โจวหยางมองไปยังกล่องใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาซับซ้อน สามวันก่อนกล่องใบนี้ถูกส่งมาอย่างลับๆจากเมืองหลวงแน่นอนว่าต้องเป็ของที่บิดาของเขาองค์าาแห่งอวิ้นจูส่งมาให้!
ภายในกล่องคือสมุนไพรสามชนิดที่ได้ยากยิ่งในประเทศอวิ้นจูและจากความคิดของโจวหยางก็เป็ไปได้มากที่จะนำเข้ามาจากประเทศอื่น สมุนไพรเหล่านี้เป็ส่วนผสมของยาแก้พิษปรสิตกลืนใจที่เขาตามหามานาน แม้ว่าจะรวมกับที่เขารวบรวมมาเป็เวลาหกปีก็ยังมีเพียงครึ่งเดียวของส่วนผสมทั้งหมดเท่านั้น
‘จากการใช้พลังครั้งก่อนทำให้เวลาเหลือน้อยลงทุกที หรือว่าต้องใช้วิธียื้อไปก่อนจริงๆ?’
โจวหยางคิดเกี่ยวกับเื่นี้มานานแล้ว เวลาสองปีที่เหลือนั้นถือว่าน้อยยิ่งนัก ยิ่งตอนนี้อยู่ใน่เวลาสำคัญยิ่งมีความเสี่ยงมากที่จะต้องใช้พลังของเขาเป็ตัวขับเคลื่อน! โรงฝึกใบไม้์เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อเริ่มลงมือแล้วขุมอำนาจเล็กๆแห่งนี้จะต้องเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและดึงดูดศัตรูเข้ามามากมายโดยเฉพาะสามสำนักเต๋า!
อย่างไรก็ตามวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการปรุงยาถอนพิษนั้นหากยากมากเกินไป ตอนนี้รวบรวมมาได้ครึ่งหนึ่งก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ความจริงนี่เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่เขาเดินทางมายังป้อมปราการแห่งนี้ ดังนั้นหากจะรวบรวมขึ้นมาอีกครั้งก็คงจะเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
หากเขาใช้วัตถุดิบที่มีตอนนี้ปรุงยาระงับพิษขึ้นมาแม้ว่าจะสามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้นรวมไปถึงตัวเขาสามารถใช้พลังได้มากกว่าเดิมก็จริงๆแต่ก็ระยะเวลาการฟักตัวของปรสิตกลืนใจได้ไม่กี่ปีเท่านั้น และหนทางสุดท้ายที่จะสามารถขจัดพิษออกจากร่างกายได้ก็คือการตัดผ่านไปยังขอบเขตที่สูงกว่าปรมาจารย์ฟ้า!
‘จะตัดผ่านไปยังขั้นนั้นความจริงก็ไม่ใช่เื่ยาก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมอย่างนี้ต่อให้เป็ข้าเองก็จนปัญญาจริงๆ’
โจวหยางเหม่อมองพลางครุ่นคิดสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา สำหรับเขาแล้วทางเลือกมีไม่มากจริงๆ
“นายน้อย หนึ่งปีที่ผ่านมานี้เหม่ยกวงพัฒนาไปมากจริงๆ”
เตาเหวินเทียนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มดึงสติของโจวหยางกลับมา ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นเบาๆก่อนจะมองออกไปด้านนอกโรงฝึกที่ตอนนี้ผู้ฝึกสอนกำลังเตรียมการทดสอบอยู่
“ข้าเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าเขาจะเติบโตมาถึงขั้นนี้แล้ว ในปีนั้นข้ามองเห็นธาตุไฟบริสุทธิ์ในตัวเขาก็จริงแต่สิ่งที่ทำให้ข้าเลือกเขาก็เพราะััได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้า! เส้นทางของนักปรุงยานั้นยากเข็ญยิ่งกว่าเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์มากนัก หากมีเพียงแค่พร์อย่างเดียวแต่ไม่มีจิตใจที่มุ่งมั่นสักวันหนึ่งก็ต้องพบเข้ากับกำแพงสูงและทำได้เพียงย่ำอยู่กับที่!”
ราวกับนึกย้อนไปยังอดีตอันแสนไกล ดวงตาของโวหยางหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“กำแพง...เป็สิ่งที่ทุกคนต้องเจอและมีเพียงอาศัยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อเท่านั้นจึงจะสามารถทะลายลงได้ ยอดนักปรุงยามากมายก็ต้องใช้วิธีนี้ลองผิดลองถูกนับไม่ถ้วน ลงมือทำซ้ำๆจนเจอหนทางออก...หากไม่มีความมุ่งมั่นแล้วจะสามารถทำเช่นนั้นได้อย่างไร?”
เตาเหวินเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานี้เหม่ยกวงก็ยากลำบากไม่น้อยเลย เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับศาสตร์การปรุงยาจนเรียกได้ว่าบ้าคลั่ง! แน่นอนว่าการพัฒนาที่รวดเร็วย่อมเป็เพราะโจวหยางฝึกสอนให้เป็การส่วนตัวส่วนระดับพลังยุทธ์ที่ก้าวะโขึ้นมานั้นก็เป็เพราะกินโอสถที่เขาปรุงขึ้นมาเองเข้าไปเป็จำนวนมาก
“การจัดอันดับภายในครั้งแรกไม่แน่ว่าจะมีคนสามารถขึ้นมาบนชั้นที่สองได้ ตอนนี้สถานการณ์บีบบังคับกำลังคนถือเป็สิ่งสำคัญ พรุ่งนี้ข้าจะแฝงตัวเข้าไปเป็เด็กใหม่เพื่อดูว่าปีนี้จะเจอเมล็ดพันธ์ชั้นดีบ้างหรือไม่”
“แต่ร่างกายของนายน้อยยังไม่แข็งแรงข้าเกรงว่า...”
“ไม่มีทางเลือกแล้ว ตอนนี้วัตถุดิบใกล้จะครบแล้วการให้พวกเ้าไปหาไม่สู้ข้าไปเองจะได้เร็วยิ่งกว่า! อีกอย่างพวกเราเป็ใครเ้าอย่าได้หลงลืม...การจะหาคนไม่ใช่มองที่พร์เป็สำคัญแต่ต้องดูจิตใจและความซื่อสัตว์ว่าสมควรจะเข้ามาเป็คนของข้าหรือไม่! เื่เหล่านี้มีแต่ต้องไปคลุกคลีด้วยตัวเองจึงจะสามารถตัดสินใจได้”
“เหวินเทียนทราบแล้ว”
โจวหยางพยักหน้าอย่างพอใจ ตอนนี้เส้นใยต่างๆที่วางไว้เกือบจะร้อยเรียงกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ที่เหลือก็คือการตัดสินใจของเขาว่าจะขมวดปมผสานเส้นใยเ่าั้ตอนไหน แน่นอนว่าการแรงกระเพื่อมที่ตามมาครั้งนี้ย่อมต้องส่งผลไปยังเส้นใยทุกเส้นและเขาก็ได้แต่หวังว่าท้ายที่สุดแล้วเส้นใยเหล่านี้จะสามารถทนทานสิ่งที่เกิดขึ้นได้
“การทดสอบจะเริ่มแล้ว...”
การสนทนาจบลงสายตาของทั่งคู่จ้องมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง
“จากนี้จะเป็การทดสอบเพื่อจัดอันดับภายในของโรงฝึกใบไม้์ ก่อนหน้านั้นข้ามีข่าวดีจะประกาศให้พวกเข้ารู้ว่าลำดับที่หนึ่งถึงสามของแต่ละห้องเรียนจะได้รับรางพิเศษจากท่านผู้นำด้วย”
เซี่ยหงกล่าวออกมาก่อนจะเรียกให้สมาชิกของแต่ละห้องเรียนไปประจำในเขตของตัวเอง ลานฝึกด้านหน้าถูกแบ่งออกเป็สี่ส่วนเท่าๆกัน เนื่องจากพื้นที่ของโรงฝึกนั้นมีน้อยจึงทำให้ทุกห้องเรียนสามารถมองเห็นกันได้ระหว่างทำการทดสอบ
“ห้องเรียนปรุงยาจะต้องปรุงเม็ดยาระดับเหล็กดำขึ้นมาหนึ่งเม็ดโดยความยากและความสมบูรณ์จะถูกนำมาวัดเป็คะแนนอันดับ ห้องเรียนค่ายกลจะต้องสร้างค่ายกลระดับเหล็กดำขึ้นมาหนึ่งค่ายกลเช่นเดียวกัน สำหรับห้องเรียนหลอมศาสตราจะต้องสร้างชิ้นส่วนของหมอยาตามที่พวกเ้าเคยได้เรียนมาตลอดหนึ่งปี ยิ่งเป็ชิ้นส่วนที่ยากมากเท่าไหร่และมีความสมบูรณ์มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้คะแนนเยอะตามลำดับ สุดท้ายห้องเรียนกระบี่ วันนี้พวกเ้าได้รับอนุญาตให้ใช้พลังได้เต็มที่ การทดสอบของพวกเ้าก็ฝ่าค่ายกลกระบี่ทั้งสามที่ข้าตั้งเอาไว้ ความเร็วและจำนวนค่ายกดที่ฝ่าได้จะถูกนำมาใช้เพื่อจัดอันดับ! สุดท้ายทุกการทดสอบมีเวลาทั้งหมดสองชั่วยาม...เริ่มการทดสอบได้!”
กฎระเบียบถูกประกาศออกมาโดยเซี่ยหง หลังจากนั้นสมาชิกเสริมทั้งหมดก็เข้าสู่เขตการทดสอบของตัวเองแล้วเริ่มลงมือทันที หากไม่นับสมาชิกหลังทั้งห้าคนแล้วจะเหลือผู้รับการทดสอบทั้งหมดสามสิบสี่คนโดยแบ่งออกเป็ห้องเรียนกระบี่สิบคน ห้องเรียนค่ายกลแปดคน ห้องเรียนปรุงยาแปดคน และห้องเรียนหลอมแปดคน
“โชคดีที่โรงฝึกของเราร่ำรวยมิเช่นเพียงแค่การจัดอันดับครั้งเดียวก็คงทำให้สิ้นเนื้อประดาตัวได้เลย”
เซี่ยหงกล่าวออกมาพลางมองไปยังห้องเรียนต่างๆ นอกจากห้องเรียนกระบี่ที่ใช้ค่ายกลกระบี่แล้วการทบสอบของห้องเรียนอื่นๆล้วนใช้ทรัพยากรเป็จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็วัตถุดิบในการปรุงยา ตั้งค่ายกล หรือแม้กระทั่งการหลอมชิ้นส่วนก็ล้วนต้องใช้เงินทุนในการจัดหามา
“ดูๆ ไปแล้วแม้ว่าโรงฝึกของเราจะเป็เพียงโรงฝึกเล็กๆก็จริง แต่คุณภาพนั้นต่อให้เป็สำนักต่อสู้ใหญ่ๆก็ยังเทียบเราไม่ได้!”
“ฮ่าๆ ทั้งหมดนี่ล้วนต้องยกความชอบให้กับเหม่ยกวง ทุกวันนี้เม็ดยาของเขาเป็ที่นิยมในป้อมปราการเขตตะวันออกไม่น้อย เงินที่ใช้ในโรงฝึกล้วนมาจากความเหน็ดเหนื่อยของเขา”
สายตาของผู้ฝึกสอนทั้งสามคนหันไปมองเหม่ยกวงด้วยความชื่นชม ขณะเดียวกันชายหนุ่มอายุน้อยผู้นี้ก็ส่ายหน้าขึ้นมา แม้ว่าการปรุงยาของเขาจะทำให้โรงฝึกมีรายได้แต่ความจริงแล้วเม็ดยาเ่าั้ที่ขายไปล้วนเป็ผลพวงมาจากการฝึกฝนของเขา
“คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือนายน้อยต่างหาก! หากไม่มีนายน้อยคอยสั่งสอนแล้วจะมีข้าในวันนี้ได้อย่างไร? ทุกอย่างล้วนเป็ความเหน็ดเหนื่อยของนายน้อยที่ทำให้มีโรงฝึกใบไม้์ขึ้นมาจนถึงวันนี้ได้!”
ทุกคนล้วนพยักหน้าเห็นด้วย ไม่มีใครปฎิเสธความนับถือที่มีต่อชายหนุ่มคนนั้น!
“เฮ้อ...พวกเราต่างก็รู้กันดีว่าการเปิดห้องเรียนทั้งสี่รวมไปถึงวันนี้นั้นมีเป้าหมายคืออะไร หวังว่าเด็กๆเหล่านี้จะไม่ทำให้นายน้อยผิดหวัง”
เหม่ยกวงกล่าวออกมาทำให้คนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง ตัวเหม่ยกวงเองก็อายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้นหากนับทั้งหมดในกลุ่มสมาชิกรองแล้วเขาอยู่ในเกณฑ์คนที่อายุน้อยที่สุดด้วยซ้ำ! แต่เป็เพราะยุทธ์ภพนับถือกันที่ความสามารถดังนั้นแม้เหม่ยกวงจะอายุน้อยแต่ก็เป็ที่นับถือของคนอื่นๆ
***
อีกด้านหนึ่งในจวนใหญ่ของกองทัพเกราะทอง หลี่มั่นรองแม้ทัพใหญ่แห่งป้อมปราการแดนเหนือกำลังอ่านรายงันฉบับหนึ่งด้วยใบหน้านิ่งเฉย ที่ด้านหน้าของเขาคือนายกองคนสนิทที่คอยทำงานต่างๆแทนหลี่มั่น
“ปีนี้มีเหล่าผู้ฝึกยุทธ์เข้ามายังป้อมปราการของเราไม่น้อยเลย โรงฝึกและกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ใหม่ๆล้วนผุดขึ้นมาเป็ดอกเห็ด อย่างไรก็ตามก็ยังเป็การขยายอำนาจของสามสำนักเต๋าอยู่ดี”
“เป็อย่างที่รองแม่ทัพกล่าวมา...ปีนี้มีกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์รวมถึงโรงฝึกใหม่ๆเกิดขึ้นมานับสิบแต่ส่วนใหญ่ก็ถูกสามสำนักเต๋าดึงเอาไปหมดแล้ว ส่วนพวกที่เหลือก็เห็นแต่จะมีแค่ในเขตตะวันออกของเรา”
หลี่มั่นเก็บรายงายก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย ในฉบับรายงายนั้นมีอยู่ไม่กี่ชื่อที่ทำให้เขาสนใจ
“เื่ที่ข้าให้เ้าไปตรวจดูได้ความว่าอย่างไรบ้าง?”
ได้ยินคำถามของผู้เป็นาย นายกองผู้นี้ก็ทำได้เพียงส่ายหน้ายิ้มเจื่อนออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“โรงฝึกแห่งนี้ลึกลับเป็อย่างมาก นอกจากปรมาจารย์ดินขั้นที่ห้าแล้วตอนนี้ก็มีสมาชิกอยู่ไม่ถึงสี่สิบคน ข้าลองส่งคนไปสืบเอาจากครอบครัวของสมาชิกแล้วแต่ก็ไม่ได้ความอะไรเลย พวกเขาบอกแค่ว่าคนเหล่านี้ให้ตายยังไงก็ไม่ยอมลาออกจากโรงฝึก”
หลี่มั่นหลับตาลงพลางเคาะนิ้วราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“เช่นนั้นงานชุมนุมประจำปีครั้งนี้ก็ส่งเทียบเชิญไปให้พวกเขาด้วยก็แล้วกัน”
“จะดีหรอขอรับ!?”
“แค่สำนักต่อสู้ของเราก็เพียงพอแล้ว...ส่งเทียบเชิญไปบอกพวกเขาว่าในงานชุมนุมปีนี้ให้พวกเขาเป็ตัวแทนโรงฝึกของเขตตะวันออก!”
นายกองประสานมือรับคำสั่งก่อนจะเดินออกจากตำหนักไป หลี่มั่นมองทอดสายพลางเผยรอยยิ้มออกมา
“ลางสังหรณ์ของข้าไม่เคยผิดพลาด...ในเมื่อมาอยู่ในเขตตะวันออกแล้วคิดจะรอดพ้นสายตาของกองทัพไปได้จริงๆเช่นนั้นรึ? แสดงให้ข้าเห็นหน่อยเถิดว่าพวกเ้ามีอะไรปิดบังเอาไว้กันแน่...โรงฝึกใบไม่์!”