ตอนที่ 1 บทเรียนชีวิต
บริเวณ รอบหอสมุด อยู่ๆ ก็เกิดเสียงดังขึ้น
"เปรี้ยง" ... "ตุ้ม" ... "เปรี้ยง" ... "ตุ้ม" ...
ข้างนอกหน้าต่างเกิดเสียงดังสนั่น เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ มาจากนอกหน้าต่างของหอสมุด
บางเสียงเป็เสียงจากสิ่งของที่ถูกโยนลงพื้น และวัตถุที่ถูกชนกันจนแตกหัก
"ตุ้ม" ... "เปรี้ยง" ... "ตุ้ม"
*
เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหยุดอ่านตำรา และหันกลับไปมองตามเสียงดังที่เกิดขึ้น
เขาเริ่มสังเกตเห็นกลุ่มคน 10 คนรวมตัวกันอยู่ข้างล่าง
เมื่อมองลงไปพบว่าเป็เหล่าเด็กหนุ่มรูปร่างแข็งแรงอายุราวๆ 14-15 ปี กำลังก่อเื่อยู่ด้านล่าง ...
บางคนกำลังใช้เท้าเตะเพื่อทำลายโต๊ะสนามสำหรับวางแจกัน
บางคนโยนเก้าอี้นั่งสนามขว้างใส่ต้นไม้ที่ใช้ประดับสวน
บางคนก็ไล่ทุบตีหมาแมวที่อยู่รอบนอก อยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าหอสมุด
พวกเขาทำลายสิ่งของกันอย่างสนุกสนาน
โดยไม่สนใจสายตาของเหล่าชาวบ้านที่ยืนมองดูพวกเขาอยู่ห่างๆ
*
เด็กหนุ่มเซียงหยุนมีท่าทางใ เขาไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
แม้เขาพร้อมสู้เพราะมีจิตใจแข็งแกร่งและกล้าหาญ
แต่เขาก็คงไม่ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่
อาจเพื่อไม่ให้คนหนุ่มสาวที่มาหาความรู้และตามหาความสงบในหอสมุดนี้รู้สึกไม่สบายใจ
**
ในขณะที่เขา้าออกผจญภัยตามหาความรู้และความลึกลับของโลกมหัศจรรย์ใจนี้
แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มเด็กหนุ่มที่มาก่อเื่ราว อย่างไม่สุภาพในสถานที่สำคัญอย่างหอสมุด
ความรู้สึกในใจของเด็กหนุ่มอาจคือ ความหวาดกลัว หรืออาจเป็ความกล้า
ที่จะสังเกตเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ถูกต้อง ที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าเขาอยู่โดยไม่หลบหนี
**
นอกจากเสียงที่ดัง "เปรี้ยง" ... "ตุ้ม" ...
อยู่ๆ ก็เกิดเสียงหนึ่งะโดังขึ้น
"เ้าบ้าเซียงหยุน ออกมาจากหอสมุดเดียวนี้!!!
ข้าซานมิ่ง (山明) ลูกพี่ใหญ่ของเ้า ้าจะตบตีเ้า
รีบมาหาข้า อย่าให้ข้าต้องรอนาน
ตอนนี้ข้า้าหาที่ระบายอารมณ์
มาหาข้าเดี๋ยวนี้"
เด็กหนุ่มอ้วนหน้าตาขี้เหร่วัย 15 ปี เหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่ม ได้ะโขึ้นเสียงดังแสดงอำนาจบารมี
เสียงเขายังดังต่อเนื่องอยู่หน้าทางเข้าหอสมุดชุมชน
**
เมื่อเสียงะโดังขึ้นหลายครั้งหลายครั้ง,
เซียงหยุนเด็กหนุ่มที่ผอมสูง หล่อ เป็เหมือนภาพวาดของตัวเอกในนิยาย
ใจเขาเริ่มมีความสับสน
และหวาดกลัวเด็กหนุ่มตัวอ้วนที่ส่งเสียงะโขึ้นที่หน้าทางเข้าหอสมุดชุมชน
***
เด็กหนุ่มคนนี้อ้วนกลม ะโ
"ออกมาจากหอสมุดเดี๋ยวนี้"
เด็กอ้วนมีลักษณะดูเป็ลูกผู้ดี แต่มีรูปร่างอ้วนเตี้ยล่ำ ผมหยิกดำ มีสิวอยู่เต็มใบหน้า
เขาสวมใส่เสื้อผ้าสีทองสลับสีขาวและเครื่องประดับราคาแพงอยู่บนตัว
บ่งบอกถึงฐานะทางสังคม ที่แตกต่างจากคนทั่วไปในหมู่บ้าน
เขาเริ่มแสดงท่าทางไม่พอใจ
***
เหล่าบัณฑิตที่นั่งอ่านหนังสือในหอสมุดจึงจับกลุ่มซุบซิบนินทากันว่า ดูตรงนั้น ...
***เ้าหมูอ้วนซานมิ่ง มันเป็ถึงลูกชายคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านซาน
ถึงแม้พ่อมันจะมีตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน
และถึงแม้ตระกูลของมันจะมีอำนาจสูงที่สุดในหมู่บ้านซาน แต่พวกมันก็ไม่ควรทำแบบนี้
อีกทั้งตัวมันมีตำแหน่งเป็ถึงว่าที่ผู้นำหมู่บ้านคนต่อไป ซึ่งมีตำแหน่งนี้มาั้แ่มันเกิด
แต่น่าเสียดายที่มันกลับมีนิสัยเลวร้าย
ชอบรวมกลุ่มอันธพาลรังแกคนอ่อนแอ
โดยเฉพาะชอบรังแกเ้าเด็กที่ชื่อเซียงหยุน อยู่เสมอ
ทำให้คนทั้งหมู่บ้านเริ่มหมดศรัทธาในตัวมันแล้ว
***
เกิดเสียงฮือฮาเบา ๆ จากเหล่าบัณฑิตที่นั่งอ่านหนังสือในหอสมุด
พวกเขาซุบซิบนินทาเกี่ยวกับเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง
พวกเขาไม่กล้าพูดนินทาตรงๆ ดังๆ หรือให้คนไม่รู้จักได้ยิน
เนื่องจากกลัวตำแหน่งและอำนาจของครอบครัวตระกูลซาน
ในหมู่บ้านซาน หากใครนินทาผู้นำตระกูลซานและทายาท คนนั้นจะถูกขังคุกมืดสิบปี
ทุกคนได้แต่แสดงความหดหู่ที่ไม่สามารถขัดขืนปิดบังได้
***
* เนื่องจากเด็กหนุ่มอ้วนนี้เป็ลูกชายคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านซาน
ตระกูลของเขาเป็ตระกูลที่มีอำนาจสูงที่สุดในหมู่บ้าน
เื่ราวที่เกิดขึ้นกับเขาจึงทำให้คนทั้งหมู่บ้านเริ่มเสียศรัทธา
และเกิดความไม่พอใจในตัวเขา แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา เพราะกลัวกฎของหมู่บ้าน
กลัวถูกขังคุกมืด หลายคนที่ถูกจับเพราะต่อต้านล้วนถูกขังลืมเกินสิบปีโดยไม่ทราบชะตากรรม
***
จากใจผู้ดูแลหอสมุด เฝ้ามองดู เด็กเซียงหยุน
แล้วผู้ดูแลหอสมุดรู้สึกหมดหวังและเสียใจที่เขาถูกรังแกอยู่เสมอ
เด็กคนนี้เขาก็ไม่ได้หยุดค้นหาความรู้และความลึกลับที่อยู่ในตำราโบราณ
เขาคงต้องพบกับการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์และอุปสรรค
ยากลำบากมากขึ้นเพื่อสร้างตัวตนและพัฒนาตัวเองให้กล้าแข็ง
*
ทุกคนในหมู่บ้านนี้ และคนดูแลหอสมุดคิดเหมือนกัน
มันเกิดสัญลักษณ์ขัดแย้ง ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง
ระหว่างเด็กหนุ่มทั่วไป และเซียงหยุนที่เป็ตัวเอกของเื่นิยาย
**
เซียงหยุนเป็เด็กที่ หน้าตาดี มีความฉลาดที่โดดเด่นมากเกินไป
ไม่เพียงแต่ทำคะแนนเต็มในข้อสอบรุ่นเยาวชนเชาวน์ปัญญา 2 ปีติดต่อกัน
แต่ยังได้เติบโตมา ทั้งทางสง่า มีอารมณ์สุขุม และทักษะชีวิต
จึงทำให้เขาเด่นเหนือกว่าเ้าหมูอ้วนซานมิ่งในด้านต่าง ๆ
**
ทุกคนในหอสมุดจับกลุ่มคุยกันต่อ ข้าคิดว่าเพราะเ้าเด็กชื่อเซียงหยุนนั้น
ทำข้อสอบรุ่นเยาวชนเชาวน์ปัญญาวัย 12-15 ปี ได้คะแนนสูงสุดมา 2 ปีติดต่อกัน
ปีที่แล้ว่มันอายุ 12 และปีนี้ที่มันอายุ 13
มันดันเด่นเกินหน้าเ้าหมูอ้วนที่คะแนนอันดับท้ายๆ ไปไกลมาก
ั้แ่เ้าเด็กชื่อเซียงหยุนนั้นมันเริ่มเข้าสนามสอบ
ก็แสดงความฉลาดที่โดดเด่น ทำคะแนนเต็มมาตลอด
แถมยังมีสาวสวยอันดับต้นๆ ของเมืองเป็เพื่อนเล่นมาั้แ่สมัยมันยังเด็กอีกด้วย
น่าอิจฉามันจริงๆ
จะว่าไปแล้วก็น่าอิจฉาเ้าเด็กชื่อเซียงหยุนนี้จริงๆ
***
จริงๆ ข้าได้ยินจากผู้คุมสอบว่าเ้าหมูอ้วนส่งกระดาษเปล่า
แต่ตระกูลของมันใช้อำนาจเปลี่ยนจากกระดาษเปล่า เป็ให้มันเป็คะแนนอยู่ท้ายๆ ของตาราง
ทำให้ข้ารู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ยุติธรรม คนหนึ่งหล่อ ฉลาด ส่วนอีกคนแม้โง่ขี้เหร่แต่เกิดมาจากตระกูลผู้ปกครอง
ทุกคนมองปนอิจฉาเหมือนกัน
***
เด็กเซียงหยุนมีเพื่อนสนิทที่เป็สาวสวยอันดับต้นๆ ของเมืองเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่สมัยเด็ก
ทำให้เขากลายเป็ศูนย์กลางของความหมายขั้นเป็เลิศทั้งในด้านการเรียนและสังคม
ทว่าความเป็เลิศนี้กลับสร้างความห่างไกลทางอารมณ์กับคนอื่นในหมู่บ้าน
ทำให้ความอิจฉาและความไม่พอใจเกิดขึ้นในตัวเซียงหยุน และเ้าหมูอ้วนซานมิ่งอย่างรวดเร็ว
***
เมื่อเ้าหมูอ้วนซานมิ่งมองไปทางที่เซียงหยุนเดินมา
เขารู้สึกอับอายและกลัวที่จะถูกเปรียบเทียบกับเด็กหนุ่มที่มีความฉลาดที่เหนือกว่า
เหมือนสัญลักษณ์ที่เป็ภาพอันตรายของเซียงหยุน อาจจะมาเปลี่ยนแปลงอนาคตของเขาต่อไป
ดังนั้นเพื่อให้ตำแหน่งของเขายังคงมั่นคง เขาต้องดับอนาคตเ้าเด็กนี้ให้มันเป็ทาสไปจนตาย
***
ทุกคนบนหอสมุดหันกลับมามอง เด็กหนุ่มเซียงหยุน
รู้ได้ทันทีเด็กคนนี้ไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบของเหล่าบัณฑิต ไม่สนใจเสียงคำสั่งของเ้าหมูอ้วนซาน
***
เซียงหยุนแสดงท่าทางเบื่อหน่าย แต่ก็ยินดีตอบรับเ้าหมูอ้วนซานมิ่งด้วยความเคารพ
การประสานและการรับรู้ถึงตำแหน่ง และอำนาจในสังคม เป็สิ่งที่ทำให้เซียงหยุนก้าวไปใกล้ขึ้นในเื่ราวอันตรายที่จะมาถึง
แม้ความคิดภายในใจจะกลับอยู่ในความโกรธและความอึกทึก แต่เขาก็อดทนไว้ในตัวเอง
***
มันคือความขัดแย้ง และ ทุกคนเกิดความเข้าใจในอำนาจปกครอง ที่ไม่ยุติธรรมของหมู่บ้านซานอย่างแท้จริง
ทุกคนมองการพบกันของเซียงหยุนและเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง
ความอิจฉาในตัวเซียงหยุนเริ่มค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เพราะเขา ทั้งฉลาด รูปร่างดี หน้าตาหล่อ และโดดเด่นเกินไป
---------------------------------------------------------------------------------------
"ข้ากำลังจะไปหาท่านแล้วพี่ซานมิ่ง"
เซียงหยุน ะโตอบจากชั้น 2 ของหอสมุด ด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
เด็กหนุ่มรีบเก็บตำรา หันมาก้มตัวขอโทษเหล่าบัณฑิต ผู้ดูแลหอสมุด อย่างสุภาพ
ขอโทษที่เื่ของตนรบกวนผู้มาหาความรู้ในหอสมุด
และเขาก็รีบเดินลงไปชั้นหนึ่ง ออกไปหาเ้าของเสียงดังโวยวายที่อยู่ตรงหน้าประตูหอสมุด
***
เมื่ออยู่ทั้งสองยืนมองหน้ากัน เซียงหยุนยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้าและยกสองมือประสานทำความเคารพ
แม้ภายในใจจะหงุดหงิดแต่ก็อดทนไว้
"สวัสดีนายท่านซานมิ่ง
มีอะไรให้ข้าได้รับใช้ครับ
นายท่านดูวันนี้ท่านจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนะครับ"
แม้ภายในใจนึกด่าว่า เ้าหมูอ้วนๆ ตัวกลมๆ
***
เพียงเสี้ยววินาที ฝ่ามืออ้วนๆ ใหญ่ๆ ก็ตรงเข้าที่ใบหน้าของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
"เพียะ เพียะ เพียะ"
เด็กเกเรซานมิ่งเดินเข้ามาตบหน้าเซียงหยุน 3 ครั้ง ซ้ายขวา ทันทีที่เจอหน้ากัน หน้าหอสมุด
เ้าหมูอ้วนซานมิ่งตอบโต้เซียงหยุนด้วยการตบหน้าเขา
ความโกรธที่ซานมิ่งมี อาจเกิดจากความอิจฉา และความไม่พอใจ
ที่ยังคงอยู่ในใจเมื่อเห็นเซียงหยุน ที่เดินท่าทางสวยงาม
นั้นอาจจะทำให้เ้าหมูอ้วนซานมิ่ง เริ่มััถึงความ้าของตนเองในสังคม
ว่าจำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงในตัวเองเพื่อเพิ่มความเข้าใจว่าใครคือคนสำคัญในหมู่บ้านซาน
***
ความเ็ปแสดงให้เห็นจากแก้มที่แดงขึ้น
“ท่านตบหน้าข้าทำไม? ”
เซียงหยุนเอามือซ้ายจับแก้มที่แดง
มือขวากำหมัดแน่นและถามขึ้นทันที
***
ข้าซานมิงคือนายท่านของเ้า ทำไมเ้าไม่คุกเข่าเมื่อเจอหน้าข้า
"..."
"เ้าคือคนโง่เป็ที่ระบายอารมณ์โกรธของข้า
ข้าจะทุบจะตบจะตีเ้า จนกว่าข้าจะพอใจ
เพราะข้าคือว่าที่ผู้นำหมู่บ้าน"
“ข้าไม่สนเ้าจะชื่อเซียงหยุนหรือชื่ออะไร
จะสอบวัดได้อันดับที่เท่าไหร่ ข้าก็ไม่สนใจ
ต่อไป ข้าจะเรียกเ้าว่าเ้าโง่ เป็เพียงขี้ข้าชั้นต่ำ
อย่าโดดเด่นกว่าเ้านาย”
เจอข้าต้องคุกเข่าแสดงความเคารพเสมอ
บ้านเ้าไม่สอนวิธีหมอบกราบผู้นำหรือยังไง
****
เด็กหนุ่มเซียงหยุนตอบบ้านข้าสอนมาว่า การหมอบกราบและคุกเข่าทำความเคารพผู้นำ ทำเฉพาะเวลาในพิธีฉลองเท่านั้น
ความขัดแย้งระหว่างเซียงหยุนและเ้าหมูอ้วนซานมิ่งเกิดขึ้นอย่างรุนแรง
เนื่องจากความท้าทายการปกครองในตำแหน่งและอำนาจในหมู่บ้านซานของเขาในอนาคต
***
ซานมิ่งยังคงไม่พอใจและอิจฉาในความเป็เลิศของเซียงหยุน ที่แสดงออกมาทั้งในด้านการเรียนและสังคม
***
การที่เซียงหยุนถูกตบหน้า ทำให้เขารู้สึกเ็ปและความทุกข์ใจที่อยู่ภายใน
คำพูดของซานมิ่งทำให้เขารู้สึกถูกเหยียบหัวใจ และอยากจะหั่นเ้าหมูอ้วนนี้เป็ชิ้น
แต่เซียงหยุนก็อดทนและยิ้ม เสริมแสดงความเคารพต่อซานมิ่งด้วยวิธีคุกเข่า
ซึ่งเป็ความรู้สึกของเซียงหยุนในการต่อสู้ กับอารมณ์ภายในตนเอง
///
***
เ้าหมูอ้วนซานมิ่ง พูดขึ้นว่า "ข้าจะเรียกเ้าว่าคนโง่ คนโง่ประจำหมู่บ้าน
ใครจะว่าอะไรข้าได้ อนาคตข้าคือผู้ปกครองหมู่บ้านแห่งนี้"
"ยังมีอีกเื่"
"เ้าเป็เพียงคนรับใช้ในบ้านข้า
เป็เพียงคนสวนอย่าบังอาจมาหาความรู้ในหอสมุดของครอบครัวข้า "
จริงๆ หากข้า้าเปลี่ยนผลการสอบของเ้า ข้าก็ทำได้
***
ทุกคนในหมู่บ้านรู้กันดี ถึงความไม่ยุติธรรม
กฎในหมู่บ้านอนุญาตให้เด็กชาวบ้านเรียนในโรงเรียนได้ถึงอายุ 12 แต่เด็กชนชั้นสูงให้เรียนถึงอายุ 15
โดยแยกเป็โรงเรียนชาวบ้านกับโรงเรียนชนชั้นสูง
ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อเด็กชาวบ้านอายุเกิน 15 ที่ฉลาดโดดเด่นเกินไป
และถ้ามันมีความคิดต่อต้านตระกูลซาน พวกมันก็จะทำลาย
โดยการแก้ไขผลสอบ เพราะยังไงพวกมันก็ไม่ได้บอกคะแนนสอบ
ดังนั้นหากฉลาดเกินไปชีวิตก็จะจบลงโดยการเป็เพียงข้ารับใช้ที่ต้อยต่ำ
อาชีพสำคัญหลายอย่าง คนสนิทกับตระกูลซานเท่านั้นที่ทำได้
***
รู้กันในใจว่าชนชั้นสูงคนสนิทของตระกูลซานเท่านั้นจึงได้ดีมีตำแหน่งสูง
การสอบวัดก็ทำไปเป็พิธี ยิ่งการสอบเข้าตำแหน่งสำคัญในหมู่บ้าน
พวกมันมักจะไม่ประกาศผลคะแนนสอบ จะบอกเพียงรายชื่อคนสอบผ่านเท่านั้น
และคนสอบผ่านเ่าั้ส่วนใหญ่ก็คือคนของตระกูลซานหรือไม่ก็คนสนิทของพวกมัน
อาจจะมีเพิ่มคือคนที่จ่ายเงินมหาศาลให้พวกมัน
สรุปคือพวกมันจัดรายชื่อเตรียมประกาศผู้สอบผ่านไว้ก่อนจะออกข้อสอบให้สอบแล้ว
***
เมื่อเหล่าเด็กผู้ติดตามทั้ง 9 คนของซานมิ่ง ที่ยังคงดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะ
และส่งคำพูดกวนใจให้กับ เซียงหยุน
เป็การเพิ่มความเ็ปและความยากลำบากในใจของเขา
เหล่าผู้ติดตามทั้ง 9 แม้จะสอบได้ที่ท้ายๆ
เช่นเดียวกับซานมิ่ง ก็ตบมือพร้อมส่งเสียงหัวเราะชอบใจ
"ฮ่าๆๆ คนโง่"
"คนโง่ประจำหมู่บ้าน"
**
***
เซียงหยุนกัดฟันกำหมัดแน่นทำได้เพียงเก็บอารมณ์โกรธ
ตามที่ท่านตาเคยสอนไว้ ลูกผู้ชายอย่าเอาอารมณ์เป็ที่ตั้งไม่งั้นจะเสียงานใหญ่
ขณะที่กำลังคุกเข่าอยู่ แต่ในใจเซียงหยุนอยากจะหั่นเ้าหมูอ้วนนี้เป็ชิ้นๆ ทำได้แต่ฝืนยิ้ม
"ตามใจท่าน ท่านจะเรียกข้าว่าอะไรก็แล้วแต่ท่านเถอะ"
เซียงหยุนกำลังอดทนต่ออารมณ์โกรธและความอิจฉา ก็ยังฝืนยิ้มและตอบโต้อย่างสงบ
แสดงให้เห็นถึงความอดทน เก็บความเศร้าใจที่อยู่ในใจของเขา
แต่พยายามซ่อนเื่ราวเหตุการณ์ที่แย่ๆ อยู่ภายในตัวเองอย่างดี
*
ข้าเซียงหยุนยังต้องอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง
แม้ความโกรธและความอิจฉาจะค้างอยู่ในใจ
แต่หน้าเขากลับกลายเป็รอยยิ้มเพื่อหาทางออกในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้
เซียงหยุนนึกถึงท่านตาครอบครัวเพียงคนเดียว
พร้อมกับคิดในใจว่า {หากไม่ใช่เพราะท่านตาของข้าเป็คนสวนบ้านเ้า
และอาศัยอยู่หมู่บ้านของเ้า ข้าคงไม่ต้องอดทนยืนให้เ้าตบหน้าแบบนี้ เ้าหมูอ้วนซานมิ่ง}
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดรีบเปลี่ยนสีหน้าโกรธเป็รอยยิ้มบางๆ แทนที่
*
เซียงหยุนเขานึกถึงท่านตาเซียงซื่อ ที่มาคอยเลี้ยงดูเขา
และเขาเข้าใจว่าการต่อสู้กับเ้าหมูอ้วนนี้ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในครอบครัว ที่เขาคาดคิดไม่ถึง
เซียงหยุนย้ำในใจว่าความโกรธและความอิจฉาต้องถูกกดดันลึกลงในส่วนในของตัวเอง
การเอาตนเองมาัักับเื่ราวของเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง และครอบครัวของเขาอาจเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเขาได้
*
เซียงหยุนเขายังคงรักษาความภูมิใจในตัวเอง และการเป็เหมือนลูกชายของท่านตาเซียงซื่อที่เป็สิ่งที่พิเศษในใจเขา
***
เซียงหยุนไม่มีทั้งพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง มีก็แต่ท่านตาเซียงซื่อ (Xiang Si) เป็ครอบครัวเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่คอยเลี้ยงดูเขาั้แ่จำความได้ จึงไม่อยากมีเื่มีราวกับลูกชายหัวหน้าหมู่บ้าน จนไปทำให้ท่านตาต้องเดือดร้อน
***
การต่อสู้ในใจของเซียงหยุนยังคงเคลื่อนไหว
แต่ว่าก้าวในทิศทางที่ให้เขารู้สึกดีและสร้างความสุขให้กับตัวเองและคนที่มีความสำคัญในชีวิตของเขา
*
ระหว่างที่เซียงหยุนทนคำดูถูกของเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง อยู่ๆ ก็มีเสียงเล็กๆ แหลมๆ ดังขึ้น
*********
เด็กสาวน้อยตาโตใส่เสื้อสีชมพูอ่อนดังเข้ามาหาเซียงหยุนและเหล่าอันธพานอย่างเป็กังวลใจ
"หยุดมือเดียวนี้ พวกเ้าอย่ารังแกเซียงหยุนนะ" ข้า หยู่หนิง (Yu Ning) มาแล้วนะ
***
ขณะที่เซียงหยุนถูกเสียงดูถูกจากเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง
หยู่หนิง (Yu Ning) ไม่สนใจคำตำหนิ และวิ่งะโเข้ามาในสถานการณ์นี้
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ และความกล้าของครอบครัวนักสำรวจแห่งหมู่บ้านซาน
*
เสียงดังสดใสดังขึ้นจากสาวน้อยวัย 12 นางถูกยกย่องว่ามีความสวยเป็อันดับต้นๆ ของหมู่บ้าน
ถ้านางเจริญวัยเติบโตมากกว่านี้ ความสวยของนางต้องเป็อันดับหนึ่งของหมู่บ้านอย่างไม่ต้องสงสัย ...
เด็กสาวใส่เสื้อสีชมพูอ่อนถือมีดทำครัวกำลังวิ่งะโตรงเข้ามาหาเซียงหยุนและเหล่าอันธพาน
เสียงแหลมของหยู่หนิงทำให้เหล่าอันธพานใและไม่กล้าลิ้มลองความกล้าหาญของเธอ
ความกล้าของนางสาวน้อยคนนี้เป็ที่รู้จักในหมู่บ้านซาน แม้นางจะยังเด็กอ่อนวัย
แต่ความคิดและการกระทำของเธอมักเป็ที่ประทับใจ
***
คนทั้งหมู่บ้านซุบซิบกันว่า เด็กน้อยน่ารักคนนี้ ฝีมือใช้มีดเก่งมาก เฉือนเนื้อเฉือนหนังสัตว์ทุกวัน
นับั้แ่นางยังเล็กๆ รวมมาแล้วมากกว่าพันตัว
**
เซียงหยุนชอบความกล้าหาญของหยู่หนิง และรู้สึกถึงความรำคาญเ้าหมูอ้วนซานมิ่ง
"หยู่หนิง..ขอบคุณที่เข้ามาช่วยข้า แต่หยู่หนิง (Yu Ning) เ้ามาที่นี้ทำไม?
นี่เป็เื่ของผู้ชาย! เ้าอย่ามายุ่ง! ได้โปรดออกไป!"
เซียงหยุนะโไล่หยู่หนิงสาวน้อยน่ารักที่อยู่ข้างบ้าน
และทำให้เขาตัดสินใจเชื่อมั่นในตัวเองและความคิดของตนเองมากขึ้น
*****
หยู่หนิงเป็ลูกสาวที่น่ารักและน่าตื่นตาตื่นใจ มีความฉลาดเป็อย่างดี
เธอคือความภูมิใจของพ่อแม่ และได้รับความรักและความเอาใจใส่อย่างอบอุ่นจากพ่อเป็อย่างสูง
สำหรับพ่อของหยู่หนิง ชื่อหยู่ฉ่างเป็นายพรานที่มีชื่อเสียงประจำหมู่บ้านมีสัตว์อสูรหมาป่าเป็จิติญญาข้างกาย
หยู่ฉ่างโด่งดังด้านการล่าสัตว์อสูร ใช้พลังฝีมือยิงธนูร่วมกลุ่มกับนักรบคอยต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรนอกหมู่บ้าน
นอกจากนั้นก็มีหน้าที่เป็หัวหน้าทีมออกล่าสัตว์หาอาหารเข้ามาที่หมู่บ้านแห่งนี้
โดยหยู่ฉ่างมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือหยู่หนิง*
***
ในใจหยู่หนิง (Yu Ning) อยากจะเป็ความเปลี่ยนแปลงที่ดีในชีวิตของเซียงหยุน
ให้กำลังใจเซียงหยุนในการต่อสู้ เพื่อความยุติธรรมในหมู่บ้านซานอีกด้วย
เธออยากเป็ที่ปรึกษาและเพื่อนสนิทของเซียงหยุน
ใน่เวลาที่เซียงหยุน้ากำลังใจหรือคำปรึกษา
เธอมักจะเสนอคำแนะนำและเปิดใจให้กับเขาอย่างเต็มใจ
นอกจากนี้หยู่หนิงยังมีหน้าที่ช่วยพ่อในการตัดแบ่งเนื้อจากการล่า และดูแลจิตวืญญาณหมาป่าอสูรที่มีชื่อเสียงของพ่อเป็อย่างดี
***
แม้ว่าเธอจะเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวในครอบครัว
แต่เธอไม่เคยรู้สึกเหงาเพราะมีพ่อหยู่ฉ่างเป็เพื่อนที่ดีและผู้คุ้มครองที่แท้จริง
นอกจากนี้ยังมีทีมในการล่าสัตว์อสูรที่อยู่ในหมู่บ้าน
ทำให้เธอมีความสุขและรู้สึกอยู่ร่วมกับความเป็กลุ่ม
มีความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่บ้านซาน
ดังนั้นพ่อของเธอจึงเป็ตัวแทนของความสำเร็จและความกล้าหาญในหมู่บ้าน
ทุกคนในหมู่บ้านซานต่างรู้สึกภูมิใจในพ่อหยู่หนิง
สิ่งเดียวที่ยู่หนิงไม่ชอบ คงเป็กลุ่มคนตระกูลซาน ที่ชอบใช้อำนาจรังแกคนที่อ่อนแอ
***
เมื่อได้ยินเสียงหยู่หนิง เ้าหมูอ้วนก็หน้าแดง สายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่
สำหรับหยู่หนิงแม้ว่ามือของเธอจะถือมีดทำครัวที่น่ากลัว
แต่ดวงตาที่กลมสวยและริมฝีปากแดงอมชมพูของเธอ ทำให้เ้าหมูอ้วนรู้สึกอ่อนหวาน และปรารถนาที่จะเข้าใกล้เธอมากขึ้น
ดังที่ทุกคนโดยรอบเห็นว่าเมื่อเด็กสาวหยู่หนิงเดินเข้ามาใกล้
แม้มือเด็กสาวจะถือมีดทำครัวดูน่ากลัว
แต่ด้วยลักษณะดวงตาที่กลมสวย ผิวที่ขาวผ่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เส้นผมถักเปียยาวสีดำสวย อีกทั้งตัวของนางมีกลิ่นหอมของดอกไม้หอม
******************
ทำให้ใบหน้าอ้วนกลมของเ้าหมูอ้วนก็เริ่มแดงขึ้น
เ้าหมูอ้วนซานมิ่งเริ่มทักทาย และพูดติดๆ ขัดๆ
จับใจความได้ว่า
"สวัสดีครับหยู่หนิง
เ้าสบายดีไหม
ทานข้าวหรือยังครับ"
***
เสียงสบายๆ ของเ้าหมูอ้วนทำให้หยู่หนิงหายใจออกเบาๆ และตอบกลับด้วยเสียงที่อ่อนหวานเช่นกัน
"สวัสดีหยู่หนิงสบายดีค่ะ ขอบคุณที่คิดถึงหยู่หนิงนะ"
***********
เ้าหมูอ้วนซานมิ่งพูดขึ้น"หยู่หนิงเ้ารู้ไหม
คือว่าข้าคิดถึงเ้าตลอดเวลา แม้จะยามหลับหรือยามตื่น
ทุกวินาที ข้าซานมิ่งคิดถึงเ้ามากนะ แต่ทุกครั้งที่ข้าไปหาเ้าที่บ้านทำไมเ้าถึงต้องหลบหน้าข้าเสมอ?
มาให้ข้ากอดหน่อยสิ จุ๊บๆ คนสวย เ้าหมูอ้วนพยายามที่จะเดินเข้ามาใกล้เด็กสาว พร้อมทำท่าทางจะกอดจะจูบ
**********
เด็กสาวเปลี่ยนสีหน้าร้อง ยี้ ... "แหวะไปไกลๆ จากข้า"
**********
หมูอ้วนหน้าแดง ทั้งอายทั้งโกรธ
เพราะรอบข้าง เหล่าเพื่อนของมัน และคนในหมู่บ้านรอบตัวเริ่มจ้องมองด้วยสายตาดูถูก แม้จะไม่กล้าหัวเราะออกมาก็ตาม
"เ้าเป็ว่าที่ภรรยาคนสวยของข้านะ
แค่หอมนิด กอดหน่อย จะเป็อะไรไป" ซานมิ่งพูดขึ้น
"เ้าไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งข้า ต่อไปเมื่อข้าได้เป็ผู้นำหมู่บ้าน
ข้าก็จะแต่งงานกับเ้า ให้เ้าเป็ภรรยาคนแรกแน่ๆ"
ซานมิ่งพูดขึ้นด้วยเสียงที่อ่อนหวานไม่สมกับใบหน้าอ้วนกลมและแววตาที่ดุร้าย
จากนั้นซานมิ่งจึงหันไปมองเด็กหนุ่มเซียงหยุนศัตรูหัวใจ
"เพียะ"
เสียงตบดังขึ้นอีกครั้งบนหน้าเซียงหยุน
ครั้งนี้รุนแรงจนมีเืไหลออกมาที่มุมปากของเด็กหนุ่ม
"จำไว้ครั้งนี้ข้าเห็นแก่หยู่หนิง
ข้าจะปล่อยเ้าไปก่อน แต่อย่าให้ข้าได้รับรู้ว่าเ้ามาแอบอ่านตำราที่หอสมุดนี้อีก"
"ข้าจะให้เ้าเป็คนโง่ประจำหมู่บ้าน นั้นคือตำแหน่งของเ้าในอนาคต"
"เ้ารู้ใช่ไหมว่าคะแนนสอบที่โดดเด่นเกินไปของเ้าทำให้ข้าไม่พอใจ"
"ทุกครั้งที่เ้าเข้าหอสมุด ข้าก็จะตบหน้าเ้าทุกครั้ง"
"อีกเื่ ที่ข้าจะเตือนเ้า เ้าโง่"
"ค่ำคืนนี้อย่าให้พวกข้าเห็นเ้าเข้าร่วมกิจกรรมปลุกิญญาสัตว์อสูร โดยเด็ดขาด"
สิ้นเสียงขู่ของซานมิ่ง เหล่าเด็กเกเรทั้ง 10 ก็เดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ
ทิ้งร่องรอยแตกหัก หลายสิ่งถูกทำลายอยู่เื้ั
***************
เซียงหยุนเห็นท่าทางของซานมิ่ง เขามองด้วยความรำคาญและความโกรธ
เขาก็ไม่กลัวหรือหนีออกไปจากเื่เหล่านี้
อย่างไรก็ตาม เขาก็รับเหตุการณ์นี้ไว้ในใจเพื่อเตือนตัวเองกับความรู้สึกที่ยืนยัน ว่าตัวเขาอาจเป็คนโง่ที่ต้องรับความเสี่ยงและความเครียดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เซียงหยุน บอกตัวเองว่า ข้าจะเป็บัณฑิตที่คว้าความรู้และความสามารถในการเติบโตอย่างมั่นคง
นอกจากนี้เซียงหยุนก็จับความหมายในการเตือนของซานมิ่งเื่กิจกรรมปลุกิญญาสัตว์อสูรในค่ำคืนนั้น
และจำไว้ด้วยใจเพื่อทำให้เกิดประโยชน์ในอนาคต
-------------------------------------------------------
เด็กสาวส่งสายตาไล่ให้เ้าหมูอ้วนไปไกลๆ มือถือมีดชี้ไปทางซานมิ่ง
"ใครเป็ว่าที่ภรรยาของเ้า เ้าหมูอ้วน"
หยู่หนิงบ่นเบาๆ ในลำคอ เด็กสาวเก็บมีดทำครัวแล้วตรงเข้ามาดูอาการเจ็บที่ใบหน้าของเซียงหยุ่น
*
"เป็อย่างไรบ้าง
าเ็ตรงไหนรึเปล่า"
หยู่หนิงถามเซีงหยุนด้วยความเป็ห่วง
หยู่หนิงแสดงความเศร้าหมองสวยงามที่ดวงตาจ้องมองเซียงหยุน
******
เซียงหยุนมีอาการเ็ปขึ้น แต่ก็ยังพยุงตัวอยู่ ไม่ให้หยู่หนิงกังวลเกินไป
เมื่อเซียงหยุนได้ยินคำถามจากหยู่หนิงอีกครั้ง
แต่เขาก็รู้ว่าหยู่หนิงมีสาเหตุในการต่อสู้นี้
เขาเข้าใจในความเสี่ยงที่หยู่หนิงเผชิญหน้า เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเธอ
และหยู่หนิงก็เป็คนที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใยและความดี
เหตุการณ์นี้ทำให้เซียงหยุนรู้สึกว่าหยู่หนิงจำเป็ต้องได้คำตอบที่เปิดเผยความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในใจ
“ขอบคุณหยู่หนิง
แต่นี่เป็เื่ของผู้ชาย เ้าไม่ควรเข้ามายุ่งเื่นี้”
"หากใครไปฟ้องว่าเ้าชี้มีดใส่เ้าหมูอ้วน เ้าจะโดนลงโทษหนักนะ"
เซียงหยุ่นอยากเตือนให้หยู่หนิงระวังตัว และอยู่ให้ไกลจากกลุ่มเด็กเกเรกลุ่มนี้
แต่ เซียงหยุ่นก็ไม่สามารถกล่าวคำพูดใดๆ ออกมาได้ตรงๆ
************
หยู่หนิงกล่าวขึ้น "ถ้าเ้ามาร่วมงานปลุกิญญา เ้าหมูอ้วนคงจะไม่พอใจมากๆ"
************
เซียงหยุนรีบตอบ "ยังไงข้าก็จะมาร่วมงานปลุกิญญาค่ำคืนนี้ ใน่เวลาเที่ยงคืนตามที่ผู้าุโนัด
" "เ้าก็รู้ว่า่เวลา 3 ปีจะมีจัดงานปลุกิญญาสักครั้ง
และกลุ่มอายุ 13 ปี ถึง 15 ปีจะมีสิทธิ์ได้เข้าร่วมงาน"
"หากข้าพลาดงานนี้
คงไม่มีโอกาสได้มี่เวลาปลุกจิติญญาที่เหมาะสมอีกแล้ว"
เซียงหยุนเสียงดังขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจในการเข้าร่วมงานปลุกิญญาและพยุงตัวเพื่อสู้
*********
หยู่หนิงค่อยๆ หยุดมองเซียงหยุนอย่างััใจ
และความเคลื่อนไหวของเซียงหยุน ก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและที่มาของเขา
ทำให้หยู่หนิงรู้สึกเข้าใจเพิ่มเติมถึงสภาพจิตใจของเซียงหยุน
***********
จากนั้นเด็กหนุ่มมองตาเด็กสาว พร้อมเอยสิ่งที่คิดไว้ในใจ
"หยู่หนิง ข้าพร้อมทำทุกอย่าง หากทำให้ท่านตาและเ้าปลอดภัย"
นั้นเสียงของเขาอย่างจริงใจและเต็มใจ ทำให้หยู่หนิงรู้สึกถึงความจริงใจและความอ่อนโยนที่อยู่ในใจของเซียงหยุน
เซียงหยุ่นก็เริ่มเดินออกมาจากพื้นที่ของหอสมุดทันที โดยไม่ได้กล่าวลาใดๆ กับหยู่หนิงอีกเลย
เซียงหยุนเข้าใจดีว่าที่ซานมิ่งมาหาเื่ตนเองบ่อยๆ ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอหรือผลการสอบที่โดดเด่นของตนเท่านั้น
แต่สาเหตุหลักๆ เพราะหยู่หนิงอยู่ใกล้ชิดกับตน และแสดงตัวเหมือนคนรักกันต่างหาก
******************
เมื่อเซียงหยุน ออกไปแล้ว หยู่หนิงยังคงมองหลังเขาด้วยสายตาที่อ่อนแอและอบอุ่น
ซึ่งในใจของหยู่หนิงก็รู้สึกถึงความห่วงใยที่เซียงหยุนแสดงออกมา
หยู่หนิง อยากให้เซียงหยุนรู้ว่าในใจของเซียงหยุน คือความเชื่อมั่นในความเป็อยู่ของเขา
พร้อมที่จะยืนเคียงข้างเซียงหยุนทุกขณะ ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม
และทุกครั้งที่เซียงหยุนโดนรังแกหยู่หนิงมักจะปรากฏตัวเข้ามาช่วยอยู่เสมอ
cc แต่เพราะเ้าหมูอ้วนซานมิ่งปรารถนาในตัวหยู่หนิง
จึงอิจฉาที่เซียงหยุนและหยู่หนิง อยู่ใกล้ชิดกันั้แ่เด็ก
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------