“ลูกพี่! ลูกพี่!! ลูกพี่!!! ท่านอย่าตายนะถ้าท่านตาย ข้าจะอยู่ยังไง ข้าจะหาข้าวฟรีได้ที่ไหน ลูกพี่ ท่านต้องไม่ตายนะ!”
โป๊ก!
“จ้าก!!”
หยางฉินเทียนลุกขึ้นมาเขกหัวหยางจินเป่าด้วยความรำคาญเขาฟื้นขึ้นมาครู่หนึ่งก็ได้ยินหยางจินเป่าร้องครวญครางจะเป็จะตายที่แท้กลัวตัวเองจะอดตายนี่เอง
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”เมื่อเห็นเขาได้สติ หยางโม่จื่อจึงเดินเข้ามาถาม “ซินแสบอกว่าเ้าใช้พลังเต๋ามากเกินไปทำให้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะซึ่งสาเหตุมักเกิดจากการใช้วิชาที่มีระดับพลังเกินกว่ากำลังภายในของตนจะรับได้”
“ข้าก็คิดว่าอย่างนั้น”
“ซินแสสั่งไว้ว่าวิชาที่เ้าใช้จะเป็การดึงพลังเต๋าไปอย่างไม่สิ้นสุดยิ่งใช้นานยิ่งดึงไปมาก แต่กำลังภายในของเ้ายังไม่แข็งแกร่งอยู่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยง เพราะแม้ใช้งานเพียงชั่วอึดใจ พลังเต๋าของเ้าก็หมดสิ้นโอกาสที่เ้าจะสลบโดยไม่ฟื้นขึ้นมามีถึงสองในห้าส่วน จงระวังไว้ให้ดี”
“ได้ ข้าจะระวังไว้”หยางฉินเทียนนั่งลงดื่มน้ำชาด้วยความกระหาย วิชาที่ใช้ราวกับดูดน้ำออกจากร่างกายไปหมดสิ้น“หยางโม่จื่อ ข้ามีเื่จะขอความช่วยเหลือ”
“เราคนกันเอง เ้าว่ามาได้เลย”
“ข้าอยากจะให้หลิงหลิงได้ฝึกวรยุทธ์”
“หลิงหลิง?”
หยางโม่จื่อทำหน้าฉงน เขาจำไม่ได้ว่ามีคนชื่อนี้อยู่ในตระกูลของเขาหยางฉินเทียนเห็นใบหน้าของเขาแล้วจึงอธิบาย“นางเป็สาวใช้ที่บิดาของเ้าส่งมาดูแลข้า แม้ว่ามันจะเป็คำสั่งแต่ข้าก็อยากจะตอบแทนนาง เพียงแต่นางไม่อาจรับน้ำใจจากข้าได้โดยไม่ได้รับอนุญาตหากเ้าจะเป็ธุระไปคุยกับบิดาของเ้าในเื่นี้ก็จะเป็ไม่รบกวนท่านหยางโม่ชิวจนเกินไป”
หยางฉินเทียนเป็คนนอกตระกูลโม่หากเขา้าพบหยางโม่ชิวด้วยเื่สาวใช้ก็เป็เื่ที่ไม่ค่อยเหมาะสมนักเพราะสถานะของหยางโม่ชิวคือหัวหน้าตระกูลโม่ซึ่งมีเื่ราวต้องบริหารและตัดสินใจมากมาย การที่คนนอกจะขอพบเพื่อพูดคุยในเื่เล็กน้อยอาจเป็การเสียเวลาแต่หยางโม่จื่อเป็บุตรชาย การเข้าหาบิดาจึงเป็เื่ปกติสามัญ
“ได้สิ ข้ารับปากเ้า ว่าแต่...”
“วันนี้ข้าจะขายแมลงแห่งเต๋า”
“ใช่ ข้ากำลังจะถามเ้าเื่นี้อยู่พอดี”หยางโม่จื่อเหลือบมองหยางจินเป่าแล้วหันกลับมามองหยางฉินเทียนเป็นัยว่า ‘จะไม่เป็ไรใช่มั้ยที่หยางจินเป่าจะอยู่ในห้องนี้’ หยางฉินเทียนเข้าใจความหมายและให้หยางจินเป่าออกไปรอข้างนอก
ผู้ช่วยผู้จัดการเดินออกมาทันทีที่หยางโม่จื่อเรียกแต่เนื่องจากครั้งนี้เป็การรับซื้อ ไม่ใช่การขาย หยางโม่หยงซึ่งเป็ผู้จัดการร้านจึงไม่จำเป็ต้องออกมาเพราะเื่แค่นี้สามารถปล่อยให้หลานชายจัดการได้
หยางฉินเทียนขายแมลงแห่งเต๋าไปเกือบ 500 ตัวรายได้รวมแล้วเกือบเจ็ดล้านหลงเฉียน หากรวมกับเงินที่ฝากไว้คราวก่อนเขาจะมีเงินที่ต้องรับคืนเกือบสิบสองล้านหลงเฉียนแต่หยางฉินเทียนก็ยังอยากจะฝากเอาไว้จนกว่ากองคาราวานจะมาถึง
เขากลับไปยังที่พักแล้วนั่งหลับตาหวนระลึกนึกถึงการใช้วิชาของหลี่จิ้งเขาค้นพบว่าพลังที่เสริมไปในครั้งนั้นไม่ใช่พลังเต๋าที่อยู่ในจุดตันเถียนแต่เป็พลังที่เคลื่อนมาจากฟ้าดิน เพียงแต่กำลังภายในเขายังอ่อนช่องทางของพลังเหล่านี้จึงแคบ และไม่ตอบสนองการเรียกใช้พลัง วิชาดังกล่าวจึงดึงพลังเต๋าที่อยู่ในจุดตันเถียนไปใช้จนหมดสิ้นเป็เหตุทำให้เขาสลบล้มลง
“แล้วถ้าใช้วิชานี้เพิ่มระดับกำลังภายในล่ะ!?”
คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อเขาเข้าใจหลักการโดยปกติการฝึกกำลังภายในจะใช้แก่นพลังในการดึงพลังฟ้าดินสู่จุดตันเถียนแก่นพลังเป็เหมือนท่อในการส่งต่อพลัง แก่พลังที่มีระดับมากท่อจึงใหญ่และส่งต่อพลังได้คราวละมาก ๆ พลังเต๋าจะสะสมไว้ในจุดตันเถียน และจะขยายขอบเขตออกไปเรื่อยๆ ระดับของกำลังภายใน เป็ต้นว่าระดับปฐมธาตุ จึงเป็การแบ่งบ่งบอกถึงความมากน้อยของพลังเต๋าในจุดตันเถียน
ผู้ที่ไม่ได้ฝึกร่างกายจะมีร่างกายเหมือนคนปกติเพียงแต่ผู้ที่บ่มเพราะพลังจะมีรัศมีพลังห่อหุ้มร่างกายทำให้มีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นหากไม่มีรัศมีพลังห่อหุ้ม ร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์จึงเปราะบางเหมือนสามัญชนเมื่อผู้บ่มเพาะใช้พลังเต๋าจนหมด รัศมีพลังที่ห่อหุ้มร่างกายจะลดลง 3 ใน 10 ส่วน
พลังลมปราณในโลกนี้แตกต่างจากที่หยางฉินเทียนเคยเข้าใจผู้บ่มเพาะจะฝึกลมปราณเมื่อถึงขั้นปราณาาเท่านั้นวิธีการฝึกจำเป็ต้องนำต้นไม้ที่ดูดซับพลังเต๋ามาปรุงยาแล้วจุดในตะเกียงเพื่อสูดดมอากาศที่เจือด้วยพลังเต๋าพลังลมปราณนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งของอวัยวะภายในและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วิชาต่าง ๆแต่เชื้อเพลิงหลักในการใช้วิชายังคงเป็พลังเต๋า
พลังจากฟ้าดินเปรียบเหมือนอาหารเมื่อนำเข้าสู่ร่างกายมันก็จะเป็เป็พลังงานซึ่งเรียกว่าพลังเต๋าเราสามารถควบคุมร่างกายให้ออกแรงหนักเบาอย่างไร การควบคุมพลังเต๋าก็คล้ายคลึงกันเหมือนบุรุษชกด้วยกำปั้นที่ควบคุมน้ำหนักของหมัดได้ พลังเต๋าที่จะเพิ่มลงไปในกระบวนท่านั้นก็ควบคุมได้เช่นกัน
ความจริงแล้วพลังเต๋าและพลังฟ้าดินคือพลังเดียวกันเพียงแต่พลังฟ้าดินอยู่ภายนอกร่างกายและไม่สามารถควบคุมได้ จึงต้องดึงดูดเข้ามาภายในเพื่อแปรสภาพอากาศในภายนอกซึ่งเจือด้วยพลังฟ้าดินเมื่อนำเข้าสู่ร้างกายจะเรียกว่าพลังลมปราณซึ่งจะกักเก็บภายในตัวมิได้เก็บไว้ที่จุดตันเถียน
“นี่มัน...”
หยางฉินเทียนลองใช้วิชาของหลี่จิ้งกับการฝึกวิชาอาชาลมกรดปรากฏว่าความเร็วในการฝึกเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนเขาลองวิชาสายอื่นดูแต่กลับไม่ได้ผล ทั้งยังขัดขวางทำให้ล่าช้าอีกด้วย
“มันเป็อย่างนี้นี่เอง วิชาของหลี่จิ้งน่าจะใช้ได้เฉพาะผู้บ่มเพาะในสายเสริมพลังเท่านั้นเคล็ดวิชานี้สามารถดูดพลังฟ้าดินได้เร็วขึ้นเพื่อเพิ่มระดับของกำลังภายในนำพลังฟ้าดินมาเสริมพลังชั่วคราวได้อีกทั้งยังทำให้การฝึกวิชาในสายเสริมพลังทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นนี่สินะ...ความลับของเคล็ดวิชานี้”