั้นเอง ทหารคนสนิทก็รีบมารายงานว่า ซุนเขียน ผู้ติดตามภายใต้สังกัดของเ้าเมืองเล่าปี่ ได้ถือคำสั่งทหารล่าสุดของเล่าปี่มาถึงไห่ซีแล้ว และกำลังรออยู่ที่โถงกลาง
ซุนเขียน?
คำสั่งทหารของเล่าปี่?
หัวใจของโตซางสั่นไหวเล็กน้อย เขาละความสนใจจากตัวฮวาหมู่หลานทันที เขามีลางสังหรณ์ว่าการมาของซุนเขียนครั้งนี้ต้องไม่ใช่เื่ดีแน่
"คุณชาย เื่งานสำคัญต้องมาก่อน เื่วันแต่งงานไว้เราค่อยปรึกษากันภายหลังเถิดเ้าค่ะ" ฮวาหมู่หลานหาข้ออ้างได้ทันที และรีบชักมือออกจากฝ่ามือของเขา
เื่งานสำคัญกว่า โตซางจึงต้องระงับเื่ส่วนตัวไว้ก่อน เขาตั้งสติและเดินตรงไปยังโถงกลาง
เมื่อมองส่งโตซางจากไป ฮวาหมู่หลานถอนหายใจเบา ๆ สองมือขยำชายเสื้อราวกับหญิงสาวแรกรุ่น ใบหน้าเปลี่ยนสีเป็แดงสลับขาวไม่คงที่ ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับความคิดที่ถูกโตซาง ‘ล่วงเกิน’ เมื่อครู่จนสลัดไม่ออก…
ภายในโถงกลาง ซุนเขียนผู้มีท่าทางสุภาพกำลังเดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์
ซีเซ่งและห้วนกุ๋ยยืนขนาบข้างอย่างเคร่งขรึม
ซีเซ่งมือจับกระบี่ บนศีรษะยังคงโพกผ้าแบบโจรทะเลตามความเคยชิน ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่ซุนเขียน
ส่วนห้วนกุ๋ย มือหนึ่งกำลังแทะน่องแกะ อีกมือหนึ่งถือมีดฆ่าหมูเล่มั์ พลางเหลือบมองซุนเขียนเป็ระยะ สายตานั้นราวกับกำลังมองหมูหรือแกะที่รอการเชือด
"คนหนึ่งเป็โจรทะเลปล้นฆ่า อีกคนเป็คนฆ่าสัตว์ที่แอบอ้างเป็คนโบราณ คุณชายใหญ่ตระกูลโตผู้สูงส่ง กลับตกต่ำถึงขั้นต้องรวบรวมพวกสถุลมาเป็ลูกน้อง ท่านโตโชคดีที่ตอนนั้นท่านมีสายตายาวไกล ไม่ส่งมอบตำแหน่งเ้าเมืองให้ลูกชายคนโตที่ไม่ได้ความคนนี้ มิเช่นนั้นคงเป็ความโชคร้ายของราษฎรในซีจิ๋วเป็แน่..."
ซุนเขียนทอดถอนใจในใจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นความเย้ยหยันที่ยากจะสังเกตเห็น
"ท่านซุนผู้ติดตามมีน้ำใจมาเยือนอำเภอเล็ก ๆ ในไห่ซีของข้า ช่างเป็แขกที่หาได้ยากยิ่ง"
โตซางเดินก้าวยาว ๆ เข้ามาจากห้องหลัง ขัดจังหวะความคิดของซุนเขียน
ซุนเขียนหันกลับมา เมื่อเห็นโตซาง แววตาของเขาฉายความดูแคลนออกมาวูบหนึ่ง แต่มันรวดเร็วมากจนแทบไม่สังเกตเห็น พริบตาต่อมาใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแบบคนใจดี
"เขียนคารวะคุณชายใหญ่โต" ซุนเขียนประสานมือยิ้ม ท่าทางนอบน้อม แม้แต่คำเรียกก็ไม่ได้เรียกโตซางว่า ‘นายอำเภอโต’ แต่ยังคงใช้คำยกย่องว่า ‘คุณชายใหญ่โต’ เช่นแต่ก่อน
โตซางประสานมือตอบ ทักทายกันเล็กน้อยก่อนจะเชิญให้นั่งตามตำแหน่งเ้าบ้านและแขก
เมื่อน้ำชาและขนมถูกยกมาเสิร์ฟ โตซางไม่มีเวลาจะเสียคำพูดกับเขา จึงถามตรง ๆ ว่า "ได้ยินว่าท่านซุนนำคำสั่งทหารของเ้าเมืองเล่ามา ครั้งก่อนเ้าเมืองสั่งให้ข้านำทหารใหม่ไม่กี่ร้อยคนไปปราบโจรทะเล ครั้งนี้ไม่รู้ว่ามอบโจทย์ยากอะไรให้ข้าอีก"
น้ำเสียงของโตซางแฝงไปด้วยความประชดประชันอย่างชัดเจน
แต่ซุนเขียนกลับทำเป็ไม่รู้เื่ ยังคงมีรอยยิ้มใจดีบนใบหน้า และกล่าวอย่างร่าเริงว่า "ข้าต้องขอแสดงความยินดีกับคุณชายโตด้วย ครั้งก่อนท่านเ้าเมืองได้รับรายงานชัยชนะของคุณชาย ทรงยินดีเป็อย่างยิ่ง และได้กล่าวชมคุณชายกับพวกข้าว่า คุณชายสมกับเป็บุตรของท่านโต ผู้สืบทอดตระกูลขุนพล..."
หลังจากประจบประแจงอยู่พักหนึ่ง ซุนเขียนก็หยิบม้วนผ้าไหมออกมาจากแขนเสื้อ "คุณชายคงทราบดีว่า ท่านเ้าเมืองเล่าเป็ผู้ที่ให้รางวัลและลงโทษอย่างชัดเจน ยุติธรรมและเข้มงวด บัดนี้คุณชายโตได้สร้างความชอบในการรบ จะไม่ให้รางวัลได้อย่างไร ดังนั้นท่านเ้าเมืองจึงตัดสินใจแต่งตั้งคุณชายโตให้เป็เ้าเมืองแคว้นหลางเกีย และสั่งให้คุณชายเดินทางไปยังเมืองไคหยางเพื่อรับตำแหน่งในเร็ววัน"
เมื่อได้ยินดังนั้น มุมปากของโตซางก็ยกขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเ็าที่แฝงความประชดประชัน
"เป็ไปตามที่ข้าคาดไว้จริง ๆ ครั้งก่อนยืมดาบฆ่าคนไม่สำเร็จ ครั้งนี้จึงใช้วิธีเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเป็ดาบที่คมยิ่งกว่า เล่าปี่ บิต๊ก พวกเ้าช่าง..."