"อะ ไอ้น้องเวร กูไม่น่ามีน้องชายแบบมึงเลย!"
"หึ...กูก็ไม่อยากมีครอบครัว ที่มองกูเป็บ่อเงินบ่อทองเหมือนกันแหละวะ ถ้ากูไม่มีหัวในรายชื่อผู้รับมรดกจากคุณย่า มึงก็คงไม่มาตามเลียแข้งเลียขากูแบบนี้หรอก"
"ไอ้ไมยราพ!"
"ทำไม หรือกูพูดไม่จริง!?"
อีกฝ่ายตะคอกกลับด้วยเสียงที่ดังกว่า
นาทีนี้ผมควรจะขึ้นไปขอความช่วยเหลือถูกต้องไหม แต่ถ้าผมทำอย่างนั้น อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่มีใครตอบได้
ฉะนั้นแล้ว ผมควรจะปิดผนึกตัวเองอยู่ใต้นี้ แล้วรอจังหวะที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า ผมไม่อยากเสี่ยงจนตัวเองต้องเจ็บตัว ความเ็ปทรมาน ไม่ใช่สิ่งที่น่าทดลองเล่น
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจหลายเฮือก ระหว่างที่กำลังเดินคอตกกลับห้อง ทว่าั์ตาสีน้ำตาลคู่นี้ กลับเหลือบไปเห็นจานข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักเก่าๆ และมีจานอีกใบหนึ่งครอบอยู่ ผมไม่รอช้า เดินตรงเข้าไปเปิดดู เมื่อเห็นในจานเป็ข้าวไข่เจียว ก็รีบตักจ้วงเข้าปากด้วยความหิว
แค่ก แค่ก แค่ก!
ผลลัพธ์ของคนตะกละตะกลาม ทำให้สำลักข้าวไข่เจียวที่เคี้ยวอยู่ในปาก เด็กหนุ่มรีบกวาดสายตามองหาน้ำดื่ม จังหวะนั้นคน้าเปิดประตูชั้นใต้ดินเดินลงมาพอดี เขามีขวดน้ำติดมือลงมาด้วย พอเห็นว่าผม้าสิ่งนั้นเขาก็เปิดฝาขวดพลาสติกแล้วยื่นให้ผมอย่างไม่ลังเล
เพทายคว้าขวดน้ำสะอาดมาดื่ม ดื่มเสร็จก็ทุบกลางอกให้อาการแน่นหน้าอกผ่อนคลายลง ก่อนที่เด็กหนุ่มจะแหงนคอมองคนตัวสูง ที่มองตอบด้วยสายตาเรียบนิ่ง ตะ แต่ดูเหมือนว่าเขาอาจจะลืมอะไรไปบางอย่างนะ...
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนไล่มองรูปหน้าคมเข้ม คิ้วหนาที่มีการกันปลายให้ดูหล่อเท่ เจาะหู เจาะปากทันสมัยตามสไตล์วัยรุ่นทั่วไป เหมาะกับทุกสัดส่วนบนใบหน้าลูกครึ่งกรามใหญ่ จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากเปื้อนสีแดงเชอร์รี่ ทำให้ผมยืนอึ้งไปหลายนาที ตอนสวมใส่ผ้าปิดปาก ก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว ว่าเขาหน้าตาดี แต่ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้
ชายฆาตกรเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องมองตาค้าง ก็รีบยกมือหยาบใหญ่ขึ้นััใบหน้าตนเอง ก่อนจะหันหลังใส่ในทันที ที่รู้ว่าลืมสวมผ้าปิดปากลงมาด้วย
"คะ คุณ..."
"ไม่ต้องพูด หยิบจานแล้วเข้าห้องไปซะ"
เพทายเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามคำสั่ง ถึงตัวเองจะเป็เด็กวัยรุ่นหน้าตาดี แต่เมื่อเทียบกับหน้าตาของเขาแล้ว คงไม่ได้เศษเสี้ยวความหล่อคมนั้นเลยด้วยซ้ำ
มันน่าแปลก ที่คนรูปร่างหน้าตาดี ทำไมถึงได้เป็ฆาตกร และจับตัวคนมาฆ่าเหมือนหมูเหมือนหมา ทั้งที่อนาคตอาจจะไปได้สวยหากไม่มาข้องเกี่ยวกับเื่พวกนี้
เด็กหนุ่มหน้าหวานเกินชาย ถือจานข้าวไข่เจียวกลับมากินต่อในห้อง โดยที่ภาพใบหน้าของคนคนนั้นยังติดอยู่ในหัว พอนึกย้อนกลับไปตอนที่เขาเปลือยกาย รอยสักที่เห็น ก็ช่วยเสริมความหล่อคมของคนคนนี้ ทำให้ผมนั่งเหม่อ เพ้อไปไกลไปหลายนาที จนลืมเคี้ยวข้าวในปาก
ชายฆาตกรเดินกลับเข้ามาในห้องเชือดอีกครั้ง ตอนที่สวมใส่ผ้าปิดปากเรียบร้อยแล้ว แววตาสีเข้มดูไม่ค่อยมั่นใจในรูปหน้าตนเอง เพราะดูจากมือที่ยกขึ้นมาจับหูจับตาหลายครั้ง เหมือนไม่อยากให้ผม จ้องมองในส่วนนี้
"อย่ามัวแต่มอง รีบกินเข้า" เสียงตำหนิติเตียนดังมาจากฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่เ้าของร่างสูงใหญ่กำยำจะหันหลังใส่ ให้ผมมองแต่แผ่นหลังกำยำ ผ่านเนื้อผ้าสีดำทะมึน
เสี้ยววินาทีหนึ่ง ผมเกิดความรู้สึกคุ้นชินกับแผ่นหลังนี้ พอพอกับแววตาของเขาที่เคยสบสายตากันครั้งหนึ่ง นั่นเลยทำให้ผมนิ่งคิดทบทวนความทรงจำอยู่สักพัก ระหว่างที่กำลังเคี้ยวข้าวไข่เจียวในปากไปด้วย
'พี่จิต' ชื่อนี้แล่นเข้ามาในหัวเป็ชื่อแรกที่นึกขึ้นได้
เพราะเราทั้งคู่มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องรู้จักกัน จะบอกว่าบังเอิญก็คง 'ใช่' จะบอกว่าผมต้องใจ ก็คง 'ใช่' อีก
อธิบายอย่างนี้อาจจะงง
งั้นผมจะขอเล่าคร่าวๆ ว่า...
เมื่อตอนที่ผมอายุสิบขวบ ย้อนความไปเมื่อแปดปีที่แล้ว ผมเคยตั้งใจที่จะเข้าไปช่วยนักศึกษาชายคนหนึ่ง จากการถูกกลุ่มนักศึกษาด้วยกัน รุมทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในสถานศึกษาของพี่สาวผมเอง ทำให้ผมที่เดินเล่นจนหลงทางอยู่แถวนั้น พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งมันหนักหนาสาหัสกับคนคนหนึ่งมาก จนทำให้ผมไม่สามารถนิ่งนอนใจ ทนมองอยู่เฉยๆ ได้
ถึงผมจะเป็แค่เด็กประถมวัยสิบขวบ
แต่ผมก็รู้ว่าชีวิตคนคนหนึ่งสำคัญมาก แม้ว่าตอนนี้ผมจะมีความคิดที่อยากจะฆ่าตัวตาย นั่นก็เป็เพราะผมไม่เหลือใครแล้ว แต่ชายคนนั้น เขาอาจจะมีครอบครัว และคนรักที่รออยู่ ผมเลยไม่ลังเลที่จะหาวิธีช่วยเหลือ ซึ่งผมอาจจะคิดสั้นไปหน่อย เพราะไม่มีเวลาคิดเลยตัดสินใจใช้ความรุนแรง ระงับความรุนแรงนั้นให้จบลง
มันเป็วิธีการที่ผิด
ผมรู้ แต่ผมก็ทำมันลงไปแล้ว
ผมไม่รู้ว่าจะมีใครตายเพราะมือของผมไหม
รู้เพียงแค่ว่า ในวันที่ผมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
เหตุการณ์ไฟไหม้ในจุดที่ผมหลงทางไปช่วยผู้ชายคนนั้น ทำให้พี่เทียร์ตื่นกลัวและเป็กังวล เพราะคิดว่าเื่อาจจะลามมาถึงตัวผม ที่ไปโยนก้อนอิฐใส่หัวคนอื่น
ทว่าเื่นั้น กลับไม่มีการโยงความผิดมาถึงตัวผม เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถูกยกให้เป็อุบัติเหตุจากกลุ่มนักศึกษาที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ในจุดเกิดเหตุนั้นมีไฟแช็ก และมีถังน้ำมันที่เป็เชื้อเพลิงชั้นดีทำให้เกิดการย่างสดกันเอง และอีกหนึ่งเหตุผลที่ตัดสินให้เป็แบบนี้ เพราะไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็ชายหญิงสิบกว่าชีวิตตายเรียบ
อีกทั้งยังไม่มีกล้องวงจรปิดตัวไหน หรือมุมไหนในสถานศึกษา สามารถจับภาพเหตุการณ์นั้นได้ เื่จึงจบไปอย่างไร้ข้อสงสัย ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าจบง่ายเกินไป ถึงผมจะเป็หนึ่งในบุคคลที่กระทำความผิดร้ายแรง แต่ผู้ชายที่ผมช่วย ทำไมเขาถึงไม่อยู่ในจุดนั้น ทำไมเขาถึงไม่มีในรายชื่อผู้เสียชีวิตหรือว่าเขาเป็คนที่ฆาตกรรมทุกคน?
คำถามนี้วกวนอยู่ในหัว
จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ต่อมา มีบุคคลปริศนาปรากฏตัว บริเวณสวนหย่อม ภายในบ้านหลังใหญ่ของผม
ใช่...ผู้ชายที่ผมเคยช่วยเหลือมาหาผมถึงบ้าน
เขาเข้ามาในยามวิกาล พร้อมกับถือไอศกรีมหนึ่งแท่ง เป็รสช็อกโกแลตที่ผมชื่นชอบ ซึ่งผมควรจะใที่เขาปรากฏขึ้น แต่ไม่เลย ผมกลับดีใจที่ได้เห็นเขา และได้รับรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เพื่อไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเื่การย่างสดนักศึกษา ว่าตกลงในวันนั้น เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
"กินเสร็จหรือยัง?" ยังไม่ทันที่จะได้เรียบเรียงความทรงจำในอดีตที่ผ่านมา เสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยถามอีกครั้งหนึ่ง
"ยังมีงานต้องไปทำอีก"
ประโยคถัดมาทำให้ผมกลืนข้าวไม่ลงคอ
"ยะ ยังมีอีกเหรอครับ?"
เสียงสั่นเทิ้มถามกลับด้วยความรู้สึกพะอืดพะอม แค่คิดว่าจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกซากศพ ผมก็แทบจะอาเจียนออกมา เพราะน้ำเื น้ำหนอง เป็สิ่งที่ผมรับไม่ไหว ไหนจะกลิ่นเหม็นสาบ และสภาพศพเน่าเฟะนั่นอีก
"ไม่มีคนช่วยบดเนื้อ เพราะฉะนั้นนายต้องทำ"
บะ บดเนื้อ!
ถามจริง เขาจะให้ผมทำจริงๆ เหรอ!?
"บดเนื้อเพื่อนของนาย นายทำไม่ได้หรือไง?"
เขาถามด้วยน้ำเสียงขบขัน โดยที่ไม่หันมามองหน้าผม ซึ่งตอนนี้ผมนั่งหน้าซีดเป็หนูขาดสารอาหารแล้ว
"ผะ ผมขอทำอย่างอื่นแทนได้ไหมครับ?"
ระหว่างที่เอ่ยปากร้องขอ สองมือที่กำลังถือจานเกิดสั่นระริก ไม่ต้องพูดถึงเม็ดข้าวในจาน ดีดเด้งยิ่งกว่าเ้าเข้า ถึงแม้ว่าจะทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาได้สักพัก แต่การไปบดเนื้อไอ้มอส คงเป็สิ่งที่โหดร้ายเกินไปสำหรับผม
"ถ้าไม่ทำ นายจะโดน..."
เขาเว้นวรรคประโยคหลัง แล้วหยิบมีดด้ามเหล็กสีเงินออกมาพร้อมกับพลิกด้ามขึ้นให้ผมเห็นความใหญ่ยาว
"นายคงไม่อยากโดนเสียบด้วยด้ามมีดใช่ไหม?"
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกใ เมื่อคำพูดนั้น ส่อถึงการเสียบอย่างอื่น ที่ไม่ใช่การเสียบเนื้อสด แค่นึกภาพตาม ผมก็รู้สึกแสบสันบริเวณรูรีบ ที่เพิ่งโดนชายฆาตกรคนนี้ปู้ยี่ปู้ยำไปได้ไม่นาน
ผมจำความรู้สึกในตอนที่เขาพยายามยัดเยียด ตัวตนเข้ามาในตัวผม ความรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนโดนฉีกร่างทำให้ผมหวาดหวั่น กลัวว่าเขาจะลงมือทำอย่างนั้นอีก
"ตกลง ผมจะทำ"
ร่างผอมบางดีดตัวลุกขึ้นทันทีทันใด
"ให้มันได้อย่างงี้"
แม้ว่าจะไม่เห็นรอยยิ้มมุมปาก แต่ผมก็รู้ว่าเขากำลังพออกพอใจ ที่ผมยอมตอบตกลงทำตามอย่างว่าง่าย
"ข้าวล่ะ ทำไมไม่กินให้หมด?"
เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าข้าวไข่เจียวยังเหลือ
"ผมเสียดาย ตอนที่ผมต้องอาเจียนมันออกมา…"
เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง ไม่นานนักชายฆาตกรก็เดินตามมา พร้อมกับเปิดห้องบดเนื้อให้เพทายเข้าไปรอข้างใน
ชั้นใต้ดินมีห้องเย็น ห้องบดเนื้อ ห้องน้ำ และมีอีกห้องหนึ่งที่ยังคงปิดเอาไว้ ด้วยรหัสผ่านเปิดปิดที่มีเพียงเ้าของบ้านที่เปิดได้ ผมจะไม่ถาม เพราะกลัวว่าจะสอดรู้สอดเห็นมากจนเกินไป ทำให้ชายฆาตกรฉุนเฉียวในตัวผม
"เอาชิ้นส่วนในถุงดำ เทใส่เครื่องบด แค่นั้น"
เป็แค่นั้นที่ยากเย็นมาก ผมมือสั่นไปหมดแล้ว
"อย่ามัวแต่ยืนเอ้อระเหย รีบไปหยิบมา เดี๋ยวเปิดเครื่องให้" เขาพูดพร้อมกับก้าวขายาวเหยียดไปตรงสวิตช์ไฟ ผมอยากจะขอสลับตำแหน่งแต่ก็กลัวโดนมีดเสียบปาก
"อุ๊บ!"
อาการพะอืดพะอมกำเริบ เมื่อได้กลิ่นคาวคละคลุ้งมาจากถุงดำทั้งห้าใบ ในนั้นคงมีชิ้นส่วนต่างๆ ที่เขาหั่นแยกเอาไว้แล้ว ซึ่งผมเห็นภาพตอนที่เขาหั่น จึงรู้ว่าใบไหนใส่หัว ใบไหนใส่เครื่องใน ใบไหนใส่ขา ดูจากลักษณะถุง ใบหน้าสุดคงจะเป็ส่วนหัว เพราะมันคล้ายคลึงที่สุดแล้ว!
"รีบทำ"
แรงกดดันมาพร้อมกับความหวาดผวา ฝ่ามือสั่นเทิ้มค่อยๆ เอื้อมไปหยิบถุงดำที่คล้ายกับถุงใส่ท่อนขาขึ้นมาเป็ถุงแรก ก่อนจะหันหลังกลับไปที่เครื่องบดสีเงินขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้องสี่เหลี่ยม สภาพเครื่องนี้เกินคำบรรยาย เพราะยังมีเศษเนื้อติดตามใบมีดคมกริบด้านใน ทำให้ผมนึกถึงภาพซากศพหลายสิบชีวิตก่อนหน้า
ครืนนน!
เสียงเปิดเครื่องบดเนื้อ กระชากสติที่มีอยู่น้อยนิดให้แตกกระเจิง หากมืออีกข้างหนึ่งของชายฆาตกร ไม่ได้ถือมีดเล่มยาว สาบานเลย ว่าผมจะรีบวิ่งหนี ไปจากห้องนี้
แก๊ก แก๊ก แก๊ก!
เสียงด้ามเหล็กเงา เคาะผนังปูนเรียกสติของผมกลับคืนมา สองมือสั่นสะท้านเริ่มแกะปากถุงดำที่วางอยู่บนพื้น ก่อนจะหลับตาปี๋ไม่มองภาพชิ้นส่วนที่อยู่ภายในถุง
"ฮึบ!"
เพทายใช้มือยกหัวท้าย แล้วเทชิ้นส่วนที่อยู่ในถุงดำใส่ลงไปในเครื่อง ให้ใบมีดแหลมคมบดขยี้ชิ้นเนื้อจนแหลกเหลวกลายเป็เนื้อบดละเอียดไร้เค้าโครงของมนุษย์
ฉับๆๆๆๆๆๆ!
ไม่ถึงหนึ่งนาที เสียงบดกระดูกก็เหลือเพียงเสียงใบมีด ที่สลับฟันปลาเข้าหากัน รอชิ้นส่วนที่เหลือให้เทตามลงไป เพทายที่ยืนหลับตาปี๋ ทำใจกับการเดินไปหยิบชิ้นส่วนอื่นหลายนาที ทำให้คนที่ยืนมองรู้สึกขัดใจ จนต้องเดินเข้ามาผลักหลังให้เด็กหนุ่มรีบดินไปหยิบถุงดำมุมห้อง
"ขืนยังชักช้า ชิ้นต่อไปที่จะโดนบด คือหัวของนาย"
สำหรับผู้ชายคนนี้ ความโเี้อำมหิต ไม่เคยแ่ลงเลย ผมได้ทำใจยอมรับชะตากรรม แล้วลืมตาก่อนจะลงไปหยิบถุงดำอีกใบที่มีลักษณะคล้ายกับอันก่อนหน้า
นี่คงเป็ขาซ้าย หรือไม่ก็ขาขวา
ตอนแกะถุงห่อศพ เด็กหนุ่มยังคงปิดเปลือกตาสนิทเพราะไม่อยากเห็นภาพอันน่าสยดสยอง ทำใจได้มากสุด ก็แค่ตอนเเกะแล้วเทลงไปในเครื่องบด ผมทำอย่างนี้สี่ถุงติด จนกระทั่งมาถึงถุงดำใบสุดท้าย ที่เป็ชิ้นส่วนศีรษะ
"ใบสุดท้าย ทำไม่ได้งั้นเหรอ?"
เด็กหนุ่มพยักหน้าทั้งที่ยังหลับตาอยู่
"งั้น..."
ผมรู้สึกได้ทันที ว่าอีกฝ่ายโน้มตัวลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรินผิวแก้มบ่งบอกบอกว่าเขาร่นผ้าปิดปากลง
"จูบฉันสิ แล้วไม่ต้องทำ"
"มะ เมื่อตะกี้นี้ คุณว่าไงนะครับ?"
"จะจูบหรือไม่จูบ ถ้าไม่จูบก็ทำต่อ"
เป็ข้อเสนอที่แปลกประหลาดมาก ตรงที่เขามาขอจูบจากผู้ชายด้วยกัน ซึ่งผมไม่ใช่พวกแอนตี้รักร่วมเพศอยู่แล้ว แต่ทว่าการมาขอจูบจากผมแบบนี้ เขาแค่อยากสนองความ้า หรือว่ารู้สึกเกินเลยกับผม ั้แ่เื่ขืนใจแล้ว หากไม่รู้สึกอะไรเขาจะทำอย่างนั้นกับผมทำไม?
"ผะ ผมทำก็ได้"
ที่บอกว่าทำ ไม่ใช่การจูบแน่นอน
เพราะผมกลัวว่า ถ้าผมจูบกับเขาแล้ว จะไปกระตุ้นความ้าทางเพศ ทำให้เขามาขืนใจผมอีกครั้ง
สองมือเรียวสวยคลายหญิงสาว หยิบถุงดำใบสุดท้ายขึ้นมา แล้วตรงไปที่เครื่องบด โดยที่ไม่ได้หันไปมองใบหน้าของคนตัวสูง เพราะเขาไม่อยากให้จ้องมองอยู่แล้ว
พรึบ!
ยังไม่ทันที่ผมจะได้แกะถุงใบสุดท้าย
ร่างใหญ่กำยำก็ปลีกตัวเดินเข้ามาหา พร้อมกับบีบแก้มนุ่มนิ่มให้ผมหันไปสบสายตา ก่อนที่เขาจะแนบริมฝีปากหนาชุ่มลงมาบดขยี้กลีบเนื้อนุ่ม จนแตกระแหงกลายเป็เื คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก ผมตั้งหลักไม่ทัน จึงทำได้เพียงก้าวถอยหลัง แต่เขาก็ยังตามมาจูบแล้วสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวพัลวัน กับลิ้นเรียวเล็ก ที่พยายามหลบหลีก
อือ จ๊วบ!
จูบของชายฆาตกรดุดัน และร้อนแรงจนทำให้ผมหายใจไม่ออก ริมฝีปากหยักได้รูป ขบเม้มกลีบเนื้อนุ่มหยุ่นสลับบนล่างอย่างรุนแรง พอจะมี่พักหายใจ เขาก็สอดลิ้นกลับเข้ามาอีกครั้ง และอีกครั้ง ทำให้ร่างกายของผมทรุดฮวบลงไปนั่งบนพื้นเพื่อกอบโกยลมหายใจเข้าปอด
ทว่าอีกฝ่ายก็ยังคงตามมาทวงัั แล้วย่อตัวจูบปากอย่างต่อเนื่อง เขาจูบจนห่วงจิวที่เจาะอยู่บริเวณริมฝีปาก หลุดร่วงหล่นพื้นแล้วยิ่งจูบหนักขึ้นเมื่อผมเริ่มดิ้น
"อื้อ!"
เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงในลำคอ เพราะลิ้นเรียวถูกกัด เนื่องจากขัดขืนความ้าของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะผละริมฝีปาก แล้วกระชากเนื้อผ้าที่มีเพียงตัวเดียว ให้หลุดร่อนออกมาเรือนร่าง จากนั้นก็โน้มลงมาขบกัดซอกคอขาว ด้วยฟันเขี้ยวเเหลมคม จนเกิดรอยแผลใหม่ซ้ำรอยแผลเก่า
"จะ เจ็บ อย่ากัดผม อื้อ!"
"ถ้าไม่อยากให้กัดก็อย่าดิ้น"
พูดจบ ลิ้นสากก็ตวัดเลียเืสีสดที่ไหลซึม ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากร้อนระอุ ขึ้นมาแนบชิดใบหูขาวสะอาด พร้อมกับแยงลิ้นยาวเฟื้อย เข้ามาตวัดพันเกลียวข้างใน กระตุ้นอารมณ์ใคร่ ให้เด็กหนุ่มหน้าใส ขนลุกซู่ชันไปทั้งตัว
"อ๊าาา..."
เสียงครางกระเส่าลากยาว เมื่อปลายนิ้วเเข็งขืนเกลี่ยวนเม็ดลูกเกดสีน้ำตาลอ่อน ในขณะที่ชายฆาตกรกำลังโลมเลียใบหูจนชุ่มแฉะ ไม่คิดว่าการปลุกเร้าอารมณ์จากผู้ชาย จะทำให้เพทายรู้สึกเสียวกระสันไปทั้งตัวแบบนี้
"อมด้ามหรืออมเนื้อ"
โทนเสียงแหบพร่ากระซิบถามข้างใบหู
"มะ หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ"
เ้าของใบหน้าแดงซ่าน ถามกลับเสียงสั่น
"ด้ามกับดุ้น จะเลือกอะไร"
คำว่า 'ดุ้น' ทำให้เด็กหนุ่มหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม
"เลือกมา"
"อะ อมด้ามครับ"
ผมต้องเลือกอมสิ่งของ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
"หึ..." เสียงเค้นหัวเราะในลำคอ กำลังบอกว่าผมเลือกผิด เพราะหลังจากที่เลือกแล้ว เขาก็หยิบด้ามมีดสีเงินขึ้นมา แล้วใช้ลิ้นตัวเองเลียั้แ่ปลายมีดแหลมคม ไปจนถึงด้ามมีด ที่มีขนาดไม่ต่างจากอวัยวะเพศของเขา
ถึงหน้าตาเขาจะหล่อ แต่ทำแบบนี้ผมก็กลัวนะ
"อม"
เขายื่นด้ามมีดมาจ่อบริเวณริมฝีปากสีเชอร์รี่
"อ้า…"
ผมค่อยๆ เผยอปากอ้า แล้วอมด้ามมีดเข้าไปในปากตามคำสั่ง สีหน้าแดงซ่าน ส่งสายตาปฏิเสธการอมลึก เพราะมันจะทำให้ ขอบปากรูดเข้าไปถึงความคม แล้วอาจจะบาดเนื้อ จนทำให้ขอบมุมปาก เป็แผลเหวอะหวะ
"รสชาติของเหล็กมันไม่อร่อยเลยใช่ไหม?"
ไม่พูดเปล่า แต่ดันเข้ามาลึกจนถึงคอหอย
"อ๊อก!"
ผมโก่งคอ อยากจะอาเจียนเพราะดันลึกเกิน
"ถามทำไมไม่ตอบ"
"อ๊อกกก!"
คราวนี้ดันลึกมาก จนเด็กหนุ่มน้ำหู น้ำตาเล็ด
"ให้เลือกอีกครั้ง ด้ามหรือดุ้น?" ด้ามมีดถูกดึงออกจากโพรงปากคับแคบ ความเงาวาวเกิดขึ้นจากน้ำลายเหนียวหนืด ที่ไหลยืดเยิ้มติดริมฝีปากเป็เส้นตรง
แค่ก แค่ก แค่ก!
ผมก้มหน้าไอจนตัวโก่งงอเป็กุ้ง ในขณะที่อีกฝ่ายเริ่มชันเข่าร่นกางเกงแล้วขยับมาใกล้ๆ ให้ใบหน้าอ่อนเยาว์จ่อกับความเป็ชายที่เต็มไปด้วยเส้นเืปูดนูน ห้อมล้อมรอบท่อนเอ็นขนาดใหญ่ ที่ยาวเกินกว่าใบหน้าอีกฝ่าย
"อื้อ!"
ฝ่ามือหยาบกร้าน ทึ้งเส้นผมอ่อนนุ่มหยักศกสีน้ำตาล ให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น ก่อนจะใช้มือข้างที่ยังว่าง จับท่อนเนื้อที่กำลังกระตุกเกร็ง ฟาดลงบนผิวแก้มขาวนวลซ้ายขวา จนเกิดเสียง 'เพียะ เพียะ!' ดังต่อเนื่องหลายครั้ง
"อ้าปาก"
เขาออกคำสั่ง ทว่าผมกลับสั่นหน้าปฏิเสธ
"เพียะ! เพียะ! บอกให้อ้าปาก!"
แรงบีบบังคับและกดดันจากอีกฝ่าย ทำให้เด็กหนุ่มไม่มีทางเลือก สุดท้ายก็ต้องจำยอมเผยอปากให้ท่อนเอ็นสอดใส่เข้ามาในโพรงคับแน่น ขนาดของเขาไม่ได้ต่างอะไรจากด้ามมีดเมื่อตะกี้นี้ แถมยังมีรสคาวปนเค็มนิดๆ ทำให้รู้สึกอยากจะอาเจียน ที่ต้องอมอวัยวะเพศให้ฆาตกร
อ๊วบ อ๊วบ อ๊วบ!
ท่อนเอ็นเต้นตุบตับ ถูกยัดเยียดเข้ามาเกือบครึ่งลำ ภาพที่ผมเห็นตอนนี้ มีเพียงขนอ่อนดกดำ บนเนินหัวหน่าวที่เห็นเพียงเลือนลาง เพราะน้ำตาสีใสเริ่มไหลพรากเพราะจุกแน่นจากสิ่งที่อัดอั้นอยู่ภายในลำคอแดงก่ำ
"เก็บฟันหน่อย ถ้าขูดโดนเนื้อ ฉันจะฆ่านาย"
เป็คำขู่ที่ไม่มีแ่ลงเลย เอะอะก็จะฆ่าแกงกันอย่างเดียว แล้วแบบนี้จะให้ผมมีอารมณ์ร่วมได้ยังไง