และแล้วเหวยเหนียงก็สามารถซ่อมชุดเ้าสาวจนเสร็จแต่กว่าจะเสร็จก็รุ่งเช้าพอดี สักพักท่านป้าฉือที่ครอบครัวซูเยี่ยนจ้างให้มาช่วยงานแต่งก็มาถึงกระท่อมของหมอดูสาว
“เ้าคงตื่นเต้นมากเลยใช่มั้ยตื่นมารอข้าแต่เช้าเชียว” ท่านป้าฉือกล่าวทัก
“ข้ายังไม่ได้นอนเลยต่างหากเ้าค่ะ”เหวยเหนียงหาวฟอด
“เ้าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยงั้นหรือ”ท่านป้าฉือใ
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าซ่อมชุดเ้าสาวทั้งคืนต่างหาก”เหวยเหนียงกล่าว
“เห้อ! ถ้าเป็สมัยก่อนครอบครัวแม่ทัพคงซื้อชุดใหม่ให้เ้าไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งเย็บแบบนี้หรอก” ท่านป้าฉือกล่าวอย่างเห็นใจ
“ชีวิตคนเรานั้นมันไม่เที่ยงนี่เ้าค่ะทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงเสมอ” เหวยเหนียงรู้สึกปลง
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเร็วเข้าข้าจะแต่งหน้าให้” ท่านป้าฉือสั่ง
“เ้าค่ะ”
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเกี้ยวก็มารับตัวเ้าสาวไปที่บ้านของซูเยี่ยนเพื่อเข้าสู่พิธีแต่งงาน
เ้าสาวที่คลุมผ้าแดงค่อยๆเดินไปหาเ้าบ่าวอย่างตื่นเต้น นางคิดในใจว่า “ไม่เห็นต้องตื่นเต้นเลย ชายคนนั้นกลายสภาพเป็เด็กน้อยไปแล้วนี่”
เ้าสาวกำลังจะเดินเข้าไปใกล้เ้าบ่าวอยู่แล้วเชียวแต่ทว่า อยู่ดีๆ นางก็เหยียบเปลือกกล้วยจนลื่นล้มไปใส่เ้าบ่าวฝ่ายชายรับหญิงสาวไว้ได้ทัน ทำให้ทั้งสองอยู่ในสภาพยืนกอดกัน
ซูเยี่ยนตั้งสติได้เขารีบผลักตัวเ้าสาวออก แสดงทีท่ารังเกียจนางอย่างเห็นได้ชัดเขากล่าวอย่างเอาแต่ใจว่า “ทำไมพี่สาวซุ่มซ่ามแบบนี้ล่ะ”
“ใครก็ไม่รู้ทิ้งเปลือกกล้วยไว้บนพื้นนี่” เหวยเหนียงชี้ให้ดูก็เห็นเปลือกกล้วยบนพื้นจริงๆ
“ซูเยี่ยน! เ้ากินกล้วยแล้วทำไมถึงไม่นำเปลือกไปทิ้งดีๆ ห๊า” ซูหลินดุใส่
“นี่เ้าตั้งใจแกล้งข้าใช่มั้ยซูเยี่ยน” เหวยเหนียงกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อยข้าก็ไม่คิดว่าจะมีใครซุ่มซ่ามเดินไปเหยียบมันนี่” ซูเยี่ยนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“เอาล่ะ เอาล่ะพวกเ้ารีบมากราบไหว้ฟ้าดินกันเถอะนะ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์” ท่านแม่ของซูเยี่ยนต้องคอยยุติ
เหวยเหนียงคิดในใจว่า“แค่เริ่มต้นข้าก็โดนแกล้งขนาดนี้แล้ว ต่อไปข้าต้องเจอกับอะไรอีก”
แขกที่มาร่วมงานนั้นก็มีเพียงชาวบ้านที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงเท่านั้นจนท่านแม่ของซูเยี่ยนแอบเสียใจที่เหล่าขุนนางที่เคยสนิทชิดเชื้อหรือญาติที่เคยชิดใกล้ต่างพากันห่างหายพวกเขาไม่ยอมมาหรือแม้กระทั่งกล่าวแสดงความยินดีใดๆ เลย
“ท่านแม่ร้องไห้หรือเ้าคะ”ซูหลินเห็นท่านแม่มีน้ำตาคลอ
“เปล่าเสียหน่อยพวกเรารีบส่งตัวเ้าบ่าวเ้าสาวเข้าหอเถอะ” ท่านแม่รีบปาดน้ำตาและพูดกลบเกลื่อน
“เ้าค่ะ” ซูหลินเดินเข้าไปที่ห้องหอพร้อมกับท่านแม่
ท่านแม่อวยพรซูเยี่ยนและเหวยเหนียงว่า“แม่ขอให้ลูกอยู่ด้วยกันจนแก่จนเฒ่ามีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน”
“แต่ข้าไม่อยากอยู่กับพี่เหวยเหนียงนี่ขอรับ”ซูเยี่ยนกล่าว
“ไม่เอาน่าลูกห้ามดื้อกับพี่เหวยเหนียงรู้มั้ย” ท่านแม่ปรามลูกชาย
“ขอรับ” ซูเยี่ยนรับคำไปอย่างนั้นเอง
“ฝากดูแลซูเยี่ยนด้วยนะเหวยเหนียง”ท่านแม่หันไปบอกลูกสะใภ้
“เ้าค่ะท่านป้า” เหวยเหนียงหลุดปากเพราะพูดจนชิน
“เรียกแม่สิพวกเราถือว่าเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วนะ” ท่านแม่จับมือลูกสะใภ้อย่างเอ็นดู
“เ้าค่ะท่านแม่” เหวยเหนียงรับคำ
พอแม่ย่าเดินออกไปเหวยเหนียงไม่รอช้า นางรีบเดินไปที่เตียงเพื่อที่จะนอนแต่ทว่าซูเยี่ยนรีบเอาตัวเข้ามาขวางไว้
“ทำไมล่ะ” เหวยเหนียงแปลกใจ
“ข้าจะนอนบนเตียงเ้าไปนอนบนพื้นสิ” ซูเยี่ยนออกคำสั่ง
“ข้าง่วงแล้วไปนอนบนเตียงด้วยกันนี่แหละ” เหวยเหนียงไม่คิดอะไรแล้วนางอยากนอนอย่างเดียว
“ไม่เอา! เ้านอนดิ้นอาจถีบข้าตกเตียงก็เป็ได้” ซูเยี่ยนไม่ยอม
“อะ อะ ก็ได้ ข้านอนบนพื้นเองพอใจแล้วนะ” เหวยเหนียงยอมตกลงเพราะนางง่วงนอนมาก
“เ้าห้ามนอนกรนล่ะ” ซูเยี่ยนกล่าวย้ำ
“เื่กรนเป็เื่ธรรมชาติอยู่ด้วยกันไปนานๆ เดี๋ยวเ้าก็ชินเองนั่นแหละ ข้าไม่ไหวแล้ว ข้านอนก่อนนะ”เหวยเหนียงไม่รอช้านางรีบปูผ้าบนพื้นและนอนทันทีเพราะเมื่อคืนนางไม่ได้นอนทั้งคืน มัวแต่เย็บผ้าจนปวดตานางรีบนอนหันหลังให้และคลุมโปงเพื่อยุติการสนทนา
ซูเยี่ยนกำลังจะเถียงแต่ฝ่ายหญิงก็กรนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็เลยเดินไปนอนบนเตียงดีๆ เขาคิดในใจว่า “ทำไมเ้าถึงต้องฝืนใจมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่สูญสิ้นทุกอย่างอย่างข้าด้วยล่ะเหวยเหนียง”
******************************
เช้าวันรุ่งขึ้นทุกคนนั่งรอเหวยเหนียง เพื่อรับประทานอาหารเช้า
“เหวยเหนียงทำอะไรอยู่งั้นหรือซูเยี่ยน” ท่านแม่สงสัย
“นางขี้เซามากปลุกยังไงก็ไม่ตื่นขอรับ” ซูเยี่ยนฟ้อง
สักพักก็มีเสียงกรี๊ดของเหวยเหนียงนางรีบเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อตามมาเอาเื่กับสามี
ณ โต๊ะทานอาหาร
“หน้าเ้าไปโดนอะไรมาน่ะทำไมเต็มไปด้วยหมึกแบบนี้” ท่านแม่กล่าวทักลูกสะใภ้ด้วยความใ
“เป็ฝีมือเ้าใช่มั้ยซูเยี่ยน”เหวยเหนียงหันไปต่อว่าสามี
“555 ก็ข้าปลุกท่านแล้วแต่ท่านยังคงขี้เซาไม่ยอมตื่น ข้าก็เลยทำโทษคนี้เีอย่างท่าน” ซูเยี่ยนหัวเราะเยาะ
“ลูกไม่ควรแกล้งเหวยเหนียงแบบนี้นะลูก”ท่านแม่พยายามปรามลูกชาย
“เดี๋ยวข้าไปช่วยเช็ดหมึกออกให้เ้าค่ะ”ซูหลินกล่าว
“ไม่เป็ไร ขอบคุณมากซูหลิน”จากนั้นเหวยเหนียงก็หันไปบอกแม่สามีว่า “ข้าจะรีบไปล้างหน้าอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้พวกท่านทานอาหารกันไปก่อนได้เลยเ้าค่ะเพราะข้าเองก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าจะเช็ดหมึกออกจนหมด”
“ข้าขอโทษแทนซูเยี่ยนด้วยนะ”ท่านแม่รู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะและข้าต้องขออภัยที่ข้าตื่นสายเช่นนี้” เหวยเหนียงไม่มีอะไรจะแก้ตัวเพราะนางตื่นสายจริงๆ
“ข้าได้ข่าวมาจากป้าฉือว่าเ้าเย็บซ่อมชุดสาวทั้งคืนจนไม่ได้นอนวันนี้เ้าตื่นสายก็ไม่แปลก” ท่านแม่รู้สึกเห็นใจ
“ต่อไปเ้าไม่ควรแกล้งเหวยเหนียงแบบนี้อีกนะซูเยี่ยน”ซูหลินหันไปว่า
“ข้าเปล่าทำเสียหน่อย” ซูเยี่ยนไม่ยอมรับผิด
“ข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” เหวยเหนียงรีบกลับไปที่ห้องเพื่อทำธุระส่วนตัว
******************************
วันนี้เหวยเหนียงได้ตั้งซุ้มดูดวงเหมือนกับทุกๆวัน แต่ทว่าที่น่าแปลกก็คือวันนี้นางไม่มีลูกค้ามาดูดวงกับนางเลยสักคน
เหวยเหนียงหาวไปหลายรอบแล้วนางก็เลยฟุบหลับ ในตอนนั้นนางยังไม่หลับ นางแค่ฟุบไปกับโต๊ะ แต่อยู่ดีๆนางก็ได้ยินเสียงคนนินทานาง
“นี่ไงหมอดูที่ไปแต่งงานกับอดีตท่านแม่ทัพที่ตอนนี้เขากลายเป็คนปัญญาอ่อนไปแล้ว” ท่านป้าคนหนึ่งชี้
“นางเป็หมอดูยังไม่รู้ชะตาของตัวเองเลยนับภาษาอะไรกับคนที่นางดูดวงให้ นางคงเป็หมอเดาหลอกลวงชาวบ้านเสียมากกว่าเ้าค่ะ”หญิงสาวอีกคนกล่าว
“ใช่จริงด้วยหากนางเป็หมอดูที่ดูดวงแม่นจริงๆนางคงหาหนทางที่ทำให้นางร่ำรวยและเจริญรุ่งเรืองไปนานแล้ว” ท่านป้าเห็นด้วย
“ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อถือนางอีกแล้วเ้าค่ะ”หญิงสาวถึงกับส่ายหน้า
“พวกเรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวนางตื่นมาได้ยินพวกเรานินทา” ท่านป้าชวน
“ไปกันเถอะเ้าค่ะ” หญิงสาวเดินตามไป
ในระหว่างที่ฟุบไปกับโต๊ะนางคิดในใจว่า “ข้าแค่อยากหาวิธีที่ทำให้ซูเยี่ยนกลับมาเป็ปกติเพื่อที่ว่าต่อไปเขาจะได้ช่วยองค์ชายหกกอบกู้บัลลังก์คืนตอนนี้ดาวประจำตัวขององค์ชายหกช่างหม่นหมองยิ่งนักพระองค์ทรงกำลังหนีชะตาของพระองค์เองที่จะได้เป็ใหญ่ในแผ่นดินฉินอยู่ที่ข้ายอมเสียสละตัวเองยอมแต่งงานกับชายที่เป็คู่อริของข้านั้นก็เพื่อการใหญ่ต่างหาก”
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็เดินมาปลุกนาง
“ท่านหมอดู ตื่นเถิด”
“ท่านมาดูดวงงั้นหรือ” เหวยเหนียงงัวเงียตื่น
“ใช่! แต่ข้าไม่อยากให้ใครได้ยินพวกเราไปที่อื่นกันเถอะ” ชายฉกรรจ์หันซ้ายหันขวาทำตัวลับๆล่อๆ
“ไปดูที่ไหนล่ะ” เหวยเหนียงสงสัย
“ฐานลับของข้า” ชายฉกรรจ์กล่าวสั้นๆ
“ท่านลวงข้าไปทำร้ายหรือเปล่า”เหวยเหนียงระแวง
ชายฉกรรจ์คนนั้นกระซิบว่า“ข้าคือ หยางสือเป็กุนซือของฝ่าาพระองค์ก่อน ข้า้าให้เ้าช่วย”
“ท่านดูเหมือนทหารมากกว่าที่จะเป็กุนซือนะ”เหวยเหนียงไม่เชื่อ
“ถ้าเ้ารู้ประวัติของข้าข้าเคยเป็จอหงวนที่เก่งทั้นบุ๋นและบู๊ข้า้ารวบรวมผู้มีฝีมือเพื่อช่วยองค์ชายสามกอบกู้บัลลังก์” หยางสือยอมเผย
“ข้าไปกับท่านก็ได้” เหวยเหนียงคิดว่าเป็ไงเป็กัน
เหวยเหนียงจึงยอมเดินตามหยางสือไปที่ห้องใต้ดินที่อยู่ท้ายตลาด
******************************
ณ ห้องใต้ดิน
“ดวงของข้ามีโอกาสก่อการฏสำเร็จหรือไม่”หยางสือรีบถาม
“เื่นี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ในตอนนี้เพราะท่านยังไม่มีพรรคพวกเลยสักคน” เหวยเหนียงกล่าว
“หมายความว่ายังไง” หยางสือสงสัย
“ท่านจำเป็ต้องรวบรวมผู้มีฝีมือให้สำเร็จเสียก่อนแล้วข้าถึงบอกได้ว่าท่านจะก่อการใหญ่สำเร็จหรือไม่” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าไม่รู้ว่าจะไปหาองค์ชายสามและผู้มีฝีมือได้จากที่ไหน”หยางสือจนปัญญา
“งั้นเอาอย่างนี้เนื่องจากการทำนายหาตำแหน่งพวกเขาเ่าั้ ข้าต้องใช้พลังเป็อย่างมากดังนั้นข้าจะสามารถทำพิธีสืบหาคนได้วันละคนเท่านั้น” เหวยเหนียงอธิบาย
“ข้าอยากตามหาคนสามคนนั่นคือองค์ชายสาม จอมยุทธ์ชิงไห่ และท่านอาจารย์มู่เหรินฟุ” หยางสือกล่าว
“ข้าต้องจัดเตรียมเครื่องถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียก่อนวันนี้ไม่เหมาะ ดังนั้นในแต่ละวันตอนสายๆข้าจะมาพบท่านที่ห้องใต้ดินแห่งนี้เพื่อทำพิธีสืบหาคน พอครบสามวันท่านค่อยจ่ายอัฐข้าครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งหนึ่งท่านค่อยให้ข้าตอนพบพวกเขาแล้วเริ่มทำพิธีวันแรกในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” เหวยเหนียงกล่าว
“ตกลงตามนี้ ขอบคุณมากท่านหมอดู”หยางสือยอมทำทุกทางแม้จะต้องพึ่งพาไสยศาสตร์เขาก็ยอม
เหวยเหนียงคิดในใจว่า“ท่านอาจผิดหวังที่คนทั้งสามไม่ได้เป็อย่างที่ท่านคิดไว้แต่ถึงข้าคัดค้านท่านยังไง ท่านก็คงไม่เชื่อข้าอยู่ดี”
******************************
ตกเย็นเหวยเหนียงกลับบ้านไปซักผ้านางรับหน้าที่ซักผ้าให้ตนเองและสามีแต่ทว่าสามีป้ายแดงของนางก็หาเื่แกล้งนางอีก คือในหนึ่งวันซูเยี่ยนนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็สิบชุด
“ทำไมเสื้อผ้ามันเยอะแยะขนาดนี้ล่ะซูเยี่ยน”เหวยเหนียงบ่น
“ก็ข้าเล่นกับเพื่อนๆ พอเลอะข้าก็ต้องเปลี่ยนชุดสิ” ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“นี่เ้ากำลังแกล้งข้าอยู่ใช่มั้ย”เหวยเหนียงไม่พอใจ
“ข้าเปล่าเสียหน่อยเ้าซักไม่ไหว ข้าซักเองก็ได้” ซูเยี่ยนเดินเข้ามาแย่งเสื้อผ้าหมายจะซักเอง
“ไม่ต้องหรอก ข้าทำได้เ้าไปเล่นกันเพื่อนๆ เถอะ” เหวยเหนียงถอนหายใจก่อนที่จะลงมือซักผ้า
“งั้นข้าไปนะ” ซูเยี่ยนรีบเดินไปหาเพื่อนข้างบ้านทันที
เหวยเหนียงคิดในใจว่า“ข้าต้องทำอะไรสักอย่างไม่งั้นซูเยี่ยนก็คงหาทางแกล้งข้าไม่หยุด”
******************************
หลังทานอาหารเสร็จเหวยเหนียงก็เลยชวนซูเยี่ยนเล่นเกม
“คืนนี้ ข้าจะชวนซูเยี่ยนเล่นเกม”เหวยเหนียงกล่าว
“เกมอะไรงั้นหรือ” ซูเยี่ยนสงสัย
“เกมทายสิ่งของข้าจะให้ซูหลินเป็คนนำสิ่งของมาใส่ไว้ในถุง เพื่อให้ข้ากับซูเยี่ยนทาย หากใครทายถูกจะเป็ผู้ชนะส่วนผู้แพ้จะต้องเชื่อฟังคนชนะทุกอย่างตลอดระยะเวลาสามวัน” เหวยเหนียงกล่าวกติกา
“ทำไมข้าต้องเล่นด้วยล่ะ”ซูเยี่ยนไม่อยากเล่นด้วย
“เ้ากลัวงั้นหรือซูเยี่ยน”เหวยเหนียงแกล้งสบประมาท
“เปล่าเสียหน่อย เล่นก็เล่น”ซูเยี่ยนยอมเล่นเกม
“ดีมาก งั้นซูหลินเ้ารีบนำสิ่งของใส่ลงไปในถุงเถิด” เหวยเหนียงกล่าวกับซูหลิน
ซูเยี่ยนไม่อยากแพ้เขาก็เลยหาถุงที่เหมือนกับที่ซูหลินใช้ แล้วใส่ก้อนหินลงไป จากนั้นพอสบโอกาสเหมาะเขาก็ใช้วิธีสับเปลี่ยนถุงอย่างรวดเร็วมากเสียจนซูหลินไม่รู้ตัว
ซูหลินนั่งต่อหน้าคู่สามีภรรยาและโชว์ถุงที่ใส่สิ่งของเรียบร้อยให้ทั้งคู่ดู
“นี่ไงถุง พวกเ้าทายกันได้เลย”ซูหลินถือถุงให้ดู
“ข้าขอทายว่าข้างในคือก้อนหิน”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างมั่นใจ
“ข้าขอทายว่าข้างในไม่มีอะไรเลย”เหวยเหนียงทาย
“555 น่าขำเ้าก็เห็นว่าถุงนั่นดูตุงๆ แสดงว่าข้างในต้องมีสิ่งของอยู่ชัดๆ” ซูเยี่ยนหัวเราะเยาะ
“พวกเรามารอดูกันดีกว่า” เหวยเหนียงกล่าวอย่างมั่นใจ
แต่ทว่าพอซูหลินหยิบสิ่งของจออกจากในถุงกลับไม่พบอะไรเลยจริงๆ
“เป็ไปไม่ได้ข้าใส่ก้อนหินไว้นี่” ซูเยี่ยนเผลอหลุดปาก
“นั่นไงเ้าสารภาพแล้วว่าเ้าแอบสับเปลี่ยนถุงสินะ แต่ภายในถุงไม่มีอะไรเลยจริงๆไม่เชื่อเ้าก็ดูสิ” ซูหลินเปิดถุงให้ดู
ซูเยี่ยนหยิบถุงจากมือซูหลินมาดูก็เห็นว่ามันเป็ถุงเปล่าจริงๆ
“พวกเ้ารวมหัวกันหลอกข้าก้อนหินอยู่ในตัวของเ้าใช่มั้ย” ซูเยี่ยนไม่เชื่อ
“ไม่เชื่อเ้าก็ค้นตัวข้าดูสิ”ซูหลินท้า
ซูเยี่ยนพยายามค้นตัวน้องสาวแบบคร่าวๆโดยที่เลี่ยงััจุดอ่อนไหวของผู้หญิงเพื่อให้เกียรตินาง พอไม่พบอะไรก็เลยว่า “ก็ได้ ข้ายอมแพ้ก็ได้”
“ก็แค่นี้ดังนั้นคำสั่งแรกก็คือเ้าห้ามแกล้งข้าเด็ดขาดส่วนคำสั่งที่สองก็คือเ้าต้องเชื่อฟังข้าทุกอย่าง” เหวยเหนียงรีบพูด
“ก็ได้ ข้าง่วงนอนแล้วข้าไปนอนก่อนนะ” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“วันนี้ข้าปวดไหล่นวดให้ข้าหน่อยสิ” เหวยเหนียงสั่ง
“นี่เ้า” ซูเยี่ยนโมโห
“ทำไม! จะผิดคำพูดงั้นหรือข้าก็ว่าแล้วว่าเ้าเป็เด็กที่เชื่อถือไม่ได้” เหวยเหนียงแกล้งพูด
“ก็ได้ ข้านวดให้เ้าก็ได้”ซูเยี่ยนยอมทำตามคำพูด
ซูเยี่ยนยอมนวดไหล่ให้เหวยเหนียงอย่างช่วยไม่ได้พอเหวยเหนียงแกล้งซูเยี่ยนจนพอใจแล้ว นางก็เลยปล่อยให้เขาไปนอนก่อน
หลังซูเยี่ยนเดินเข้าห้องนอนไปแล้วเหวยเหนียงก็เลยว่า “ขอบคุณมากซูหลิน”
“ข้ายินดีช่วยพี่เสมอเ้าค่ะดีนะที่ตอนที่ข้าเป็ยาจก ข้าได้ไปเรียนการเล่นกลกับคณะละครสัตว์ด้วยข้าก็เลยพอมีวิชาอยู่บ้าง” ซูหลินกล่าว
“ใน่สามวันนี้ข้าคงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้เสียที” เหวยเหนียงกล่าว
“มีอะไรให้ข้าช่วยบอกได้นะเ้าคะ”ซูหลินกล่าว
“ขอบใจมาก เ้าไปนอนเถอะ”เหวยเหนียงยิ้มอย่างดีใจที่ซูหลินเข้าข้างนาง
และแล้วเพราะซูเยี่ยนเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ เขาก็เลยยอมสงบศึกไม่แกล้งหญิงสาวตลอดสามวันนั่นจึงทำให้เหวยเหนียงถึงกับสบายใจเป็อย่างมาก
******************************
สามวันต่อมาท่านป้าจือลู่ที่อยู่ข้างบ้านของซูเยี่ยนนั้นรีบนำความมาบอกท่านแม่ของซูเยี่ยนเื่ลูกสะใภ้
“อะไรนะ! เ้าว่าไงนะ!ลูกสะใภ้ของข้าไม่ได้อยู่ที่ซุ้มดูดวง แต่นางทำตัวลับๆ ล่อๆ ไปหาใครสักคนและเ้าก็เห็นว่านางไปพบผู้ชายหน้าตาดีที่อยู่ท้ายตลาดงั้นหรือ” แม่สามีใ
“ใช่ ข้าเห็นกับตาของตัวเองไม่เชื่อเ้าก็ไปถามหมอดูที่นั่งอยู่ซุ้มใกล้ๆ กับนางสิ” จือลู่ท้า
“ข้าจะไม่ยอมให้นางสวมเขาให้ลูกชายข้าแน่ถึงเขาไม่ปกติก็เถอะ” แม่สามีกล่าว
“ข้ารีบไปก่อนนะลูกสะใภ้ของเ้ากลับมานั่นแล้ว” จือลู่ชี้ให้ดู
“ขอบใจมาก จือลู่ที่ยอมเป็หูเป็ตาให้ข้า” แม่สามีซึ้งใจ
ท่านแม่ของซูเยี่ยนก็เลยนั่งอยู่ในห้องโถงและเรียกทุกคนมาคุยกันพร้อมหน้าพร้อมตา
“วันนี้มีประชุมอะไรหรือเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“เ้าไปไหนมาน่ะเหวยเหนียงเ้ากำลังนอกใจซูเยี่ยนอยู่ใช่มั้ย ถึงเขาจะกลายเป็เด็กซนเ้าก็ไม่ควรสวมเขาให้ซูเยี่ยนแบบนี้นะ” แม่สามีกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าเปล่านะเ้าคะ” เหวยเหนียงปฏิเสธ
“แล้วทำไมตลอดสามวันนี้มานี้เ้าถึงไม่อยู่ที่ซุ้มดูดวง เ้าไปที่ไหนมา” แม่สามีเค้นถาม
“ข้า เอ่อ…” เหวยเหนียงบอกไม่ได้
“เ้าบอกไม่ได้เพราะเ้าไปหาผู้ชายมาใช่มั้ย” แม่สามีขึ้นเสียง
“ใช่เ้าค่ะ” เหวยเหนียงยอมรับแต่โดยดี
“เหวยเหนียง! นี่เ้า!” แม่สามีโมโหหนักมาก
“ข้าขอโทษเ้าค่ะ แต่ข้าไปเพื่อ…”เหวยเหนียงกล่าวไม่จบเพราะแม่สามีพูดแทรก
“ข้าไม่อยากฟังเ้าออกไปจากบ้านข้าเดี๋ยวนี้” แม่สามีไล่
“ท่านแม่” เหวยเหนียงอยากจะอธิบาย
“ไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่ข้ายอมรับลูกสะใภ้ที่แอบไปหาชายอื่นไม่ได้” แม่สามีกล่าว
“ท่านแม่ใจเย็นๆ ก่อนเ้าค่ะฟังพี่เหวยเหนียงอธิบายก่อน” ซูหลินกล่าว
“ข้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้นเ้าไปซะเหวยเหนียง” แม่สามีกล่าวไล่
“แต่ว่า…” เหวยเหนียงกล่าวไม่จบอีก
“นางไปหาข้าเอง ท่านซูหลางนางแค่ดูดวงให้ข้าเท่านั้นเอง” ชายฉกรรจ์เ้าปัญหาปรากฏตัวในบ้านของซูเยี่ยน
“ดูดวงอะไรต้องไปหาเ้าถึงสามวัน”แม่สามีไม่เชื่อ
“ในเมื่อข้าเป็ต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของหมอดูต้องผิดใจกันข้าจะรับผิดชอบอธิบายให้ฟังเอง” ชายฉกรรจ์กล่าว
“แต่เื่นั้นเป็เื่ใหญ่นะเ้าคะท่านไม่ควรแพร่งพรายนะ” เหวยเหนียงไม่เห็นด้วย
“หากข้าเก็บงำไว้ ท่านหมอดูก็ต้องโดนไล่ออกจากบ้านของสามีน่ะสิ”ชายฉกรรจ์ไม่อยากให้หมอดูเดือดร้อนเพราะเขา
“ท่านว่ามาเถิดว่าจะแก้ตัวอย่างไร”แม่สามีรอฟัง
“ท่านจำข้าได้ใช่มั้ย” ชายฉกรรจ์ถามซูหลางหรือแม่สามีของเหวยเหนียง
“ท่านคือ หยางสือเป็ที่ปรึกษาของฝ่าาพระองค์ก่อน” แม่สามีจำได้
“ข้า้าล้มอำนาจฝ่าาองค์ปัจจุบัน”หยางสือยอมพูด
“อะไรนะ!” แม่สามีใ
“ท่านฟังไม่ผิดหรอกก่อนก่อการใหญ่ ข้าจำเป็ต้องสืบหาบุคคลสำคัญทั้งสามเสียก่อนข้าก็เลยไปขอให้หมอดูเหวยเหนียงทำพิธีสืบหาคนให้ซึ่งการทำพิธีนั้นสามารถทำนายตำแหน่งได้วันละคนเท่านั้น นางจึงต้องไปหาข้าสามวันเื่นี้ถือเป็เื่ลับ ข้าจึงต้องนัดหมอดูในที่ลับตาคนนั่นจึงทำให้ท่านเข้าใจนางผิดไป” หยางสืออธิบาย
“เป็ความจริงงั้นหรือเหวยเหนียง”แม่สามีหันไปถามลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“เป็ความจริงเ้าค่ะ” เหวยเหนียงพยักหน้า
“อะนี่ อัฐครึ่งนึง ข้าขอมอบให้เหวยเหนียงไว้ก่อนส่วนอีกครึ่งข้าจะมอบให้นางหลังจากที่ข้าพบบุคคลทั้งสามแล้ว” หยางสือยื่นถุงอัฐให้
“แต่ถึงกระนั้นข้าก็ไม่ไว้ใจนางอยู่ดี ลูกค้าผู้ชายอาจมาจีบนางก็เป็ได้” แม่สามีระแวง
“ข้าคงไม่ไปดูดวงอีกแล้วเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ทำไมล่ะ” แม่สามีสงสัย
“เพราะชาวบ้านไม่เชื่อถือหมอดูอย่างนางอีกชาวบ้านคิดว่าขนาดนางเป็หมอดูนางยังไม่รู้ชะตาว่าตัวเองจะได้แต่งงานกับคนไม่ปกติอย่างลูกชายท่านและอีกอย่างนางก็ไม่ร่ำรวยเสียทีแล้วใครหน้าไหนจะกล้าดูดวงกับนางหรือขอให้นางช่วยทำให้ดวงของพวกเขาดีขึ้นได้ล่ะ”หยางสือตอบให้
“ชาวบ้านคิดกันอย่างนั้นหรือ”แม่สามีอุทานเบาๆ
“อย่าต่อว่าเหวยเหนียงเลยนะตอนนี้ข้าหมดธุระแล้ว ข้าขอตัวก่อน” หยางสือทำท่าคารวะแล้วเดินจากไปทันที
“ขอบคุณมาก ท่านหยางสือ” แม่สามีกล่าว
หลังจากที่หยางสือเดินจากไปท่านแม่ก็เลยว่า “แล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อไปล่ะเหวยเหนียง”
“ข้าจะไปช่วยท่านขายผ้าเ้าค่ะและในขณะเดียวกัน ข้าก็จะรับตัดเสื้อผ้าให้เพื่อที่ว่าต่อไปจะได้มีคนเข้าร้านท่านมากขึ้นไงเ้าคะ” เหวยเหนียงถึงกับเปลี่ยนอาชีพ
“ก็ดีเหมือนกันเ้าจะได้อยู่ในสายตาของข้าด้วย” แม่สามีเห็นด้วย
“ข้าง่วงนอนแล้วขอรับข้าขอตัวไปนอนก่อน” ซูเยี่ยนกล่าว
“ว่าแต่เมื่อไหร่เ้าจะมีหลานให้ข้าล่ะเหวยเหนียง” แม่สามีรีบถามลูกสะใภ้
“เอ่อ ท่านป้าเ้าคะท่านอย่าลืมสิว่าซูเยี่ยนเขา….” เหวยเหนียงไม่กล้าพูด
“แต่เขาไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศนี่”แม่สามีกล่าว
“พวกเราช่วยกันหาอัฐจนสามารถตั้งตัวได้ก่อนดีมั้ยเ้าคะส่วนเื่มีลูกค่อยว่ากันใหม่” เหวยเหนียงกล่าว
“ก็ได้หากถึงวันนั้นข้าจะไปหาซื้อยาบำรุงให้ก็แล้วกัน” แม่สามีกล่าว
ทั้งเหวยเหนียงและซูเยี่ยนต่างพากันหน้าแดงขึ้นมาทันที
“เ้าไม่สบายหรือเปล่าซูเยี่ยนหน้าแดงก่ำเชียว” ซูหลินทักเมื่อเห็นเขายังคงยืนฟังท่านแม่คุยกับเหวยเหนียง
“ไหน ข้าดูซิ” เหวยเหนียงแตะหน้าผากให้ฝ่ายชายอย่างไม่เกรงใจ และกล่าวว่า “ตัวก็ไม่ร้อนนี้”
“สงสัยข้าง่วงนอนมากขอรับข้าขอตัว” ซูเยี่ยนรีบเดินไปที่ห้องทันที
“555 ท่านพี่ของข้าก็เขินเป็นะเนี่ย”ซูหลินแซว
“เ้าพูดอะไรน่ะซูหลินเขายังเด็กนะ” เหวยเหนียงกล่าว
“แต่ร่างกายของเขากำยำจนน่าเกรงขามนะเ้าคะ”ซูหลินกล่าวยิ้มๆ
“เ้าก็ไม่ควรแซวเด็กแบบนี้เอาล่ะ ข้าเองก็ต้องไปนอนเช่นกัน” เหวยเหนียงรีบตัดบท
“วันพรุ่งนี้ก็หมด่เวลาสงบศึกแล้วนะเ้าคะระวังตัวด้วย พี่ข้ายิ่งแสบอยู่ด้วย” ซูหลินเตือน
“ข้าคงต้องหาเกมมาเล่นอีกซะแล้ว”เหวยเหนียงกล่าว