รถม้าที่เหอไป่เฉินและหลัวอี้ชิงนั่งอยู่เคลื่อนตัวออกห่างจากจวนสกุลหวางมุ่งหน้าสู่สถานที่แห่งหนึ่งในระหว่างทางชายหนุ่มทั้งสองรีบนำสารลับออกจากกล่องไม้เปิดอ่านด้วยความอยากรู้
‘ชายแดนทางใต้มีอากาศแปรปวนไม่สามารถเพาะปลูกได้ชาวบ้านอดอยาก’ ‘ทหารเจ็บป่วยมีจำนวนมากขอให้ส่งแพทย์และยาสมุนไพรชั้นดีโดยด่วน’ ‘เสบียงใกล้หมดแล้ว...’
เหอไป่เฉินทำหน้าฉงน เหตุใดข้อความในสารแต่ละม้วนไม่มีรายละเอียดเชื่อมโยงเกี่ยวกับการฟื้นฟูกองทัพเพื่อการรบอย่างที่คาดคิดอ่านไปอ่านมาดูเหมือนว่าชายแดนทางใต้จะเกิดความลำบากยากเข็ญด้วยซ้ำไป
“ข่าวกรองที่เราได้มาผิดพลาดหรืออย่างไรแล้วทหารกองสอดแนมที่เราส่งไปชายแดนทางใต้เล่า กลับมาหรือยัง” เหอไป่เฉินหวังว่าอย่างน้อยน่าจะมีข่าวสารโดยตรงจากทหารของตนเองบ้าง แต่เมื่อหลัวอี้ชิงตอบกลับมาว่ายังไม่มีวี่แว่วแม้ว่าจะส่งคนใหม่ไปก็หายเงียบเหมือนเดิม
คำตอบของหลัวอี้ชิงทำให้เหอไป่เฉินมีสีหน้าเคร่งขรึมลงเขาม้วนสารเ่าั้เก็บกล่องเหมือนเดิม
จนกระทั่งเสียงของสารถีะโจากด้านหน้าพร้อมบังคับม้าให้หยุดนิ่งบอกให้รู้ว่าถึงจุดหมายแล้วชายหนุ่มทั้งสองจึงสองคนก้าวลงจากรถม้าพลางกวาดสายตามองโดยรอบเป็การตรวจตราดูสิ่งผิดปกติก่อนที่จะสาวเท้ามุ่งสู่สถานที่แห่งนี้
ป้ายไม้ที่เขียนตัวอักษรลายเส้นสวยงามติดอยู่เหนือประตูทางเข้าหลัก ‘เรือนเจียวลู่’
หากมองจากนอกกำแพงแล้วเรือนนี้เป็เพียงเรือนขนาดกลางไม่มีความโดดเด่นอันใดพื้นที่ภายในเองก็มีต้นไม้อยู่หนาแน่นไม่โปร่งสายตาเป็ปกติวิสัยอย่างเช่นเรือนละแวกใกล้เคียงราวกับว่าเรือนนี้ไม่มีผู้อยู่อาศัยมาเนิ่นนานแล้วไม่น่าเชื่อว่าภายในเรือนกลับมีชายสูงศักดิ์ซึ่งรอการมาของเหอไป่เฉินอยู่
ประตูทางเข้าด้านในมีการรักษาความปลอดภัยด้วยกำลังคนสี่นายเพียงแค่เหอไป่เฉินยกตราสัญลักษณ์ประจำตัวขึ้นมาชายทั้งสี่ก็ยินยอมให้เข้าโดยง่ายพอเดินมาเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของตัวเรือนหลัวอี้ชิงปิดประตูและหยุดรออยู่ด้านในปล่อยให้เหอไป่เฉินเข้าไปพบบุคคลสำคัญผู้นั้นเพียงคนเดียว
“มาแล้วหรือ” ชายสูงศักดิ์ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเอ่ยถามพร้อมยกน้ำชาขึ้นมาจิบ
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรอง” ร่างสูงโค้งคำนับด้วยความนอบน้อม
บุรุษที่รอนัดพบเหอไป่เฉินที่เรือนเจียวลู่แห่งนี้คือองค์ชายลี่หยางหรือองค์ชายรองแห่งแคว้นตงเยว่!ผู้ที่มีความบาดหมางลึกๆ กับแม่ทัพหวางชุนเทียน
“ท่านน่ะหรือคือรองแม่ทัพเหอไป่เฉินแห่งแคว้นม่งอู๋”
คำเรียกขานระหว่างกันแสดงถึงฐานะและตำแหน่งอันแท้จริงของบุรุษหนุ่มทั้งสองรองแม่ทัพเหอไป่เฉินหรือผู้ที่ปลอมตัวเป็พ่อค้าต่างแคว้นเดินทางเข้าสู่แคว้นตงเยว่ซึ่งถือเป็เมืองขึ้นของแคว้นม่งอู๋เขาเพิ่งได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพเมื่อไม่นานมานี้จึงเสนอตัวเข้ามาสืบข่าวการทหารที่แคว้นตงเยว่พร้อมหลัวอี้ชิงขุนพลคนสนิท
“กระหม่อมสบายดีเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าเฝ้าองค์ชายรองเหตุที่ข้าไม่อาจเข้าสู่แคว้นตงเยว่อย่างเป็ทางการได้ นั่นเป็เพราะข่าวกรองที่ได้รับว่าอาจมีการเตรียมกองกำลังทหารเพื่อการรบหวังว่าองค์ชายรองคงจะเข้าใจ”
“เราคนกันเองไม่มีสิ่งใดที่ต้องกังวลข้านั้นมีความภักดีต่อฮ่องเต้อู๋ซั่วโจว ข้าเองก็ไม่้าให้แคว้นตงเยว่คิดการเป็ปรปักษ์ต่อแคว้นม่งอู๋อยู่แล้วดังนั้นหากมีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยได้ข้าจะไม่รีรอ”
“ฮ่องเต้อู๋ซั่วโจวทรงรับทราบความจงรักภักดีขององค์ชายรองเป็อย่างดีหากว่าในภายภาคหน้าองค์ชายรองเป็ผู้ปกครองแคว้นตงเยว่ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากฮ่องเต้อู๋ซั่วโจวอย่างที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายรองยิ้มอย่างพอใจในคำพูดชื่นชมจากรองแม่ทัพผู้นี้ตำแหน่งรัชทายาทแห่งแคว้นม่งอู๋กำหนดไว้ให้แก่องค์ชายลี่ิที่ตอนนี้คุมทัพอยู่ชายแดงทางใต้ด้วยเหตุนี้ทำให้ฮ่องเต้อู๋ซั่วโจวไม่อาจวางใจได้เพราะกริ่งเกรงว่าหากกองทัพของแคว้นตงเยว่มีความเข้มแข็งมากเท่าไรก็เป็ภัยต่ออำนาจของแคว้นม่งอู๋มากเท่านั้นนอกจากนี้หากองค์รัชทายาทของแคว้นเมืองขึ้นเป็ผู้มากด้วยความสามารถด้านการทหารถือเป็ภัยร้ายแรงที่ไม่อาจมองข้ามได้
องค์ชายรองลี่หยางผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้รับรู้เกี่ยวกับกิจการของราชสำนักเลยจนเกิดเป็ความน้อยใจท่านอ๋องผู้เป็บิดาอยู่ลึกๆ ที่ดูเหมือนไม่เชื่อในความสามารถของเขาอีกทั้งอำนาจการปกครองภายในราชสำนักก็มีท่านอ๋องเป็ศูนย์กลางเพียงผู้เดียวโดยมีบรรดาขุนนางรับไปจัดการโดยไม่เคยให้องค์ชายรองเข้าร่วมเลยหากมีเื่ด่วนที่ไม่อาจรอจนถึงวันประชุมขุนนางได้ ก็เรียกหาแต่แม่ทัพหวางชุนเทียนเข้าพอจนตอนนี้องค์ชายรองยังคิดว่าท่านอ๋องให้ความสำคัญกับแม่ทัพหวางชุนเทียนมากกว่าตนเองซึ่งเป็บุตรชายเสียอีก
ในเมื่อเป็เช่นนั้น องค์ชายรองจึงเลือกที่จะอยู่ข้างแคว้นมหาอำนาจอย่างแคว้นม่งอู๋เมื่อทราบว่าฮ่องเต้อู๋ซั่วโจวเป็กังวลว่าแคว้นตงเยว่จะลักลอบกระทำการซ่องสุมกำลังทหารจึงมีคำสั่งให้ส่งรองแม่ทัพเหอไป่เฉินเข้ามาสืบข่าวอย่างไม่เป็ทางการองค์ชายรองไม่รอช้าส่งสารไปแจ้งความประสงค์ขอเสนอตัวเป็ผู้อำนวยความสะดวกในการเข้ามาสืบข่าวอย่างลับๆในครั้งนี้ทันที
“ว่าแต่ได้ข่าวว่าท่านเข้ามาสู่เมืองหลวงได้สักพักแล้วมีสิ่งใดที่ท่านคิดว่าผิดปกติหรือไม่”
เมื่อองค์ชายรองกล่าวเช่นนี้ทำให้เหอไป่เฉินฉุกคิดได้เขาจึงนำสารที่อยู่ภายในกล่องออกมา “ข้ามีเื่หนึ่งอยากให้องค์ชายรองตรวจสอบข้อความในสารเหล่านี้ล้วนลงชื่อในนามองค์ชายลี่ิ คงมีแต่องค์ชายรองที่สามารถช่วยยืนยันได้”
องค์ชายลี่หยางหยิบสารที่ถูกวางกองไว้บนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่าน “ลายมือของพี่ชายใหญ่จริงด้วยท่านได้สารนี้มาจากไหน”
“กระหม่อมขอตอบตามตรงกระหม่อมมีโอกาสได้เข้าไปสืบข่าวที่จวนแม่ทัพหวางชุนเทียน จึงแอบนำสารนี้ออกมาในเมื่อองค์ชายรองยืนยันว่าเป็ลายมือขององค์ชายลี่ิที่แท้จริงก็ทำให้เชื่อได้ว่าชายแดนทางใต้อยู่ในสภาพที่ไม่อำนวยต่อการฟื้นฟูกำลังทหารอย่างที่คิด”
องค์ชายรองฟังสิ่งที่เหอไป่เฉินพูดจนจบสิ่งที่สะดุดหูไม่ใช่เื่ราวชายแดนทางใต้แต่หากเป็เื่การเข้าไปจนถึงจวนของแม่ทัพหวางชุนเทียนคู่ปรับขององค์ชายต่างหาก
“การที่จะลอบเข้าสู่จวนแม่ทัพโดยไม่ให้ใครเห็นไม่ใช่เื่ง่ายเลยท่านใช้อุบายอันใด”
“ข้าแสร้งนำของสิ่งหนึ่งไปคืนแก่หญิงคนสำคัญของแม่ทัพหวางชุนเทียนเมื่อสบโอกาสจึงเข้าไปค้นหาจนพบสารเหล่านี้ในห้องของแม่ทัพหวางชุนเทียน” บอกตามตรงว่าได้ลอบเข้าไปหยิบจากห้องส่วนตัวของแม่ทัพหวางที่ขณะนี้ติดภารกิจลาดตระเวนอยู่นอกเมืององค์ชายรองได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็พยักหน้าน้อยๆ
“หญิงคนสำคัญที่ท่านรองแม่ทัพกล่าวถึงข้าพอจะรู้ว่าเป็ผู้ใด”
ในยามนี้จะมีใครเล่าหากไม่ใช่ ‘เหม่ยหลิน’ สาวน้อยน่าตาสวยหมดจดงดงามที่เคยอยู่ตำหนักเฟิ่งหวงจนกระทั่งแม่ทัพหวางชุนเทียนผู้นั้นนำตัวนางไปเสียดื้อๆ
“องค์ชายรองรู้จักแม่นางเหม่ยหลินด้วยหรือ”เหอไป่เฉินออกจะแปลกใจกับสีหน้าท่าทางขององค์ชายรองในขณะที่กล่าวถึงเหม่ยหลิน
“แน่นอน นางเคยอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งหวงและเป็คนของพระชายาฟางซินมาก่อนแต่แม่ทัพหวางผู้นั้นขอท่านอ๋องและพานางออกไป” องค์ชายรองพูดแต่ฝั่งของตนเองกลับเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงความสัมพันธ์ก่อนหน้าระหว่างแม่ทัพหวางและเหม่ยหลินทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าพระชายาฟางซินภรรยาของตนเองนั้นเป็ผู้ไปนำตัวเหม่ยหลินมา
“แม่นางเหม่ยหลินเคยอยู่ที่ตำหนักเฟิ่งหวงในฐานะอะไรงั้นหรือ?”
“อันที่จริงนางอยู่ในฐานะสตรีบรรณาการที่ต้องถูกส่งตัวไปยังแคว้นม่งอู๋ของท่านแต่หากแม่ทัพหวางไม่ใช้อุบายพาตัวนางไปเสียก่อน นางก็คงได้เป็สนมของข้าไปแล้ว”องค์ชายรองพูดด้วยความเสียดายเพราะคิดว่าเป็ความผิดที่แม่ทัพหวางชุนเทียนจงใจหลอกลวงท่านอ๋องว่านางมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตนเองแล้วและให้ถือว่าเป็คนของจวนสกุลหวาง
“เหอะไม่ว่าแม่ทัพหวางผู้นี้จะทูลขอสิ่งใดต่อเสด็จพ่อก็ได้ดั่งใจไปเสียทุกอย่างข้าเกลียดคนผู้นี้นัก”
เหอไป่เฉินได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจแม้พอจะทราบข่าวเกี่ยวกับองค์ชายรองลี่หยางผู้นี้อยู่บ้างว่ามีนิสัยรักการเที่ยวเตร่และเ้าชู้จึงมีสนมนับสิบคนอยู่ในตำหนักเฟิ่งหวง แต่คำกล่าวโทษต่อแม่ทัพหวางเช่นนี้ดูไปแล้วเป็เพราะเจ็บใจที่ไม่ได้หญิงงามที่หมายตาเสียมากกว่า
“เอาล่ะ เรามาสนทนาเื่ของเราดีกว่าไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพพำนักอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้ข้าพำนักอยู่ที่โรงเตี๊ยมเยี่ยนหยางแต่อีกไม่นานแม่ทัพหวางคงจะรู้ตัวว่าสารเหล่านี้หายไปและคงให้คนออกตามหาข้าข้าจำเป็ต้องหาที่พำนักใหม่แล้ว”
“เื่นั้นท่านไม่ต้องกังวล ข้าเตรียมเรือนเจียวลู่แห่งนี้ไว้เพื่อรับรองท่านโดยเฉพาะที่เรือนแห่งนี้อยู่ลับสายตาผู้คน บ่าวรับใช้ที่ข้าส่งมาดูแลก็ไว้ใจได้ทุกคนท่านและผู้ช่วยของท่านอยู่ที่นี่ได้ตามสบาย”
“ขอบพระทัยองค์ชายรอง” เหอไป่เฉินคารวะคำนับพลางยิ้มด้วยความพอใจอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องรีบออกจากเมืองหลวงควรจะรอดูสถานการณ์สักระยะหนึ่งก่อนจะดีกว่า
ยามเย็นของวันนั้นแม่ทัพหวางชุนเทียนนำพาทหารลาดตระเวนกลับสู่จวนทันทีที่มาถึงก็เรียกหาพ่อบ้านเฉินมาหาที่ห้องนอนเพื่อสอบถามเื่ที่สั่งให้ทำ
“วันนี้แม่นางเหม่ยหลินอยู่ที่ห้องตำราทั้งวันข้าต้อนรับคุณชายเหอไป่เฉินให้อยู่แต่ที่เรือนรับรองตลอดเวลาทุกอย่างเป็ไปตามที่ท่านแม่ทัพสั่งทุกประการขอรับ”
“คุณชายเหออยู่แต่ที่เรือนรับรองจนกระทั่งถึงเวลากลับเลยจริงหรือ”
“อ่อ ข้าลืมบอกไป คุณชายเหอขอใช้เวลานั่งดื่มชาอยู่สักพักก่อนกลับออกไปเองข้าจึงไม่ได้อยู่รอส่ง”
“กลับออกไปเอง” แม่ทัพหวางทำหน้าครุ่นคิดพลางยืดตัวตรงกอดอก
เขาเปิดโอกาสให้เหอไป่เฉินผู้นั้นได้อยู่ในจวนเพียงชั่วคราวโดยที่ไม่มีใครจับตามองเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างถ้าเป็อย่างที่คิดแสดงว่าต้องเกิดสิ่งผิดปกติบางอย่างแล้วเป็แน่เขาเหลือบสายตามองกล่องไม้ที่ตั้งใจวางไว้ชั้นบนสุดของชั้นไม้ที่อยู่ใกล้เตียงนอนร่างสูงลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องไม้นั้นนำกลับมาวางที่โต๊ะ
“เป็อย่างที่คิดจริงด้วย”เสียงพูดพึมพำของแม่ทัพหนุ่มหลังจากเปิดกล่องออกมาแล้วไม่พบสิ่งที่ถูกใส่ไว้ก่อนหน้านี้
“มีสิ่งใดผิดปกติหรือขอรับ”พ่อบ้านเฉินถามด้วยความสงสัย
“พ่อบ้านเฉินต่อไปนี้ห้ามคุณชายเหอไป่เฉินผู้นี้เข้ามาในจวนโดยเด็ดขาด!”
น้ำเสียงกร้าวของแม่ทัพหวางทำให้พ่อบ้านเฉินตระหนกใไม่น้อยคุณชายผู้นั้นทำสิ่งใดให้แม่ทัพหวางขุ่นเคืองใจอย่างนั้นหรือ พ่อบ้านชราไม่กล้าที่จะถามว่าเพราะเหตุใดทำได้แต่ตอบรับสิ่งที่นายสั่งเท่านั้น“รับทราบขอรับ”