เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 ซูเปอร์โมเดลลั่วเสี่ยวซี

            หลังถูกผับแห่งสุดท้ายของแหล่งท่องราตรีปฏิเสธไม่ให้เข้าเธอคงต้องยอมรับเสียทีว่าตนได้ถูกลู่เป๋าเหยียนแบนเข้าให้แล้ว

            “ให้ตาย!”ลั่วเสี่ยวซีเริ่มโวยใส่ผู้จัดการร้าน “ฉันคือลั่วเสี่ยวซี!ลูกสาวของประธานลั่วนะ! คุณไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้หมายถึงกำลังปิดช่องทางหากินของตัวเอง”

            “คุณหนูลั่ว...”ผู้จัดการร้านอธิบายอย่างลำบากใจ “คุณชายลู่สั่งมานี่ครับพวกเราเองก็ไม่มีทางเลือก ผมทราบดีว่าไม่ควรมีปัญหากับตระกูลลั่ว แต่ว่า...กับตระกูลลู่ผมยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่!”เขายอมเสียลูกค้าอย่างลั่วเสี่ยวซีอย่างไม่ลังเล...

            ลั่วเสี่ยวซีไม่อยากต่อปากต่อคำกับผู้จัดการร้านอีกต่อไปเธอเดินกลับไปที่รถสปอร์ตคันใหม่ของเธอด้วยความโมโหว่าแล้วจึงขับรถไปหาซูเจี่ยนอัน

            ซูเจี่ยนอันไม่แคร์เรื่องนี้เลยสักนิดเธอพูดแค่ว่า

            “ลั่วเสี่ยวซีอย่าเอาความรักที่ไม่สมหวังมาเป็นข้ออ้างในการดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำทุกวันเลยเธอควรเอาเวลาไปทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว แฟนพี่ชายฉันแต่ละคนมีใครบ้างที่ไม่ใช่ผู้หญิงทำงานเก่ง? เธอไม่ได้ทำตัวให้อยู่ในสเปคเขาเลยแล้วเขาจะเลือกเธอไหมล่ะ”

            “ก็ฉันไม่จำเป็นต้องทำงานเก่งนี่”ลั่วเสี่ยวซีบ่นกับตัวเอง “ที่จริงฉันก็เคยนั่งคิดนะว่าแฟนของพี่ชายเธอแต่ละคนมีแต่ผู้หญิงที่เก่งและโดดเด่น เจี่ยนอันถ้าฉันเป็นแบบเธอพวกนั้นได้บ้าง เธอว่าเขาจะหันมาสนใจฉันบ้างไหม”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไป“เธอคิดจะทำอะไร”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้ม“ไว้ฉันจะบอกเธอทีหลัง”

            พูดจบเธอก็เดินออกไปไวดั่งสายลม

            ซูเจี่ยนอันรู้จักเพื่อนคนนี้ดีเธอคงแค่ใจร้อนคิดชั่ววูบ ปกติลั่วเสี่ยวซีเป็นคนที่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ทำได้ต่อให้เป็นเรื่องน่าตกใจแค่ไหนก็ตามแต่จะพยายามทำจนสำเร็จถึงปลายทางได้หรือไม่นี่สิ...อันนี้พูดยาก

            พอทำไปสักพักเธอก็มักจะเริ่มเบื่อหรือไม่ก็เจอของใหม่ที่อยากลอง สำหรับลั่วเสี่ยวซีคำว่ายอมแพ้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เธอพยายามมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือซูอี้เฉิง

            ซูเจี่ยนอันไม่แน่ใจว่าซูอี้เฉิงควรจะดีใจหรือเสียใจดีกับเรื่องนี้

            เธอได้เจอลั่วเสี่ยวซีอีกครั้งคือสามวันให้หลัง

            ซูเจี่ยนอันเพิ่งเลิกงานกลับมาบ้านลั่วเสี่ยวซีก็โทรมาหา

            “คืนนี้สองทุ่มอย่าลืมดูช่องหัวหนาน!”

            “อย่าบอกนะว่าเธอไปก่อเรื่องอะไรมาจนรายการทีวีมาขอสัมภาษณ์”มีเพียงเรื่องนี้ที่เป็นไปได้ในความคิดของซูเจี่ยนอัน

            ลั่วเสี่ยวซีหัวเราะอย่างมีเลศนัย

            “เดี๋ยวถึงเวลาเธอก็รู้เองอย่าลืมดูนะ!”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มอยากรู้ขึ้นมาเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้าน นั่งกอดกระปุกไอศกรีมอยู่บนโซฟาพลางกดรีโมตเปลี่ยนไปที่ช่องหัวหนานซึ่งตอนนี้กำลังถ่ายทอดสด...

            การประกวดซูเปอร์โมเดล!

            ซูเจี่ยนอันเกือบสำลักไอศกรีมเธอมองหน้าจออย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองไม่นานก็เห็นลั่วเสี่ยวซีเดินออกมาจากหลังเวที

            เธอสวมบิกีนีอวดรูปร่างที่งดงามไปทุกสัดส่วนเธอก้าวเดินอย่างมั่นใจได้มาตรฐานทุกสเต็ป ใบหน้าแย้มยิ้มสดใสปนเย้ายวนทำเอาคณะกรรมการผู้ชายด้านล่างมองตาค้าง

            ซูเจี่ยนอันหยิบโทรศัพท์โทรไปหาซูอี้เฉิง

            “พี่คะ ช่องหัวหนานเสี่ยวซี”

            ซูอี้เฉิงยังอยู่ที่ออฟฟิศได้ยินดังนั้นจึงเปิดทีวี และภาพแรกที่เข้าสู่สายตาของเขาคือขาเรียวยาวของลั่วเสี่ยวซี ตามด้วยเรือนร่างที่เผยส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างงดงาม

            ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของโปรดิวเซอร์หรืออย่างไรกล้องได้ตัดภาพไปยังใบหน้าของบรรดาผู้ชมด้านล่างสายตาของผู้ชายแต่ละคนที่จ้องไปยังลั่วเสี่ยวซีดูตื่นตะลึงปนหื่นกระหายไม่ว่าลั่วเสี่ยวซีจะกวาดสายตามองไปทางไหน ทางนั้นก็มีเสียงฮือฮาในทันทีทำให้เธอยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

            เธอกำลังเพลิดเพลินกับการอวดเรือนร่างตัวเองให้คนอื่นชื่นชมอย่างนั้นเหรอ?

            กร๊อบ!รีโมตทีวีถูกซูอี้เฉิงบีบจนแหลกคามือ เขาดึงปลั๊กทีวีออกอย่างแรง

            ขัดลูกตาเป็นบ้า!

            “พี่ช่วยปรามๆ เสี่ยวซีหน่อยได้ไหมคะ”ซูเจี่ยนอันถอนหายใจ “เธอบอกว่าอยากทำตัวโดดเด่นให้พี่ดู ขอร้องล่ะค่ะตอนนี้เธอน่าจะโดดเด่นสมใจแล้ว พี่อย่าทำให้เธอต้องทำมากกว่านี้เลย”

            ซูอี้เฉิงนั่งลงบนโซฟาพลางยกนิ้วนวดขมับ

            “ไม่นานเธอก็คงเบื่อไปเองไม่ต้องห่วง”

            “ไม่ใช่ว่าหนูไม่ไว้ใจเธอ”ซูเจี่ยนอันเตือนซูอี้เฉิง “แต่หนูไม่ไว้ใจวงการนี้ต่างหาก ภายนอกดูสวยหรูแค่ไหนภายในก็ยิ่งสกปรกไม่รู้ว่าตอนนี้มีผู้ชายกระหายเลือดจ้องจัดการสาวสวยหน้าใหม่อย่างลั่วเสี่ยวซีมากแค่ไหนพี่ก็รู้ดีนี่คะ เอาเป็นว่า แล้วแต่พี่จะจัดการแล้วกัน”

            ซูเจี่ยนอันวางสายลั่วเสี่ยวซีเองก็เดินแบบเสร็จพอดี ต่อมาจึงเป็นการเดินแบบของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นแต่ละคนรูปร่างหน้าตาดีไม่มีใครแพ้ใครเพียงแต่ยังไม่มีคนไหนดึงดูดสายตาได้เท่าลั่วเสี่ยวซี

            ลั่วเสี่ยวซีที่อยู่บนเวทีเหมือนมีออร่าเปล่งประกายเธอสวยชวนตะลึงเสียจนดึงดูดทุกสายตาได้อย่างชะงัด

            ซูเจี่ยนอันตักไอศกรีมพลางคิด

            หรือว่าลั่วเสี่ยวซีจะเหมาะกับเวทีแบบนี้กันนะ?

            “คุณผู้หญิงครับ”ลุงสวีเดินเข้ามา “มีผู้ชายคนหนึ่งแซ่ซูมาขอพบครับ เขาบอกว่า เป็นพ่อของคุณ”

            ซูหงเยวี่ยน!

            ซูเจี่ยนอันวางไอศกรีมในมือแล้วจึงมองออกไปนอกประตูด้วยสายตาระแวดระวัง หลังนิ่งไปชั่วอึดใจก็ตอบไปว่า

            “ให้เขาเข้ามา”

            เธอไม่รู้ว่าซูหงเยวี่ยนมาหาเธอในเวลานี้ทำไมแต่เธอมั่นใจว่าเขาคงไม่กล้าทำอะไรเธอในบ้านหลังนี้แน่

            ซูหงเยวี่ยนใส่ชุดเป็นทางการดูมีราคาเดินยิ้มเข้ามา

            “เจี่ยนอันสุภาษิตที่ว่า ลูกสาวออกเรือนไปกลายเป็นคนอื่นนี่ท่าจะจริงนะตอนนี้ขนาดคนเป็นพ่ออย่างฉันจะมาหาลูกสาวที ยังต้องกดออดรอคำอนุญาตถึงเข้ามาได้”

            “คุณซูจำอะไรผิดหรือเปล่าคะ”ซูเจี่ยนอันยิ้มเย็น “คืนนั้นในงานประมูลดิฉันบอกคุณไปแล้วว่าตอนนี้พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันอีก ตอนนี้คุณมาเรียกตัวเองว่าพ่อ ช่างน่าขัน”

            “เธอยัดข้อหาเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ซูหยวนหยวนแถมยังจับน้าของเธอเข้าคุกฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน”ซูหงเยวี่ยนสีหน้าเริ่มแปรเปลี่ยน “ยังไม่พอใจอีกเหรอไง”

            ซูเจี่ยนอันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง“คุณจะมาขอให้ฉันปล่อยพวกเธอไป? ถ้าเป็นเรื่องนั้น ฉันคง...”

            เธอคงไม่มีทางยอมเด็ดขาด!

            “เปล่าเลย”ซูหงเยวี่ยนยิ้มพลางมองหน้าซูเจี่ยนอัน “ฉันมาบอกเธอว่า เธอกับลู่เป๋าเหยียนไม่จำเป็นต้องเล่นละครตบตาอีกต่อไป”

            ซูเจี่ยนอันแอบซ่อนความรู้สึกแปลกใจเอาไว้และรักษาท่าทีสงบนิ่งด้วยสีหน้าเรียบพลางมองซูหงเยวี่ยนอย่างไม่เข้าใจ

            “เจี่ยนอันเธอช่างเหมือนแม่ของเธอ แถมยังเก่งกว่าอีกนะ” ซูหงเยวี่ยนกล่าว “นี่ถ้าฉันไม่รู้เรื่องมาก่อนคงโดนเธอหลอกจนเชื่อสนิทใจแน่ๆ”

            ซูเจี่ยนอันยังคงนิ่ง“คุณรู้อะไรมาล่ะ ไม่คิดจะบอกให้ฉันรู้หน่อยเหรอ”

            “เธอกับลู่เป๋าเหยียนไม่ได้รักกันที่พวกเธอแต่งงานกันเพราะต้องการข่มขู่ฉัน”ซูหงเยวี่ยนจ้องหน้าซูเจี่ยนอันไม่วางตา “ที่ฉันพูดไปถูกต้องไหม”

            “ฉันไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน”ซูเจี่ยนอันยิ้ม “ข่าวสารของคุณซูนี่รวดเร็วดีนะคะ”

            “ฉันรู้ว่าเธอเรียนจิตวิทยามาสมัยอยู่เมืองนอกอย่าคิดมาลองใจฉันหน่อยเลย” ซูหงเยวี่ยนเริ่มหมดความอดทน เขาพูดด้วยสีหน้าเย็นชา“ถ้าไม่มีหลักฐาน ฉันคงไม่มาหาเธอ”

            เขากุมข้อมูลอะไรอยู่ในมือแน่ๆ!

            ซูเจี่ยนอันรู้จักซูหงเยวี่ยนดีเขาไม่เคยทำเรื่องที่เขาไม่มั่นใจว่าจะทำสำเร็จ ตอนนี้เธออยากรู้แค่ว่า เขาไปได้ยินเรื่องที่เธอกับลู่เป๋าเหยียนจะหย่ากันในสองปีข้างหน้ามาจากไหน

            ซูหงเยวี่ยนหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดคลิปเสียง

            “ลู่เป๋าเหยียนสัญญากับฉันเองว่าอีกสองปีเขาจะหย่ากับซูเจี่ยนอัน”

            “ฉันไม่อยากเห็นลู่เป๋าเหยียนต้องเหนื่อยกับการพยายามเล่นละครอีกต่อไปแล้ว”

            …

            น้ำเสียงของหานรั่วซีดูเยือกเย็นทุกคำที่กลั่นออกมาราวกับกำลังเย้ยหยันซูเจี่ยนอัน

            ซูเจี่ยนอันหลุบตาลงไปชั่วขณะเหมือนกำลังเก็บงำความรู้สึกบางอย่างอย่างแนบเนียน

            ศึกครั้งนี้เธอยอมรับว่าเธอแพ้แล้วแพ้ให้กับคำพูดของหานรั่วซีที่ว่า

            ‘ลู่เป๋าเหยียนเหนื่อย’

            ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าที่ลู่เป๋าเหยียนทำมาทั้งหมดไม่ใช่เพราะแคร์เธอแต่เพราะเขากำลังพยายามเล่นละครให้สมจริง

            พยายามอย่างเหน็ดเหนื่อย...

            ซูหงเยวี่ยนเห็นซูเจี่ยนอันก้มหน้าไม่พูดไม่จาเขาจุดซิการ์พลางคิดว่างานนี้เขากำลังได้เปรียบ

            “ฉันเคยสงสัยเรื่องการแต่งงานของพวกเธอแต่ไม่นึกเลยว่าลู่เป๋าเหยียนจะยอมแต่งงานกับเธอเพื่อนตบตาฉันแถมยังแสดงละครได้เนียนขนาดนั้น แต่ดูท่าคนที่เขารักจริงๆ จะเป็นหานรั่วซีนะเขาเลยยอมอยู่กับเธอแค่สองปี ฉันเกือบโดนหลอกว่าเขาแคร์เธอจริงๆ ซะแล้วไหมล่ะ”

            “เจี่ยนอันเธอกับอี้เฉิงไม่มีทางสู้ฉันได้!”ในที่สุดสีหน้าอันโหดเหี้ยมของซูหงเยวี่ยนก็เผยออกมา เขายืนขึ้น“อี้เฉิงไม่มีทางทำลายบริษัทฉันได้แน่! อีกอย่าง เมื่อเก้าปีที่แล้วเป็นฉันเองที่สั่งให้น้าของเธอไปพบแม่เธอ”

            ตอนนั้นสุขภาพของแม่กำลังทรุดหนักหมอเคยเตือนไว้ว่าอย่าให้เธอได้รับกระทบกระเทือนไม่ว่าจากเรื่องใดก็ตามแต่ซูหงเยวี่ยนกลับจงใจให้เจี๋ยงเสวี่ยลี่ไปพบแม่?

            ซูเจี่ยนอันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างตาเธอเริ่มแดงก่ำพลางเดินไปใกล้เขาอย่างโกรธแค้น

            “คุณจงใจคุณจงใจฆ่าแม่!”

            ซูหงเยวี่ยนยิ้มชั่วร้ายอย่างสะใจแล้วจึงเดินกลับออกไป

            ความโกรธเกลียดคับแค้นแผ่เข้ากระจายเต็มจิตใจของซูเจี่ยนอันถ้าเธอมีมีดในตอนนี้ ดีไม่ดีเธออาจจะพุ่งเขาไปแทงเข้าเสียเดี๋ยวนี้เลยก็ได้

            แต่สติของเธอยังคงมีอยู่เธอโกรธจนหายใจไม่เป็นจังหวะ

            น้ำตาที่คั่งค้างอยู่เมื่อครู่เริ่มไหลออกมา

            ไม่รู้ว่ามันไหลออกมาเพราะสาเหตุที่แม่เธอตายหรือเพราะคำพูดที่ว่า

            “ลู่เป๋าเหยียนเหนื่อยกับการเล่นละคร”

            ลุงสวีเพิ่งเคยเห็นซูเจี่ยนอันร้องไห้เป็นครั้งแรกเขาถือโทรศัพท์และรีบเดินมาหาเธอ

            “คุณผู้หญิงคุณผู้ชายอยากคุยกับคุณครับ”

            “บอกเขาทีว่าหนูกำลังยุ่งอยู่ค่ะ”

            เธอยกมือเช็ดน้ำตาแล้ววิ่งกลับขึ้นห้องไป

            ที่จริงคนที่กำลังยุ่งอยู่คือลู่เป๋าเหยียนการประชุมเพิ่งเริ่มต้นไปได้ไม่ถึงครึ่ง โทรศัพท์แจ้งข่าวจากลุงสวีก็ดังขึ้นมาไม่รู้ว่าซูหงเยวี่ยนคุยอะไรกับเธอ แต่ซูเจี่ยนอันดูแปลกๆเขาจึงให้ลุงสวีส่งโทรศัพท์ให้ซูเจี่ยนอัน

            “คุณชายครับคุณผู้หญิงไม่ยอมรับสายครับ” ลุงสวีพูดอย่างลำบากใจ “ลองหาทางอื่นติดต่อเธอดูไหมครับ”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วยุ่งหลังวางสายเขาก็ประกาศจบการประชุมทันที แล้วจึงหยิบโทรศัพท์เดินออกจากห้องประชุมไป

            พนักงานแต่ละคนต่างส่งสายตาถามคนที่รีบเดินทางจากเนปาลมาที่นี่อย่างเสิ่นเยว่ชวนอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

            “ไม่มีอะไรหรอก!”เสิ่นเยว่ชวนพูดยิ้มๆ “ใครๆ ก็เคยมีเวลาที่คิดถึงภรรยาขึ้นมาใช่ไหมล่ะแถมบอสของเราเพิ่งแต่งงานด้วยนี่เนอะ”

            การแต่งงานของลู่เป๋าเหยียนแม้แต่ในต่างประเทศเองก็เป็นข่าวดังได้ยินดังนั้นทุกคนในที่ประชุมต่างทำหน้าเข้าใจกันอย่างพร้อมเพรียง

            ข้าวใหม่ปลามันก็อย่างนี้ห่างกันไม่กี่วันเหมือนไม่เจอหน้ากันเป็นปี

            สำหรับลู่เป๋าเหยียนแล้วเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

            ซูเจี่ยนอันไม่ยอมรับโทรศัพท์แถมโทรเข้ามือถือก็ไม่รับ คิ้วที่ขมวดมุ่นของลู่เป๋าเหยียนยิ่งแน่นเป็นปมหัวใจเหมือนถูกบีบรัดไปด้วยความกังวลอันน่าหงุดหงิด

            เขากดหน้าจอมือถือเพื่อโทรหาซูเจี่ยนอันอีกครั้ง...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367