ณ สำนักงานใหญ่หน่วยบริการประชาชนรัฐฟิฟตี้ ที่ตั้งอยู่ใจกลางตัวเมือง ซึ่งไม่ห่างจากศาลาว่าการรัฐมากนั้น ที่ลานกว้างภายนอกอาคารเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มารายงานตัวเพื่อเขาหน่วยบริการประชาชน พวกเขาต่างรอให้เ้าหน้าที่เรียกชื่อของพวกเขาเพื่อรับบัตรประจำตัวของหน่วยบริการประชาชนและปลอกแขนสีเขียว ขั้นตอนการรับบัตรประจำตัวเป็ไปด้วยความรวดเร็ว เมื่อทุกคนได้รับบัตรประจำตัวและปลอกแขนประจำหน่วยแล้วก็มารวมตัวกันรออยู่ที่สนามหญ้ากล้างแจ้ง จนกว่าจะถึง่ที่ผู้ว่าการรัฐจะกล่าวขอบคุณเหล่าหน่วยบริการประชาชน
“ถึงจะไม่ต้องสอบความแข็งแรงของร่างกายและระดับวิเศษ แต่ก็ไม่คิดเลยนะว่าเขาจะให้คนที่ดูอ่อนแอและคนที่ดูตุ้งติ้ง อย่างนี้สมัครเขาหน่วยบริการประชาชนด้วยวะ”
ชายผิวเข้มที่ร่างกายดูกำยำ อยู่ดีๆ ก็เดินเข้ามาหาอินกับฟินน์ที่ยืนรอลีออนั่นแหละยู่ และพูดจาถากถางทั้งสองคนออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราของชายหญิงอีกหลายคนที่อยู่ด้านหลังชายผิวเข้ม
“กลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังคุณนั้นคือเพื่อนของคุณหรอครับ”
อินที่เห็นท่าทีของชายผิวเข้มก็ถามไปถึงกลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังเขาพร้อมกับกวาดสายตาไปมองคนพวกนั้น
“นั้นนะพวกลูกน้องของฉันเอง กลัวหรือไงหะ”
“ก็กลัวนิดหน่อยแหละครับ กลัวว่าสังคมจะแย่ลงถึงขนาดมีคนคบคนอย่างคุณเป็เพื่อนแล้วหรือปล่าว แต่ถ้าเป็ลูกน้องก็พอเข้าใจได้อยู่”
“หึ ปากเก่งนักนะ คนอย่างกูมันทำไม ลองกล้าพูดออกมาให้กูฟังหน่อยสิ”
ชายผิวเข้มที่หงุดหงิดกับคำพูดของอิน ก็ยืนหน้าของตัวเองเขามาหาอินพร้อมกับพูดจาท้าทายออกมา ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวบางอย่างจากข้างหลังของเขา
“อย่านะลีออน”
เพียงเสียงห้ามของอินที่ดังออกมาก็ทำให้ชายผิวเข้มหันกลับไปมองที่ด้านหลังของตน ที่มีชายลูกครึ่งฮิวมอนสิงโตมองลงมาที่เขา ก่อนจะโดนแรงถีบของอินที่ถีบเขาที่หลังของเขาจนเสียหลักพุ่งผ่านลีออนไป
“ผมเข้าใจนะครับว่ากำลังหลงระเริงกับพลังของตัวเองที่กำลังอยู่ใน่เติบโตได้ดี และหวังว่าตัวเองจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ แต่จากนี้ไปจนกว่าจะได้บรรจุเป็หน่วยบริการประชาชน ก็รีบปรับปรุงนิสัยของตัวเองซะนะครับ”
เมื่อชายผิวเข้มเห็นว่าอินมีเพื่อนเป็ลูกของระดับวีรบุรุษ เขากับพวกก็มีท่าทางสงบเสงี่ยมลง ถึงแม้จะถูกถีบและเห็นว่าอินกำลังชูนิ้วกลางให้เขาขณะสั่งสอนเขาอยู่ก็ตาม พวกเขาเลือกที่จะเดินหนีไปแทน และเก็บความแค้นเคืองที่พวกเขาหามันให้ตัวเองไว้
“รูปร่างฉันก็ไม่ได้ดูต่างจากคนอื่นมากนะ ทำไม่หมอนั้นถึงจงใจมาหาเื่กัน”
ฟินน์พยายามมองไปที่เ้าหน้าที่ฝึกหัดคนอื่นๆ แต่ก็พบว่าแต่ละคนก็ไม่ได้กำยำอะไรมากนัก พร้อมกับแสดงสีหน้างุนงงออกมา
“อาจจะแค่อยากโชว์พลังให้ลูกน้องตัวเองดูเพื่อสร้างความน่าเกรงขามภายในกลุ่ม โดยใช้พวกเราเป็เหยื่อเฉยๆนั่นแหละ ไม่ต้องเก็บคำพูดมันมาคิดหรอก”
"ตามที่อินมันบอกเลย ตอนสมัครเขาหน่วยมันจะมีพวกที่มาสมัครเพราะความเท่อยู่ ตอนนี้ยิ่งมีรายการทีวีของหน่วยบริการประชาชนด้วย เดียวเวลาผ่านไประบบก็คัดกรองคนพวกนี้ออกไปเองถ้าไม่ยอมปรับตัว"
"ไม่แน่เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะเหลือแค่นายที่ได้บรรจุจริงจังก็ได้ ฟินน์"
เพียงคำพูดทำนายอนาคตที่ล้อเล่นของอินก็ทำให้เขากับลีออนยิ้มให้กันอย่างชอบใจ ผิดกับฟินน์ที่กลัวว่าเพื่อนทั้งคู่ของเขาจะโดนไล่ออกก่อนจริงๆ
“อินเปลี่ยนไปเยอะนะคุณ ปกตินึกว่าจะปล่อยให้ลีออนทำร้ายพวกนั้นแล้วยืนขำเหมือนปกติซะอีก”
แอนที่มองดูการกระทำของชายผิวเข้มที่เข้าไปหาเื่อินอยู่ตลอด ก็หันไปคุยกับสามีของตนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“อาจจะไม่ได้เปลี่ยนก็ได้ แต่เ้าหนูนั้นมันระวังพฤติกรรมของตัวเองเป็พิเศษเวลาอยู่ต่อหน้าเ้าฟินน์ ถ้าเ้าฟินน์ไม่อยู่ ภาพอาจจะออกมาอีกแบบก็ได้”
“คุณคิดยังงั้นหรอ แต่ขอให้เปลี่ยนทีเถอะ ลูกเราชอบเชื่อฟังคำพูดของอินด้วย ลูกเราจะได้ดีขึ้นตาม”
“แต่คิดแล้วก็แปลก คนที่เราวางไว้จะให้อนาคตขึ้นถึงระดับวีรบุรุษทั้ง2คนอย่างลูกเรากับเ้าฟินน์ ดันไปเชื่อฟังคนที่ไม่มีวิเศษอย่างอินมัน”
“เรายังเชื่ออย่างนั้นไม่ได้หรอก พวกเขารักกันมากถึงขนาดช่วยปิดความลับให้กัน ทุกวันนี้ลีออนยังไม่บอกเราถึงพลังพิเศษจริงๆของเ้าหนูนั้นเลย และอีกอย่างถึงเหล่าท่านที่ปรึกษาจะไม่มีวิเศษกัน แต่อินจะเป็อย่างนั้นหรอ พอนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นแล้ว…”
แอนที่นึกถึงเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมาก่อนจะหันไปมองสามีของตน ก็เห็นว่าเลออนส่ายหน้าออกมาอย่างไม่อยากให้คิดถึงมัน แอนถึงเงียบลงและตัดสินใจไม่พูดออกมา
“สวัสดีทุกคนนะครับ ผมชื่อว่าอลันเป็ผู้ว่าการรัฐฟิฟตี้”
บนเวทีที่อยู่ต่อหน้าหน่วยบริการประชาชนนั้น ผู้ว่าซึ่งเป็ชายวัยกลางคนที่อ้วนท่วมได้กล่าวทักทายแกหน่วยบริการประชาชน พร้อมกับเมย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา
“หลายๆ คนในนี้อาจจะรู้จักผมอยู่แล้ว แต่การแนะนำตัวในครั้งนี้เป็การแนะนำตัวในฐานะเพื่อนร่วมงาน วันนี้ต้องขอบคุณพวกคุณทุกคนมากนะครับ ที่เลือกจะเขามาเป็หน่วยบริการประชาชน ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่าเป็งานที่ค่อนข้างลำบาก ผมเป็คนที่พูดไม่เก่งเท่าไร แต่จะพยายามสื่อสารกับพวกคุณให้มากที่สุด
ก่อนอื่นเลยผมเชื่อนะครับว่าในนี้คงมีคนที่คิดว่าตัวเองเป็ผู้เสียสละ และมีบุญคุณต่อประชาชนเพราะพวกเขาต้องพึ่งพวกคุณ ผมอยากให้พวกคุณเปลี่ยนความคิดซะ ทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ที่ต่างกัน หน้าที่ของพวกคุณนั้นคือการคอยดูแลประชาชนในเื่ต่างๆ เมื่อเขา้าความช่วยเหลือ และประชาชนก็ตอบแทนพวกคุณในรูปแบบของเงินเดือน ซึ่งมาจากภาษีของทุกคน พวกคุณไม่ได้มีบุญคุณอะไรต่อพวกเขา ประชาชนทุกคนต่างมีความถนัดที่ไม่เหมือนกันพวกเขาต่างเลือกประกอบอาชีพที่เหมาะกับพวกเขาที่สุด ทุกอาชีพที่พวกเขาทำล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อประเทศทั้งหมด ไม่ใช่ว่าการทำเพื่อประเทศจะมีแค่การเข้าเป็หน่วยบริการประชาชนเพียงอย่างเดียว อยากให้เข้าใจตรงกันในเื่นี้ด้วยนะครับ
เื่ต่อไปที่ผมจะพูดเรียกว่าเป็การขอร้องก็ได้นะ ผู้ว่ากับหน่วยบริการประชาชนมีงานที่ต้องทำร่วมกันตลอดอยู่แล้ว ไม่อยากให้คิดว่าเป็เื่ของเ้านายสั่งลูกน้องนะครับ อยากขอความร่วมมือทุกคนมากกว่าให้ทำงานด้วยกันเสมือนเราเป็เพื่อนร่วมงานกัน หน้าที่ของผู้ว่าก็คือการบริหารรัฐโดยจุดมุ่งหมายของการบริหารก็คือการทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด เช่นกันกับหน่วยบริการประชาชนที่คอยช่วยเหลือประชาชนก็คือการทำประโยชน์ให้พวกเขาเช่นกัน จุดมุ่งหมายเราเหมือนกันอยู่แล้ว หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านในการรับใช้ประชาชนนะครับ”
เมื่ออลันพูดจบก็ได้รับเสียงปรบมือจากหน่วยบริการประชาชน ที่ฟังเขาอยู่ ก่อนจะเห็นว่าอลันเดินลงจากเวทีเพื่อมาจับมือกับเ้าหน้าที่ฝึกหัดทุกคน เพื่อเป็การให้เกียรติกัน โดยมีเมย์เดินตามอยู่ด้วย เขาเดินจับมือกับหน่วยบริการประชาชนคนแล้วคนเล่าจนมาถึงพวกอิน ฟินน์ และลีออน
เมย์ที่เดินตามเขาอยู่นั้น ก็ได้ทำสีหน้าใออกมาเมื่อได้สบตาเขากับอิน ที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่ สายตาของเธอค่อยๆ เหลือบไปมองยังต้นแขนของเขาที่มีปลอกแขนสีเขียวอยู่ เมื่อเธอเห็นอย่างนั้นสายตาของเธอก็เปลี่ยนไป แววตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธเคืองที่มีต่อชายหนุ่ม
ท่าทางของเธอนั้นแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจและกำลังโมโหอย่างมาก จนอลันยังสังเกตได้ เลยหันไปมองเธอ สายตาที่เขามองไปที่เมย์นั้นเหมือนจะพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่จำเป็ต้องถามออกไป เมย์ก็รับรู้ได้ว่าอารมณ์โมโหของเธอโจ่งแจ้งเกินไป เธอจึงส่ายหน้าให้อลันเป็การบอกว่าไม่มีอะไร ทำให้อลันนั้นกลับมาจดจ่อกับการจับมือกับเหล่าหน่วยบริการประชาชนอีกครั้ง
แต่เธอนั้นยังคงหันมองไปที่อินด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอยู่ เธอคงจะสบายใจกว่านี้ถ้าชายหนุ่มอธิบายให้เธอฟังว่าเขามาทำอะไร แต่ถึงแม้อินจะรู้ถึงสายตาของเมย์ที่ไม่พอใจเขา เขากลับไม่พูดอะไรกับเธอเลย และยังทำเป็ไม่สนใจจนเธอหงุดหงิด
ทางด้านอลันนั้นก็หันกลับมาจับมือกลับฟินน์แล้วกล่าวขอบคุณเขา ก่อนที่จะหันไปเจออินเป็คนถัดไป
“อิน มาอยู่นี้ได้ไงเนี่ย”
อลันที่เห็นอินนั้นก็ทักทายออกไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนพวกเขาสนิทกัน
“สวัสดีครับคุณอลัน”
“ท่านที่ปรึกษารู้หรือยังว่าเธอมาเข้าหน่วยบริการประชาชน”
“ยังไม่ได้บอกเลยครับ แต่เดียวก็คงบอกครับ มันไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไร”
“ก็ดีๆ ฉันไม่คิดเลยจริงๆ นะเนี่ยว่าเธอจะเข้าหน่วยบริการประชาชน แต่แค่เธอเลือกทำงานในสายงานนี้ฉันก็ดีใจแล้ว ”
อลันนั้นยิ้มแย้มด้วยความชอบใจพร้อมกับกล่าวชมเชยอินขึ้นมา
“ครับผม ขอบคุณครับคุณอลัน”
“ถ้างั้นเมื่อก็ที่ฉันจับมือด้วยก็ฟินน์สินะ ส่วนนี้ก็คงลีออนลูกของคุณเลออนกับคุณแอนใช่ไหม”
อลันได้หันไปมองทางฟินน์และลีออนก่อนที่จะถามออกมาเพื่อยืนยันตัวตนของพวกเขา ก่อนที่จะหันมาหาอินและเห็นเข้าพยักหน้ายืนยันให้กับตนเอง
“ฮาฮา ดูสิคุณเมย์ อินกับเพื่อนของเขาล่ะ เป็อนาคตของประเทศที่น่าจับตามองเลยนะ”
เมื่ออลันได้หันไปคุยกับเมย์พร้อมกับชี้ให้ดูทั้งสามคนตรงหน้าเขา เมย์ที่เห็นอลันหันมานั้นก็รีบเปลี่ยนสีหน้าที่มองอินอยู่และเผยยิ้มให้แก่อลันไปโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เมื่ออลันหันกลับไปที่ชายหนุ่มทั้งสามเมย์ก็แสดงสีหน้าที่ไม่พอใจออกมาอีกครั้ง
“อย่าถือสาท่าทีของฉันเลยนะ พวกผู้ใหญ่เขาจับตาดูพวกเธอกันอยู่นะว่าเป็เหล่าอนาคตของวาเรีย แต่ฉันจะไม่เอาผลงานของพ่อแม่พวกเธอมากดดันพวกเธอหรอกนะ ใช้ชีวิตกันให้เต็มที่เถอะ พยายามเขาละ”
เมื่ออลันพูดทิ้งท้ายเสร็จก็บอกลาทั้งสามคนและหน่วยบริการประชาชนคนอื่นๆ ด้วย และเดินไปขึ้นยานเหาะขนาดเล็กที่ดูหรูหราของเขา ซึ่งเป็ยานเหาะประจำตำแหน่งสำหรับผู้ว่าการรัฐให้ใช้ไปดำเนินภารกิจต่างๆ ภายในที่มีขนาดห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งนั้นตกแต่งไปด้วยความเรียบง่ายเน้นให้สามารถนั่งคุยเื่งานระหว่างการเดินทางได้
“เป็ยังไงบ้างคุณเมย์ หน่วยบริการประชาชนหน้าใหม่ของเราปีนี้”
อลันที่กำลังนั่งยิ้มอย่างมีความสุขนั้นได้เอ่ยถามเมย์ที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขา แต่เมย์ที่ปกติเป็คนที่พูดน้อยอยู่แล้ว เมื่อบวกกลับสีหน้าที่กำลังดูอารมณ์ไม่ดี ก็ยิ่งทำให้คู่สนทนารู้สึกกลัวไปด้วย จนอลันรู้สึกไม่สบายใจ
“ก็ดีค่ะ”
“คุณเมย์กำลังอารมณ์เสียอะไรอยู่หรือเปล่าครับ ขนาดเจอเ้าหนูอินยังไม่ยอมคุยด้วยเลย ทั้งๆที่ออกจะสนิทกันแท้ๆ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณอลัน สงสัยฉันคิดเื่งานที่ท่านมอบหมายให้มากไป เลยดูเหมือนอารมณ์เสียมั่งคะ”
“ผมก็หวังให้เป็อย่างงั้นนะครับ ผมได้ยินว่าน้องชายของผมเริ่มไปเกาะแกะคุณ เลยเผลอคิดไปว่าเป็เื่นี้หรือเปล่าที่ทำให้ไม่พอใจ”
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ คุณอลัน ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะ”
เมื่ออลันได้ยินคำอธิบายของเมย์ มันก็ทำให้เข้ารู้สึกสบายใจขึ้นมา
“คุณเมย์ ผมให้ความสำคัญกับงานนี้มากเหมือนกับคุณนะครับ ถ้าน้องผมทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจคุณสามารถไล่เขาหรือจะเ็าใส่เหมือนที่คุณชอบทำก็ได้นะครับ ไม่จำเป็ต้องเกรงใจผมนะ”
เมย์ที่ได้ยินอลันพูดอย่างงั้นก็พยักหน้าให้แก่เขาเล็กน้อย